ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 604 พลังแห่งหมื่นดวงดารา กับ รวบรวมไปที่ปลายนิ้วมือ
บทที่ 604 พลังแห่งหมื่นดวงดารา กับ รวบรวมไปที่ปลายนิ้วมือ
ครืน! ครืน! ครืน!
แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ในตอนแรกมันยังคงอ่อนแอ แต่เสียงก็ดังขึ้นจนเหมือนกับสายฟ้าฟาดแทบจะในชั่ววินาที
ก่อนที่ทุกคนจะได้สติกลับมาและเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็มองเห็นดวงดาวสว่างไสวนับไม่ถ้วนพุ่งมาจากจักรวาลอันกว้างใหญ่ พลังของดวงดาวก่อเกิดเป็นลำแสงที่ตัดผ่านห้วงอากาศผ่านห้วงมิติและกาลเวลา แล้วจึงเข้าไปในร่างกายของฉู่โม่ว
ในกาแล็กซีที่เคยเงียบสงัด
แม้ว่าในตอนนี้จะมีผู้ปลุกพลังมากมายต่อสู้กันอยู่และทำให้เกิดแสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายนับไม่ถ้วนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งห้วงอากาศ แต่ในตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับลำแสงของดวงดาวไร้ที่สิ้นสุด มันก็ยังต้องถูกบดบัง
ลำแสงดวงดาวนี้ดูเหมือนจะมาจากอีกฟาดของจักรวาล เมื่อเข้าปกคลุมฉู่โม่ว มันก็ทำการเชื่อมต่อบางอย่างกับเขาในทันที
“เฮือก…”
“เฮ้อ…”
ขณะที่ชายหนุ่มหายใจเข้าและออก แสงดาวนับไม่ถ้วนก็หดลงและขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย
สวรรค์และโลก…
กาแล็กซีไร้ที่สิ้นสุด…
ในตอนนี้ พวกมันสะท้อนตามลมหายใจของฉู่โม่ว
ภาพเช่นนี้ก็ดึงดูดสายตามากอยู่แล้ว และมันยังเปล่งประกายยิ่งกว่าเก่าท่ามกลางเหล่าผู้ปลุกพลังที่กำลังต่อสู้กัน
บนดาวเคราะห์วิหคในตอนนี้นั้น หากเงยหน้าขึ้นไปก็จะมองเห็นลำแสงตั้งตระหง่านที่เชื่อมต่อกับจักรวาล
และในสนามรบแห่งนี้ ผู้แข็งแกร่งมากมายต่างก็จ้องเขม็งไปยังภาพนี้ ในสายตาของทุกคนมีแต่ความว่างเปล่าและไม่เข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของชายหนุ่มแม้แต่น้อย
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร…
ก็สัมผัสได้ว่าลำแสงนี้นั้นอัดแน่นไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อมันถูกสูบฉีดเข้าไป พลังกายของชายหนุ่มก็เพิ่มสูงขึ้น
‘ด้วยการเพิ่มขีดจำกัด 500 เท่า บวกกับพลังจากอีกาสุริยันและพลังเหรือธรรมชาติฝนดาวตก ตอนนี้ฉันมีพลังกาย 4.9 พันล้านพลังมังกร ถึงจะยังขาดไปบ้าง แต่ด้วยพลังจากดวงดาวไร้ที่สิ้นสุด เท่านี้ก็คงจะพอแล้วละ!’
ฉู่โม่วคิดอยู่ในใจ
หลังจากนั้น
เขาก็หันไปมองยังดาวเคราะห์วิหคที่อยู่ตรงหน้า
ชายหนุ่มชี้นิ้วออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าอีกาสุริยันร่างยักษ์เองก็เคลื่อนไหวเช่นกัน มันยื่นกรงเล็บออกมาพร้อมกับเขาด้วย
“ทำลาย!”
คำสั่งนั้นหนักแน่นราวกับกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์และดูมีอำนาจแฝงอยู่ภายใน
ทันใดนั้น ดวงดาวไร้ที่สิ้นสุดต่างก็สั่นสะท้านอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับว่าถูกมือล่องหนหยิบและหายไปทีละดวง ๆ แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้หายไปจริง ๆ แต่เพียงค่อย ๆ มืดสลัวลงเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน…
แสงดาวสว่างไสวก็ส่องสว่างมากยิ่งขึ้น แล้วพลังแห่งแสงดาวอันแข็งแกร่งก็ทะยานสูงขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะหลั่งไหลเข้าไปรวมกันที่ปลายนิ้วของฉู่โม่วราวกับทะเลคลั่งในที่สุด
ชายหนุ่มสะบัดนิ้วเบา ๆ และไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย
แต่ระหว่างสวรรค์และโลกกลับมีเสียงดังขึ้นราวกับว่าท้องฟ้ากำลังถูกฉีกขาด ไอสีแดงฉานที่เคยปกคลุมทั่วทั้งดาวเคราะห์วิหคพลันระเบิดพร้อมเสียง ‘ตูม’ ในทันใด ทำให้หิมะและน้ำแข็งมากมายละลายในทันที
“เป็นไปได้ยังไงกัน!”
เมื่อไอหมอกระเบิดออก บรรพชนมนุษย์วิหคก็อุทานลั่นด้วยน้ำเสียงที่เหลือเชื่อยิ่งนัก
ด้วยวิธีการที่เขาใช้นั้น แม้ว่าจะเป็นถึงผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ก็ไม่อาจทำลายมันได้
แต่ฉู่โม่วเป็นเพียงแค่เทียมเทพเท่านั้น!
แม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะแข็งแกร่งและมีพละกำลังสูงกว่า แต่เขาสร้างระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้นได้ยังไงกัน?!
นั่นมันน่าเหลือเชื่อเกินไป!
แท้จริงแล้ว ด้วยพละกำลังของฉู่โม่ว เขาไม่มีทางทำลายมันได้อย่างแน่นอน แต่เขาใช้ร่างลวงตาของอีกาสุริยันร่ายวิชาฝนดาวตก ซึ่งรวบรวมพลังแห่งแสงดาวและดวงดาวไร้ที่สิ้นสุดของดาวเคราะห์วิหคเข้ามา อย่างไรแล้วดาวเคราะห์วิหคก็ยังเป็นดาวดวงหนึ่งในจักรวาล!
ข้างในพื้นใต้ดินของมันมีแก่นดวงดาวอยู่
เดิมที เพราะพลังของมหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค แก่นดวงดาวจึงถูกตรึงเอาไว้และไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง แล้วจึงระเบิดในท้ายที่สุด แต่ด้วยแสงดาวไร้ที่สิ้นสุดที่มารวมตัวกัน แก่นข้างในดาวเคราะห์วิหคจะดึงดูดพลังแบบนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้พละกำลังของมหาเทวะยุทธ์สามารถกดดันและกำจัดหมอกสีแดงออกไปได้
อย่างไรแล้ว…
สิ่งที่ฉู่โม่วทำก็เป็นเหมือนการนำทาง
ผู้ที่ทำขั้นตอนนี้ให้สำเร็จก็คือดาวเคราะห์วิหคเองที่ครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่นั้น!
แต่มหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด
หลังจากที่ชายหนุ่มทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เวลาก็ผ่านไปกว่าห้าวินาที
เหลือเวลาอีกแค่เพียงห้าวินาทีก่อนที่ดาวเคราะห์วิหคจะระเบิดตามการคาดการณ์ของบรรพชนหมัว!
ในตอนนี้มหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคได้เห็นกระบวนวิชาของฉู่โม่วแล้ว ทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาใช้สุดยอดกระบวนท่าของตัวเองทันที ทำให้แสงศักดิ์สิทธิ์มหาศาลแพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทางพร้อมกับพลังงานไร้ที่เปรียบ
หลังจากนั้น…
ลำแสงที่ดูเหมือนจะสามารถส่องขึ้นไปถึงท้องฟ้าได้ก็กำเนิดขึ้นและพุ่งตรงไปยังดาวเคราะห์วิหค เขาอดใจรอไม่ไหวจึงตั้งใจจะทำลายดาวเคราะห์วิหคเสียก่อนเลย
“บรรพชนหมัว!”
ฉู่โม่วตะโกนลั่น
แท้จริงแล้ว ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องตะโกนเสียด้วยซ้ำ แทบจะในเวลาเดียวกัน บรรพชนหมัวก็พุ่งตัวออกมา
เขายืนอยู่ท่ามกลางทางช้างเผือกพร้อมสายลมไร้ที่สิ้นสุดของดวงดาวที่ทำให้ชุดคลุมของเขาปลิวไสว เขามีรัศมีสว่างไสวปลดปล่อยออกมาจากทั่วทั้งร่างกาย เลือดและอณูแห่งชีวิตอันยิ่งใหญ่แพร่กระจายออกไปไกลกว่าหลายพันกิโลเมตร
“รับไปซะ!”
เสียงอันเคร่งขรึมดังมาจากปากของบรรพชนหมัว
ครืน!
เมื่อเขาพูดจบ
ห้วงอากาศก็สั่นสะท้านและเกิดแรงกดดันรุนแรงขึ้นในทันใด
ในพริบตาเดียว ลึกในกาแล็กซีไกลเหนือจินตนาการ รัศมีสว่างไสวพลันปรากฏขึ้นในห้วงอากาศและโจมตีไปยังลำแสงของมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคในทันที
มันคือแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งดวงอาทิตย์จำแลง!
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเหนือธรรมชาติของบรรพชนหมัว เขาก็หันไปยังทิศทางนั้นและโจมตีออกไปในทันใด
ภายใต้สายตาของทุกคน แสงศักดิ์สิทธิ์สองฝ่ายปะทะกัน ทำให้เกิดเสียงดังลั่นขึ้นทั่วทั้งท้องฟ้าและผืนดิน
ห้วงอากาศแพร่กระจายออกมาเป็นคลื่น ดูราวกับว่าทั่วทั้งกาแล็กซีพลิกกลับด้าน เท่าที่ตามองเห็นได้ ทุกสิ่งฉีกขาดและพังทลาย ดวงดาวนับไม่ถ้วนระเบิดไปตาม ๆ กัน
ที่ใจกลางของการปะทะ พื้นที่อย่างน้อยหนึ่งล้านกิโลเมตรโดยรอบพังทลายลง กลายเป็นหลุมดำที่กลืนกินแสงและตัวตนทั้งหมดจนเหลืออยู่เพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
ในตอนนี้…
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์และเผ่ามนุษย์วิหคมากมายในอวกาศต่างยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาของพวกเขาลุกวาวขณะที่มองดูพลังของการปะทะนั้นและยังคงไม่ได้สติกลับมา
บนดาวเคราะห์วิหค ผู้ปลุกพลังมนุษย์และคนทั่วไปนับไม่ถ้วนต่างก็ตื่นตระหนก พวกเขาทั้งตะโกนด้วยความสิ้นหวังหรือไม่ก็ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
บรรพชนทั้งสี่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์เกาะกลุ่มกันและห้อมล้อมมหาเทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์วิหคเอาไว้ อีกฝ่ายคำรามลั่นและโจมตีออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่อาจหลบหนีไปได้
ตอนนี้…
เหลือเวลาอีกเพียงแค่สามวินาทีก่อนที่ดาวเคราะห์วิหคจะระเบิด!
อีกแค่สามวินาที สำหรับผู้คนทั่วไปนั้นแค่จะเอ่ยปากพูดก็ยากพอแล้ว เมื่อเห็นว่าดาวทั้งดวงกำลังจะระเบิดในอีกไม่ช้าและมนุษย์หลายสิบล้านคนจะต้องตาย
ในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็สูดหายใจเข้าลึก