ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 550 พฤกษากระบี่เก้ายอด และสัตว์อสูรเทียบเท่าขั้นเทวะยุทธ์!
บทที่ 550 พฤกษากระบี่เก้ายอด และสัตว์อสูรเทียบเท่าขั้นเทวะยุทธ์!
ด้วยความคาดหวัง เขาจึงรีบหันไปมองสมบัติชิ้นที่สองทันที
นี่คือชิ้นหยก!
เมื่อพิจารณาจากภายนอกแล้ว ทั้งตัวหยกจะใสเหมือนแก้ว แผ่กลิ่นอายที่เรียบง่ายและกว้างใหญ่ ซึ่งไม่อาจมองเห็นได้ในทันที
ฉู่โม่วตรวจสอบชิ้นหยกและได้รับข้อมูลมากมายที่วิ่งเข้ามาในหัว ใช้เวลาอยู่พักใหญ่จึงกลับมามีสติอีกครั้ง
ปรากฏว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในหยกชิ้นนี้คือกระบวนท่าหล่อหลอมพื้นฐานร่างกายที่มีชื่อเรียกว่า ‘กระบวนท่าหลอมนภาเจ็ดย่างก้าว’ ด้วยวิธีฝึกฝนนี้จะทำให้ผู้ปลุกพลังสามารถหล่อหลอมพื้นฐานร่างกายได้ถึงเจ็ดครั้งก่อนที่จะจุดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่จะต้องเป็นอีกหนึ่งในกระบวนท่าลับระดับสุดยอดอย่างแน่นอน!
หากมันถูกเปิดเผยออกไป ทั้งห้วงทางช้างเผือกที่มีบรรดาตระกูลใหญ่อยู่มากมาย จะต้องอยากครอบครองมันจนเนื้อตัวสั่นอย่างแน่นอน กระทั่งการต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่อแย่งชิงมันก็อาจเกิดขึ้นได้
เพียงแต่…
‘น่าเสียดายชะมัด!’
‘มันดีก็จริง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันเลย!’
ฉู่โม่วส่ายหัว
เขามีกระบวนท่าหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าอยู่แล้ว ซึ่งทำให้เขาสามารถบ่มเพาะร่างกายได้ครบเก้าครั้ง ทั้งคุณภาพและขีดจำกัดจำนวนสูงสุดของกระบวนท่านั้นดีกว่า
กระบวนท่าหลอมนภาเจ็ดย่างก้าว…
แม้ชายหนุ่มจะผิดหวังจากสมบัติชิ้นนี้ แต่ก็ยังคงเก็บมันไว้ในมิติพกพา
หากในอนาคตเขามีปัญหาด้านการเงิน ก็สามารถนำไปประมูลได้ ซึ่งมูลค่าขั้นต่ำอาจสูงถึงหลักแสนล้านหรือมากกว่าล้านล้าน
หรือจะนำไปแลกเป็นสมบัติชิ้นอื่นตามที่ต้องการก็ยังได้
เมื่อคิดได้อย่างนั้น
ฉู่โม่วจึงสงบใจลง ก่อนจะหันไปมองที่สมบัติชิ้นสุดท้าย
นี่คือพฤกษาวิญญาณ!
เป็นใบไม้เก้ากลีบที่เติบโตอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งเปล่งแสงออกมาแวววาว พร้อมกลิ่นอายกระบี่อันแหลมคมที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่ว และเฉือนความว่างเปล่าโดยรอบออกเป็นเศษเสี้ยว
เมื่อฉู่โม่วหันไปตรวจสอบข้อมูล รายละเอียดที่เกี่ยวข้องก็พลันไหลเข้ามาในความคิดทันที
พฤกษาจิตวิญญาณชิ้นนี้ถูกเรียกว่า พฤกษากระบี่เก้ายอด โดยที่กลีบแรกใช้เวลาถือกำเนิดร้อยปี ถ้าผู้ปลุกพลังได้ดูดซับเข้าไป จะทำให้ได้รับพรสวรรค์ในการฝึกฝนวิชากระบี่ระดับล่าง
กลีบที่สองใช้เวลาถือกำเนิดห้าร้อยปี จะทำให้ได้รับพรสวรรค์ในการฝึกฝนวิชากระบี่ระดับกลาง
กลีบที่สามใช้เวลาถือกำเนิดพันปี จะทำให้ได้รับพรสวรรค์ในการฝึกฝนวิชากระบี่ระดับสูงตามลำดับ
จนกระทั่งหลายแสนปีถัดมา กลีบทั้งเก้าจึงถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหากผู้ปลุกพลังดูดซับมันทั้งหมด อย่างน้อยจะได้รับพรสวรรค์ในการฝึกฝนวิชากระบี่ระดับตะวัน กระทั่งมีโอกาสที่จะได้รับพรสวรรค์ระดับเทวะอีกด้วย!
แม้โอกาสเกิดขึ้นจะต่ำมาก!
ทว่าก็ยังถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอยู่ดี!
ต้องทราบก่อนว่า
พรสวรรค์ของผู้ปลุกพลังนั้นถูกกำหนดมาแต่กำเนิด แม้คนคนหนึ่งจะสามารถได้รับพรสวรรค์ใหม่ ๆ หรือแม้กระทั่งเพิ่มระดับพรสวรรค์ขึ้นมาได้ในภายหลังด้วยการดูดซับสมบัติ
แต่ก็หายากมากที่จะสามารถช่วยพัฒนาพรสวรรค์ให้เป็นระดับดาราลับฟ้าได้ ยิ่งไม่ต้องคาดหวังถึงระดับเทวะที่ล้ำค่าเหนือพรรณนา!
ดังนั้นพฤกษาจิตวิญญาณที่สามารถพัฒนาระดับพรสวรรค์ของคนคนหนึ่งไปถึงระดับตะวันหรือแม้แต่ระดับเทวะได้จะล้ำค่าถึงเพียงใดกัน?!
ฉู่โม่วไม่สงสัยเลย
หากข่าวการครอบครองพฤกษาจิตวิญญาณนี้หลุดออกไป เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดจะต้องตกใจและจะมีผู้คนนับไม่ถ้วนมาขอแลกเปลี่ยนอย่างบ้าคลั่งเป็นแน่!
ด้วยมูลค่าของมันที่สามารถให้กำเนิดอัจฉริยะรุ่นใหม่ได้!
‘มันน่าเหลือเชื่อมาก!’
‘เหลือเชื่อจริง ๆ!’
‘ไม่น่าแปลกใจเลยที่สิทธิ์การเข้าร่วมเขตแดนลับกลืนดารานั้นมีมูลค่าสูงมาก แม้จะมีความบาดหมางระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่ามนุษย์วิหคมานานกว่าแสนปี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตนับไม่ถ้วน ทว่าก็ยังมีผู้คนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเข้าร่วมตามล่าสมบัติในเขตแดนลับแห่งนี้!’
‘ไม่ต้องพูดถึงสมบัติหายากมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบในโลกแห่งนี้ แค่เพียงในห้องโถงมรดก หากผ่านการประเมินก็จะได้รับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้แล้ว ซึ่งมูลค่าของมันเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดสงครามแย่งชิงระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์!’
เดิมทีชายหนุ่มก็รู้สึกประหลาดใจ
แต่ในตอนนี้เขาเข้าใจถึงความสำคัญของเขตแดนลับกลืนดาราแล้ว!
เพราะสมบัติที่อยู่ในโลกแห่งนี้มันล้ำค่ามาก!
‘พฤกษากระบี่เก้ายอดนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับฉันมาก แต่ฉันจะเก็บมันไว้ก่อนและค่อยมอบให้กับเฉินซีเวยเมื่อกลับไปที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกครั้ง!’
เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ
ต่อมา
ชายหนุ่มจึงเก็บพฤกษากระบี่เก้ายอดลงในกล่องหยก จากนั้นวางมันไว้ในถุงมิติพกพาพร้อมกับเลือดหงส์เพลิงโบราณ
หลังจากจัดการทั้งหมดเสร็จแล้ว ฉู่โม่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และพูดต่อไปทันทีว่า “ฉันต้องการทดสอบต่อไป!”
“ได้รับคำสั่งแล้ว กำลังดำเนินการ!”
“การประเมินได้เริ่มขึ้นแล้ว!”
หลังจากเสียงค่อย ๆ แผ่วลง
ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะพบว่าฉากรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง และกำลังอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันแปลกประหลาด
สถานที่นี้เป็นป่าแห้งแล้ง
มีภูเขาทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ป่าปกคลุมหนาแน่น และมีต้นไม้โบราณสูงตระหง่านอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ตรงหน้าฉู่โม่วมีสัตว์อสูรขนาดใหญ่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ ซึ่งบนร่างมีกลิ่นอายสังหารอันไร้ขอบเขตและน่าหวาดหวั่นเล็ดลอดออกมา
แค่เพียงลมหายใจเดียวก็ทราบได้ทันทีว่าอย่างน้อยมันต้องเป็นถึงสัตว์อสูรระดับเทวะยุทธ์!
‘นี่เป็นเพียงการประเมินรอบที่สองเท่านั้น แต่คู่ต่อสู้ก็เป็นถึงขั้นเทวะยุทธ์แล้ว หากผ่านไปรอบที่สาม ไม่ใช่ว่าขั้นต่ำจะเป็นเทวะยุทธ์ระดับสูงเลยเหรอ นั่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ฉันจะต่อกรได้ในตอนนี้!’
‘นั่นก็หมายความว่า’
‘หากฉันพ่ายแพ้ในรอบนี้ ก็จะสูญเสียโอกาสที่จะได้รับสมบัติทั้งหมดทันที!’
หัวใจของฉู่โม่วสั่นสะท้านและรู้สึกกังวลเล็กน้อย
แต่เขารู้ว่าถึงจะกังวลไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรอยู่ดี ดังนั้นสิ่งสำคัญในตอนนี้คือต้องสังหารสัตว์อสูรตัวนี้ให้สำเร็จ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบอารมณ์
ในเวลานี้
สัตว์อสูรที่กำลังหลับลึกและกรนเสียงดังเหมือนฟ้าร้อง ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของชายหนุ่ม
จึงตื่นขึ้นมาและจ้องมองไปที่ศัตรูตรงหน้าทันที ดวงตาของมันแสดงเจตจำนงสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
โฮก!
เสียงคำรามดังสะท้านไปทั่วโลก ทำให้สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนต้องหมอบลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนกและสั่นเทา
อากาศสั่นสะเทือนจากระลอกคลื่นหลายชั้นที่กระจายออกมา ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มันเหยียดตัวขึ้นด้วยร่างที่สูงหลายพันเมตร พร้อมแผ่กลิ่นอายสะกดข่มถึงขีดสุด
ใครที่ได้เห็นฉากนี้จะไม่มีทางสงสัยในขุมพลังของสัตว์อสูรตัวนี้อย่างแน่นอน
“เจ้ามนุษย์ กล้าบุกเข้ามาในอาณาเขตของข้า จงตายซะเถอะ!”
สัตว์อสูรคำรามลั่น จากนั้นตบลงมาด้วยกรงเล็บที่เต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวทันที
ด้วยขนาดกรงเล็บหลายสิบเมตรที่กำลังกระแทกลงมา มันราวกับเป็นกรงเล็บของมังกรที่สามารถฉีกห้วงมิติ พร้อมลมกระโชกที่กวาดล้างทุกสิ่งภายในระยะหนึ่งพันกิโลเมตรรอบ ๆ ได้
แค่เพียงการโจมตีเดียวก็น่ากลัวเกินจินตนาการไปมากแล้ว หากชายหนุ่มถูกกระแทกเข้าจัง ๆ เกรงว่าแม้จะมีพรสวรรค์ธาตุไม้คอยฟื้นฟูบาดแผล เขาก็คงไม่รอดและตกตายในทันทีอย่างแน่นอน!
เมื่อเห็นการโจมตีนี้
ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะหายใจเข้าลึก
หลังจากนั้น
จึงกระตุ้มพลังปราณและเลือดในร่างอย่างบ้าคลั่ง จนอณูแห่งชีวิตอันแข็งแกร่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมเปิดใช้งานพรสวรรค์และกระบวนท่าต่าง ๆ ทั้งหมด ทำให้ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วปะทุขึ้นสู่จุดสูงสุดทันที!
ในตอนนี้
กรงเล็บเคลื่อนเข้ามาได้ครึ่งทางแล้ว และกำลังจะตกลงบนร่างของชายหนุ่ม
แต่เขาไม่ได้คิดจะหลบหลีกแม้แต่น้อย กลับก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมยื่นมือออกไปแตะกรงเล็บขนาดยักษ์ของสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัว
ตัวตนที่มีลำตัวยาวหลายพันเมตรและกรงเล็บยาวนับสิบเมตร!
เมื่อเปรียบเทียบกับฉู่โม่วที่มีร่างกายสูงไม่เกินสองเมตร ทำให้ในขณะนี้เขาดูเหมือนมดที่กำลังพยายามโอบอุ้มท้องฟ้าอันยิ่งใหญ่ซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้
ทว่า
เขาได้พึมพำบางอย่างออกมาสองสามคำ
ก่อนที่โลกทั้งใบจะเปลี่ยนสีในบัดดล