ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 624 ระฆังสังหารเทพ!
บทที่ 624 ระฆังสังหารเทพ!
“อยากไปงั้นเหรอ?”
“ถามฉันรึยัง?!”
ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฉู่โม่วนั่นเอง
หลังจากที่เห็นเขาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยและตบฝ่ามือลงมา ทำให้เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดพลุ่งพล่านออกมาและมุ่งหน้าไปยังเรือรบในทันที รอยฝ่ามือแห่งดวงอาทิตย์ขนาดมหึมาดูราวกับว่าเป็นพลังแห่งเทพเจ้า
มันยังเข้ามาไม่ถึงตัว…
แต่พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็ทำลายห้วงอากาศจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและเผยให้เห็นถึงพลังที่ไม่ธรรมดาแล้ว
“เร็วเข้า ปกป้องนายน้อยเอาไว้!”
ใครบางคนตะโกนออกมาจากเรือรบ
ครืน!
เกราะป้องกันถูกเปิดใช้งานและแสงสีทองอร่ามก็พุ่งออกมาปกคลุมเรือรบทั้งลำเพื่อป้องกันฝ่ามือของชายหนุ่ม
และในจังหวะนั้นเอง
ข้างในเรือรบ นายน้อยวัยหนุ่มยังคงไม่รู้เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย…
เขาไม่อาจรักษาท่าทีสงบเสงี่ยมเอาไว้ได้อีกต่อไป ความหยิ่งทะนงที่เคยมีก็หายไปจนหมด แทนที่ด้วยความเหลือเชื่อและตกตะลึง
ทำไมถึงมีเทวะยุทธ์หรือกระทั่งมหาเทวะยุทธ์อยู่ในดาวเคราะห์ระดับต่ำแบบนี้กันล่ะ?
นั่นมันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
แต่ในตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลาให้มากังวลเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการออกไปจากที่นี่!
ในฐานะตระกูลผู้นำแห่งเผ่าปาเหริน เขาพาผู้ติดตามและผู้คุ้มกันมาด้วยมากมายในการออกเดินทาง ในหมู่คนเหล่านั้นมีมหาเทวะยุทธ์สองคน แต่ทั้งสองได้เสียชีวิตไปในดินแดนต้องห้าม และกระทั่งผู้ติดตามบางส่วนก็แทบจะถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส
มีผู้ปลุกพลังเพียงแค่ไม่กี่สิบคนที่หนีออกมาได้ แต่แทบทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ข้ารับใช้และมีพลังในขั้นเทียมเทพเท่านั้น เหลือผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์อยู่ไม่ถึงยี่สิบคน และมีมหาเทวะยุทธ์อยู่เพียงสามคนเท่านั้น
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ผิวนอก และพลังที่แท้จริงนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ปลุกพลังที่ปรากฏตัวขึ้น
แต่ที่นี่ก็คือถิ่นของศัตรู แล้วพวกเขาจะรู้วิธีเอาตัวรอดได้อย่างไร?
สถานะของเขานั้นสำคัญมาก และจะรับความเสี่ยงนี้ไม่ได้!
ใช่แล้ว…
ในตอนนี้ในหัวใจของเขามีแต่คำว่าล่าถอย
แท้จริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเสียด้วยซ้ำ เหล่าข้ารับใช้ต่างก็ไปควบคุมเรือรบเพื่อเตรียมออกเดินทาง และผู้คุ้มกันขั้นมหาเทวะยุทธ์สิบสองคนก็รีบขับเคลื่อนเรือรบเพื่อขัดขวางฝ่ามือของฉู่โม่วเอาไว้
เพียงแต่ว่า…
เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ ฝ่ามือของชายหนุ่มก็ปะทะเข้ากับโล่ของเรือรบ ทำให้แรงปะทะระเบิดออกมาในทันที
พลังงานอันยิ่งใหญ่แพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้ห้วงอากาศในรัศมีกว่าหนึ่งแสนกิโลเมตรต้องสั่นสะท้านและส่งเสียงแตกหักออกมา
ลมพายุรุนแรงฉีกหมู่เมฆนับไม่ถ้วนและกระทั่งท้องฟ้าก็เหมือนจะฉีกขาด ทำให้ห้วงมิติสีดำนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น
และนั่นเป็นเพียงแค่ผลกระทบเท่านั้น!
ที่ใจกลางของการต่อสู้ในตอนนี้ เมื่อฝ่ามือของฉู่โม่วโจมตีเกราะป้องกันของเรือรบ มันก็พังทลายลงภายในชั่วอึดใจ
หลังจากนั้น…
พลังงานของฝ่ามือขนาดยักษ์ก็มุ่งหน้าต่อไปและร่วงลงไปหาเรือรบ
เมื่อเห็นว่าเรือรบกำลังจะถูกโจมตี ในจังหวะที่สำคัญที่สุด ร่างสามร่างก็บินออกมาจากกระท่อมบนเรือในทันใด แต่ละร่างปลดปล่อยแสงสว่างสีทองอันน่าสะพรึงกลัวราวกับดวงอาทิตย์ออกมา
มีมหาเทวะยุทธ์เพียงสามคนที่เหลืออยู่เคียงข้างนายน้อยคนนี้!
“อวดดี!”
พวกเขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่แต่ละลำแสงพุ่งตรงออกไปป้องกันฝ่ามือของฉู่โม่ว
เมื่อทั้งสองปะทะกัน ฝ่ามือของชายหนุ่มก็ระเบิดกลายเป็นก้อนเมฆนับไม่ถ้วนและจางหายไปในห้วงอากาศทันที เหลือไวเพียงแค่อณูแห่งชีวิตแปรปรวนที่ก่อให้เกิดความโกลาหลเท่านั้น
แม้ว่าฝ่ามือของผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในจะถูกขัดขวางเอาไว้
แต่มหาเทวะยุทธ์ทั้งสามจากเผ่าปาเหรินก็ไม่ดีใจแม้แต่น้อย ในขณะที่ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม แม้ว่ามันจะเป็นการต่อสู้เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังของคู่ต่อสู้นั้นไม่ธรรมดาเลยสักนิด
เขาดูไม่เหมือนขั้นเทียมเทพเลยสักนิด แต่ไปถึงจุดสูงสุดของขั้นเทวะยุทธ์แล้วต่างหาก!
และเมื่อเห็นท่าทีใจเย็นของฉู่โม่วตอนที่เขารับฝ่ามือนั้น นั่นคงไม่ใช่การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแน่ ๆ
พูดอีกอย่างก็คือ…
ผู้ปลุกพลังหนุ่มตรงหน้ามีพลังไม่ต่างไปจากเทพเจ้าเลย!
เพียงเท่านี้ แม้ว่าพลังของเขาจะเทียบได้กับเทวะยุทธ์ อีกฝ่ายก็ยังมีมหาเทวะยุทธ์สามคนอยู่ข้างกายซึ่งมีพลังสูงกว่า แต่สิ่งสำคัญก็คือ มีมหาเทวะยุทธ์อีกสองคนยืนอยู่ข้างหลังฉู่โม่วด้วย!
คนหนึ่งไปถึงขั้นมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดแล้วด้วยซ้ำ!
เพียงแค่คนเดียวก็เพียงพอที่จะทำลายพวกเขาทุกคนแล้ว!
แล้วจะไม่ให้หนักใจได้อย่างไรกัน?
เมื่อคิดได้ดังนั้น มหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ พวกเราเป็นผู้ปลุกพลังจากเผ่าปาเหรินและมีนายน้อยแห่งเผ่าปาเหรินอยู่บนเรือรบด้วย ก่อนหน้านี้พวกเราไร้เหตุผลเกินไป ได้โปรดให้อภัยด้วย หวังว่าท่านจะยอมเมตตาสักครั้ง แล้วพวกเราจะมอบค่าตอบแทนให้อย่างงาม!”
เขาพยายามจะคลี่คลายบรรยากาศและปรับความเข้าใจกับอีกฝ่าย
แต่…
ฉู่โม่วกลับหัวเราะเยาะ “ตอนที่มาถึงก็มาขู่ให้ยอมทำข้อตกลง แล้วพอสถานการณ์ดูท่าไม่ดีก็จะหนีไป คิดว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงินของฉันจะปล่อยไปง่าย ๆ งั้นเหรอ? มันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกัน?!”
“ท่านหมายความว่ายังไง?”
ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินกล่าว “ถ้ามีเงื่อนไขอะไรก็บอกมาได้เลย ถ้าพวกเราทำได้ก็จะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!”
“ไม่มีทางปฏิเสธเหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็ยิ้มมุมปากและกล่าวออกไป “ฉันอยากได้ชีวิตของพวกนาย!”
“ถ้าแบบนั้น ฉันก็ต้องฆ่าพวกนายทุกคนไม่ใช่เหรอ?!”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ใบหน้าของเหล่าผู้ฟังก็หมองหม่นลง “รู้ไหมว่าเผ่าปาเหรินของเราเป็นถึงเผ่าพันธุ์ระดับสูงในจักรวาล ถ้ากล้ามาหาเรื่องพวกเราละก็ เผ่าพันธุ์ของแกจะต้องเจอกับหายนะแน่!”
ในคำพูดของเขาเต็มไปด้วยคำข่มขู่…
แต่ฉู่โม่วก็ไม่ได้สนใจเขามากนัก เขาหันไปคุยกันอีกฝ่ายและตะโกนดังลั่น “เอาเลย!”
เมื่อเขาพูดจบ เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตของตนก็พลุ่งพล่านในทันใด กระบวนท่าและพรสวรรค์มากมายถูกใช้งาน เมื่ออณูแห่งชีวิตเพิ่มพลังขึ้น 2 เท่าและเพิ่มขีดจำกัดขึ้น 500 เท่า เขาก็เพิ่มพลังขึ้นไปถึงขีดสุดในทันที
หลังจากนั้น…
กระบี่ดาราทมิฬพลันปรากฏขึ้นในมือและฟาดฟันออกไปข้างหน้า ปราณกระบี่พวยพุ่งออกมาทันที
ในขณะเดียวกัน
ผู้อาวุโสสวี ผู้ตรวจการโจว ทูตมากมาย และกระทั่งผู้ติดตามอย่างเฉินต้าวซวีเองก็ตะโกนออกมาขณะที่มุ่งหน้าเข้าไปหาผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหริน
“อวดดี!”
เมื่อเห็นฉู่โม่วพุ่งเข้ามา เหล่าผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินก็ฉุนจัด
เดิมทีเขาคิดว่าเพราะนายน้อยอยู่ที่นี่ด้วย จึงเลือกที่จะรักษาความสงบเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย แต่ไม่คาดคิดว่าชายคนนี้จะโจมตีเพราะความขัดแย้งเพียงน้อยนิด เขาคิดว่าพวกเราทำขึ้นมาจากโคลนหรือไงกัน?
“เป็นแค่เทียมเทพแต่กล้ามาท้าทายผู้ยิ่งใหญ่ขั้นมหาเทวะยุทธ์ แกหาเรื่องตายแล้วละ!”
เขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้าไปต่อสู้กับชายหนุ่ม
เมื่อเขาตบฝ่ามือออกไป มันกลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ที่มุ่งหน้าไปหาแสงกระบี่ของฉู่โม่ว เมื่อทั้งสองปะทะกัน แสงกระบี่ของฉู่โม่วก็ถูกบดขยี้ในทันที
หลังจากนั้น ฝ่ามือขนาดใหญ่ก็มุ่งหน้าเข้าหาผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในต่อไป
“หน่วงกาลเวลา!”
“พรสวรรค์แห่งห้วงมิติ!”
ฉู่โม่วใช้พรสวรรค์ต่าง ๆ เพื่อลดความเร็วของฝ่ามือนั้น เขาใช้โอกาสนี้หายตัวไปในพริบตา และเมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็ไปอยู่ตรงหน้ามหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินแล้ว
“ฟัน!”
ริมฝีปากของชายหนุ่มแยกออกจากกัน
แสงกระบี่อันน่าตกตะลึงส่องสว่างออกมาผ่านห้วงมิติและพุ่งเข้าไปหาผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินในทันที เพียงแค่ครึ่งทาง พลังปราณกระบี่อันแหลมคมก็ทำลายห้วงอากาศ และเจตจำนงกระบี่ที่แหลมคมยิ่งกว่าก็เฉือนผิวหนังของผู้คน
“เจตจำนงกระบี่แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้!”
มหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขากำลังจะหลบหลีก แต่แล้วก็พบว่าห้วงมิติรอบกายพลันหนักอึ้ง ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้าลงชั่วขณะ
แต่ในตอนนั้นเอง ปราณกระบี่ก็ฟันลงมาที่เขา
เมื่อได้ยินเสียง ‘ฉัวะ’ บาดแผลอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นบนร่างกายของมหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินคนนี้ เลือดสีทองมากมายไหลออกมาและร่างกายของเขากระเด็นถอยหลังไปด้วยสีหน้าอับอาย
เพียงแต่ว่า…
ขณะที่พยายามจะทรงตัวกลับมา เขาก็พบว่ารอยกระบี่บนร่างกายหายวับไปแล้ว ทั้งร่างกายยังคงปกติดีราวกับว่าไม่เคยได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“พรสวรรค์ห้วงเวลา! พรสวรรค์ห้วงมิติ!”
“สองสุดยอดพรสวรรค์ปรากฏขึ้นในตัวคนคนเดียวจริง ๆ!”
“ต้องบอกเลยว่าพรสวรรค์ของแกทำให้ฉันประหลาดใจได้จริง ๆ ในเผ่าพันธุ์ของแก แกคงจะเป็นสุดยอดพรสวรรค์สินะ!”
มหาเทวะยุทธ์กล่าวด้วยความประหลาดใจ
ทว่า…
เขาก็หยุดไปและกล่าว “แต่… ไม่ว่าแกจะมีพรสวรรค์มากขนาดไหน ระดับพลังของฉันกับแกก็ยังแตกต่างกันมาก และความแตกต่างนั้นก็แทนที่ด้วยพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่ได้!”
“และด้วยพลังของแกในตอนนี้ แกทำให้ฉันบาดเจ็บถึงตายไม่ได้เลยสักนิด! ความพยายามของแกมันไร้ค่า!”
เมื่อพูดจบ…
เขาก็ปลดปล่อยพลังงานในร่างกายออกมาโดยไม่ยั้งมือ รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกมาราวกับอสูรคลั่ง ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับว่าพลังแห่งสวรรค์ลงมาจากเบื้องบน
ตราหยกพลันปรากฏขึ้นในมือของเขา มันผสานไปด้วยพลังงานมากมาย แล้วตราหยกก็ขยายใหญ่ขึ้นและกลายเป็นภูเขาสูงตระหง่านในไม่ช้า
“ตายซะ!”
ก่อนที่จะพูดจบ แสงสีทองอร่ามก็ระเบิดออกมาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์นั้น แล้วมันก็ร่วงลงมาราวกับว่าปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้า ยิ่งมันร่วงลงมาใกล้ พลังของมันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้เกิดเสียงท้องฟ้าพังทลายและโลกทั้งใบมืดมัวลงในทันใด
นอกจากนี้…
แม้แต่ห้วงอากาศก็พังทลายลงในทันที ห้วงมิติส่งเสียงคำรามในความโกลาหล แต่ก่อนที่จะได้ก่อความวุ่นวายขึ้น มันก็ถูกกดดันด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของภูเขาศักดิ์สิทธิ์และทรุดลงทันที
“นายน้อย!”
“คุณฉู่ระวัง!”
เมื่อเห็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ สีหน้าของเหล่าผู้ปลุกพลังมนุษย์ที่ต่อสู้กับผู้ปลุกพลังเผ่าปาเหรินอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไปและต่างก็อุทานออกมาทันที
ผู้อาวุโสสวีนั้นอยากจะหนียิ่งกว่าเสียอีก
พลังเช่นนี้สามารถทำลายสวรรค์ได้ มันไม่ใช่สิ่งที่ฉู่โม่วจะต้านทานได้!
แต่…
เมื่อเผชิญหน้าพลังที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ สีหน้าของฉู่โม่วไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นความทะเยอทะยานที่จะลอง
‘ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์แข็งแกร่งมาก ด้วยพลังของฉันน่ะ จะสู้กับเขาก็คงจะลำบากทีเดียว!’
‘แต่ว่า…’
‘ฉันได้ระฆังจักรพรรดิบูรพามาและยังหาใครให้ลองใช้ไม่ได้ งั้นฉันจะใช้โอกาสนี้ทดสอบพลังต่อสู้ของระฆังจักรพรรดิบูรพาเลยก็แล้วกัน!’
ในชั่วพริบตา ตราหยกนั้นก็จวนจะใกล้เข้ามาทุกที
แต่ฉู่โม่วกลับไม่ตื่นกลัวแม้แต่น้อย ทำเพียงแค่โบกมือเบา ๆ เท่านั้น
ตูม!
หลังจากเสียงระฆังดังสนั่นเลื่อนลั่น ระฆังสีทองแดงแปลกตาก็ลอยออกมาจากจุดตันเถียนของเขา มันมีขนาดเพียงแค่สามนิ้วเท่านั้น แต่มันก็ขยายใหญ่ขึ้นและกลายเป็นระฆังขนาดหนึ่งเมตรที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของฉู่โม่ว อากาศโดยรอบก็เริ่มสงบลง
เมื่อระฆังสีทองแดงนี้ปรากฏขึ้น หมู่เมฆที่เคยคลุ้มคลั่งก็รวมตัวกัน และแม้แต่ห้วงอากาศก็ต้องหยุดนิ่ง
เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังดังลั่นและสั่นสะท้านเบา ๆ ทุกครั้งที่มั่นสั่นไหว ระฆังก็จะเรืองแสงสีทอง แล้วอักขระก็จะปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับว่าพวกมันมีชีวิต
รัศมีอันน่าเกรงขามที่กดดันโลกทั้งใบแพร่กระจายออกมาจากระฆังทองแดง
“นี่มันสมบัติแบบไหนกัน?!”
ห่างไกลออกไป…
ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินมองดูระฆังทองแดงด้วยความประหลาดใจ
เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งจากระฆังทองแดง และกระทั่งน้ำหนักมหาศาลราวกับว่าระฆังนี้เดินทางข้ามกาลเวลามา ซึ่งมันเต็มไปด้วยรัศมีโบราณ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร …แต่หลังจากที่สัมผัสได้ถึงรัศมีนี้ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
เพียงแต่ว่า ก่อนที่ความไม่สบายใจจะได้ปรากฏขึ้นเด่นชัด เขาก็เห็นฉู่โม่วยื่นฝ่ามือออกมาและผลักไปที่ระฆังจักรพรรดิบูรพา
เหง่งหง่าง!!
ด้วยเสียงระฆังนี้ มันดูราวกับยักษ์โบราณเหนือผืนฟ้าตีระฆังจักรพรรดิบูรพา เสียงระฆังแพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทางและเต็มไปด้วยรัศมีทำลายล้าง ทุกอย่างถูกทำลายและผลักออกไปทันที
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สูงตระหง่านที่สร้างขึ้นโดยตราหยกดูเหมือนจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก เกิดเสียงแตกหักขึ้น แล้วรอยแยกก็ปรากฏขึ้นบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ภูเขาทั้งลูกลอยออกไปไกลทันที
“อะไรกัน!”
ภายใต้เสียงระฆังทำลายล้าง ภูเขาก็ลอยกลับด้านออกไป และเสียงอุทานลั่นก็ออกมาจากปากของมหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหริน
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหลือเชื่อราวกับว่าเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“ระฆังทองแดงนี่มาจากไหนกัน แล้วมันทำลายตราภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของฉันได้ยังไง?!”
เขาตกตะลึง…
ตราหยกที่กลายเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเป็นสมบัติแต่กำเนิดที่มีชื่อว่าตราภูเขาศักดิ์สิทธิ์ พลังของมันนั้นไร้ที่เปรียบและเทียบได้กับสมบัติโบราณหายาก เขามักจะใช้มันเพื่อพลิกเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้ทั่วไป แต่เขาไม่คาดคิดว่ามันจะถูกทำลายด้วยระฆังทองแดงในวันนี้!
สมบัตินี้มีจิตวิญญาณของเขา และหากมันได้รับความเสียหาย จิตวิญญาณของเขาก็จะเสียการควบคุมไปครู่หนึ่ง และจิตวิญญาณก็จะตกตะลึงจนร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะด้วย
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงชั่ววินาที มันก็เพียงพอที่จะแบ่งแยกความเป็นความตายในการต่อสู้ระดับเทพเจ้า
ใช่แล้ว…
เมื่อเขาเสียการควบคุมจิตวิญญาณ ฉู่โม่วก็จะได้โอกาสเอาชนะ
“ดังขึ้นอีก!”
เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตไร้ที่สิ้นสุดพลุ่งพล่านในเส้นชีพจรราวกับทะเลคลั่ง
ครืน ครืน ครืน!
ระฆังทองแดงจักรพรรดิบูรพาเร่งระดับเสียงตอบรับ แล้วมันก็ขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ รวมถึงพื้นที่ในรัศมีกว่าหลายหมื่นกิโลเมตร
“เขากำลังจะ…”
“ท่าไม่ดีแล้ว!”
มหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินพลันเปลี่ยนสีหน้าไปและพยายามจะหลบหลีกทันที
แต่…
มันก็สายเกินไปแล้ว!
ขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนไหว ระฆังขนาดยักษ์ของฉู่โม่วก็บดขยี้ลงมา
แทบจะในทันที ระฆังทองแดงก็ปกคลุมร่างของมหาเทวะยุทธ์ปาเหรินและขังเขาไว้ข้างในทันที
หลังจากนั้น
ฉู่โม่วก็สูดหายใจลึก เขาพลันขับเคลื่อนเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกาย ก่อนจะสูบฉีดพวกมันเข้าไปในแขนขวาผ่านจุดตันเถียนและเส้นชีพจร แล้วจึงต่อยออกไปโจมตีระฆังทองแดงทันที
ตูม!
เสียงระฆังดังสนั่นเลื่อนลั่น ไม่ว่ามันผ่านไปที่ใดก็จะมีคลื่นเสียงสีทองแผ่ออกมา ก้อนเมฆและอากาศนับไม่ถ้วนพลุ่งพล่านโดยแพร่กระจายออกไปกว่าหลายล้านกิโลเมตร เหล่าผู้ปลุกพลังที่ต่อสู้อยู่รอบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเผ่าปาเหรินต่างก็ไม่ทันตั้งตัวและกระเด็นออกไปคนแล้วคนเล่า
และนี่เป็นเพียงแค่ผลกระทบของเสียงระฆังเท่านั้น
ในตอนนี้ มหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินผู้ติดอยู่ข้างในระฆังทองแดงนั้น เมื่อระฆังทองแดงดังขึ้น เสียงระฆังก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งระฆัง และเสียงอันยิ่งใหญ่ก็ดังต่อไปเรื่อย ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อและระเบิดพร้อมเสียงดังสนั่นทันที!
มหาเทวะยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ถูกสังหารโดยเสียงของระฆังจักรพรรดิบูรพา!