ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 657 เอาประตูสวรรค์ไป …มหาเทวะยุทธ์โจมตี
บทที่ 657 เอาประตูสวรรค์ไป …มหาเทวะยุทธ์โจมตี
“เทียมเทพกลืนกินสวรรค์คือปีศาจอวกาศชัด ๆ!”
ใครบางคนอุทานออกมา
พวกเขาสังเกตเห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในตัวฉู่โม่ว
ในตอนที่พวกเขาตกตะลึงอยู่นั้น ร่างกายของชายหนุ่มต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล มันไม่อาจยืนนิ่งได้ และกระทั่งรู้สึกว่าการไหลเวียนของเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตถูกกีดขวางเอาไว้
“อีกาสุริยัน!”
ฉู่โม่วตะโกนลั่น
ก้า!!
มีเสียงร้องแหลมสูงดังขึ้น
หลังจากนั้น
สายลมก็พัดผ่าน ทำให้ชายเสื้อผ้าและเส้นผมสีดำของเขาปลิวไสวไปตามลม พร้อมเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตก็ปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟ
และเมื่อการปะทุนั้นไปถึงขีดสูงสุด แสงสีแดงเปล่งประกายก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังชายหนุ่ม อีกาสุริยันที่สูงกว่าหลายสิบเมตรก็ปรากฏตัวขึ้น เปลวเพลิงสีแดงและดำไร้ที่สิ้นสุดพลุ่งพล่านออกมา พร้อมกับเปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์ที่สามารถเผาผลาญได้ทุกสรรพสิ่ง!
“พลังอันยิ่งใหญ่ของภาพลวงตาจะเป็นของฉัน!”
ฉู่โม่วแผดเสียงลั่น สายตาของเขาเยือกเย็นและเฉียบคม เมื่อเขาพูดจบ อีกาสุริยันก็หายวับไป หลังจากที่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันก็ได้ประสานรวมเข้ากับร่างกายของชายหนุ่มแล้ว
เมื่อมองดู
เทียมเทพกลืนกินสวรรค์ได้กลับกลายเป็นอีกาสีทองสามขาตัวจริง เขาลืมตาขึ้นและส่งเสียงอีการ้องออกมาดังลั่นไปทั่วทุกทิศทางและกินพื้นที่นับไม่ถ้วน
ดูราวกับว่าเขาเพิ่งจะตื่นขึ้นมาและกำลังจะสำแดงพลังให้เห็น
ในตอนนี้ ขณะที่ฉู่โม่วยกมือขึ้น ปีกของเขาก็เริ่มกระพือ และเปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดก็แพร่กระจายออกมา ไม่ว่าพวกมันผ่านไปที่ใดก็จะมีแสงและความร้อนที่ไม่อาจบรรยายได้
น่าเกรงขาม ยิ่งใหญ่ และศักดิ์สิทธิ์!
ไม่ว่ามันผ่านไปที่ใดก็ดูทรงพลังและสูงส่ง!
มันคือจักรพรรดิปีศาจอีกาสุริยัน!
เมื่อพลังทั้งหมดเพิ่มขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด ฉู่โม่วก็โบกมือขวา ทำให้แขนเสื้อในมือขยายใหญ่ขึ้นในทันใด หากมองลงมาจากท้องฟ้าในตอนนี้ ดูเหมือนว่าพื้นที่ภายในระยะกว่าล้านกิโลเมตรจะหายวับไปจนเหลือให้เห็นเพียงแค่แขนเสื้อที่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์เท่านั้น
สายลมรุนแรงพัดกระหน่ำออกมา!
แรงดูดที่น่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นบนพื้นดิน!
“นี่ นี่มัน…”
“เขาจะทำอะไรน่ะ?!”
“แย่แล้ว! เป้าหมายของเขาคือประตูสวรรค์ เขาจะเปิดประตู!”
“พวกเราต้องหยุดเขา เราต้องหยุดปีศาจอวกาศนั่นไว้ เราต้องช่วยกันฆ่าเขาให้ได้!”
เหล่าผู้ปลุกพลังต่างก็ตกตะลึงและอุทานด้วยเสียงดังลั่น
อันที่จริง
พวกเขาไม่ต้องกล่าวเตือนกันเองเสียด้วยซ้ำ
เพราะเมื่อเห็นการกระทำของฉู่โม่ว ความคิดหนึ่งก็เข้ามาในหัวของทุกคนทันที ‘หยุด!’
ไม่ว่ายังไงก็ต้องหยุดให้ได้!
“ฆ่า!”
“ฆ่าเขา!”
ผู้ปลุกพลังทั้งหลายปลดปล่อยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดออกไป และพลังเหนือธรรมชาติมากมายพลันโจมตีตรงไปยังชายหนุ่ม
แต่…
ในตอนที่การโจมตีเหล่านี้กำลังจะโดนฉู่โม่วนั่นเอง
ก้า!
อีกาสุริยันอีกตัวหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้น มันว่องไวยิ่งกว่าฉู่โม่วมาก และรัศมีของมันก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถทำลายได้ทุกสรรพสิ่งและไร้เทียมทานต่อผู้คนทั่วไป
ในตอนนี้ มันกางปีกออกกว้างและส่งเสียงร้อง แล้วเปลวเพลิงสีทองอร่ามแห่งดวงอาทิตย์ไร้ที่สิ้นสุดก็แพร่กระจายออกไป ทำให้ทั่วทั้งผืนฟ้าสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน
“เสี่ยวอู๋!”
ฉู่โม่วตะโกนลั่นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก
แต่อีกาสุริยันที่ฝึกฝนอยู่ในโลกบนฝ่ามือของฉู่โม่วมาตลอดก็เข้าใจในเจตนาของเขาดี และเงยหน้าขึ้นในทันใด
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็สะบัดมือซ้าย ทันใดระฆังสีทองแดงก็ปรากฏขึ้น
“ระฆังจักรพรรดิบูรพา!”
“ให้ฉันได้ดูด้วยตาตัวเอง ว่าพลังที่รวมกับอีกาทองคำสามขาตัวจริงจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน!”
ฉู่โม่วยืนอยู่กลางอากาศและตะโกนเสียงดังสนั่นท่ามกลางเปลวเพลิงโหมกระหน่ำและสายลมรุนแรง
หลังจากนั้น เขาใส่พลังทั้งหมดในร่างกายเข้าไปในระฆังจักรพรรดิบูรพาโดยไม่ยั้งมือ แล้วจึงยื่นมือออกไปสั่นระฆังนั้นทันที
เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังดังกึกก้อง
เสียงสายลมหวีดหวิวหยุดไปครู่หนึ่ง และเปลวเพลิงสีทองเองก็แข็งตัว
แม้กระทั่งพลังไร้ที่สิ้นสุดแห่งสวรรค์และโลกที่กดดันลงมาจากห้วงอากาศก็ต้องนิ่งอยู่กับที่ในตอนนี้
ไม่ว่าจะมองไปทางใด โลกทั้งใบก็ดูเหมือนกับถูกแช่แข็งเอาไว้ ราวกับว่าเวลาหยุดเดิน
มีเพียงแค่เสียงระฆังไร้ที่สิ้นสุดดังกึกก้องไปทั่วทุกหนแห่งเท่านั้น
“ทำลาย!”
เสียงของฉู่โม่วยิ่งใหญ่ราวกับเทพเจ้า
สิ้นเสียง…
เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อหันไปมอง ทุกคนก็เห็นร่างขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นในห้วงอากาศ มันถือเสาทองแดงขนาดใหญ่และฟาดลงมาที่ระฆังทองแดงนั้น
เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทำให้คลื่นเสียงไร้ที่สิ้นสุดแพร่กระจายออกไป ไม่ว่าพวกมันผ่านไปที่ใด โลกก็จะตกอยู่ในความโกลาหล ทำให้แก่นพลังแห่งน้ำ สายลม และเปลวไฟปรากฏขึ้น
ราวกับว่ายุคสมัยแห่งความโกลาหลกลับมาอีกครั้ง
และนี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด!
ภายใต้เสียงระฆังต่อเนื่องนี้ ท้ายที่สุดมันก็ก่อให้เกิดระลอกคลื่นเสียงขึ้นในห้วงอากาศที่แพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง แม้กระทั่งในบริเวณที่แม้แต่ฉู่โม่วก็มองไม่เห็นก็ตาม
ภายในระยะนี้…
ทุกสิ่งถูกทำลายและกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือแค่เพียงเสียงระฆังที่ยังคงดึงกึกก้องไปทั่วโลกทั้งใบ!
ท้ายที่สุด…
ไม่มีใครรู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
เมื่อเสียงระฆังค่อย ๆ แผ่วเบาลงและจางหายไป ระเบิดเหล่านั้นก็เริ่มเบาบางลง ในตอนนี้ เมื่อมองไปรอบ ๆ ภายในรัศมีล้านกิโลเมตรก็จะเห็นว่าทุกสิ่งราบเป็นหน้ากลอง ราวกับว่าโลกยังไม่กำเนิดขึ้น
กระบวนท่าทั้งหลายของเหล่าผู้ปลุกพลังที่โจมตีก็สลายหายไปจนหมด และพวกเขาแทบทุกคนก็ถูกการโจมตีนี้ปลิดชีวิต
เหลือผู้มีสุดยอดพรสวรรค์ที่โชคดีรอดมาได้เพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น
แต่ในตอนนี้ สีหน้าของพวกเขาต่างก็หวาดผวาถึงขีดสุด
ในหมู่คนเหล่านี้ คนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอกระทั่งทรุดลงบนพื้นและเสียสติไปต่อหน้าต่อตาทุกคน
เห็นได้ชัดว่า… พวกเขาต้องขวัญเสียเพราะการโจมตีของฉู่โม่ว
“เวรเอ๊ย!”
“แกทำอะไรลงไป!”
ในตอนนั้นเอง
เสียงราวสายฟ้าฟาดพลันดังขึ้นจากไกลออกไป
หลังจากนั้น… ลำแสงสีทองหลายสิบลำแสงก็พุ่งผ่านห้วงอากาศมา พวกมันเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสวราบกับดวงอาทิตย์อันร้อนแรง
แม้ว่าจะยังมาไม่ถึง…
แต่รัศมีในลำแสงเหล่านั้นก็ทำให้เปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์พลุ่งพล่านต้องจางหายไป ราวกับว่าพวกมันเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจเข้าแล้ว
มหาเทวะยุทธ์แห่งโลกใบนี้กำลังจะมา!
“ฉันเหลือเวลาไม่มากแล้ว!”
“ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด!”
ฉู่โม่วรู้ว่ามหาเทวะยุทธ์เหล่านี้เดินทางมาถึงได้ภายในชั่วอึดใจเท่านั้น เขาจึงต้องลงมือทำสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จและออกไปจากที่นี่ภายในชั่วอึดใจนี้!
“มากับฉัน!”
ชายหนุ่มเผยสีหน้าดุดันออกมาและตะโกนเสียงดังลั่นอีกครั้ง
เมื่อเสียงของเขาดังขึ้น เขาก็ยื่นมือออกไปข้างหน้าและกดลงบนระฆังทองแดง
ครืน!
ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งลงในทันใด
ผืนดิน กระแสน้ำ สายลม และเปลวเพลิงต่างก็หยุดชะงัก แล้วจึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นกฎเกณฑ์ราวกับโลกที่ค่อย ๆ เปิดตัวออกและให้กำเนิดแก่ทุกสรรพสิ่ง
ในขณะเดียวกัน
ในมือขวาของฉู่โม่วที่ยื่นออกไปก็คว้ามันเอาไว้
“หยุด!”
มีเสียงคำรามมาจากมหาเทวะยุทธ์ราวกับรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
น้ำเสียงของพวกเขาเกรี้ยวกราดและเต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้ร่างกายของชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บและเลือดสีทองปริมาณมากก็พุ่งกระฉูดออกมาทันที
แต่เขาก็ต้านทานไม่ให้ร่างกายระเบิดได้ท่ามกลางสายตาของมหาเทวะยุทธ์นับไม่ถ้วนที่เพิ่งมาถึง พวกเขาตกตะลึง เหลือเชื่อ และโกรธแค้น!
“ได้มาแล้ว!”
ฉู่โม่วถอนหายใจ
ในกระแสปั่นป่วนของแขนเสื้อ มันเป็นเหมือนกับทางช้างเผือกที่หลั่งไหลลงมา ราวกับว่าจักรวาลพลิกกลับด้านและดวงดาวพุ่งไปมา
พลังที่แข็งแกร่งพอจะกวาดล้างโลกทั้งใบได้โจมตีลงมาบนโลกโดยตรง
ทันใดนั้น
เหล่าผู้ปลุกพลังที่ยังเหลืออยู่ รวมไปถึงมหาเทวะยุทธ์ที่เพิ่งจะมาถึงที่นี่ต่างก็เคลื่อนไหวไม่ได้อีกต่อไป พวกเขารู้สึกได้เพียงแค่ว่าสายตาพร่ามัว และมีความคิดพิสดารมากมายปรากฏขึ้นในหัวใจ
ดูเหมือนว่าแม้แต่โลกใบนี้และพวกเขาก็สามารถถูกดูดเข้าไปในแขนเสื้อนี้ได้!
“เป็นไปได้ยังไง!”
ทุกคนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น และได้แต่ปฏิเสธความจริง
แต่มันก็กลายเป็นเวลาให้ฉู่โม่วได้หลบหนี
ครืน!
สายลมเริ่มพัดพาอย่างไร้สาเหตุ
หมู่เมฆทั่วผืนฟ้าและจังหวะเต๋านับไม่ถ้วนถูกทำลาย เหลือให้เห็นแค่เพียงแขนเสื้อที่โถมเข้ามาราวกับคลื่นกระทบชายฝั่ง มันเข้ามาปกคลุมสวรรค์และโลก แล้วจึงจากไปพร้อมกับประตูสวรรค์
จักรวาลในแขนเสื้อ!
“เฮ้อ…”
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉู่โม่วก็ใช้พรสวรรค์แห่งห้วงมิติและสร้างรอยแยกขึ้นตรงหน้าทันที
“คิดจะหนีเหรอ?”
“ตายซะเถอะ!”
โชคยังดีที่ในตอนนี้ เหล่ามหาเทวะยุทธ์ได้สติกลับมาในที่สุด ทันใดนั้นพลังอันยิ่งใหญ่ก็โจมตีลงไปยังศีรษะของฉู่โม่วภายในเสี้ยววินาที
แต่ในตอนนั้นเอง
ร่างของฉู่โม่วก็กะพริบเข้าไปในรอยแยกและหายวับไป
แต่…
ในตอนที่รอยแยกนั้นกำลังจะจางหายไปนั้นเอง
มหาเทวะยุทธ์ทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างของฉู่โม่วถูกกระบวนท่าอันดุร้ายของมหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งโจมตี และระเบิดออกจนกลายเป็นผุยผงไปในรอยแยก
“ปีศาจอวกาศบ้านั่น!”
“เด็กนั่นกล้าดีจริง ๆ มันกล้ามาก่อปัญหาในดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพาได้ยังไงกัน!”
“มันสมควรตาย!”
“พวกเราเสียประตูสวรรค์ไปแล้ว!”
มหาเทวะยุทธ์ทั้งหลายต่างก็โกรธแค้น แต่ก็ยังรู้สึกเสียดายยิ่งกว่า
ฉู่โม่วถูกพลังเหนือธรรมชาติของมหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งโจมตีและคงสิ้นใจในทันทีเป็นแน่
และสิ่งที่พวกเขาเสียดายก็คือ
ประตูสวรรค์ที่ถูกขโมยไป หากฉู่โม่วตาย มันก็จะล่องลอยอยู่ในรอยแยกของฉู่โม่ว แม้ว่าจะเป็นถึงมหาเทวะยุทธ์และสามารถสำรวจรอยแยกห้วงมิติได้ แต่พวกเขายังเป็นแค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้น
นอกจากนี้ จากเวลาการเปิดและเป้าหมายของการใช้รอยแยกห้วงมิติแล้ว สถานที่ที่เข้าไปก็จะแตกต่างออกไปด้วย
นั่นหมายความว่า…
พวกเขาไม่สามารถตามหาประตูสวรรค์พบได้อย่างแน่นอน
มันคือสมบัติของดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพา ทุกครั้งที่ปรากฏขึ้น มันก็สามารถนำพาอณูแห่งชีวิตมหาศาลมาให้แก่แผ่นดินและสร้างผู้มีสุดยอดพรสวรรค์มากมาย แต่หลังจากวันนี้ ดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพาได้สูญเสียมันไปตลอดกาล!
นอกจากนี้…
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ…
ฉู่โม่วทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่และสังหารผู้ปลุกพลังไปมากมาย
พวกเขาเป็นผู้ปลุกพลังหลายร้อยคนจากราชวงศ์ขนาดใหญ่และเมืองศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินหลัก พวกเขาต่างก็เป็นเสาหลักและความหวังในอนาคตของกองกำลังและสำนักเหล่านั้น แต่วันนี้กลับไม่เหลือพวกเขาอยู่อีกแล้ว
มันคือการทำลายความหวังแห่งอนาคตครั้งใหญ่สำหรับดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพา!
ความเสียหายเช่นนี้นั้นยิ่งใหญ่เกินไป!
“ไปตรวจสอบ!”
“ต้องตรวจสอบให้ละเอียด!”
“ปีศาจอวกาศนั่นจะปรากฏตัวขึ้นในดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพาอีกแน่ พวกเราต้องตรวจสอบให้ดี อย่าให้ปรากฏตัวขึ้นมาได้อีก!”
มหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และออกคำสั่งสำรวจทันที