ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 512 เขตแดนกลืนพิภพลับดารา และระบบภายในของเหล่าผู้มีพรสวรรค์
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 512 เขตแดนกลืนพิภพลับดารา และระบบภายในของเหล่าผู้มีพรสวรรค์
บทที่ 512 เขตแดนกลืนพิภพลับดารา และระบบภายในของเหล่าผู้มีพรสวรรค์
ได้ยินชายชราพูดชื่อเขตแดนลับแห่งหนึ่งออกมา หัวใจของฉู่โม่วก็เต้นรัวในทันที
เขาไม่เคยได้ยินชื่อของเขตแดนกลืนพิภพลับดารามาก่อนเลย แต่ก็พอจะเดาได้ว่าไม่ใช่สถานที่ทั่ว ๆ ไปอย่างแน่นอน
ยังไงเสีย หากว่าชื่อนี้เป็นของเขตแดนลับธรรมดา ๆ มันคงไม่ถูกชายชราที่มีพลังเทียบเท่าเทพเจ้าแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์นี้กล่าวถึงหรอก
คิดได้เช่นนั้น ชายหนุ่มจึงพยักหน้าตอบ “สนใจครับ”
“นั่นเยี่ยมไปเลย!”
ชายชราผู้อยู่ตรงกลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจและส่งชายหนุ่มออกจากเขตแดนนิพพาน
ควบคู่ไปด้วยอาการมึนหัวเหมือนตอนที่เข้ามา ภาพวิวรอบ ๆ ตัวเริ่มเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นภาพที่ไร้สี กลับกันมันก็กลายเป็นภาพของตำหนักเจ้าเมืองแห่งเมืองวสันตฤดูแทนไปแล้ว เมื่อฉู่โม่วจัดแจงความคิดของเขาได้ เขาก็มองเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจนอีกครั้ง เขตแดนนิพพานที่เป็นเขตแดนโบราณได้หายไปแล้ว และเขาได้กลับมายังตำหนักเจ้าเมือง
ทุกอย่างกลับมาพร้อม ๆ กัน
เทวะยุทธ์อวิ่นซานและผู้ปลุกพลังมากมายต่างเฝ้ารอกันอยู่ที่นี่
หากไม่ใช่เพราะสีหน้าอ้ำอึ้งของทุกคน ณ ที่แห่งนี้ หรือไม่ใช่เพราะฉู่โม่วรู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา รวมไปถึงกงล้อทองคำที่ยังคงเปล่งแสงจาง ๆ อยู่ด้านหลัง เรื่องทั้งหมดนี้อาจจะมีน้ำหนักไม่ต่างกับความฝันนัก ฝันที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะสรุปย่อยได้
ใช่แล้ว!
ในช่วงสุดท้ายของเขตแดนนิพพาน
ชายหนุ่มได้สำเร็จการฝึกฝนแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนมาจนถึงระดับที่ 4 และรวบรวมกงล้อทองคำวงที่สี่ได้เป็นที่เรียบร้อย!
ด้วยเหตุนี้
จิตวิญญาณปฐมกาลของเขาจึงหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงมีพลังแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรือการป้องกัน ทุกอย่างยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย!
“ถือว่าคุ้มค่าที่ได้ไปจริง ๆ!”
“น่าจะช่วยลดเวลาฝึกฝนได้ไปร่วม ๆ ทศวรรษเลยมั้ง!”
เขาพึงพอใจ
“อัจฉริยะฉู่ สมแล้วที่คุณเป็นผู้ที่เทวะยุทธ์อวิ่นซานคาดหวังเอาไว้อย่างสูงสุด คุณช่างมีพรสวรรค์จริง ๆ แถมยังสามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ในศิลาต้นกำเนิดได้อีก ฉันคิดว่าในอนาคตของคุณ คุณจะต้องได้เป็นมหาเทวะยุทธ์ได้อย่างแน่นอน! สิ่งนี้เป็นสิ่งตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตระกูลหวังของฉันพอจะมอบให้คุณได้ ได้โปรดรับไว้ด้วย!”
ผู้อาวุโสตระกูลหวังพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับหยิบเอาถุงเก็บของและส่งมันให้ฉู่โม่ว
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เปิดออกดู แต่จากแสงสีที่แสดงออกถึงความไม่ธรรมดาของสิ่งที่อยู่ภายในถุงนี้ มันก็พอจะรู้ได้แล้วว่าภายในถุงเก็บของนี้ย่อมต้องมีสมบัติล้ำค่าอยู่มากมายแน่ ๆ และมูลค่าของมันก็คงจะทำให้เขาสะพรึงได้เลยทีเดียว
“อัจฉริยะฉู่ นี่เป็นความหวังของพวกเราตระกูลหลิวครับ ได้โปรดช่วยรับไว้ด้วย!”
“พวกเราสำนักวิถีมังกรฟ้าเองก็ได้เตรียมเครื่องบรรณาการให้แก่คุณไว้ด้วยเช่นกัน แม้จะไม่ใช่สิ่งที่มีค่านัก แต่ก็เป็นสิ่งที่มาจากใจ เช่นนั้นแล้วได้โปรดอย่าปฏิเสธพวกเราเลยนะครับ!”
…
เหล่าผู้ปลุกพลังต่างหยิบเอาสมบัติของตนออกมาและส่งมอบมันให้ฉู่โม่ว
“พวกคุณ…”
เห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ จนกระทั่งเขาตระหนักได้ว่า มันน่าจะเป็นเพราะตนเองได้อันดับ 1 ภายในศิลาต้นกำเนิดแน่ ๆ มันจึงช่วยส่งเสริมชื่อเสียงและความน่าเกรงขามของเขามากขึ้นถึงเพียงนี้ ดังนั้นเหล่ากองกำลังต่าง ๆ จึงยินดีที่จะมอบของกำนัลให้เพื่อแสดงความให้เกียรติ
ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงโบกมือ “พวกคุณไม่ต้องมอบอะไรให้ผมเพื่อแสดงความภักดีก็ได้ครับ ฉู่ผู้นี้รู้สึกเกรงใจที่จะรับของเหล่านี้จากทุกคน เพราะงั้นช่วยเก็บมันกลับไปเถอะ”
“คุณฉู่ครับ อย่าได้มองเป็นเรื่องใหญ่เลย นี่เป็นเพียงการแสดงความยินดีกับคุณเท่านั้น!”
“จริง ๆ แล้วพวกเราไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นในการมอบสมบัติพวกนี้ให้เลย พวกเราแค่อยากจะแสดงความขอบคุณ!”
“เพราะในครั้งนี้ เกียรติภูมิแห่งสรวงสวรรค์ได้ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง พวกเราบรรพชนที่แข็งแกร่งขอมนุษยชาติจึงได้อยากมอบธารรางวัลอันยิ่งใหญ่เหล่านี้แก่ผู้นำเกียรตินี้มาสู่ผองเรา นอกจากนี้พวกเราเองยังนับถือและเคารพในตัวคุณมาก ๆ ด้วย เช่นนั้นแล้ว การมอบสมบัติให้เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ปกติดีแล้วครับ”
“ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงพิธีการทั่ว ๆ ไปเท่านั้นครับ ไว้เดี๋ยวผู้ปลุกพลังทุกคนได้เข้าสู่หอเพลิงโหม เจ้าสำนักและบุคลากรก็จะต้องเตรียมมอบของแสดงความยินดีเช่นกัน ไม่มีข้อยกเว้น”
“ใช่แล้ว เพราะงั้นได้โปรดรับไปเถอะนะครับ คุณฉู่!”
พวกเขายังคงเกลี้ยกล่อมด้วยความพยายาม
แม้แต่เทวะยุทธ์อวิ่นซานเองก็พูดขึ้นด้วยในครั้งนี้ “อัจฉริยะฉู่ รับของพวกเขาเถอะ”
“เอ่อ…”
ได้ยินที่คนเหล่านี้พูดแล้ว รวมถึงได้ยินที่เทวะยุทธ์อวิ่นซานพูดเสริม ฉู่โม่วก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ท้ายสุดก็ต้องพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้น ก็ขอขอบคุณทุกคนเลยครับ!”
“ไม่เห็นต้องขอบคุณพวกเราเลย มันเป็นพวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณ!”
“ใช่แล้ว! คุณฉู่ได้โปรดทำตัวตามสบาย นับต่อจากนี้ หากคุณไม่รู้จะไปที่ไหนดี จะมานั่งเล่นในสำนักของพวกเราก็ได้!”
“ใช่แล้ว ๆ สำนักวิถีมังกรฟ้าเองก็เฝ้ารออัจฉริยะฉู่มาเยี่ยมเยียนทุกเวลาเช่นกัน!”
ผู้คนต่างกระตือรือร้นและกล่าวคำเชิญชายหนุ่มตาม ๆ กัน
“ได้เลยครับ!”
ฉู่โม่วยอมรับคำเชิญนั้นด้วยรอยยิ้ม
ภายหลังจากรับสิ่งของมาและกล่าวขอบคุณหมดแล้ว ใช้เวลาพักใหญ่ ๆ กว่ากองกำลังใหญ่ ๆ จะพากันกล่าวคำลาซึ่งกันและกัน
เมื่อทุกคนออกไปจนหมด เทวะยุทธ์อวิ่นซานก็พูดขึ้นมา “ฉู่โม่ว เพียงแค่คุณเข้าไปอยู่ใน 100 อันดับได้ก็ถือว่าทำให้เราพึงพอใจมากแล้ว ฉันไม่คาดคิดเลยว่าคุณจะทำให้ฉันประหลาดใจได้ถึงขนาดนี้… ขนาดที่ว่าเหล่าบรรพบุรุษของมวลมนุษยชาติภายในตำหนักบรรพชนแห่งนี้ไม่อาจจะอยู่เฉยได้! พวกเขาแนะนำว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบครั้งที่สามแต่อย่างใด และสามารถเข้าร่วมกับหอเพลิงโหมได้เลย มาเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเรา และกลายเป็นอัจฉริยะระดับสูงสุดท่ามกลางศิษย์คนอื่น ๆ เพื่อที่จะได้เป็นผู้นำแห่งมวลมนุษยชาติสืบต่อไป!”
“เตรียมตัวให้พร้อม และเข้าร่วมเครือข่ายโลกเสมือนจริงกับฉันในภายหลัง มนุษยชาติได้เปิดระบบภายในของเหล่าอัจฉริยะสำหรับคุณไว้แล้ว ภายหลังจากที่คุณเข้าไป คุณสามารถเข้าใช้งานเครือข่ายลับอหังการ์ได้โดยตรง และเมื่อลงทะเบียนภายในนั้นแล้ว ก็จะถือเป็นส่วนหนึ่งของหอเพลิงโหมอย่างเป็นทางการ”
ฟังเช่นนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็พยักหน้า
จากนั้น
เขาก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ทั้งตัวเขาและเทวะยุทธ์อวิ่นซานต่างก็พากันเปิดใช้งานระบบเครือข่ายโลกเสมือนที่อยู่ภายในตำหนักเจ้าเมืองทันที
เรื่องนี้มีค่าที่จะจับตามอง
เมื่อฉู่โม่วได้เข้าสู่ระบบ สิ่งที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่หน้าเข้าระบบอย่างที่คุ้นเคย หากแต่เป็นช่องพิเศษอย่าง ‘เครือข่ายลับอหังการ์’
[เข้าสู่ระบบ!]
เขาเลือกที่จะเข้าสู่ระบบ
ลำดับต่อมา เขาก็พบว่าตัวเองกำลังเข้าไปในมิติลึกลับบางอย่าง
ที่นี่เป็นมิติว่างเปล่าที่ไม่อาจจะรู้ทิศทางได้ รอบตัวเขาเต็มไปด้วยความโกลาหล ราวกับเป็นโลกที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทว่าตรงหน้าเขานั้น แสงสีทองก็ได้ทอดยาวเป็นทางเดินมาจากกลางอากาศ
“ที่นี่คือเครือข่ายระบบภายในของเหล่าอัจฉริยะ เครือข่ายลับอหังการ์!”
ณ จุดนี้ เทวะยุทธ์อวิ่นซานก็ได้ปรากฏขึ้นที่ข้าง ๆ ตัวฉู่โม่ว เขาชี้ไปยังประตูสีทองที่อยู่ปลายหนทางเบื้องหน้าก่อนจะพูดต่อ “ที่นั่นคือสถานที่สำหรับคุณเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ภายหลังจากที่คุณได้ผ่านมันไปแล้ว เครือข่ายลับอหังการ์ก็จะเปิดให้คุณได้ใช้งาน!”
พูดออกมาเช่นนั้นแล้ว เขาก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีก “ขอให้คุณเดินไปด้วยตนเอง มีเพียงอัจฉริยะเท่านั้นที่จะสามารถผ่านประตูสีทองแห่งนี้ไปได้ นอกจากนั้นจะไม่มีใครที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านไปด้วย ฉันจะรอคุณอยู่ ณ ที่แห่งนี้”
เขาไม่ใช่สมาชิกของหอเพลิงโหม เพราะงั้นเขาจึงเข้าบานประตูไปไม่ได้
ฉู่โม่วพยักหน้าและเดินตรงไปตามหนทางสีทองนี้
ขาเริ่มก้าวออกไปและนำร่างให้เดินตามทางอย่างไม่หันเห ยามที่ความมืดรอบข้างเริ่มถูกแทนที่ด้วยแสงสว่าง รู้ตัวอีกทีเขาก็มาปรากฏอยู่ในโถงแห่งหนึ่งเสียแล้ว
[ตรวจสอบตัวตน…]
[การตรวจสอบเสร็จสิ้น!]
[ยินดีต้อนรับ ท่านอัจฉริยะคนใหม่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ท่านอยากจะใช้ข้อมูลตัวตนนี้เลยหรือไม่?]
[คำเตือน : ภายหลังจากที่เข้าสู่ระบบด้วยข้อมูลนี้แล้ว ท่านจะสามารถเข้าสู่เครือข่ายลับอหังการ์ได้โดยตรงในครั้งถัดไป!]
ภายในหูของเขา เสียงป่าวประกาศดังขึ้นมา
“เข้าสู่ระบบ!”
ฉู่โม่วไม่ลังเลและพูดออกไปตามตรง
[กำลังบันทึกข้อมูล กรุณารอสักครู่…]
[ข้อมูลตัวตนของท่านได้รับการบันทึกเข้าสู่ระบบแล้ว ตัวตนของท่านจะเป็นไปตามที่ระบบได้บันทึกไว้!]
[ชื่อจริง : ฉู่โม่ว
สถานที่เกิด : เมืองใหญ่วสันตฤดู
ระดับขึ้นปัจจุบัน : เก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลง]
[ยินดีด้วย ท่านได้ทำการเข้าสู่ระบบและกลายเป็นศิษย์หอเพลิงโหมลำดับที่ 99,654! และในเมื่อท่านเป็นอัจฉริยะที่มีสถานะสูงที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งหมด ดังนั้นท่านจะได้อันดับสุดพิเศษ นั่นคืออันดับ 1!]
เสียงจากระบบยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง
ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ว่าด้านหน้าเขานั้นไม่มีอะไรอยู่เลย ทว่าจู่ ๆ มันก็ค่อย ๆ ถูกผ่าออกราวกับเป็นม่านขนาดใหญ่ที่กำลังเปิดออกอย่างช้า ๆ!
ไม่ผิดแน่!
นี่คือระบบเครือข่ายภายในที่มีเพียงเหล่าอัจฉริยะแห่งมวลมนุษยชาติเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใช้งานได้!