ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 504 เก้ากระบวนท่าสำรวจดารา และ หมอกแสงสี่ชั้น
บทที่ 504 เก้ากระบวนท่าสำรวจดารา และ หมอกแสงสี่ชั้น
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว มาเริ่มกันเถอะ!”
หลังจากที่ฉู่โม่วกล่าวทักทายทุกคนเสร็จ เทวะยุทธ์อวิ่นซานก็กล่าว
ทันทีที่เขาพูดจบ
ตัวแทนจากหลายกองกำลังที่กำลังยิ้มกว้างและดูใจดีต่างก็เคร่งขรึมขึ้นมาในทันใด
ฉู่โม่วเองก็ยืนรออยู่เงียบ ๆ
ข้างในห้องโถงเงียบลงในทันใด
“เก้ากระบวนท่าสำรวจดารา เริ่มได้!”
ในตอนนั้นเอง
เทวะยุทธ์อวิ่นซานก็โบกมือ แล้วกระจกสีทองแดงก็ปรากฏขึ้นในมือ แต่เมื่อเห็นมือของเขาแตะลงที่ผิวกระจก ลำแสงสีทองนับไม่ถ้วนพลันระเบิดออกมาในทันที
ครืน! ครืน! ครืน!
ลำแสงนั้นดูเหมือนเป็นสัญญาณบางอย่าง
หลังจากนั้น
ห้วงอากาศก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ลมพายุหมุนพลันปรากฏขึ้นและส่งเสียงหวีดหวิวไปทั่วทั้งห้องโถง ทำให้ชุดคลุมของทุกคนในห้องปลิวไสว
ในขณะเดียวกัน ข้างนอกห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุด ที่ปลายของลำแสงสีทองนั้นดูเหมือนจะอยู่ลึกเข้าไปในอีกฝั่งหนึ่งของกาแล็กซี รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวพลันก่อตัวขึ้น
“นี่มันอะไรกัน?”
หัวใจของฉู่โม่วสั่นสะท้าน
แต่ก่อนที่เขาจะได้สติกลับมา
“ในทางช้างเผือก ดาวเคราะห์สีเงินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแผ่นดินหลัก และเมืองวสันตฤดูก็มีหน้าที่ดูแลมัน จู้อวิ๋นซานผู้เป็นทูตของสาขาดาวเคราะห์สีเงินของตำหนักบรรพชนกำลังรอการมาถึงของยอดฝีมือแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่!”
เทวะยุทธ์อวิ่นซานโค้งคำนับและทำความเคารพ พร้อมทั้งตะโกนลั่นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ในตอนนี้ ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ต่างก็ลุกขึ้นยืนตามเทวะยุทธ์อวิ่นซาน และทำความเคารพไปยังปลายลำแสงนั้น
เมื่อพวกเขาพูดจบ
ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งกำลังจับตามองเขาอยู่ มันมองไปรอบ ๆ ห้องโถงแล้วจึงจับจ้องมาที่เขา
“นี่คือเก้ากระบวนท่าสำรวจดารา ซึ่งเป็นสุดยอดกระบวนท่าที่สร้างขึ้นโดยผู้ทรงพลังแห่งตำหนักบรรพชน ด้วยการใช้กระจกแห่งแสงนำทาง มันจะฉายและดึงดูดแสงสีทองซึ่งสามารถข้ามห้วงมิติไร้ที่สิ้นสุดและฉายออกไปไกลได้ ทำให้ยอดฝีมือสามารถมองเห็นภาพที่อยู่ไกลออกไปได้เป็นภาพลวงตา!”
“ฉู่โม่ว การทดสอบกำลังจะเริ่มแล้ว มีผู้อาวุโสในตำหนักบรรพชนอย่างน้อยเจ็ดคนกำลังมองอยู่ คุณต้องทำให้เต็มที่นะ!”
และระหว่างที่ฉู่โม่วสับสนอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหูของเขา
มันเป็นเสียงของเทวะยุทธ์อวิ่นซานผู้ตอบคำถามของเขา
“กระจกแสงนี้สามารถข้ามห้วงมิติได้ ตาเปล่าและกระทั่งภาพลวงตาของยอดฝีมือจากที่ไกลออกไปก็มองเห็นได้เหรอ?!”
ฉู่โม่วตกตะลึงและมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ในใจ
เขาอดหันไปมองที่ปลายแสงกระจกนั้นไม่ได้ แต่เขาก็มองเห็นเพียงแค่แสงประกายสีทองที่สว่างเสียจนไม่สามารถลืมตามองได้เท่านั้น เขามองไม่เห็นภาพอีกฝั่งหนึ่งแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะสามารถใช้พลังเนตรหรือกระทั่งเนตรทองห้าธาตุได้ แต่ตอนนี้ฉู่โม่วจะไม่ทำเช่นนั้น
เขาจึงได้แต่หันกลับมา
“การทดสอบพรสวรรค์จะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”
เทวะยุทธ์อวิ่นซานกล่าวเสียงดังลั่นและกลับลงไปนั่งที่
ผู้ปลุกพลังที่เหลือเองก็นั่งลงและไม่หันเหไปไหนทั้งสิ้น
“ฉู่โม่ว มาเริ่มกันเลย!”
หลังจากที่ทุกคนนั่งลง เทวะยุทธ์อวิ่นซานก็เอ่ยขึ้น
ฉู่โม่วพยักหน้า
เขารู้ว่า
ถึงเวลาที่จะต้องลงมือแล้ว!
ที่ใจกลางห้องโถงมีแท่นยกสูงที่มีวงกลมสลักเอาไว้ มันใช้สำหรับการทดสอบพรสวรรค์และร่างกาย
ฟู่…
หลังจากที่ถอนหายใจออกมา ฉู่โม่วก็ขึ้นไปยืนบนวงกลม
เลือดและพลังปราณไหลเวียน อณูแห่งชีวิตพลุ่งพล่าน
พรสวรรค์มากมายเริ่มทำงาน
ภายในชั่วพริบตา
ครืน! ครืน! ครืน!
จารึกขนาดใหญ่เหมือนจะสัมผัสได้ถึงพลังงานและเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรงทันที หลังจากนั้น พลังงานกระบี่ก็เต็มไปทั่วทุกหนแห่ง มันพุ่งออกจากจารึกและตรงขึ้นไปบนฟ้า ในขณะเดียวกัน จารึกขนาดใหญ่กระทั่งปลดปล่อยหมอกแสงเก้าชั้นออกมาราวกับดวงอาทิตย์เปล่งประกาย
“นี่คือ…”
“หมอกแสงเก้าชั้น? พรสวรรค์ระดับเทวะ?!”
“สวรรค์!”
สายตาของผู้ปลุกพลังมากกว่าสิบคนที่กำลังมองดูอยู่พลันเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คิดว่าฉู่โม่วจะมีพรสวรรค์ระดับเทวะอยู่จริง ๆ!
แม้แต่เทวะยุทธ์อวิ่นซานก็คาดไม่ถึง เขาแสดงความประหลาดใจออกมา แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นความเสียใจแทน
‘น่าเสียดาย!’
‘วงกลมวิเศษนั่นสามารถตรวจจับได้แค่ระดับเทวะเป็นระดับสูงสุด มันวัดอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ ทำให้เราไม่รู้ว่าพรสวรค์ระดับเทวะของฉู่โม่วอยู่ในระดับไหนกันแน่!’
‘แต่แค่พรสวรรค์ระดับเทวะนี้ก็แทบจะทำให้ฉู่โม่วเป็นเหมือนความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์แล้ว!’
เขาคิดกับตัวเอง
และในตอนนั้นเอง
ครืน!
จารึกขนาดใหญ่ก็สั่นไหวอีกครั้ง แล้วสายฟ้าสีม่วงก็ระเบิดออกมา ในขณะเดียวกัน หมอกแสงก็ก่อตัวขึ้นบนจารึก ทำให้ทั้งเก้าชั้นส่องสว่างราวกับดวงดาว
“นี่… มีพรสวรรค์ระดับเทวะอีกอย่างจริง ๆ เหรอ?!”
“ไม่! นี่ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นร่างกายระดับเทวะ! ร่างกายธาตุสายฟ้า!”
“ร่างกายธาตุสายฟ้าเป็นพรสวรรค์ที่สุดยอด น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ที่ฉู่โม่วมีร่างกายธาตุสายฟ้าระดับเทวะด้วย!”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งอุทานออกมา
หากถึงเวลาที่เขาแสดงวิชากระบี่ระดับเทวะออกมา พวกเขาก็คงยังตกตะลึงอยู่
แต่ในตอนนี้
ก็เรียกได้ว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว!
พรสวรรค์ระดับเทวะทั้งสองปรากฏขึ้นในคนเพียงคนเดียวพร้อม ๆ กัน แม้ว่าจะตามหาทั่วทั้งดาวเคราะห์สีเงินก็คงหาพบแค่ไม่กี่คนเท่านั้น!
ครืน!
แต่ขณะที่ผู้คนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น จารึกก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นอีกครั้ง
หลังจากนั้น
หมอกแสงก็ก่อตัวขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ชั้นแรกนั้นไร้ร่องรอย มันเป็นอมตะและสงบนิ่งเหมือนกับสายลมฤดูใบไม้ผลิและมีหมอกแสงเจ็ดชั้น!
ชั้นที่สองนั้นบ้าคลั่งและรุนแรงราวกับเปลวเพลิงและดูราวกับว่าสามารถเผาผลาญทุกสิ่งได้ มันมีหมอกแสงแปดชั้น!
ชั้นที่สามเต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตที่สว่างและกระจ่างใส มันบำรุงจิตวิญญาณบนโลกมนุษย์และมีหมอกแสงแปดชั้น!
ส่วนหมอกแสงชั้นสุดท้าย แม้ว่ามันจะมีเพียงแค่เจ็ดชั้น แต่มันก็ปลดปล่อยคลื่นสั่นสะเทือนออกมา ทำให้พื้นที่โดยรอบแตกหักและพังทลายลง พลังของมันรุนแรงยิ่งกว่าสามชั้นแรกเสียอีก
ตอนนี้
หมอกแสงหกประเภทลอยอยู่เหนือจารึกราวกับรังสีดวงอาทิตย์หกดวงที่ปลดปล่อยแสงสว่างจ้าออกมาพร้อมรัศมีที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโถง
“นี่… นี่มัน…”
“พรสวรรค์ธาตุลมระดับราชันย์! พรสวรรค์ธาตุไฟระดับตะวัน! พรสวรรค์ธาตุไม้ระดับตะวัน! และ… พรสวรรค์แห่งห้วงมิติระดับราชันย์!”
“สวรรค์!”
“เขามีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติจริง ๆ เหรอ?!”
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นหกพรสวรรค์นี้มาก่อน แต่เขามีทั้งร่างกายระดับเทวะ พระสวรรค์ระดับตะวันสองอย่าง และระดับราชันย์อีกสองอย่าง ฉันไม่เคยพบเห็นมาก่อน!”
“พรสวรรค์ทั้งหกของฉู่โม่วอยู่ในระดับที่สูงมากหมดเลย!”
“ด้วยพรสวรรค์แบบนี้ เขาต้องผ่านการทดสอบแน่ หรืออาจจะผ่านทั้งสามการทดสอบและได้รับผลการทดสอบที่ดีที่สุดเลยก็ได้!”
“อนาคตไร้ที่สิ้นสุดจริง ๆ!”
ผู้ปลุกพลังทุกคนต่างก็ตะลึงงัน
เขามีพรสวรรค์ระดับเทวะสองประเภท พรสวรรค์ระดับตะวันสองประเภท และพรสวรรค์ระดับราชันย์อีกสองประเภท!
หนึ่งในพรสวรรค์เหล่านั้นเป็นพรสวรรค์แห่งห้วงมิติ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสุดยอดพรสวรรค์!
ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ไม่มีทางที่จะคาดเดาอนาคตได้เลย เขาอาจจะกลายเป็นเทวะยุทธ์หรือมหาเทวะยุทธ์เลยก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น
สายตาที่พวกเขามองไปยังฉู่โม่วก็เปลี่ยนไปในทันที