ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 459 กระบี่ทลายนภา!
บทที่ 459 กระบี่ทลายนภา!
ระหว่างที่อยู่ในย่านการค้าของเครือข่ายโลกเสมือนจริง ฉู่โม่วก็เดินเล่นไปรอบ ๆ อยู่สักพัก
ต้องบอกเลยว่า
ที่นี่มีสิ่งน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขนาดใหญ่หรือร้านเล็ก ๆ ข้างทางก็มักจะมีสมบัติที่ทำให้ชายหนุ่มต้องตื่นเต้นเสมอ
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขามีเงินแค่ 5.95 เหรียญเงินครามและไม่อาจซื้ออะไรได้ทั้งสิ้น
“ช่างมันเถอะ ออกไปจากที่นี่ก่อน!”
ฉู่โม่วตัดสินใจออกไปจากเครือข่ายทันที
แต่
ก่อนที่เขาจะได้ออกไป ในที่สุดความคิดเรื่องการเพิ่มซูเจาเจาเป็นเพื่อนก็เข้ามาในหัว เขาจึงส่งคำขอเป็นเพื่อนไป แล้วจึงออกจากเครือข่ายโลกเสมือนจริง
ข้างในคฤหาสน์
ทุกอย่างยังคงดูเหมือนเดิม ฉู่โม่วเดินอยู่ครู่หนึ่งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แล้วจึงกลับไปยังห้องเงียบเพื่อฝึกฝนระหว่างที่รอให้สมบัติจากหอเทพการค้ามาส่ง
เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งวันที่สาม สินค้าจากหอเทพการค้าถึงได้มาส่ง
“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้ปลุกพลังจากหอเทพการค้า ผมนำสินค้าที่คุณซื้อมาส่งให้ครับ กรุณาเซ็นรับด้วยครับ!”
ตรงหน้าประตูคฤหาสน์ ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนหน้าตาดีคนหนึ่งหยิบกล่องออกมาจากถุงเก็บของและวางมันลงตรงหน้าฉู่โม่ว
ฉู่โม่วมองดูผู้ปลุกพลังคนนั้นวางของลงและรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย
ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพเป็นคนมาส่งของให้เขาจริง ๆ!
ถึงเขาจะรู้ว่าหอเทพการค้าทรงพลังมาก แต่ผู้ปลุกพลังที่มาส่งสินค้าคนนี้เป็นเทียมเทพจริง ๆ ซึ่งเหนือกว่าความคาดหมายของฉู่โม่วมาก แน่นอนว่านั่นเป็นเพราะสินค้าเหล่านี้มีมูลค่าสูงมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพละกำลังของหอเทพการค้าช่างน่าประทับใจจริง ๆ
ไม่เช่นนั้น ผู้ปลุกพลังทั่วไปก็ไม่สามารถจ้างเทียมเทพมาส่งสินค้าให้ได้แน่
หลังจากที่เก็บความคิดนั้นไว้ในใจ ฉู่โม่วก็ดึงสติกลับมาและทำการยืนยันตามขั้นตอนที่ได้รับมาตอนซื้อสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น
หลังจากที่ยืนยันว่าถูกต้องแล้ว ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แล้วจึงยื่นสินค้าให้กับฉู่โม่ว เมื่อฉู่โม่วยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้อง เขาก็เซ็นใบเสร็จรับสินค้า
“ขอบคุณมากครับ”
ฉู่โม่วกล่าวขอบคุณ
“ไม่จำเป็นต้องสุภาพนักหรอกครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ”
ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพคนนั้นยิ้มบางและกล่าว “โอเคครับ การส่งสินค้าเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าต้องการบริการหลังการขายหรือมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับสินค้า ก็สามารถไปที่ร้านค้าหอเทพการค้าในเครือข่ายโลกเสมือนจริงได้นะครับ หรือจะไปที่ร้านค้าหอเทพการค้าที่เมืองวสันตฤดูก็ได้… ผมขอตัวก่อน!”
หลังจากที่ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพพูดจบ เขาก็พยักหน้าให้กับฉู่โม่วและจากไป
เมื่อแผ่นหลังของอีกฝ่ายลับตาไป ชายหนุ่มก็กลับเข้าไปข้างใน
เขาเปิดค่ายกลขนาดใหญ่ในคฤหาสน์ขึ้นอีกครั้งแล้วจึงเข้าไปในห้องเงียบ
ทรัพยากรและกระบวนท่ามากมายมาส่งถึงที่ ทำให้ฉู่โม่วรอทดลองใช้พวกมันไม่ไหวแล้ว!
…
ข้างในห้องเงียบ
ฉู่โม่วเปิดกล่องสินค้าออก และเห็นว่าข้างในมีตำราหยกสองเล่มที่ปลดปล่อยแสงสีทองออกมา เลือดสัตว์อสูรขั้นเทียมเทพสีทองสิบขวด และของเหลวพลังศักดิ์สิทธิ์อีกสองขวด
เขาหยิบตำราหยกเล่มหนึ่งขึ้นมาก่อน
จิตวิญญาณของเขาเจาะทะลวงเข้าไปข้างใน
ทันใดนั้น ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณของเขาแยกออกไปจากร่างกายและเข้าไปในโลกปริศนา
มันเป็นสนามรบโบราณในจักรวาล ร่างสีทองนั่งขัดสมาธิอยู่ในหมู่ดาว และมีกระบี่เล่มยาวที่ดูธรรมดาวางอยู่ตรงหน้า
ทันใดนั้นเอง
ในจักรวาลที่ไม่รู้ว่าห่างไกลออกไปเท่าไร ร่างวิญญาณของเทพเจ้าและปีศาจนับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้น ทั้งคำรามและพุ่งเข้ามาเพื่อสังหารจนท้องฟ้าต้องสั่นสะเทือน
รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วทั้งกาแล็กซี
ชายชราไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาแต่อย่างใด และไม่แม้แต่จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยซ้ำ เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนและเจตจำนงกระบี่ที่รุนแรงอย่างถึงที่สุดก็คำรามออกมาจากร่างกายของเขา
ชิ้ง!
เขาชักกระบี่ออกมา!
รัศมีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวพลุ่งพล่านออกมาทำให้ทั่วทั้งกาแล็กซีสั่นสะท้าน รัศมีกระบี่สีทองแพร่กระจายออกมาราวกับคลื่นทำลายล้างโลก ไม่ว่ามันจะผ่านไปที่ใด เทพเจ้าและปีศาจจำนวนมากก็จะถูกสังหารและหายไปเพราะกระบี่เล่มนี้
หลังจากนั้นเขาก็ยังคงฟันกระบี่ต่อไป เจตสังหารเต็มไปทั่วทุกหนแห่ง พลังทำลายโลกพลุ่งพล่านออกมาสังหารและฟาดฟัน
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
สายตาของฉู่โม่วดูล้ำลึก สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ช่องว่างระหว่างคิ้วของเขาค่อย ๆ เปิดออก ดวงตาที่ปลดปล่อยแสงห้าสีก็ปรากฏขึ้นในที่สุด มันค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ รัศมีกระบี่เหล่านั้น
เขากำลังสังเกตจังหวะของกระบี่และความจริงเกี่ยวกับการฟันกระบี่ของร่างสีทองนั้น
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาครึ่งเดือนผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
ข้างในห้องเงียบ ทั้งร่างกายของฉู่โม่วเต็มไปด้วยรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวของเจตจำนงกระบี่ราวกับว่าเขาเป็นเทพกระบี่ไร้เทียมทาน
ในร่างกายของเขา กายากระบี่เทวะกำลังทำงานอย่างหนักและทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดในร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากที่เข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ถึง 38% มันก็แพร่กระจายออกมาห่อหุ้มร่างกายของเขาด้วยรัศมีหนากว่าหนึ่งเมตร
ในตอนนี้
แม้ว่าบรรยากาศรอบกายฉู่โม่วจะดูปกติ หากมีคนอื่นอยู่ที่นี่ พวกเขาก็จะสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าภายในระยะสามเมตรของเจตจำนงกระบี่นั้น เป็นบริเวณที่ไม่อาจมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ได้ หากเข้าไปในอาณาเขตของมัน ผู้นั้นก็จะถูกจัดการโดยปราณกระบี่นับไม่ถ้วนที่แข็งแกร่งจนไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
และนั่นเป็นแค่ภายนอกเท่านั้น
ข้างในร่างกาย โดยเฉพาะในทะเลจิตวิญญาณ
ชายตัวเล็กผู้มีกงล้อสีทองสามชิ้นอยู่บนหลังนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางความโกลาหล
ร่างนั้นดูคล้ายกับฉู่โม่วราว 70% แต่ท่าทีของเขายังคงเหมือนเดิมเป๊ะ
นั่นคือปฐมวิญญาณของฉู่โม่ว!
ในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วและร่างปฐมวิญญาณก็ลืมตาขึ้น แทบจะในขณะเดียวกัน ปราณกระบี่ทะยานขึ้นไปบนฟ้าและกลายเป็นลำแสงสว่างจ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เงาของคมกระบี่ฉายมายังห้วงอากาศ ก่อนจะทำลายหมู่เมฆและห้วงอากาศขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน
ก้อนเมฆในรัศมีหลายพันกิโลเมตรต่างก็ได้รับผลกระทบและหมุนวนราวกับทะเลคลุ้มคลั่ง
ข้างในเมืองวสันตฤดู
ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนสัมผัสได้ถึงพลังนี้และเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว
“นั่นมัน…”
“นั่นเป็นผู้ปลุกพลังที่กำลังฝึกวิชากระบี่เหรอ?”
“ปราณกระบี่น่ากลัวแบบนี้ ไปถึงขั้นเส้นทางแห่งกระบี่แล้วเหรอ?”
“มีมือกระบี่ที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่ในเมืองวสันตฤดูด้วยเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยล่ะ?”
“ดูจากต้นทางของปราณกระบี่แล้ว มันมาจากคฤหาสน์ในเมืองทางเหนือ ฉันจำได้ว่าเทพกระบี่เป่ยเหออาศัยอยู่ที่นั่น หรือว่าจะเป็นเขานะ?”
“ไม่มีทาง! เทพกระบี่เป่ยเหอออกจากเมืองวสันตฤดูไปในกาแล็กซีตั้งแต่สามสิบปีก่อนแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ครั้งสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้ว ถ้าเขากลับมา ฉันต้องรู้เรื่องแล้วแน่!”
“นอกจากเทพกระบี่เป่ยเหอแล้ว ใครจะมีวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งขนาดนี้อีกล่ะ?”
“รีบไปดูดีกว่า!”
“ไม่ว่าจะเป็นเทพกระบี่หน้าใหม่หรือผู้แข็งแกร่งที่ผ่านมา ฉันจะพลาดไม่ได้ ถึงจะไม่ได้เข้าร่วมกองกำลัง อย่างน้อยก็ต้องผูกมิตรกับเขาเอาไว้!”
กลุ่มผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งต่างก็ถกเถียงกัน
ตระกูลและกองกำลังมากมายตอบสนองต่อสิ่งนี้อย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างก็ส่งผู้ปลุกพลังของตัวเองไปตรวจสอบดูทันที