ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 466 อีกาโลหิต และ พบเขตแดนลับ!
บทที่ 466 อีกาโลหิต และ พบเขตแดนลับ!
มันเป็นฝูงของนกที่มีรูปลักษณ์อย่างอีกา ขนของพวกมันแต่งแต้มด้วยสีแดงราวเลือด พุ่งทะยานท่ามกลางความมืดอย่างรวดเร็ว หากสิ่งที่ต่างจากสัตว์โดยทั่วไปก็คือ พวกมันล้วนปราศจากลมหายใจแห่งชีวิต มีเพียงความว่างเปล่าอันดิ่งลึก คล้ายวิญญาณสลายสิ้นมาเนิ่นนาน
ที่น่าแปลกก็คือ…
กลิ่นอายแห่งพลังที่กำซาบจากกายนั้นทรงพลังมหาศาล ยามที่พวกมันกระพือปีก ลมพายุรุนแรงก็พลันก่อตัว
“นี่มันสุดยอดสัตว์อสูรประดิษฐ์ อีกาโลหิต!”
กวนหนิงหนิงขมวดคิ้วทั้งเอ่ยเสียงทุ้ม
อีกาโลหิต!
แน่นอนว่าการจัดการสัตว์อสูรประดิษฐ์ประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย กลับกัน ความแข็งแกร่งของอีกาโลหิตนั้นเยี่ยมยอดยิ่ง เป็นสิ่งเดียวที่เทียบเทียมได้กับราชันย์เทพยุทธ์
อีกทั้งมันมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงอย่างน้อยหลายสิบตัว พวกมันเชี่ยวชาญในด้านผสานการโจมตี เมื่อใดก็ตามที่พวกมันกระพือปีกพร้อมกัน ก็เพียงพอจะก่อให้เกิดอณูแห่งความมืดขึ้นในอากาศ หากโดนโจมตีเข้าแม้เพียงหนึ่งครั้ง ก็รุนแรงพอจะสร้างความเสียหายได้ทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ
บอกได้คำเดียว
ไม่ง่ายที่จะรับมือ!
อย่างไรก็ดี พลังกระพือปีกอีกาโลหิตก็เป็นเพียงหนึ่งในปัญหาอีกล้านแปด สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อพวกมันขยับกาย ก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มหาศาลซึ่งอาจดึงดูดสัตว์อสูรประดิษฐ์อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง
หากถูกพวกมันล้อมไว้แล้ว ก็จะตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตทันที
สำหรับในเขตแดนลับนี้ หากยังรักตัวกลัวตายก็ต้องหลีกเลี่ยงบรรดาสัตว์อสูรประดิษฐ์เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
“หรือพวกเราควรจะซ่อนดี!”
ผู้ปลุกพลังตระกูลกวนกระซิบ
“สายไปแล้วละ!”
กวนหนิงหนิงเอ่ยขึ้น “ฝูงอีกาโลหิตกำลังจับตามองพวกเราอยู่ หนีพวกมันไม่พ้นหรอก… ตอนนี้ทำได้แค่ต่อสู้เท่านั้น ต้องพยายามอย่างถึงที่สุดและคิดอย่างรวดเร็ว!”
“ก๊า! ก๊า! ก๊า!”
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนา สายตาคมกริบของอีกาโลหิตก็จับจ้องมาที่พวกเขาพร้อมส่งเสียง
พวกมันกระพือปีกพร้อมกัน สร้างคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นออกมาทันที
“สร้างค่ายกลป้องกัน เร็วเข้า ตอบโต้พวกมันให้เร็วที่สุด!”
กวนหนิงหนิงตะโกน
หญิงสาวยื่นมือออกไป ก่อนบางสิ่งในมือจะเปล่งแสงสว่างออกมา กลายเป็นเกราะกำบังผู้คนไว้จากลมพายุ
แกร๊ก! แกร๊ก!
รูปลักษณ์ของมันอาจดูไม่ทรงพลังนัก ทว่ายามที่มันกระทบกับสิ่งกีดขวางใด เพียงชั่วอึดใจ สิ่งเหล่านั้นก็เริ่มส่งเสียงครวญครางและแตกเป็นเสี่ยง ๆ
โชคดีที่ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ล้วนหูตาว่องไว พวกเขานำตราออกมาโบกไปมา ไม่นาน ตราเหล่านั้นก็เปล่งแสงสีทองออกมา ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นเกราะป้องกัน ทำหน้าที่ปกป้องพวกเขาเอาไว้
“ตราแสงศักดิ์สิทธิ์ สมบัติพิเศษที่ถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อจัดการกับพายุอณูแห่งความมืดในเขตแดนลับโดยเฉพาะ!”
ฉู่โม่วรู้จักของชิ้นนี้
มันถูกพูดถึงอยู่ในชุดข้อมูลเขตแดนลับที่เขาเคยซื้อมา เมื่อได้เห็นจึงแทบจะร้องอ๋อขึ้นมาในทันที
เพียงพริบตาเดียว พายุอณูแห่งความมืดก็ปะทะกับเกราะป้องกันและระเบิดขึ้นด้วยเสียงอันดัง
ทว่า…
ยามที่หน้ากากเผชิญหน้ากับพายุอณูแห่งความมืด มันก็เพิ่มความแข็งแกร่งในการป้องกันขึ้นอย่างมาก และปล่อยคลื่นพลังระลอกหนึ่งออกมา
“ฆ่ามัน!”
หลักจากที่สกัดกั้นการโจมตีของอีกาโลหิตได้ในครั้งแรก เหล่าผู้ปลุกพลังก็เริ่มตะโกนและตอบโต้กลับ
พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ปลุกพลังที่อยู่ในชั้นราชันย์เทพยุทธ์ขั้นสูงสุด แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของพวกเขามีมากกว่าราชันย์เทพยุทธ์โดยทั่วไป เหตุนี้ภาพการต่อสู้เบื้องหน้าจึงเสมือนมีการระเบิดพลังอันสุดแสนตระการตา พวกเขาแต่ละคนรับมือกับสัตว์อสูรประดิษฐ์นั้นคราวละตัวสองตัว ไม่คิดจะให้พวกมันได้เหลือรอด
พลังของกวนหนิงหนิงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เธอยื่นฝ่ามือทั้งสองออกมาทีละข้าง บังเกิดแสงจ้าที่ขยับวูบไหวไปมา เมื่อแสงนั้นตกลงยังร่างกายของศัตรู มันก็จะส่งเสียงโอดครวญเล็กน้อยก่อนร่วงหล่นยังเบื้องล่าง
การเคลื่อนไหวของเธอสง่างามมาก
เมื่อเทียบกันแล้ว ดูเหมือนว่าซูเจาเจาจะยังเหนือชั้นมากกว่าพอสมควร
เด็กสาวกวัดแกว่งกระบี่ที่ใหญ่กว่าตัวเองด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนจะพุ่งตัวเขาไปหาอีกาโลหิตด้วยร่างที่เหมือนพายุคลั่ง ไม่ว่าเธอจะผ่านไปที่ใด ขนของอีกาสีแดงเหล่านั้นก็พลันปลิวกระจายว่อน!
ภายใต้การนำของสตรีทั้งสองรวมถึงผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ฉู่โม่วแทบไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงให้ใครได้เห็น ท่ามกลางความวุ่นวายมีเพียงภาพอีกาโลหิตถูกกวาดล้างเท่านั้น
ไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าการฆ่าสัตว์อสูรประดิษฐ์เหล่านั้นก็ทำให้ได้รับผลประโยชน์บางอย่าง
ฉู่โม่วพยายามลองจัดการกับพวกมัน เขารู้สึกราวกับว่ามีจุดแสงหนึ่งหลุดออกมาจากซากร่างนั้นและไหลเข้าไปในกายของเขา ราวกระแสน้ำอุ่นแทรกเข้ามาแผ่ซ่านสู่ภายใน
ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในร่างกาย
แต่เขาไม่รู้แน่ชัดนักว่ามันคือสิ่งใด
จากการคาดเดา ที่เขายังไม่รู้ชัดคงเป็นเพราะยังมีจุดแสงดังกล่าวในปริมาณน้อยเกินไป
“ถ้าดูตามบันทึก สัตว์อสูรประดิษฐ์พวกนี้เป็นเพียงสิ่งสร้างทั่ว ๆ ไป พูดก็พูดเถอะ มันไม่ได้ยิ่งใหญ่พอจะถือเป็นนวัตกรรมได้ เป็นเพียงผลผลิตหนึ่งจากอารยธรรมเท่านั้น ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีอะไรมาก เป็นแค่ร่องรอยเล็กน้อย”
“มีเพียงสัตว์อสูรประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นในซากปรักหักพังของเขตแดนลับเท่านั้นที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า และพวกมันก็มีอารยธรรมมากกว่าด้วย หากจัดการพวกมัน ก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างงาม!”
ฉู่โม่วทบทวนอยู่ในใจ เฝ้ารอให้สิ่งนั้นถึงคราวเกิดขึ้น
ขณะที่อีกาโลหิตยังคงถูกสังหารอยู่เช่นนั้น ที่เหลือก็ตระหนักได้ว่าตนเป็นเช่นดังเป้านิ่ง ดังนั้นพวกมันจึงคิดที่จะล่าถอย
“ไม่ต้องตาม รีบออกไปจากที่นี่เร็ว!”
กวนหนิงหนิงตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อเห็นว่ามีคนกำลังไล่ตามศัตรูไป
พวกเขาทำตามคำสั่ง
ไม่นานกลุ่มคนก็ผละจากไปจนหมด
ณ สถานที่ซึ่งเคยเป็นดั่งสมรภูมิ สัตว์อสูรประดิษฐ์ขนาดใหญ่ที่มีความสูงราว ๆ ร้อยเมตรและเปล่งรัศมีสีทองเจิดจ้าก็ปรากฏตัวขึ้น มันมีดวงตาที่ฉายแสงสีขาวสองคู่ อยู่บนหัวคู่หนึ่ง หน้าอกอีกคู่หนึ่ง ซึ่งปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ดวงตาทั้งสี่ของมันกวาดมองสถานการณ์โดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใด มันก็ก้าวเดินออกไปด้วยความสงสัย
…
กลุ่มของผู้ปลุกพลังยังคงเดินทางต่อ
หลังจากเผชิญหน้ากับอีกาโลหิต พวกเขาเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น กระนั้นเขตแดนลับก็ยังเป็นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย ไม่ว่าพวกเขาจะก้าวย่างยังที่ใด จะระแวดระวังเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์วิกฤตได้
ในวันที่สองของการออกสำรวจ พวกเขาจึงได้พบกับกลุ่มของสัตว์อสูรประดิษฐ์ไปราว ๆ สิบหน บางทีก็เจอกันทั้งกลุ่ม บางทีก็เจอตอนที่อยู่ลำพัง
พวกมันเป็นสัตว์อสูรประดิษฐ์ที่แข็งแกร่งมาก ทั้งยังต่อกรได้ยากยิ่ง ล้วนแต่มีวิธีโจมตีที่แปลกประหลาดและยากจะคาดเดา
แม้ว่าทุกคนจะระวังตัวอย่างดีแล้วและมีสติเท่าทันพร้อมรับมือ หากเมื่อผ่านไปสองสามวัน พวกเขาก็เริ่มสูญเสียกำลังพลไปบางส่วน
มีผู้ปลุกพลังเจ็ดคนที่เสียชีวิตในการต่อสู้ และมีอีกมากกว่าสิบที่บาดเจ็บ
ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่ถึงสามวัน แต่กำลังพลก็ใช้การไม่ได้ไปหนึ่งในสี่ส่วนแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเขตแดนลับนี้นั้นอันตรายเพียงไหน
ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีข่าวดี
ในช่วงไม่กี่วันผ่านมา สัตว์อสูรประดิษฐ์ที่พวกเขาฆ่าล้วนสะท้อนอารยธรรมบางอย่าง แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่การสั่งสมของเหล่านี้ก็ช่วยให้พวกเขาได้รับประโยชน์
นั่นก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว
ในวันนี้
พวกเขาเพิ่งทำลายล้างกลุ่มของสัตว์อสูรประดิษฐ์ ไม่นานหลังจากที่พวกเขาออกมาจากที่นั่น สีหน้าของกวนหนิงหนิงก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเธอทอประกายแห่งความยินดี “ฉันสัมผัสได้… เขตแดนลับอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง!”