ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 647 ถ้าฉันฟันก่อน นายต้องรับไม่ไหวแน่!
บทที่ 647 ถ้าฉันฟันก่อน นายต้องรับไม่ไหวแน่!
และหลังจากนั้น…
มั่วชูบังเอิญได้รู้เรื่องของเทียมเทพกลืนกินสวรรค์มาจากเพื่อนคนหนึ่ง และได้ยินว่าพลังเหนือธรรมชาติและทักษะวิชากระบี่ของอีกฝ่ายนั้นล้ำลึกอย่างถึงที่สุด เขาจึงเกิดความสนใจและอยากต่อสู้กับชายหนุ่มขึ้นมา
ในตอนนั้น เขาไม่ได้มาที่ยอดเขาวิทยายุทธ์เพราะกำลังฝึกฝนอยู่ เมื่อรีบเดินทางมาถึงก็ได้รู้ว่าฉู่โม่วกลับไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
เขาจึงทำได้แค่ถอดใจ…
ในตอนนี้เมื่อสมบัติศักดิ์สิทธิ์ลงมายังผืนโลก เขาก็คิดว่าเทียมเทพกลืนกินสวรรค์อาจมาที่นี่
แต่โชคไม่ดีนัก…
เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย กลับดูไม่อยากจะต่อสู้เท่าไรนัก
นั่นทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก!
“ในเมื่อนายไม่ต้องการ ถ้าอย่างนั้น… ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง!”
เมื่อพูดจบ
มั่วชูก็ส่ายหน้าไปมาและเตรียมกลับหลังหันจากไป
แต่…
ในตอนนั้นเอง
“ได้!”
น้ำเสียงนิ่งเรียบพลันดังขึ้น
ได้งั้นเหรอ?
เมื่อได้ยินดังนั้น มั่วชูก็ตะลึงงันและหันไปมองฉู่โม่วในทันที
เขาเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นยืน สายตายังคงสงบนิ่ง แต่เขาเองก็เป็นผู้ฝึกกระบี่และสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ที่ก่อตัวขึ้นรอบกายอีกฝ่าย
เมื่อรัศมีนี้ปรากฏขึ้น ในสายตาของมั่วชู ฉู่โม่วเป็นเหมือนกับกระบี่วิเศษที่ค่อย ๆ ถูกดึงออกมาจากฝัก
“นายตอบตกลงว่าจะสู้กับฉันเหรอ?”
มั่วชูไม่เชื่อหูตัวเองและถามด้วยความประหลาดใจ
“เยี่ยมเลย!”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยสายตาเย็นยะเยือก “ฉันกับนายเป็นมือกระบี่กันทั้งคู่ ในเมื่อนายอยากได้คู่ต่อสู้ที่ดุเดือด ฉันก็จะสนองให้เอง!”
“ขอบคุณมาก!”
เมื่อได้รับคำยืนยัน มั่วชูก็ดีใจจนเนื้อเต้นทันที
หลังจากนั้นเขาจึงกล่าว “ตอนนี้ฉันก้าวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์แล้ว แต่นายยังเป็นแค่เทียมเทพ ฉันจะลดระดับพลังลงเป็นขั้นเทียมเทพในการแข่งขัน แต่ยังไงฉันก็ยังมีข้อได้เปรียบอยู่… เพราะฉะนั้นนายโจมตีก่อนได้เลย!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าไปมา
“มีอะไรเหรอ?”
มั่วชูประหลาดใจเล็กน้อย
“นายฟันกระบี่นั่นออกมาก่อนดีกว่า!”
ฉู่โม่วกล่าวอย่างใจเย็น “ถ้าฉันฟันก่อน นายต้องรับไม่ไหวแน่”
เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
แต่เมื่อคำพูดนั้นดังขึ้น มันก็เป็นเหมือนกับสายฟ้าฟาดที่ระเบิดเข้าไปในหูของทุกคน
“เขา… เขาพูดว่ายังไงนะ?”
“ฉันฟังผิดไปหรือเปล่า!”
ผู้ปลุกพลังมากมายตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ผู้ปลุกพลังที่ชื่อเทียมเทพกลืนกินสวรรค์ขอให้มั่วชูเป็นฝ่ายโจมตีก่อน และกระทั่งพูดแบบนั้นกับเขาจริง ๆ เหรอ?
เขาบ้าไปแล้วหรือไง!
เขาไม่รู้ว่าในฐานะศิษย์สายหลักแห่งสำนักกระบี่ผ่าสวรรค์ มั่วชูนั้นมีวิชากระบี่อันไร้ที่เปรียบ ตอนที่ยังเป็นแค่เทียมเทพ เขาก็สามารถสังหารสัตว์อสูรขั้นเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดได้แล้ว
ทั้งที่เผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้
ทำไมคนที่มีพละกำลังแค่ในขั้นเทียมเทพอย่างเทียมเทพกลืนกินสวรรค์ถึงมั่นใจนักล่ะ?
“บ้าน่า! บ้าไปแล้ว!”
“ฉันว่าเขาบ้าไปแล้วแน่ ๆ!”
“ฉันไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เขาทะนงตัวจนแม้แต่มั่วชูก็คาดไม่ถึง!”
“น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
ผู้คนมากมายพูดคุยกันด้วยความไม่เชื่อสายตา
แม้แต่เหล่าอัจฉริยะที่คอยสังเกตการณ์ก็ต้องส่ายหน้าไปมา
เมื่อพวกเขาเห็นมั่วชูท้าทายฉู่โม่วในตอนแรก พวกเขาก็ให้ความสนใจมากทีเดียว
อย่างไรแล้ว
พวกเขาก็อยากรู้จักตัวตนของอัจฉริยะที่เพิ่งจะมีชื่อเสียงขึ้นมาและอยากเห็นว่าชายหนุ่มมีพละกำลังระดับไหน
แต่ไม่มีใครคาดคิด
ว่าเขาจะเย่อหยิ่งขนาดนี้!
แม้จะอยู่ในขั้นเทียมเทพ เขาก็ยังกล้าดูถูกมั่วชูผู้อยู่ในขั้นเทวะยุทธ์ระดับกลาง นั่นมันเกินกว่าคำว่าเย่อหยิ่งไปแล้วด้วยซ้ำ!
“ดูเหมือนว่า…”
“จะเป็นแค่คำอวดดีนั่นแหละ!”
อัจฉริยะมากมายเริ่มดูถูกเหยียดหยามฉู่โม่ว
และในตอนนี้…
ในฐานะผู้เกี่ยวข้อง มั่วชูเองก็เริ่มรำคาญขึ้นมาแล้ว
เดิมทีเขาตั้งใจจะต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างยุติธรรมและไม่อยากใช้ระดับขั้นกดดันคู่ต่อสู้ อย่างไรแล้ว การจะได้พบกับมือกระบี่ผู้เก่งกาจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่โชคไม่ดีนักที่อีกฝ่ายดูถูกเขาอย่างหนัก
‘ถ้าอย่างนั้น… ฉันจะให้นายได้รู้จักความขมขื่น ให้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน!’
มั่วชูคิดกับตัวเอง
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะสั่งสอนฉู่โม่วสักเล็กน้อย
เมื่อคิดได้ดังนั้น มั่วชูก็เอ่ยขึ้น “ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันก็จะไม่ยั้งมือแล้ว!”
เมื่อพูดจบ…
เลือดและพลังในร่างกายของมั่วชูไหลเวียนอย่างพลุ่งพล่าน รัศมีคล้ายกระบี่ไร้ที่สิ้นสุดแพร่กระจายออกมา และกระบี่เล่มยาวที่อาบไปด้วยพลังมหาศาลก็ถูกดึงออกมา ก่อเกิดเป็นร่างลวงตาของปราณกระบี่ที่ฟันตรงมายังฉู่โม่ว
ร่างลวงตากระบี่นี้เปล่งประกายสว่างไสว พลังจิตสังหารไร้ที่สิ้นสุดเผยออกมา ทำให้ห้วงอากาศเริ่มบิดเบี้ยวในทันใด
“นี่มันวิชากระบี่ผ่าสวรรค์!”
“สุดยอดกระบวนท่าแห่งสำนักกระบี่ผ่าสวรรค์!”
“มั่วชูเริ่มต้นจากท่าไม้ตายเลย!”
เมื่อเห็นปราณกระบี่นี้ ผู้คนมากมายก็อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
พวกเขาไม่คาดคิดว่ากระบวนท่าแรกของมั่วชูจะเป็นท่าไม้ตาย!
“มั่วชูคงตัดสินใจแล้วว่าจะสั่งสอนเทียมเทพกลืนกินสวรรค์คนนี้!”
“ทำมาเป็นพูดจาอวดดี สมควรแล้วละ!”
“ตอนแรกก็เป็นแค่การท้าทาย แต่เทียมเทพกลืนกินสวรรค์คนนี้จะหยิ่งเกินไปแล้ว มั่วชูไม่ยั้งมือเลยสักนิด เขาต้องต้านทานไม่ไหวแน่ อย่างน้อยก็ต้องเจ็บหนัก!”
“น่าเสียดายจริง ๆ!”
หลายคนได้แต่ส่ายหน้าไปมา
ในสายตาของพวกเขา ด้วยการโจมตีเต็มกำลังของมั่วชูนี้ ฉู่โม่วจะต้องรับมือได้ยากอย่างแน่นอน
ผลมันถูกกำหนดแล้ว…
ครืน!
ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวพุ่งผ่านห้วงอากาศและฟันลงมายังฉู่โม่วทันที!
เมื่อเห็นกระบี่กำลังจะฟันลงมา ชายหนุ่มก็ไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ราวกับว่าหวาดกลัวจนตัวแข็งทื่อ
เมื่อเห็นภาพนี้…
เหล่าผู้ปลุกพลังที่คาดหวังในตัวฉู่โม่วและเชื่อว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งไม่แพ้ความหยิ่งทะนงก็ต้องผิดหวัง
“บางทีเขาอาจจะเป็นแค่ตัวเรียกความสนใจก็ได้!”
พวกเขาส่ายหัวไปมาและไม่สนใจฉู่โม่วอีกต่อไป
อย่างไรแล้ว การต่อสู้ก็จบสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อย
จะให้พวกเขาสนใจผู้ปลุกพลังธรรมดามากกว่านี้ไปทำไมกัน?
แต่…
โดยไม่มีใครคาดคิด…
วินาทีที่ปราณกระบี่อยู่ห่างจากศีรษะของฉู่โม่วไปเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งนิ้วและกำลังจะโดนร่างกาย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
เสียงกระบี่พลันดังขึ้นจากฝั่งฉู่โม่ว!
แกร๊ง!
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก ภายใต้สถานการณ์ทั่วไป มันจะดังออกไปไม่เกินระยะสิบเมตรเท่านั้น แต่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังโหวกเหวกนี้ ไม่มีทางที่ใครจะได้ยินเสียงนี้ทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่แปลกก็คือ…
ผู้ปลุกพลังทุกคนได้ยินเสียงกระบี่นั้นอย่างชัดเจน!
ก่อนที่พวกเขาจะได้ตกตะลึง
วินาทีต่อมา…
ครืน!
เจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวและไร้เทียมทานที่ดูเหมือนสามารถทำลายทุกสิ่งได้ก็แพร่กระจายออกมา มันปกคลุมทุกคนเอาไว้ในทันใด
หลังจากนั้น ผู้ปลุกพลังมากมายที่พกกระบี่ไว้ข้างกาย ไม่ว่าจะถือเอาไว้ในมือหรือแขวนไว้ที่เอว แม้ว่าจะเก็บเอาไว้ในถุงเก็บของก็ตาม พวกมันต่างเริ่มสั่นสะท้านราวกับว่าถูกกระตุ้นโดยพลังงานบางอย่าง
“นี่ นี่มัน…”
สีหน้าของผู้ปลุกพลังบางส่วนเปลี่ยนแปลงไปทันที
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดจบ
ฉู่โม่วก็เงื้อมือออกมาข้างหน้า
กร๊อบ!
เสียงแตกร้าวดังขึ้นในห้วงอากาศ
ห้วงมิติหลายเมตรตรงหน้าฉู่โม่วแตกสลายลงราวกับกระจก ส่วนปราณกระบี่ที่มั่วชูฟันออกมาก็นิ่งอยู่กับที่ในทันใด
เห็นได้ชัดว่ารัศมีนี้แข็งแกร่งพอที่จะผ่าโลกทั้งใบได้
เมื่อมันมาถึงระยะสามเมตรตรงหน้าฉู่โม่ว และฟาดฟันลงมาหมายสังหารภายในเสี้ยววินาที
แต่ปราณกระบี่นั้น…
เดินหน้าต่อไปไม่ได้อีกแม้แต่นิ้วเดียว!