ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 535 เสาหยกแห่งตำหนักลับ และ พรสวรรค์ห้วงมิติ
บทที่ 535 เสาหยกแห่งตำหนักลับ และ พรสวรรค์ห้วงมิติ
แต่โชคไม่ดีนักที่หมอกทมิฬหายไปจนหมดแล้ว
“ถ้าหมอกทมิฬยังออกมาเพิ่มอีก เพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้ของฉันต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกแน่!”
ฉู่โม่วเสียดายเล็กน้อย
แต่เขาก็ยังรักษาท่าทีไว้และจับจ้องไปยังตำหนักลับตรงหน้า
แม้ว่าหมอกทมิฬจะไหม้ไปจนหมดแล้ว ตำหนักลับก็ยังถูกกีดขวางเอาไว้ด้วยประตูสีทองอร่าม หากจะเข้าไปก็จำเป็นต้องทำลายมันเสียก่อน
ชายหนุ่มไม่รอช้าและหยิบกระบี่ดาราทมิฬออกมา เลือด ลมปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายเริ่มไหลเวียนทันที พลังพลุ่งพล่านออกมาพร้อมกับรัศมีกระบี่ไร้เทียมทานและพุ่งตรงไปยังประตูสีทองอร่าม
ครืน!
หลังจากที่ปราณกระบี่ฟันออกไป พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดทันที ทำให้ตำหนักลับเริ่มสั่นสะท้านและมีจารึกปรากฏขึ้น รวมไปถึงแสงเปล่งประกายที่น้อยลงด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น
จารึกลึกลับเหล่านี้ก็ยังปลดปล่อยรัศมีที่น่าตกตะลึงออกมา
การจะทำลายมันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ฉู่โม่วไม่ประหลาดใจเลยสักนิด
อย่างไรแล้ว ตำหนักลับนี้ก็น่าอัศจรรย์ทีเดียว และจารึกคุ้มกันตำหนักลับนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำลายได้ง่าย ๆ
สีหน้าของเขาจึงไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขาแค่ฟันปราณกระบี่ไปยังประตูตำหนักลับด้วยพละกำลังมหาศาล
ตูม ตูม ตูม!
ตูม ตูม ตูม!
ลึกข้างในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เสียงระเบิดยังคงดังกึกก้องและทั่วทั้งตำหนักลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
ครืน!
หลังจากที่เกิดเสียงดังลั่น จารึกขนาดใหญ่โดยรอบตำหนักลับก็แตกสลาย อักขระมากมายสว่างไสวขึ้นและถูกกำจัดออกไปราวกับฟองอากาศ ฉู่โม่วฟันออกไปอีกครั้งและโจมตีไปยังประตูศักดิ์สิทธิ์ทองคำ เมื่อไร้ซึ่งจารึกป้องกัน ประตูก็ต้านการโจมตีไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อถูกปราณกระบี่ฟันลงไป มันก็เปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่นในไม่ช้า
หึ่ง!
เมื่อประตูกระเด็นเปิดออก ห้วงมิติทั่วทั้งตำหนักลับก็บิดเบี้ยวไป หลังจากนั้น หมอกทมิฬแปลกประหลาดก็หลั่งไหลออกมาหาฉู่โม่วราวกับกระแสน้ำ
ในหมอกทมิฬนี้
มีเงาดำน่าสะพรึงกลัวแยกเขี้ยวและกรงเล็บออกมาราวกับจิตวิญญาณชั่วร้ายในนรกอยู่ด้วย พวกมันแสดงสีหน้าดุร้ายและปลดปล่อยรัศมีเย็นยะเยือกออกมาราวกับว่าอยากจะลากชายหนุ่มลงไปในนรก
หมอกทมิฬเต็มไปทั่วทุกหนแห่งอย่างรวดเร็ว
และไหลออกไปข้างนอกทันทีที่ประตูเปิดออก
หากเป็นผู้ปลุกพลังธรรมดาก็คงหลบพวกมันได้ยากอย่างแน่นอน แม้ว่าจะหลบหลีกได้ พวกมันก็จะตามไปโจมตีทันทีอยู่ดี
อย่างไรแล้ว หมอกทมิฬก็หนาแน่นเกินไปและมีเงาดำมากมายมหาศาล
แต่สำหรับฉู่โม่ว พวกมันไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นโอกาสดีต่างหาก!
“มีหมอกทมิฬเพียบเลย!”
“น่าประหลาดใจจริง ๆ!”
แววตาคู่นั้นเป็นประกาย ก่อนจะเรียกเพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้ออกมาทันที ตอนแรกมันดูเหมือนลูกไฟเล็ก ๆ แต่แล้วมันก็ขยายใหญ่ขึ้นและกลายเป็นทะเลเพลิงมหึมาที่ปกคลุมทั่วทั้งตำหนักลับ
หมอกทมิฬและเงาดำทั้งหมดจมอยู่ในทะเลเพลิง
ระหว่างช่วงเวลานี้มีเพียงแค่เสียงเผาไหม้ให้ได้ยินจากทุกทิศทางราวกับกระแสน้ำไร้ที่สิ้นสุด
เงาดำนับไม่ถ้วนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น พวกมันถูกเผาผลาญกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว และหมอกทมิฬก็จางหายไปจนหมด
หลังจากผ่านไปสักพัก
เสียงคำรามทั้งหมดก็หยุดลงและหมอกทมิฬทั้งหมดจางหายไป
ฉู่โม่วดึงเพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้กลับมา
เขาเห็นว่าไฟดวงจิ๋วขยายใหญ่ขึ้นกว่า 2 เท่าหลังจากการต่อสู้และรัศมีที่ห่อหุ้มก็ทรงพลังยิ่งขึ้น
“เยี่ยมเลย!”
เขายกมุมปากก่อนจะคลายเปลวเพลิงเข้าไปในร่างกาย
เมื่อไม่มีควันและเงาสีดำขวางทาง ประตูก็พังทลายลงอย่างง่ายดาย ทั่วทั้งตำหนักลับปรากฏขึ้นต่อหน้าฉู่โม่วในทันที
เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน
เขาก็เห็นห้องโถงที่สง่างามอย่างถึงที่สุด มันเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวและมีลำแสงเปล่งออกมา รวมไปถึงกฎเกณฑ์แห่งพลังที่ล่องลอยอยู่ที่นี่ ทำให้รู้สึกราวกับว่าก้าวเข้ามาในสรวงสวรรค์
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
ข้างในห้องโถงหลักมีเสาหยกที่ดูเหมือนแก้วอยู่ มันใสราวกับผลึกแก้วจนสามารถมองเห็นไอบางอย่างที่ลอยอยู่ข้างในได้อย่างชัดเจน
เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
แต่เมื่อชายหนุ่มหันไปมองดูตรง ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงความกว้างใหญ่และเก่าแก่ราวกับว่าเสาหยกนี้ตั้งอยู่ที่นี่มานับปีไม่ถ้วนตั้งแต่ยุคโบราณ
ในขณะเดียวกัน
เมื่อมวลอากาศเหล่านั้นหลั่งไหลเข้าไป พื้นที่โดยรอบก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย ภาพที่แตกต่างกันจากหลากหลายสถานที่ปรากฏให้เห็นราง ๆ ทั้งภูเขา แม่น้ำ สายลม และหิมะ รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วย
“นี่คือ… พรสวรรค์ห้วงมิติ!”
ดวงตาของฉู่โม่วจับจ้องไปข้างหน้า เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่แพร่กระจายออกมาจากเสาหยก
พลังห้วงมิติเหล่านี้อ่อนแอจนแทบจะสัมผัสไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของชายหนุ่ม
และพรสวรรค์ห้วงมิติเหล่านี้แตกต่างกันออกไป การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจะเกิดขึ้นขณะที่กลิ่นอายในเสาหยกลอยไป
นั่นหมายความว่า…
‘กลิ่นอายในเสาหยกถูกสร้างขึ้นจากพลังห้วงมิติมาจนถึงขีดสุด!’
‘และภาพมากมายที่เกิดจากห้วงมิติที่บิดเบี้ยวก็ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นมิติแต่ละมิติ!’
‘ใครที่ไหนใช้จารึกมากขนาดนี้ผนึกพลังห้วงมิติไว้ในเสาหยกนี่กัน? เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?!’
ฉู่โม่วเบิกตากว้างด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
เพราะมันน่าตกตะลึงจนต้องอ้าปากค้าง
นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปจริง ๆ!
พรสวรรค์ห้วงมิติที่แข็งแกร่งขนาดนี้ต่างถูกผนึกไว้ในเสาหยก แล้วพลังของมันก็จะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
ระหว่างที่ฉู่โม่วยังตกตะลึงอยู่นั้น
ตูม!
เสาหยกสั่นสะท้านและเรืองแสงสว่างออกมาในทันใด
ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ทำอะไร เขาก็รู้สึกได้ว่าแผนที่ในมิติพกพาเริ่มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าถูกบางสิ่งเรียกออกมา
“นี่มัน…”
เขาเปลี่ยนสีหน้าไปทันควัน
หลังจากที่ครุ่นคิดดู ชายหนุ่มก็หยิบแผนที่ออกมาจากมิติพกพา
ฟุ่บ!
ในตอนนั้นเอง แผนที่ก็พุ่งตัวและบินออกไปพร้อมแสงเรืองรอง
ลำแสงนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้าไปในแผนที่ เกิดระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าและทุกสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้ก็ถูกลบหายไป กลับกลายเป็นอักขระโบราณลึกลับแทน พวกมันปลดปล่อยพลังลึกลับเหนือจินตนาการที่ทำให้จิตใจของผู้คนต้องสั่นสะท้านออกมา
ไม่นานหลังจากนั้น
อักขระเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ผสานเข้าด้วยกันและระเบิดด้วยเสียงดังลั่น
ห้วงอากาศพลันปรากฏขึ้นบนม้วนภาพราวกับว่ามีอาณาเขตถูกผนึกไว้ข้างใน ณ โลกในม้วนภาพ ห้วงอากาศบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงและเกิดเสียงสวรรค์โกลาหลที่เปล่งประกายราวกับดวงอาทิตย์
ท้ายที่สุด
ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น