ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 64 กลืนกลินตัวนิ่ม
บทที่ 64 กลืนกลินตัวนิ่ม
ตู้ม!
เสียงสายฟ้าฟาดพลันดังสนั่นขึ้น
สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวพลุ่งพล่านออกมาจากร่างกายของฉู่โม่วและปกคลุมบริเวณโดยรอบ ทำให้ภายในรัศมีหลายสิบเมตรกลายเป็นเหมือนทะเลสายฟ้า
สายฟ้าสีน้ำเงินพวยพุ่งราวกับมังกร
ภายใต้พลังแห่งสายฟ้า นัยน์ตาของฉู่โม่วเต็มไปด้วยเส้นสายอัสนี ทำให้เขาดูราวกับเทพโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ทันที และเมื่อปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงเช่นนี้ออกมา มันก็ยากนักที่จะมองดูตรง ๆ ได้
“ว้าว!”
หลังจากที่ฉู่โม่วใช้พลังแห่งสายฟ้า ทุกคนก็ตกตะลึง
กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่รวมไปถึงกลุ่มนักล่าสายลมนิ่งงันอยู่กับที่ด้วยสีหน้าไม่เชื่อสายตา
“เป็นพลังทำลายล้างที่ทรงพลังอะไรอย่างนี้… เขาควบคุมสายฟ้าได้จริง ๆ!”
กลุ่มนักล่าสายลมหรี่ตาลงด้วยใบหน้าตะลึงงัน
โฮก!
ตอนนั้นเอง ตัวนิ่มแปดแถบยักษ์เองก็สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากฉู่โม่ว
แต่มันเชื่อว่าการป้องกันของตัวเองแข็งแกร่งพอและไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด แทนที่จะถอยหนี มันกลับขดร่างกายเป็นลูกบอลและพุ่งตรงไปยังฉู่โม่ว!!
เมื่อมันโจมตีก็เกิดเสียงหวีดหวิว กระทั่งอากาศก็ไม่อาจต้านทานไหวจนเกิดเป็นรอยแยก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม้ตรงหน้าจะเป็นถึงจอมยุทธ์ ร่างกายของเขาก็จะถูกบดขยี้ในทันที!
แต่ในตอนนั้นเอง…
ฉู่โม่วกลับไม่หนีไปไหน!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะหลบ แต่เพราะ… เขาไม่จำเป็นต้องทำ!
เมื่อเห็นตัวนิ่มแปดแถบยักษ์พุ่งตรงเข้ามา ฉู่โม่วก็โบกมือปล่อยสายฟ้าไร้ที่สิ้นสุดออกมา ราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก พลังทำลายล้างไร้ขีดจำกัดปะทะเข้ากับตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ทันที!
ภาพอันน่าตกตะลึงปรากฏขึ้น!
เมื่ออัสนีสีม่วงปกคลุมร่างกายของตัวนิ่ม พลังอันยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสายฟ้าทะลุผ่านเกล็ดเข้าไปในเลือดเนื้อของมันทันที
อวัยวะภายในของมันถูกทำลายในพริบตา ทำให้ตัวนิ่มแปดแถบยักษ์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แรงที่มุ่งหน้าเข้ามาหยุดลงและร่างของมันระเบิดพร้อมสายฟ้าสว่างวาบในทันใด
จนกระทั่งสายฟ้าเหล่านั้นหายไป…
เกล็ดที่แข็งแกร่งไม่อาจทำลายได้ของมันกลายเป็นสีดำเมี่ยม เผยให้เห็นเนื้อหนังและเลือดข้างใน ตอนนี้ไหม้เกรียมและมีกลิ่นเนื้อย่างลอยออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น
พื้นดินโดยรอบดูราวกับว่าโดนอุกกาบาตตกใส่ มีหลุมลึกขนาดเล็กและใหญ่ โดยหลุมที่ขนาดใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสามเมตร
“อะไรกัน!”
ตอนนี้ผู้ฝึกยุทธ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ของกลุ่มนักล่าสายลมทุกคนล้วนตกตะลึง
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว สัตว์อสูรระดับ 4 ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส!
นั่นมันระเบิดชัด ๆ เขาทำได้ยังไงกัน?
เมื่อคิดดังนั้น
ทุกคนก็มองดูฉู่โม่วด้วยความเคารพและเกรงขาม
“การใช้สายฟ้าเป็นวิธีสังหารที่น่ากลัวที่สุดจริง ๆ!”
เมื่อเห็นการโจมตีจากพลังควบคุมสายฟ้าของตน ฉู่โม่วเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
หลังจากที่ดึงพลังสายฟ้ากลับมา เขาก็หันไปมองตัวนิ่มแปดแถบยักษ์
ตอนนี้มันบาดเจ็บหนัก แต่เห็นได้ว่าบาดแผลบนร่างกายของมันกำลังฟื้นฟูด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ฉู่โม่วเดินเข้าไปใกล้และฟันกระบี่ลงไป
กระบี่ตัดผ่านหัวใจของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์และพลังปราณกระบี่แพร่กระจายออกมา ตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ก็สิ้นใจโดยสมบูรณ์
ตอนนี้
สัตว์อสูรระดับ 4 ตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ …สิ้นใจตาย
“ขอบคุณที่ช่วยนะ!”
ทุกอย่างจบลงแล้ว
กลุ่มนักล่าสายลมเดินเข้ามาและกล่าวขอบคุณเขา
“ไม่จำเป็นหรอกหัวหน้ากลุ่มนักล่า แค่ผ่านมาก็เลยมาช่วยน่ะ!”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง
“นี่คุณรู้จักผมงั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว กลุ่มนักล่าสายลมก็ดูประหลาดใจและตื่นเต้น
อีกฝ่ายสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับ 4 ได้ในทันที และผู้ที่ทรงพลังเทียบเท่ากับปรมาจารย์ยุทธ์จะเรียกเขาแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ทำเอาพวกเขาเกิดความสงสัยบางอย่างขึ้นมา
เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองรู้จักผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ด้วย!
เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มนักล่าสายลมจะไม่รู้จักฉู่โม่ว
ในตอนแรก ฉู่โม่วเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ไร้ชื่อเสียง และกลุ่มนักล่าสายลมก็เป็นกองกำลังขนาดใหญ่ของฐานอยู่แล้ว
หากจะรู้จักก็มีเพียงแค่ตอนที่ฉู่โม่วกลืนกินพรสวรรค์จากมังกรพสุธาที่กลุ่มของพวกเขาสังหารไป แต่ในตอนนั้นฉู่โม่วปะปนอยู่ในฝูงชนและหายตัวไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้รับพรสวรรค์มา
ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงรู้จักกลุ่มนักล่าสายลม แต่พวกเขาไม่รู้จักฉู่โม่ว
แต่ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องบอกอะไร ฉู่โม่วจึงให้เหตุผลมั่วซั่วไป “กลุ่มนักล่าสายลมเป็นที่รู้จักดีในฐาน แน่นอนว่าฉันต้องรู้จักอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินคำชื่นชมของฉู่โม่ว กลุ่มนักล่าสายลมก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย “ก็แค่ชื่อเสียงเล็กน้อยน่ะ ผมไม่คิดว่าคุณจะจำได้หรอก น่าอายจริง ๆ… ผมต้องขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้!”
ฉู่โม่วยิ้ม
หลังจากนั้นเขาก็พูดคุยกับกลุ่มนักล่าสายลมและคนอื่น ๆ เล็กน้อยและเอ่ยขึ้นในที่สุด “ฉันอยากได้สัตว์อสูรระดับ 4 ตัวนี้น่ะ ขอได้ไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้น
กลุ่มนักล่าสายฟ้าก็รีบกล่าว “ตัวนี้คุณเป็นคนฆ่าเองก็ต้องเป็นของคุณอยู่แล้ว!”
“เยี่ยมเลย งั้นฉันเอามันไปก่อนนะ… พวกคุณรีบกลับไปดีกว่า ตอนนี้ข้างนอกฐานโกลาหลขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีเรื่องฉุกเฉินอะไรก็อย่าออกมาละ!”
ฉู่โม่วกล่าวและเอาร่างของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ใส่เข้าไปในถุงเก็บของ
หลังจากนั้นเขาก็กล่าวลาทุกคนและจากไปอย่างรวดเร็ว
…
กลุ่มนักล่าสายลมกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่มองดูฉู่โม่วจากไปจนหายไปจากสายตา
“ชายผู้แข็งแกร่งคนนี้ต้องเป็นจอมยุทธ์แน่!”
สมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งหันไปมองทิศทางที่ฉู่โม่วหายตัวไปและอดถอนหายใจไม่ได้ “สักวันฉันก็จะเป็นจอมยุทธ์ด้วยเหมือนกัน!”
“นั่นสิ น่าอิจฉาจริง ๆ!”
“สุภาพบุรุษคนนั้นยังหนุ่มมากแต่กลับมีพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้แล้ว เขาจะต้องมีพรสวรรค์มากแน่ ๆ!”
“ขนาดพวกเราเองยังไม่รู้เลยว่ามีความหวังที่จะได้เข้าสู่ขั้นจอมยุทธ์ได้ไหมในชีวิตนี้!”
สมาชิกในกลุ่มคนอื่น ๆ ต่างพูดกันจอแจและคำพูดของพวกเขาเต็มไปด้วยความริษยา
แต่หัวหน้ากลุ่มนักล่าสายลมกลับไม่พูดอะไร
เขายืนอยู่เฉย ๆ ขณะที่ในหัวมีแต่ภาพสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวของฉู่โม่วฉายซ้ำ ๆ ไปมา
เขาได้แต่ตกตะลึง!
เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง ด้วยพรสวรรค์ของเขา ภายในชีวิตนี้ เขาจะเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้
เขารู้แค่ว่าการจะเข้าสู่ขั้นจอมยุทธ์นั้นยากเย็นอย่างถึงที่สุด
“ไม่ต้องหันไปมองหรอก กลับกันเถอะ!”
“หลังจากความสูญเสียครั้งนี้ กลุ่มของเราอาจจะกลับมาแข็งแกร่งเท่าเดิมไม่ได้อีกนานเลย!”
หลังจากที่แอบถอนหายใจ หัวหน้ากลุ่มนักล่าก็ทำใจให้เย็นลง ช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับบาดเจ็บและเดินกลับไปยังฐาน
…
ที่อีกฝั่งหนึ่ง
ในที่หลบภัยชั่วคราว ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิโดยมีร่างของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์วางอยู่ตรงหน้า
“อย่างที่คิดไว้เลย สัตว์อสูรธาตุดินมีการป้องกันที่แข็งแกร่งมาก มันป้องกันกระบี่ของเราได้ด้วยซ้ำ!”
เมื่อคิดย้อนกลับไปว่าเกล็ดของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน
ฉู่โม่วก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
หากไม่เชี่ยวชาญในพลังสายฟ้าและทำลายอวัยวะภายในของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ในวันนี้ กระบี่เพียงเล่มเดียวคงจะสังหารมันได้อย่างยากลำบากแน่
โชคดีที่สุดท้ายมันก็ตาย!
หากกลืนกินพรสวรรค์ธาตุดินเข้าไปได้ การป้องกันของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น!
“เริ่มกลืนกิน!”
ฉู่โม่วสูดหายใจลึก ยืดเหยียดฝ่ามือและกล่าวเงียบ ๆ ในใจ