ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 486 นัดเจอกันอีกครั้ง และสมบัติยุคโบราณ!
บทที่ 486 นัดเจอกันอีกครั้ง และสมบัติยุคโบราณ!
ในเวลานี้ พรสวรรค์ของฉู่โม่วเปลี่ยนไปมากกว่าเดิมเล็กน้อย
พรสวรรค์แรงโน้มถ่วงจากเดิมระดับดาราลับฟ้าเลื่อนเป็นระดับราชันย์
พรสวรรค์ห้วงกำเนิดใหม่และพรสวรรค์ควบคุมสัตว์อสูรจากเดิมระดับ 4 เลื่อนเป็นระดับ 5
สำหรับพรสวรรค์ห้วงวิญญาณยังไม่ได้รับการพัฒนา เนื่องจากน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์นั้นเหลือไม่เพียงพอ
แต่จะกล่าวว่าน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์ไม่เพียงพอก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะเพียงทิ้งระยะเวลาให้ต้นซากุระผลิตน้ำขึ้นมาใหม่ ก็สามารถใช้พัฒนาพรสวรรค์ต่อในอนาคตได้แล้ว
ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว
‘ฉันเก็บตัวฝึกฝนมานานเกินไปแล้ว ออกไปข้างนอกยืดเส้นยืดสายบ้างดีกว่า!’
‘ระหว่างนั้นก็รวบรวมสมบัติที่ช่วยให้รู้แจ้งและยกระดับพลังไปเป็นขั้นเทียมเทพ รวมถึงสำเร็จกระบวนท่าฝ่ามือเบิกสวรรค์!’
ฉู่โม่วยืนขึ้นหลังจากวางแผนเสร็จสรรพ
ทันใดนั้น เขาก็ออกจากดาวเหมืองแร่ส่วนตัวและบินออกไปในห้วงอวกาศ ก่อนจะเดินทางด้วยความเร็วแสงตามเส้นทางที่เขาจากมา
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ฉู่โม่วก็กลับมาถึงดาวเคราะห์ที่ใกล้ที่สุดซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ ก่อนจะจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วออกเดินทางต่อทันที
เขาข้ามมายังดาวเคราะห์ที่มีท่าอากาศยานสาธารณะ
หลังจากรอมาสองวัน ในที่สุดฉู่โม่วก็หายานอวกาศกลับไปดาวเคราะห์สีเงินได้สำเร็จ
…
ไม่กี่วันต่อมา
ฉู่โม่วเดินทางกลับมาถึงดาวเคราะห์สีเงิน และรีบใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติกลับคฤหาสน์ทันที
เขาจากที่นี่ไปเกือบสองเดือนแล้ว ทว่าคฤหาสน์ยังคงสะอาดใหม่เหมือนเดิมและไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ แม้แต่น้อย
หลังจากพักผ่อนไปสักพัก ชายหนุ่มก็เชื่อมต่อกับเครือข่ายโลกเสมือนระหว่างดวงดาว และตั้งใจจะเข้าไปตรวจสอบในหอศักดิ์สิทธิ์ เพื่อดูว่ามีสมบัติใดบ้างที่จะสามารถช่วยเหลือให้เขารู้แจ้งได้
พรึ่บ!
ในเครือข่ายโลกเสมือน ฉู่โม่วปรากฏตัวท่ามกลางเมืองซึ่งกำลังอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด!
เมื่อกำลังจะไปที่หอศักดิ์สิทธิ์ ฉู่โม่วก็เห็นว่าช่องหน้าต่างเพื่อนกำลังสั่นจึงเปิดดู และพบว่าเป็นซูเจาเจากับกวนหนิงหนิงที่ทิ้งข้อความไว้ถึงเขา
“ฉู่โม่ว คุณอยู่ไหม”
“ฉันมีอะไรจะถามคุณ ถ้าเห็นข้อความนี้โปรดตอบด้วย!”
นี่คือข้อความของกวนหนิงหนิง
เขาเปิดดูข้อความของซูเจาเจาต่อ
“ฉู่โม่ว ฉู่โม่ว ฉันมีข่าวดีจะบอกคุณ!”
“คุณออนไลน์อยู่หรือเปล่า”
“เมื่อไหร่คุณจะออนไลน์เนี่ย!”
“คุณหายหัวไปไหน เก็บตัวฝึกฝนอยู่เหรอ ฉันอยากรู้น่ะ”
“ถ้าคุณกลับมาเมื่อไหร่ ก็ตอบกลับด้วยนะ!”
เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ ฉู่โม่วก็อดยิ้มไม่ได้
เขาค่อนข้างสงสัยว่าทำไมทั้งสองถึงทิ้งข้อความไว้พร้อม ๆ กัน และกำลังจะตอบกลับ
แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็เห็นข้อความใหม่จากกวนหนิงหนิง
ยังไม่ทันได้เปิดดู ทางด้านซูเจาเจาก็ส่งข้อความใหม่มาเช่นกัน
งั้นเปิดข้อความกวนหนิงหนิงก่อนแล้วกัน
“ฉู่โม่ว ในที่สุดคุณก็ออนไลน์แล้ว ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนเหรอคะ? ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ ยังไงก็ตามมานะคะ ตอนนี้ฉันอยู่กับซูเจาเจา!”
“[ตำแหน่ง]”
อันแรกคือข้อความ และอันที่สองคือตำแหน่งพิกัด
“ได้ครับ!”
ฉู่โม่วตอบตกลงทันที
ก่อนจะตรวจสอบข้อความของซูเจาเจา และพบว่าเนื้อความใกล้เคียงกับของกวนหนิงหนิง เขาจึงตอบกลับและรีบมาตามพิกัดทันที
ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงน้ำชาที่มีบรรยากาศเงียบสงบแห่งหนึ่งตามตำแหน่งพิกัด
หลังจากนั้นก็แจ้งหมายเลขห้องให้กับพนักงานเพื่อให้ช่วยนำทาง
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไป
พบกับซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงที่กำลังแสดงสีหน้าตื่นเต้นมาทางเขา
“ฉู่โม่ว ในที่สุดคุณก็มาสักที!”
ทั้งสองรีบขอให้ชายหนุ่มนั่งลง ก่อนจะขอให้พนักงานเอาเครื่องดื่มมาเพิ่ม
หลังจากพนักงานทำธุระเสร็จแล้ว เขาก็ถามว่า “พวกคุณตามหาฉันทำไมเหรอ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นครับ? หรือว่าจะพาไปสำรวจเขตแดนลับอีกแล้ว?”
ชายหนุ่มพูดเย้าหยอก
“คุณจะบ้าเหรอ สถานที่อย่างเขตแดนลับต้องอาศัยโชคอย่างมากถึงจะพบสักแห่ง เราจะไปหามันเจออีกเร็วขนาดนั้นได้ยังไง!”
ซูเจาเจาส่ายหัว
จากนั้นก็พูดต่อว่า “เอาเถอะ… ที่ฉันเรียกคุณมาครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนลับหรอก แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน… คุณรู้จักงานประมูลของหอศักดิ์สิทธิ์ไหม?”
“อืม พอรู้บ้าง!”
ฉู่โม่วพยักหน้าและพูดว่า “เมื่อสองเดือนก่อน ระหว่างที่ฉันไปที่หอศักดิ์สิทธิ์เพื่อซื้อดาวเหมืองแร่ ประมุขของหอศักดิ์สิทธิ์ได้พูดถึงและเชิญฉันเข้าร่วมการประมูลเหมือนกัน…ว่าแต่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ หรือมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับการประมูลครั้งนี้งั้นเหรอครับ?”
เขารู้สึกงุนงง
“ใช่ คุณเดาถูกแล้ว!”
ซูเจาเจากล่าวว่า “หอศักดิ์สิทธิ์เป็นถึงหนึ่งในหอการค้าชั้นนำแห่งแดนทิศตะวันออก ดังนั้นการประมูลระดับสูงที่จัดขึ้นโดยพวกเขาก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว และทุก ๆ ครั้งมักจะมีสมบัติล้ำค่าที่ดึงดูดความสนใจผู้ปลุกพลังระดับสูงเสมอ…อาจพูดได้ว่างานประมูลระดับสูงที่จัดขึ้นโดยหอศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเสียงมากในแดนทิศตะวันออก!”
แม้จะยังไม่มีการประกาศข่าวงานประมูลอย่างเป็นทางการ แต่ฉันได้ข่าวบางอย่างมาจากตระกูล ว่ากันว่าบรรดาสมบัติในงานประมูลครั้งนี้ จะมีสมบัติโบราณล้ำค่าอยู่หนึ่งชิ้นที่เป็นพระเอกของงาน!”
สมบัติโบราณเหรอ?
เมื่อได้ยินคำแปลก ๆ นี้ ฉู่โม่วรู้สึกมึนงง “สมบัติโบราณคืออะไรงั้นเหรอ”
ซูเจาเจาอธิบาย “ฉู่โม่ว คุณจำประสบการณ์ตอนที่ไปเขตแดนลับได้ใช่ไหม? เราสันนิษฐานว่าสมบัติชิ้นนี้มาจากเขตแดนลับเช่นกัน ก่อนจะพบว่าสมบัติชิ้นนี้ไม่ใช่ของยุคปัจจุบัน และเมื่อถูกตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ก็พบว่ามันมาจากยุคโบราณจริง ๆ!”
มนุษย์ยุคโบราณ?
ฉู่โม่วพบว่าตัวเองไม่เคยได้ยินคำนี้อีกเช่นกัน
“ใช่แล้ว!”
กวนหนิงหนิงพูดอธิบายประโยคของซูเจาเจา
เธอพูดอย่างเป็นกันเองว่า “วิทยายุทธ์ของมนุษย์ยุคโบราณนั้นทรงพลังไม่ต่างจากยุคเรา และในบางแง่มุมพวกเขาก็เหนือกว่าเราไปมากเช่นกัน ดังนั้นสมบัติโบราณของคนยุคนั้น ก็อาจเป็นยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์หรืออาจเป็นสมบัติบางอย่างที่ทรงพลังมากเช่นกัน!”
“ไม่ใช่ทุกสิ่งที่สามารถตกทอดมาจากยุคโบราณจนเป็นสมบัติล้ำค่าได้ แต่หากมันถูกเรียกขานด้วยชื่อนี้ละก็ คุณก็มั่นใจได้เลยว่ามันจะต้องเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน แม้แต่ตัวตนขั้นมหาเทวะยุทธ์ก็ยังหักห้ามใจไม่ร่วมประมูลไม่ได้!”
เธออธิบาย
กวนหนิงหนิงนิ่งเงียบไปชั่วคราว ก่อนจะพูดต่อว่า “ฉู่โม่ว คุณรู้ไหมว่านี่หมายความว่ายังไง”
เมื่อเธอพูดประโยคนี้จบ ความปรารถนาอันแรงกล้าก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวยชนิดที่ฉู่โม่วไม่เคยเห็นมาก่อน!