ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 481 พรสวรรค์ระดับเทวะ และ ซื้อสายแร่
บทที่ 481 พรสวรรค์ระดับเทวะ และ ซื้อสายแร่
ยานบินมาถึงยังท่าอากาศยานและจอดลงตามแรงดึงดูดของท่าอากาศยานอวกาศ
เมื่อประตูเปิดออก ผู้ปลุกพลังทุกคนก็ก้าวออกมาจากยานบิน
“ในที่สุดก็ถึงบ้านสักที!”
เมื่อได้ยืนอยู่บนพื้นของท่าอากาศยาน ฉู่โม่วก็หันไปมองผู้ปลุกพลังที่เดินพลุกพล่านไปมา รวมไปถึงยานบินที่ลอยขึ้นและลงจากอวกาศ ทำให้เขาอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ได้
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ ฉันไปก่อนนะ!”
ในตอนนั้นเอง ผู้ปลุกพลังส่วนหนึ่งก็มากล่าวลาฉู่โม่วก่อนจะกลับไปที่บ้านอย่างอดรนทนไม่ไหว
“บ๊ายบาย!”
ฉู่โม่วยิ้มและพยักหน้า
“ลาก่อนนะ ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
“ขอบคุณราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้นะ ฉันไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย ถ้าในอนาคตมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลยนะ!”
“ใช่แล้ว ถ้าเป็นราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ละก็ แค่บอกก็พอแล้ว!”
พวกเขาต่างพูดออกมาคนแล้วคนเล่า ก่อนจะจากไปทีละคน ๆ
“ฉู่โม่ว เรากลับด้วยกันเถอะ”
ในตอนนั้นเอง ซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงก็เดินเข้ามาหา
“ได้เลย”
ฉู่โม่วพยักหน้า
แล้วทั้งสามก็ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติด้วยกันและกลับไปยังเมืองวสันตฤดูบนดาวเคราะห์สีเงิน
“ฉู่โม่ว พวกฉันไปก่อนนะ!”
เมื่อออกมาจากแท่นเคลื่อนย้ายมิติ เด็กสาวทั้งสองก็กล่าวลาและกลับไปที่บ้านเพื่อตรวจสอบสมบัติที่ได้มาทันที
ฉู่โม่วเองก็คิดจะทำแบบนั้นเช่นกัน
เขาได้รับส่วนแบ่งมากที่สุดจากการเข้าไปในเขตแดนลับครั้งนี้ โดยเฉพาะมรดกแห่งอารยธรรมมากมาย ในตอนนี้ร่างกายของเขามาถึงจุดสูงสุดแล้ว และสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มจึงไม่อยากมาเสียเวลาอยู่ข้างนอก
ทั้งสามกล่าวลากัน แต่ก่อนที่จะแยกกันไป ต่างฝ่ายต่างก็ตกลงกันว่าจะมาเจอกันในเครือข่ายโลกเสมือนจริงเมื่อมีเวลาว่าง
แน่นอนว่าฉู่โม่วตอบตกลง
เมื่อเห็นสองสาวหายไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ ชายหนุ่มก็กลับไปที่บ้านหลังจากที่หายตัวไปเป็นเวลานาน
เมื่อกลับมาถึง
ฉู่โม่วก็เปิดค่ายกลขนาดใหญ่และเข้าไปในห้องเงียบทันที
“ฝึกฝน!”
“ดูดซับมรดกแห่งอารยธรรมให้เร็วที่สุด!”
เขาไม่ได้สนใจสิ่งอื่น ๆ มากนัก แต่กลับเข้าสู่สภาวะทำสมาธิทันที
ฉู่โม่วสังหารสิ่งมีชีวิตในเขตแดนลับไปมากกว่าร้อยตัว ทำให้มรดกอารยธรรมที่ได้รับมานั้นมากมายมหาศาล
แม้ว่าพรสวรรค์และทักษะมากมายจะถูกดูดซับไปจนหมดแล้วก็ยังมีมรดกแห่งอารยธรรมสะสมอยู่ในร่างกายมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องดูดซับให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นก็อาจกลับกลายเป็นตัวถ่วงแทนได้เช่นกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็เริ่มใช้พรสวรรค์มากมายในร่างกายและเริ่มดูดซับมันอย่างรวดเร็วทันที
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในพริบตาเดียว เวลากว่าสามเดือนก็ผ่านพ้นไป และมรดกแห่งอารยธรรมที่สะสมอยู่ในร่างกายของเขาก็ถูกดูดซับไปกว่า 90% แล้ว
ในวันนี้
หึ่ง!
เสียงสั่นสะเทือนดังออกมาจากร่างกายของฉู่โม่ว ส่วนสุดท้ายของอารยธรรมโบราณในร่างกายของเขาถูกดูดซับไปแล้ว และชายหนุ่มก็ตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝน
“หลังจากผ่านมาสามเดือน มรดกอารยธรรมก็ถูกดูดซับจนหมดสักที!”
เขาลืมตาขึ้น และลำแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองก็พุ่งออกมาจากดวงตาของเขา แม้ว่าพวกมันจะส่องสว่างอยู่ไม่นาน วินาทีที่มันปรากฏขึ้น พื้นที่โดยรอบก็ต้องสั่นไหวอย่างรุนแรง และมีรัศมีน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกไปในอากาศ
ระหว่างช่วงเวลาสามเดือนของการฝึกฝนอย่างหนักนี้ หลังจากที่ฉู่โม่วดูดซับมรดกแห่งอารยธรรมทั้งหมดไป พรสวรรค์พื้นฐานของเขาก็พัฒนาขึ้นมหาศาล
อย่างแรกคือพรสวรรค์ต่าง ๆ ที่เขามี
เมื่อคิดเช่นนั้น ข้อมูลมากมายก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพันระดับเทวะ (กฎเกณฑ์มายา), กายากระบี่เทวะระดับราชันย์]
[พรสวรรค์ : พรสวรรค์วิชากระบี่ระดับเทวะ, ธาตุไฟระดับตะวัน, ธาตุโลหะระดับตะวัน, ธาตุไม้ระดับตะวัน, ธาตุน้ำระดับตะวัน, เพลงหมัดระดับตะวัน, ธาตุแสงระดับตะวัน, ธาตุมืดระดับตะวัน, ธาตุลมระดับราชันย์, ธาตุดินระดับราชันย์, ห้วงมิติระดับราชันย์, พลังฝ่ามือระดับราชันย์, พลังเนตรระดับดาราลับฟ้า, ห้วงเวลาระดับดาราลับฟ้า, แรงโน้มถ่วงระดับดาราลับฟ้า, ห้วงวิญญาณระดับสูงสุด, ห้วงกำเนิดใหม่ระดับ 5, พรสวรรค์ควบคุมอสูรระดับ 2]
…
เห็นได้ชัดว่า
ในตอนนี้ พรสวรรค์มากมายของฉู่โม่วได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงสะท้านโลกมา!
โดยเฉพาะกายาอสนีบาตคงกระพันและพรสวรรค์วิชากระบี่ที่เคยเป็นระดับตะวันของชายหนุ่มได้กลายเป็นพรสวรรค์ระดับเทวะแล้ว!
ระดับเทวะ!
นี่คือพรสวรรค์ที่เหนือกว่าระดับตะวัน!
หลังจากที่ดูดซับมรดกแห่งอารยธรรมเข้าไป พรสวรรค์ของฉู่โม่วก็เปลี่ยนแปลงไป จากระดับตะวันเป็นระดับเทวะ!
พรสวรรค์ระดับเทวะนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าพรสวรรค์ระดับตะวันมาก แค่ช่องว่างระหว่างทั้งสองขั้นก็แทบจะต่างกันราวกับเมฆและโคลนแล้ว!
อสนีบาตคงกระพันของฉู่โม่วเองก็เช่นกัน…
ก่อนหน้านี้ที่เขายังอยู่ในระดับตะวัน เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจในหลักการจำลองได้ แต่ตอนนี้ หลังจากที่มีอสนีบาตคงกระพันระดับเทวะ ฉู่โม่วก็พบว่ามีคลื่นพลังลึกลับแห่ธาตุสายฟ้าล่องลอยอยู่รอบกาย
ดูเหมือนว่าเขาแค่ต้องใช้ความคิดเพียงเล็กน้อยในการเข้าใจหลักการนี้อย่างกระจ่างแจ้ง
เรียกได้ว่า…
หลังจากที่ฉู่โม่วมีกายาอสนีบาตคงกระพันระดับเทวะแล้ว สิ่งที่ลึกลับก็ไม่ลึกลับสำหรับเขาอีกต่อไป เขากระทั่งเล่นกับความลึกลับแห่งสายฟ้าที่อยู่รอบกายได้ตามใจชอบเสียด้วยซ้ำ
นี่ถือว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด!
ต้องรู้ด้วยว่าหากผู้ปลุกพลังไม่ได้เข้าใจในหลักการดูดซับ พวกเขาจำเป็นต้องมีความเข้าใจอันลึกซึ้งเพื่อเคลื่อนพลังแห่งสวรรค์และโลก ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งเท่าไร ก็จะสามารถใช้อณูแห่งชีวิตของสวรรค์และโลกในการต่อสู้ได้มากขึ้นเท่านั้น และพละกำลังของพวกเขาก็จะทรงพลังมากยิ่งขึ้นไปด้วย
ฉู่โม่วสามารถเล่นกับความลึกลับนี้ได้ ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถควบคุมความลับแห่งสวรรค์และโลกได้ตามใจชอบ หากต้องต่อสู้กับศัตรูในอนาคตและอีกฝ่ายแค่เชี่ยวชาญในความลับ เขาก็สามารถตัดความลับนั้นทิ้งได้ ทำให้ศัตรูไม่สามารถใช้อณูแห่งชีวิตของสวรรค์และโลกได้แม้แต่น้อย
เพียงแค่นี้ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนแล้ว
แน่นอนว่า
ในตอนนี้ฉู่โม่วมีแค่พรสวรรค์กายาอสนีบาตคงกระพันและวิชากระบี่ที่ไปถึงระดับเทวะแล้ว เขาจึงควบคุมได้เพียงความลึกลับของสองพรสวรรค์นี้เท่านั้น และส่งผลต่อความลับอื่น ๆ ได้เพียงเล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ทรงพลังมากแล้ว
“มิน่าล่ะ ผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ถึงทรงพลังนัก บางทีนอกจากพละกำลังของระดับขั้นแล้ว คงเป็นเพราะคนที่ฝึกไปถึงขั้นเทวะยุทธ์ได้จะต้องมีพรสวรรค์ระดับเทวะด้วยสินะ!”
ฉู่โม่วนึกขึ้นได้และคิดอยู่ในใจ
และหากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉู่โม่วจะต้องเป็นฝ่ายได้เปรียบมากแน่
เพราะเขามีระบบกลืนกิน เขาสามารถเพิ่มพรสวรรค์ทั้งหมดไปให้ถึงระดับเทวะได้อย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็จะสามารถควบคุมพรสวรรค์ทั้งหมดได้ตามใจชอบ ในตอนนั้น ตราบใดที่พรสวรรค์ยังไม่สูงเกินไปกว่าเขา แม้ว่ามันจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวเขาเอง ฉู่โม่วก็ยังสามารถใช้งานมันได้ด้วยการควบคุมนี้
หากมองจากจุดนี้ นั่นก็เหมือนกับการโจมตีห้วงมิติ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
นอกจากสองพรสวรรค์ที่พัฒนาขึ้นเป็นระดับเทวะแล้ว
พรสวรรค์ธาตุมืดของฉู่โม่วก็พัฒนาขึ้นจากระดับราชันย์เป็นระดับตะวันและกายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้ากลายเป็นระดับราชันย์
ส่วนพรสวรรค์อื่น ๆ นั้น แม้ว่าระดับขั้นจะไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น พวกมันก็พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน หลังจากที่พวกมันได้เผชิญหน้ากับการพัฒนาครั้งใหญ่ ฉู่โม่วแค่ต้องกลืนกินพรสวรรค์ในระดับเดียวกันและพัฒนาระดับขั้นพรสวรรค์แทบทั้งหมดได้ในทันที
“การเดินทางไปเขตแดนลับครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ!”
ฉู่โม่วกล่าวอย่างมีความสุข
พรสวรรค์แห่งห้วงมิติระดับราชันย์และพรสวรรค์ธาตุแสงระดับตะวันถูกกลืนกินมาจากอสูรล่าอาภา
เพราะสังหารสิ่งมีชีวิตในเขตแดนลับหลายร้อยตัวและได้รับมรดกแห่งอารยธรรมมามากมาย พรสวรรค์ทั้งสองจึงพัฒนาขึ้นจากระดับตะวันเป็นระดับเทวะ และพรสวรรค์อื่น ๆ ก็พัฒนาขึ้นไปตาม ๆ กัน
นอกจากนี้ เขายังได้รับทรัพยากรมูลค่ากว่า 8 พันล้านเหรียญเงินครามมาอีกด้วย
ท้ายที่สุด
คือโลงศพผลึกแก้วลึกลับ
ข้างในโลงศพมีหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับใหลอยู่ข้างใน แค่มูลค่าของหยกเบิกสวรรค์ก็วัดมูลค่าไม่ได้แล้ว
“มรดกแห่งอารยธรรมถูกดูดซับหมดแล้ว ได้เวลาเริ่มฝึกกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์ที่บันทึกอยู่ในหยกเบิกสวรรค์แล้ว!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
ฉู่โม่วยังขาดเงื่อนไขอย่างหนึ่งในการฝึกกระบวนท่าลับเบิกสวรรค์ เขาต้องพัฒนาพรสวรรค์วิชาฝ่ามือซึ่งอยู่ในขั้นราชันย์ให้เป็นระดับตะวันก่อน ซึ่งจะต้องใช้การช่วยเหลือจากน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์
คราวนี้
ฉู่โม่วเก็บหยกลึกลับทั้งหมดเข้าไปในโลกในฝ่ามือ ทำให้สายแร่หยกขนาดเล็กกลายเป็นขนาดกลาง และสายแร่ขนาดกลางบางส่วนก็กลายเป็นขนาดใหญ่ไปด้วย ส่วนต้นซากุระสวรรค์ก็ผลิตน้ำเลี้ยงตลอดทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่ แต่ก็ยังเหลือปริมาณน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์ที่ต้องใช้ในการพัฒนาพรสวรรค์เป็นระดับตะวันอีกมาก
นอกจากนี้
ฉู่โม่วตั้งใจจะทุ่มสุดตัวและพัฒนาพรสวรรค์ที่เพิ่งจะได้รับมาใหม่ด้วย
แม้ว่าพรสวรรค์ก่อนหน้าจะไม่สามารถพัฒนาด้วยน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์ได้อีกต่อไป แต่เขาก็ยังสามารถพัฒนาพรสวรรค์แห่งห้วงเวลาได้ หากเขาสามารถพัฒนามันเป็นระดับราชันย์ได้ พรสวรรค์แห่งห้วงเวลาของเขาก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
และหากเขาอยากจะทำให้สำเร็จ…
“ซื้อสายแร่มาเพิ่มผลผลิตของต้นซากุระสวรรค์ในแต่ละวันแล้วกัน!”
ฉู่โม่วพึมพำ
ตอนนี้เขามีทรัพยากรมูลค่ากว่า 8 พันล้านเหรียญเงินคราม ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด และเพียงพอที่จะซื้อสายแร่ที่ฉู่โม่วต้องใช้ได้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดแล้วก็ต้องทำ
ฉู่โม่วเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลกเสมือนจริงและเข้าไปในนั้น
เมื่อเปิดแผนที่ดูและค้นหาถนนเส้นการค้าเสร็จ ฉู่โม่วก็ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติไปที่หอศักดิ์สิทธิ์
“สวัสดีค่ะท่านผู้ปลุกพลัง มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?”
พนักงานสาวหน้าตาน่ารักเข้ามาต้อนรับและถามพร้อมยิ้มกว้าง
“ฉันอยากซื้อสายแร่หินปฐมกาลน่ะ สายแร่ขนาดใหญ่ แต่ขนาดกลางกับเล็กก็ซื้อได้เหมือนกัน ที่นี่มีขายไหม?”
ฉู่โม่วเข้าประเด็นและถามทันที
“แน่นอนค่ะ!”
พนักงานสาวยิ้มและกล่าว “หอศักดิ์สิทธิ์มีสายแร่มากมายในทางช้างเผือกและเรียกได้ว่ามีจำนวนมหาศาลเลยค่ะ ฉันเชื่อว่าคุณต้องเจอสายแร่ที่ต้องการที่นี่แน่ ๆ… ตามฉันมาเลยค่ะ!”
เมื่อพูดจบ
เธอก็นำทางฉู่โม่วไปยังพื้นที่รับรองและให้พนักงานอีกคนนำขนมและชามาเสิร์ฟ แล้วจึงดึงจอภาพเหมือนจริงออกมา เปิดไปยังรายการสายแร่ ก่อนจะส่งมันให้กับฉู่โม่ว