ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 644 ฝึกฝนและศึกษา และสมบัติลงมายังโลก!
บทที่ 644 ฝึกฝนและศึกษา และสมบัติลงมายังโลก!
หลังจากที่ถกเถียงกันเรื่องการแบ่งสมบัติ ผู้เฒ่าหมื่นยังคงดำเนินการประชุมต่อไปและเริ่มการถกเถียงแผนการที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าการสร้างมาตรวัดที่เข้าข้างตัวเอง แน่นอนว่านี่คือหน้าที่ของมหาเทวะยุทธ์และผู้ปลุกพลังทั่วไปที่มีขั้นต่ำกว่าไม่สามารถทำได้
แต่เหล่าผู้ปลุกพลังทุกคนก็ยังตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
ในทางกลับกัน ฉู่โม่วดูเบื่อหน่ายเล็กน้อย
การประชุมดำเนินต่อไปกว่าหลายวันก่อนจะจบลงในที่สุด
ชายหนุ่มรีบออกไปจากที่นี่ทันที
ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าครึ่งเดือนก่อนที่สมบัติศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏขึ้น แน่นอนว่าเขาจะไม่รออยู่เฉย ๆ ฉู่โม่วไปตามหาที่เงียบสงบและศึกษากฎเกณฑ์แห่งความจริงอันลึกลับ
และระหว่างที่ชายหนุ่มแยกตัวออกไปนั้น
ในตอนนี้ แดนรกร้างทิศตะวันออกได้ตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความตื่นเต้น
สถานศักดิ์สิทธิ์ สุดยอดราชวงศ์ และกระทั่งกองกำลังอันแข็งแกร่งมากมายต่างก็ปรากฏตัวทั่วพื้นที่บนแผ่นดินหลัก ทำให้การใช้งานทรัพยากรและสมบัติประจำวันเพิ่มสูงขึ้นมาก
ผู้ปลุกพลังทั่วไปมากมายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะคิดว่าการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่จะบังเกิดขึ้น
แต่เหล่าผู้ปลุกพลังที่ได้รับข่าวสารต่างก็รู้ความจริงอยู่ในใจ หายนะแห่งสวรรค์และโลกกำลังจะมาถึง และกองกำลังมากมายในแผ่นดินหลักก็มารวมตัวกันเพื่อช่วยดาวเคราะห์ดวงนี้เอาไว้
ข่าวนี้ทำให้ผู้คนมากมายต้องตกตะลึง
ผู้คนบางส่วนหวาดผวาอย่างหนักด้วยความคิดว่าโลกกำลังจะมาถึงจุดจบและไร้ซึ่งอนาคต
บางคนก็เชื่อมั่นว่าสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้และฝึกฝนอย่างหนักเพื่อโอกาสที่จะมีชีวิตรอดบนโลกในอนาคต
โดยรวมแล้ว
ทั่วทั้งผืนแผ่นดินเต็มไปด้วยความโกลาหล
แต่ก็ไม่มีสิ่งใดส่งผลต่อแผนการของอารามแห่งความหวัง พวกเขายังคงดำเนินการต่อไป ทั้งก่อสร้างและเตรียมการอุปกรณ์ต่าง ๆ บนแผ่นดินหลัก
ในสถานการณ์เช่นนี้ เวลาดำเนินผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ในไม่ช้า เวลาก็ผ่านไปกว่าหลายเดือนแล้ว
ในขณะที่แดนรกร้างทิศตะวันออกยังคงอยู่ในความวุ่นวาย ข้อมูลหนึ่งก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วและดึงดูดความสนใจของผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนเข้ามา
ทางทิศเหนือสุดของแดนรกร้างทิศตะวันออก มีใครบางคนมองเห็นลำแสงพุ่งลงมาจากท้องฟ้าและส่องแสงสว่างออกมาไกลกว่าหลายแสนกิโลเมตร ทำให้ทั่วทั้งพื้นที่ทางเหนือสว่างราวกับเวลากลางวันถึงสิบวันติดต่อกันก่อนจะจางหายไป
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกมา
ผู้คนนับไม่ถ้วนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ตั้งแต่เวลากว่าสามพันปีก่อน สมบัติมากมายจะกำเนิดขึ้นทุก ๆ ร้อยปีจนกลายเป็นกิจวัตร และตอนนี้ก็ถึงเวลาครบร้อยปีที่สมบัติชิ้นสุดท้ายปรากฏขึ้นแล้ว
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนจึงเริ่มออกเดินทางด้วยความหวังว่าจะพยายามคว้าสมบัติหายากมาอยู่ในมือ
และกองกำลังขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมการประชุมอารามแห่งความหวังในตอนแรกนั้น เมื่อได้ยินข่าวนี้ พวกเขาก็ส่งผู้ปลุกพลังในกองกำลังออกไปต่อสู้เพื่อแย่งมันมาทันที
สำหรับกองกำลังขนาดใหญ่เหล่านี้แล้ว
สมบัติศักดิ์สิทธิ์นั้นล้ำค่ามาก แต่แท้จริงแล้ว ในสถานการณ์ปัจจุบัน พวกมันไม่ได้ล้ำค่าเลยสักนิด
อย่างไรแล้ว สวรรค์และโลกก็กำลังจะล่มสลายลง ทุกสิ่งมีชีวิตกำลังจะถูกทำลาย แล้วการแก่งแย่งสมบัติจะไปมีประโยชน์อะไรกัน?
และเหตุผลที่พวกเขาประกาศการแข่งขันนี้ก็เพื่อให้เหล่าผู้ปลุกพลังได้ฝึกฝนนั่นเอง!
หายนะแห่งสวรรค์และโลกคือหายนะสำหรับทุกสิ่งมีชีวิต แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยเช่นกัน
ผู้ปลุกพลังมากมายเริ่มตื่นตัว
ในการต่อสู้เพื่อสมบัติ บางทีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งอาจปรากฏตัวขึ้น เอาชนะศัตรูทุกคนในรุ่นเดียวกันบนโลก และกลายเป็นวีรบุรุษของโลกใบนี้
ใช่แล้ว… นี่คือการแข่งขันสำหรับสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อสมบัติศักดิ์สิทธิ์มากนัก ไม่ใช่การเพิ่มขวัญกำลังใจ
แต่คือการตามหาความภาคภูมิใจของสรวงสวรรค์!
…
ใต้หน้าผาลับบางแห่ง ข้างในถ้ำที่ถูกเปิดออก
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่และปกคลุมไปด้วยจังหวะเต๋าและกฎเกณฑ์ที่ทรงพลัง ทำให้พื้นที่ทั่วทั้งถ้ำสว่างไสวราวกับว่าเป็นดินแดนแห่งเทพเจ้า
หากคนนอกได้เห็นภาพนี้ก็จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายที่ในถ้ำนี้มีเพียงแค่ฉู่โม่วเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร
พลังแห่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ค่อย ๆ ประสานกันและจางหายไปจนหมด ฉู่โม่วก็ลืมตาขึ้นและมีลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกมาจากดวงตาในทันใด อักขระลึกลับมากมายและแสงส่องวูบวาบไปมา เผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่
โชคยังดี ความโกลาหลนี้เริ่มสงบลงในไม่ช้า แล้วชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นราวกับคนปกติทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างคือดวงตาของเขาดูลึกซึ้งและมืดมนราวกับบ่อน้ำลึกที่ดึงดูดความสนใจเข้ามา
“เฮ้อ…”
หลังจากที่สูดหายใจลึก กระทั่งผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในผู้ฝึกฝนอยู่กว่าหลายเดือนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
แล้วเขาก็มองเข้าไปข้างในร่างกายของตัวเอง เมื่อสัมผัสได้ถึงความหมายอันลึกซึ้งในร่างกายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสะท้านโลก เขาก็อดเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าไม่ได้
หลังจากที่เก็บตัวมากว่าแปดเดือน
ด้วยการช่วยเหลือของแผ่นศิลารู้แจ้ง แท่นประทับรู้แจ้ง และการเร่งเวลา ความเร็วในการศึกษาความหมายอันลึกซึ้งจึงน่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก!
เดิมที ความหมายอันลึกซึ้งแห่งธาตุไฟของเขามาถึงจุดสมบูรณ์แบบแล้ว และห่างไปจากการพัฒนาเข้าสู่ขั้นกฎเกณฑ์มายาอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาก้าวข้ามจุดนั้นไปถึงขั้นกฎเกณฑ์มายา และเข้าใจถึงสองในห้าส่วนแล้ว
ส่วนความหมายอันลึกซึ้งแห่งธาตุน้ำก็พัฒนาขึ้นจากกฎเกณฑ์มายา 83% และเข้าใจถึงหนึ่งในห้าส่วน!
นอกจากนี้…
พรสวรรค์ห้าธาตุแห่งโลหะ ไม้ น้ำ ไฟ และดินต่างก็เพิ่มสูงขึ้นมาก
ความหมายอันลึกซึ้งแห่งธาตุโลหะพัฒนาขึ้นเป็น 70% ไปถึงขั้นกฎเกณฑ์มายาแล้ว ทำให้เหลืออีกเพียงแค่ 30% สุดท้ายเท่านั้น!
ความหมายอันลึกซึ้งแห่งธาตุดินเองก็พัฒนาขึ้นเป็น 76% ธาตุลมเพิ่มขึ้นเป็น 63% และธาตุไม้เพิ่มขึ้นเป็น 94% ซึ่งไม่ไกลไปจากขั้นสมบูรณ์แบบเลย
ส่วนความหมายอันลึกซึ้งแห่งแสงและความมืดต่างก็พัฒนาเข้าสู่ขั้นต้นแล้ว
ฉู่โม่วไม่ได้ศึกษาความหมายอันลึกซึ้งแห่งห้วงมิติเพราะเขาไปถึงขั้นกฎเกณฑ์มายาแล้ว แต่พรสวรรค์ห้วงเวลานั้น โชคไม่ดีนักที่สุดยอดพรสวรรค์นี้ฝึกฝนยากอย่างถึงที่สุด และจำเป็นต้องใช้เวลานาน ระหว่างช่วงเวลานี้ ฉู่โม่วจึงฝึกฝนมันได้แค่ 17% และเป็นแค่ขั้นเริ่มต้นเท่านั้น
แต่โดยรวมแล้ว สิ่งที่เขาได้รับจากการฝึกฝนครั้งนี้ก็มหาศาลทีเดียว
ตามแผนการที่ฉู่โม่วเตรียมไว้
เขาตั้งใจจะพัฒนาพรสวรรค์แต่กำเนิดพื้นฐานแห่งระบบทั้งเก้าให้ถึงขั้นกฎเกณฑ์มายา แล้วจึงก้าวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ เมื่อถึงตอนนั้นมันก็คงจะไม่ห่างไกลออกไปแล้ว!
“ถ้าฉันพัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลาเป็นขั้นกฎเกณฑ์มายาได้แล้ว มันจะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้อีก!”
“โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่พรสวรรค์ห้วงเวลาฝึกฝนยากเกินไป ถึงจะมีแผ่นหินกับแท่นประทับรู้แจ้ง รวมถึงการเร่งเวลา มันก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายสิบปี… นั่นมันนานเกินไปแล้ว!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองและรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
เขาอยู่ในขั้นเทียมเทพมานานเกินไป และรอที่จะเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ต่อไปไม่ไหวแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะรอนานขนาดนั้นเพื่อศึกษาความหมายอันลึกซึ้งของกาลเวลาให้สำเร็จ
หลังจากที่ส่ายหน้าไปมาเพื่อกำจัดความคิดยุ่งเหยิง ฉู่โม่วก็คำนวณเวลาดู และพบว่าวันที่สมบัติศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏขึ้นห่างออกไปอีกไม่ไกลแล้ว
“ได้เวลาออกไปแข่งขันแย่งสมบัติแล้ว!”
“ไม่รู้ว่าจะมีสมบัติแปลก ๆ ที่เกี่ยวกับกาลเวลาอยู่ในหมู่สมบัติพวกนั้นด้วยไหม ถ้ามี บางทีฉันอาจจะเข้าใจความหมายแห่งกาลเวลาไปถึงขั้นกฎเกณฑ์มายาเลยก็ได้!”
ฉู่โม่วพึมพำด้วยความคาดหวัง
แต่เขาก็ส่ายหน้าไปมาและรู้สึกขบขันเล็กน้อย
สมบัติที่เกี่ยวข้องกับความหมายแห่งกาลเวลานั้นล้ำค่าขนาดไหนกัน?
แล้วมันจะปรากฏตัวขึ้นในหมู่สมบัติเหล่านั้นเหรอ?
เขากำจัดความคิดเพ้อฝันออกไป แล้วจึงเดินออกจากถ้ำและบินตรงไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุดทันที