ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 415 หมัดเดียวระเบิด สังหารสัตว์อสูรระดับ 9 เฉกเช่นหมูและสุนัข!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 415 หมัดเดียวระเบิด สังหารสัตว์อสูรระดับ 9 เฉกเช่นหมูและสุนัข!
บทที่ 415 หมัดเดียวระเบิด สังหารสัตว์อสูรระดับ 9 เฉกเช่นหมูและสุนัข!
“เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ถึงสิบห้าตัวเลยสินะ!”
ฉู่โม่วชำเลืองมอง
ก่อนจะเอื้อมแขนอันทรงพลังไร้เทียมทานไปคว้าร่างของพวกมัน
ทั่วร่างของชายหนุ่มในขณะนี้ต่างสูบฉีดไปด้วยพลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิต ภายใต้การทวีคูณเพิ่มขีดจำกัดพลัง 500 เท่า ทำให้ความแข็งแกร่งทะยานสู่ 50 ล้านพลังมังกรทันที!
ครืน! ครืน!
พลังแขนถูกปลดปล่อยออกมาด้วยรัศมีที่น่าพรั่นพรึง เพียงแค่ชายหนุ่มบีบนิ้วเบา ๆ ก็ทำให้มิติโดยรอบยุบตัวลง จนเกิดเสียงแตกร้าวอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเวลาแห่งความสับสนนี้เอง
“เสร็จฉันละ!”
ฉู่โม่วตะโกน พร้อมปะทุพลังอันยิ่งใหญ่ขึ้นทันที เริ่มจากตันเถียน ผ่านเส้นลมปราณ เส้นเลือด และหลั่งไหลเข้าสู่กระดูกสันหลัง ก่อนจะปะทุออกทั่วร่างราวกับภูเขาไฟระเบิด
เพียงชายหนุ่มเหวี่ยงมือไปทางขวา คลื่นทะเลที่กำลังซัดเข้าฝั่งก็แหวกออก
จากนั้น!
ฉู่โม่วก็เอื้อมมือออกไปด้านหน้าอย่างกะทันหัน
พลังกาย 50 ล้านพลังมังกรถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่รีรอ
ตรงหน้านั้น
เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ที่กำลังบินอยู่ มันคือนกทะเลยักษ์ที่มีลำตัวยาวหลายร้อยเมตร และเมื่อกางปีกออกจะมีความยาวถึงหลายพันเมตร
เดิมทีมันมีกลิ่นอายที่ดุร้าย และดวงตาอันเฉียบคมแกร่งกล้า
แต่ในขณะนี้ เมื่อมันเพียงจ้องมองไปยังดวงตาของมุษย์ตรงหน้าที่กำลังยื่นมืออันเรียวเล็กออกมา ทันใดนั้นมันก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่หาสิ่งใดเปรียบไม่ได้ปะทุออกมาและสะกดข่มมันไว้
ความน่าเกรงขามของพลังนี้ ทำให้รู้สึกราวกับมียมทูตแห่งความตายมายืนอยู่ตรงหน้า
“อย่า… อย่าฆ่าฉัน!!!”
มันกรีดร้องโหยหวนอย่างรู้ชะตาตัวเอง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา กระทั่งดิ้นรนกระพือปีกจนเนื้อตัวสั่นเทา
แต่มันไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
ตู้ม!
พร้อมกับแขนที่มีความเร็วเหนือเสียง ฉับพลันนั้นสัตว์อสูรวิหคยักษ์ระดับ 9 ก็ไม่สามารถขยับกรงเล็บตอบโต้ได้อีกต่อไป ร่างของมันถูกคว้าด้วยหนึ่งฝ่ามือของฉู่โม่วแล้วบีบอย่างแรง
แคร๊ก!
เสียงนั้นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแผ่นดิน ทันใดนั้นปีกขนาดใหญ่ของสัตว์อสูรวิหคยักษ์ระดับ 9 ที่น่าเกรงขามตนนี้ก็ถูกฉู่โม่วฉีกกระชากขาดวิ่น
จากนั้นก็ตามมาด้วยกำปั้นอีกข้าง ซัดลงไปกลางกระหม่อมอีกครั้ง มันบดขยี้ผ่านความว่างเปล่า ภายใต้แววตาอันหวาดกลัวของสัตว์อสูรวิหคยักษ์
เมื่อหมัดนั้นหยุดลงอย่างสมบูรณ์
ทั้งโลกก็ราวกับถูกแช่แข็งไว้
จากนั้นเพียงชั่วอึดใจ
ตูม ตูม ตูม!
มีการระเบิดอย่างรุนแรง จากเดิมสัตว์อสูรวิหคยักษ์ตัวนี้ มีลำตัวยาวหลายร้อยเมตร ปีกกางออกไปได้หลายพันเมตร
เมื่อตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของกำปั้นฉู่โม่ว ร่างนั้นก็ถูกบดขยี้เป็นเศษเล็กเศษน้อย หยดเลือดกระเซ็นลอยคละคลุ้งไปทั่วสนามรบทันที
“โอ้… สวรรค์!”
“นี่ นี่ นี่…”
“หนึ่งหมัดสังหารสัตว์อสูรระดับแม่ทัพที่เปรียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด”
“เขาทำได้ยังไง เขาทำได้ยังไง!!!”
ผู้ปลุกพลังจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังเฝ้าดูฉากนี้ อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน พวกเขาขยี้เปลือกตาอย่างรุนแรงเพื่อยืนยันว่าภาพตรงหน้าเป็นเรื่องจริง จากนั้นภายในใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
สวรรค์ช่วย มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
มันน่ากลัวจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้!
ด้วยการปล่อยหมัดเพียงครั้งเดียว สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดก็ร่างระเบิดเป็นผุยผงราวกับเป็นเรื่องเล่าในตำนาน มันน่าเหลือเชื่อมาก!
ผู้คนนับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ตายซะ!”
ฉู่โม่วพูดอย่างเรียบเฉย ราวกับเป็นคำพิพากษาจากองค์ทวยเทพผู้ทรงพลัง
เสียงอันแข็งกร้าวแผ่กระจายออกไปไกลถึงสุดขอบโลก
ทันทีที่เสียงนั้นเงียบไป
เขาก็กระตุ้นพลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตจนเดือดพล่านถึงขีดสุด ก่อนจะระเบิดขุมกำลังจนเสียงดังสนั่นไปทั้งตัว จากนั้นร่างของอีกาสีทองที่อยู่เหนือศีรษะพลันสยายปีกขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นเป้าหมายที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 สองตัว เขาก็พลันเอื้อมแขนทั้งสองข้างไปคว้าพวกมัน
“ปล่อยข้า!”
“เจ้ามนุษย์ นี่เจ้าจะทำอะไร!”
สัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งสองขัดขืนดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
ด้านหนึ่งเป็นสัตว์อสูรที่มีปากแหลมคม ซึ่งขณะที่มันกำลังดิ้นรนมันก็พยายามจิกกัด ทำร้ายฉู่โม่วอย่างบ้าคลั่งไปด้วย
หากเป็นราชันย์เทพยุทธ์สูงสุดท่านอื่น เกรงว่าหากถูกกระทำเช่นนี้ ศีรษะของพวกเขาจะระเบิดทันที
แต่ไม่ใช่สำหรับฉู่โม่ว
ตู้ม!
ฉับพลันนั้น ฉู่โม่วก็คว้าร่างสัตว์อสูรทั้งสองมากระแทกเข้าหากัน จนบังเกิดเสียงดังสนั่นรุนแรง พร้อมคลื่นกระแทกอันน่ากลัวพัดกระจายออกไปหลายพันกิโลเมตร
สัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งสองกำลังถูกฉู่โม่วรังแกจนหน้ามืดงุนงง
แต่เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น
ฉู่โม่วกลับเพิ่มพลังและจับร่างของทั้งสองกระแทกชนกันรุนแรงกว่าเดิม
เพียงครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงระเบิดที่ดังจนแทบหูหนวก ราวกับเป็นเสียงของอัสนีฟาดฟัน
จากนั้น
ฝ่ามือของฉู่โม่วก็ค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบจนในที่สุดก็มีเสียงดัง แคร๊ก หลายครั้งติดต่อกัน
ชายหนุ่มฝังนิ้วลึกลงไปในร่างของสัตว์อสูรทั้งสอง และเมื่อเพิ่มแรงบีบก็มีเสียงกระดูกหักดังลั่นทันที เขาหักคอศัตรูโดยไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ ก่อนที่ร่างของพวกมันจะล้มลงกับพื้นอย่างไร้สัญญาณชีพ
หลังจากนั้น ฉู่โม่วก็เหวี่ยงศพไร้วิญญาณลอยไปตกท่ามกลางกองทัพสัตว์อสูรที่มีมากมายนับไม่ถ้วน!
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ฉู่โม่วก็สามารถปลิดชีพสัตว์อสูรระดับ 9 ไปแล้วถึงสามตัว!
ฉากสยดสยองดังกล่าวไม่เพียงทำให้สัตว์อสูรที่เห็นฉากนี้ต่างหวาดกลัวจนหัวหด กระทั่งผู้ปลุกพลังมนุษย์ด้วยกันเองก็ยังตกใจอย่างอธิบายความรู้สึกไม่ถูกเช่นกัน
สัตว์อสูรระดับ 9 ที่เหลืออีกสิบสองตน ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อทำภารกิจ แต่เมื่อเห็นพลังที่น่ากลัวของฉู่โม่ว พวกมันก็พลันหยุดชะงักกลางอากาศและไม่กล้าโจมตีต่อทันที
มนุษย์ผู้นี้ช่างทรงพลังจริง ๆ!
อีกทั้งยังโหดเหี้ยมยิ่งกว่าพวกเราสัตว์อสูรเสียอีก!
ครั้งแรกเขาระเบิดร่างศัตรูด้วยหมัดเดียว ถัดจากนั้นก็บดขยี้สัตว์อสูระดับแม่ทัพอีกสองตนจนร่างแหลกคามือ ความดุร้ายน่าพรั่นพรึงเฉกเช่นเทพปีศาจโบราณ มันทำให้พวกมันหวาดกลัวขนลุกถึงขีดสุด
สัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งสิบสองตนลังเลไม่กล้าทำอะไรต่อ
ฉู่โม่วเห็นเช่นนั้นจึงไม่รอช้า
เขาเบนสายตาไปยังร่างที่เป็นดั่งดวงอาทิตย์ทั้งสิบสองดวง ทันใดนั้นสีหน้าอันเหี้ยมเกรียมพร้อมกลิ่นอายสังหารก็พวยพุ่งออกมา
พรสวรรค์ห้วงมิติ พรสวรรค์ห้วงเวลา และพรสวรรค์แรงโน้มถ่วง ทั้งหมดถูกเปิดใช้งานซ้อนทับกัน
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนดังกึกก้อง
ทันใดนั้น
คุกมิติ!
หน่วงกาลเวลา!
แรงโน้มถ่วงสิบห้าเท่ากวาดไปทั่วโดยรอบ ภายใต้รัศมีหลายพันกิโลเมตร
ฉับพลันนั้น
พลังอันท่วมท้นไหลบ่าออกมาสะกดข่มสัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งสิบสองตน
พวกมันรู้สึกราวกับกำลังแบกภูเขาไว้บนหลัง… ไม่สิ! แม้แต่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สูงสามสิบกิโลเมตรก็ยังไม่หนักหน่วงเท่านี้!
นี่มันท้องฟ้าถล่มชัด ๆ!
แรงโน้มถ่วงอันมหาศาลกดทับบดร่างทั้งหมด
สัตว์อสูรทั้งสิบสองตนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป จึงล้มลงทีละตัว
ในขณะนี้
ร่างของฉู่โม่วกลายเป็นลำแสง และไปโผล่อยู่ตรงหน้าสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปอย่างเรียบง่าย
“ไม่นะ เจ้าอย่าฆ่าข้า ได้โปรด…”
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าพรั่นพรึงที่ห่อหุ้มหมัดของฉู่โม่ว สัตว์อสูรตัวนั้นก็พลันแสดงความหวาดกลัว และวิงวอนร้องขอชีวิตอย่างไม่อาย
แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค
กำปั้นของฉู่โม่วก็พุ่งออกไป
ตู้ม!
เมื่อร่างของทั้งสองแตะสัมผัสกัน คลื่นกระแทกอันรุนแรงก็ดังกึกก้องจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน ร่างกายของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ถูกทำลายไม่เหลือซาก เลือดจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระเซ็นลอยอยู่ในอากาศ
เวลาถัดมา
ฉู่โม่วเปิดใช้พรสวรรค์ห้วงมิติวาร์ปครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมปล่อยหมัดออกไปอย่างต่อเนื่อง หนึ่งกำปั้นต่อหนึ่งร่างขนาดใหญ่ มาพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสะท้านฟ้า
เพียงชั่วพริบตา ฉู่โม่วได้ปล่อยหมัดออกไปแปดครั้ง
หรือหมายความว่าสัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งแปดตัว ซึ่งเป็นตัวตนที่เทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด ถูกเขาลบหายไปจากโลกอย่างไร้ความปรานี!
สะเทือนเลื่อนลั่น!
เสียงระเบิดดังอย่างต่อเนื่อง กึกก้องไปทั่วสวรรค์และโลก
ผู้ปลุกพลังมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนพื้นดินหรือบนท้องฟ้า ต่างจ้องมองไปยังฉากฆาตกรรมอันโหดร้ายอย่างหวาดหวั่น จิตใจของพวกเขาเหม่อลอยว่างเปล่า
“โหดเหี้ยมเกินไป! โหดเหี้ยมเกินไป!”
“กลุ่มสัตว์อสูรระดับ 9 เหล่านี้ มีสถานะตัวตนที่เทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด? ฉันว่าพวกมันไม่ควรจะอ่อนแอขนาดนี้นะ!”
“ไม่ใช่หรอก! พวกมันไม่ได้อ่อนแอหรือมีสิ่งใดผิดปกติ หากแต่เป็นเพราะท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ทรงพลังเกินไปมากกว่า!”
“ให้ตายเถอะ ฉันแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย… ระเบิดร่างสัตว์อสูรระดับ 9 เป็นผุยผงด้วยหมัดเดียว เขาทำมันราวกับเชือดหมูหรือหมา ความแข็งแกร่งแบบนี้มันไม่ใช่พลังของมนุษย์แล้ว!”
“ฉันไม่คาดคิดเลยว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราจะยังคงเหลือตัวตนที่ทรงพลังเช่นนี้!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์แข็งแกร่งมาก!”
“ทวยเทพประทานพรแก่มนุษยชาติเราแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์จงเจริญ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่!”
เหล่าผู้ปลุกพลังตะโกนร้องเรียกชื่อฉู่โม่ว
พวกเขามองไปที่ร่างราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์อย่างเทิดทูน
ที่ด้านหลังเขา
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง และราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวท่านอื่น ที่เมื่อครู่กำลังสกัดกั้นสัตว์อสูรระดับ 8 ตัวอื่น ๆ
แต่ภายหลังจากเห็นการต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วกับสัตว์อสูรระดับ 9
ในขณะนี้
พวกเขาจึงหยุดเคลื่อนไหวทันที
ตรงหน้าฉู่โม่วเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 สิบห้าตัวที่สุดแสนจะน่ากลัว แต่ยังไม่ทันไร ส่วนใหญ่กลับตกตายลงหรือบาดเจ็บสาหัส
เมื่อมองไปยังพลังอันน่าสะพรึงกลัวของฉู่โม่วที่สำแดงออกมา
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ทั้งหมด รวมถึงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางพลันตกตะลึงจนตาแข็งค้างไป
แข็งแกร่งมาก!
มันมากเสียจนทำให้พวกเขารู้สึกเป็นปมด้อย!
แม้การโจมตีของหมัดนั้นจะไม่ได้เล็งมาที่พวกเขา แต่เพียงมองด้วยตาเปล่าก็ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นสั่นสะท้านอย่างรุนแรงไปทั่วร่าง กระทั่งลงลึกไปถึงจิตวิญญาณ
“ด้วยพลังมหาศาลเช่นนี้ แม้จะเป็นคลื่นกระแทกจากวงนอกของการโจมตีก็เกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือแม้แต่ตกตายไป!”
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารารู้สึกอิ่มเอมใจและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์พอตกอยู่ในสภาวะคับขันก็สามารถเป็นที่พึ่งพาให้พวกเราได้เสมอ!”
“พรสวรรค์ของเขาช่างน่าเหลือเชื่อ!”
ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ที่มาใหม่จากฐานทัพอื่นอื่นต่างก็ทำสีหน้าสยดสยองอย่างเหม่อลอยและตกตะลึงอย่างขีดสุด
“ฉันไม่คาดคิดเลยว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จะเติบโตมาได้น่ากลัวถึงเพียงนี้!”
แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวออกมา เพื่อระบายอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ
…
ในขณะที่เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ยังคงรู้สึกตกตะลึง ฉู่โม่วก็ได้ลงมือสังหารสัตว์อสูรระดับ 9 ไปถึงสิบตัวแล้ว
ดังนั้นบนท้องฟ้าจึงเหลืออยู่อีกเพียงสองตัวสุดท้าย
เมื่อเห็นฉู่โม่วขยับร่างพุ่งเข้ามา
สัตว์อสูรทะเลยักษ์ทั้งสองตัวก็ตกใจกลัวทันที
“อย่านะ… อย่าฆ่าข้า ได้โปรด ข้าขอร้อง…”
สัตว์อสูรที่อยู่ใกล้สุดรีบร้องขอความเมตตา แต่ก่อนที่มันจะพูดจบ ฉู่โม่วก็ปล่อยหมัดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
ถัดจากนั้น สัตว์อสูรตัวสุดท้ายก็ร้องตะโกนอย่างร้อนรน
“ไม่นะ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้… เจ้ามนุษย์ พ่อของข้าเป็นถึงราชาสัตว์อสูร ถ้าเจ้ากล้าฆ่าข้า เขาจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป.. .ดังนั้น ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะไม่มีวันขึ้นมาเหยียบดินแดนมนุษย์อีกเลย”
เดิมทีมันขู่สารพัด แต่เมื่อเห็นฉู่โม่วไม่ตอบสนอง จึงรีบกลับคำ ร้องขอความเมตตาทันที
แต่ฉู่โม่วก็ยังปล่อยหมัดออกไป ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเรื่องราวที่มันพูด
ในขณะนี้
สัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งสิบห้าตัวที่มีพลังเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดถูกเชือดราวกับหมูหรือสุนัข ภายใต้น้ำมือของฉู่โม่ว!
อีกทั้งเขายังไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ แม้แต่น้อย
ปัจจุบัน
ด้วยพลังกาย 50 ล้านพลังมังกร จากการทวีคูณเพิ่มขีดจำกัดพลัง 500 เท่า มันก็เพียงพอแล้วที่จะรับมือกับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั่วไป ยังไม่รวมถึงวิธีการหรือไพ่ลับอื่น ๆ ของเขา
ดังนั้นตัวตนขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดจึงไม่เป็นภัยคุกคามต่อเขาอีกต่อไป
ไม่มีใครที่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้!
สัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งสิบห้าตัวเหล่านี้ไม่แข็งแกร่งเท่าเขา ดังนั้นพวกมันจึงถูกสังหารลงอย่างง่ายดาย!
ฉู่โม่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก และกำลังจะใช้พลังแห่งอัสนีและเพลิงกวาดล้างกองทัพสัตว์อสูรต่อ
ชั่วขณะนั้นเอง
ตู้ม!
ณ ใจกลางมหาสมุทรอันไกลแสนไกลจากชายฝั่ง
ทันใดนั้นพลันเกิดเสียงร้องแห่งความโกรธเกรี้ยวซึ่งระเบิดขึ้นสูงเสียดฟ้าและกระจายไปทั่วโลกในชั่วพริบตา
“ใครกัน!”
“ใครมันกล้าฆ่าลูกของข้า!”
เมื่อเสียงแผ่วเบาลง
การดำรงอยู่ของตัวตนที่น่าพรั่นพรึงก็โผล่ขึ้นมาเหนือโลกทันที!
ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยพลังอันไร้ขอบเขตและกลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นเหนือสิ่งใด!