ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 682 มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยผู้มากพรสวรรค์ กับ กระบวนท่าลับกลืนกินสวรรค์!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 682 มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยผู้มากพรสวรรค์ กับ กระบวนท่าลับกลืนกินสวรรค์!
บทที่ 682 มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยผู้มากพรสวรรค์ กับ กระบวนท่าลับกลืนกินสวรรค์!
“ใช่แล้ว วิชาที่ฉันฝึกฝนคือกระบวนท่าสวรรค์อมตะ!”
มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยพยักหน้า
หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มและกล่าว “ถ้าฝึกฝนวิชาสวรรค์อมตะได้ เลือด พลังอณูแห่งชีวิต และพลังกายของนายจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ปลุกพลังทั่วไป และนายกระทั่งฝึกฝนความแข็งแกร่งของเพชรได้ เพราะฉะนั้น นายจะต้องฝึกฝนกระบวนท่าเพื่อพลังกายแบบนี้ด้วย อันที่จริง ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็ตั้งใจว่าจะสอนกระบวนท่าฝึกฝนร่างกายให้นาย!”
“ในสายตาของเจ้าหอ คงคิดว่าผมได้กระบวนท่านี้มาโดยบังเอิญสินะ”
เมื่อถามข้อสงสัยในใจออกไป ฉู่โม่วก็นึกขึ้นได้
หลังจากนั้น…
เขาก็อธิบายเรื่องในตอนที่ได้รับกระบวนท่าลับนี้มา
เมื่ออีกฝ่ายได้รู้ว่าฉู่โม่วเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์ปาเหรินหลังจากที่กลับไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงิน มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยก็ดูจริงจังเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ได้ฟังว่านายน้อยเผ่าปาเหรินถูกฉู่โม่วสังหารและได้รับวิชาสวรรค์อมตะมา สีหน้าของมหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยก็ผ่อนคลายลงอีกครั้ง
“ฉันเดินทางผ่านจักรวาลมาแล้ว และรู้จักชื่อเสียงของเผ่าพันธุ์ปาเหรินดี มันเป็นเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่ในจักรวาล ว่ากันว่าพวกเขากระทั่งมีบรรพบุรุษขั้นเทวะยุทธ์และมีพละกำลังมหาศาล!”
“เผ่าปาเหรินในตอนนั้นอ้างว่าเป็นนายน้อยของตระกูลผู้นำ และได้รับการคุ้มกันจากมหาเทวะยุทธ์ แล้วนายก็ฆ่าเขาได้ตอนที่ยังอยู่ในขั้นเทียมเทพ บางทีเขาอาจจะเจอหายนะครั้งใหญ่มาก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องที่ผู้คุ้มกันขั้นเทวะยุทธ์แพ้นี่… ต้องบอกเลยว่าเรื่องใหญ่ทีเดียว!”
เขากล่าวชมและกระทั่งมีความอิจฉาอยู่ในคำพูด
วิชาสวรรค์อมตะ!
ในความคิดของเขา มันเป็นกระบวนท่าลับที่ลึกลับและละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้กระบวนท่าลับนี้มา เขาไม่ลังเลที่จะสังหารมหาเทวะยุทธ์ในพื้นที่หวงห้ามแห่งจักรวาลเลยสักนิด
และฉู่โม่ว
เขาแค่พบกับเด็กจากตระกูลอันร่ำรวยที่พละกำลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก แล้วเขาก็ได้รับมันมาอย่างง่ายดาย นั่นแทบจะเหมือนกับมีคนนำสมบัติมาส่งให้ถึงหน้าประตูบ้าน
‘แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้เปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ต้องตกตะลึงในความโชคดีของฉู่โม่ว
แต่มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยไม่รู้ว่าฉู่โม่วยังได้รับ ‘คัมภีร์ห่มสวรรค์’ ซึ่งลึกลับและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวิชาสวรรค์อมตะมาด้วย ไม่อย่างนั้น เขาคงต้องตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกแน่
“ผมได้ของดีมาจริง ๆ!”
“แต่ว่า…”
ฉู่โม่วยิ้มแห้งและกล่าว “ถึงกระบวนท่าลับนี้จะดีมาก มันก็ฝึกฝนยากมากด้วย… แค่ฝึกฝนระดับแรกและฝึกฝนความแข็งแกร่งของเพชรก็ต้องใช้สมบัติมหาศาลแล้ว ด้วยเงินที่ผมมี ถ้าอยากฝึกฝนให้ถึงระดับที่สองก็คงล้มละลายแน่ ส่วนระดับของเจ้าหอ ผมคงต้องใช้สมบัติล้นฟ้าละมั้ง!”
หากเขาแค่ฝึกฝนพลังกายก็คงจะไม่เป็นไร
แต่ชายหนุ่มเก็บสะสมกระบวนท่ามากมายและพัฒนาความสามารถรอบด้าน
ทั้งปฐมวิญญาณ ร่างกาย และจิตวิญญาณ รวมไปถึงพรสวรรค์มากมายและวิถีกระบี่ที่จำเป็นต้องฝึกฝน แต่ละอย่างจะเป็นต้องใช้ทรัพยากรปริมาณมาก นอกจากนั้น สมบัติเสริมปฐมวิญญาณและพลังจิตวิญญาณก็หายากอย่างถึงที่สุดในอาณาเขตของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ส่วนสมบัติที่เสริมพรสวรรค์แห่งห้วงมิติและกาลเวลานั้นล้ำค่ายิ่งกว่า
หากไม่ได้มาจากการเดินทางสำรวจ การจะตามหามันจากช่องทางปกติทั่วไปก็คงยากเหมือนกับการพยายามขึ้นสวรรค์
ถ้าแค่เพียงเท่านั้น ฉู่โม่วก็ยังพอจะทำได้ แต่ทรัพยากรที่จะต้องใช้ในการฝึกพลังกายนั้นมากกว่าแทบจะทุกสิ่ง เพราะต้องการทรัพยากรมหาศาล แม้ว่าฉู่โม่วจะเป็นถึงความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตำหนักบรรพชนก็จัดสรรทรัพยากรให้เขาได้แค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น
อย่างไรแล้ว เขาก็ไม่มีทางครอบครองทรัพยากรทั้งหมดเป็นของตัวเองได้
ตำหนักบรรพชนจำเป็นต้องมีสมบัติเหลือไว้เพื่อพัฒนาและรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้
ด้วยเหตุนี้ ฉู่โม่วจึงหยุดการฝึกฝนชั่วคราวหลังจากที่ฝึกฝนวิชาสวรรค์อมตะไปถึงระดับแรกและได้รับพลังมหาศาลมา เพียงเพราะมีทรัพยากรไม่เพียงพอ!
“ฉันก็ว่า เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง!”
หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายจากฉู่โม่ว มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยก็หัวเราะลั่น “แน่นอนว่ามันจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการฝึกวิชาสวรรค์อมตะ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว!”
“หือ?”
หัวใจของฉู่โม่วเต้นระรัว เขาเอ่ยขึ้นทันที “ท่านเจ้าหอช่วยบอกผมหน่อย!”
“ตอนแรกฉันเองก็มีปัญหาเรื่องทรัพยากรเหมือนกัน โชคยังดีที่ฉันได้กระบวนท่าหนึ่งมาจากเขตแดนลับ กระบวนท่านั้นชื่อว่า ‘กระบวนท่ากลืนกินสวรรค์’ มันเคยเป็นกระบวนท่าที่น่าเกรงขามและโหดร้ายมาก่อน แต่หลังจากที่ฉันได้มันมา ฉันก็ได้แรงบันดาลใจจากกระบวนท่านี้ และคิดกระบวนท่าหนึ่งขึ้นมาได้!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดต่อ “เหตุผลหลักที่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการฝึกวิชาสวรรค์อมตะก็เพราะต้องใช้อณูแห่งชีวิตมหาศาลในการบำรุงร่างกาย และในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดเพื่อเสริมร่างกายด้วย แล้วร่างกายก็จะค่อย ๆ เป็นอมตะ”
“ตามหลักการนี้ ฉันพัฒนาด้วยพื้นฐานของกระบวนท่ากลืนกินสวรรค์และสร้างกระบวนท่าลับขึ้นมาเอง กระบวนท่านี้ไม่จำเป็นต้องดูดซับสมบัติแห่งสวรรค์และโลกเข้าไป แต่มันสามารถดูดซับอณูแห่งชีวิตแห่งสวรรค์และโลกที่ลอยอยู่รอบ ๆ ได้ พลังงานที่จำเป็นต้องใช้ทำลายตรวน… แต่พลังงานแบบนั้นในแต่ละวันก็น้อยมาก และต้องใช้เวลานานกว่าจะพัฒนาวิชาสวรรค์อมตะขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้!”
“นอกจากนั้น กระบวนท่านี้เลยสามารถกลืนกินสมบัติได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร รากสมุนไพร หินแร่ หรือกระทั่งสมบัติวิเศษ มันสามารถดูดซับสมบัติ กำจัดสิ่งปนเปื้อน และเหลือไว้เพียงแค่แก่นกลางของมัน!”
“ในตอนแรก ฉันแค่ดูดซับสมุนไพรและแร่ต่าง ๆ ตามกฎ แต่หลังจากนั้นฉันก็อยากลองดูดซับดาวเคราะห์ทั้งดวงขึ้นมาก็เลยลองดู แล้วก็ทำสำเร็จด้วย!”
“ฉันเลยตามหาดาวเคราะห์รกร้างไร้เจ้าของหรือดวงดาวที่ตายไปแล้ว เข้าไปที่แก่นกลางดาวเคราะห์ แล้วดูดซับแก่นดาวเคราะห์เข้าไป… ฉันใช้โอกาสนี้พัฒนาอย่างรวดเร็วจนวิชาสวรรค์อมตะพัฒนามาจนถึงตอนนี้!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็ชี้นิ้วออกไป แล้วแสงจิตวิญญาณก็พุ่งเข้าไประหว่างคิ้วของฉู่โม่ว
ทันใดนั้น ข้อมูลมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา
กระบวนท่าลับกลืนกินสวรรค์!
การรวบรวมแก่นแห่งสวรรค์และโลกเพื่อเสริมร่างกาย!
หลังจากที่ย่อยข้อมูลเหล่านี้ ฉู่โม่วก็ต้องตะลึงงัน!
“มีกระบวนท่าแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ?”
เขาตกตะลึง
แต่สิ่งที่ตามมาก็คือความตื่นเต้น
ด้วยกระบวนท่าลับนี้ เมื่อฝึกฝนวิชาสวรรค์อมตะก็แค่จำเป็นต้องตามหาดวงดาวเหมืองแร่ไร้เจ้าของหรือดาวเคราะห์รกร้าง และดาวเคราะห์เหล่านั้นก็มีให้เห็นทั่วทุกหนแห่งในจักรวาล
นั่นหมายความว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลอีกต่อไปแล้ว!
“เป็นกระบวนท่าลับที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
ฉู่โม่วอุทานลั่น
เรียกได้ว่าเจ้าหอปู้เมี่ยเป็นผู้มากพรสวรรค์ที่น่าตกตะลึงจริง ๆ อย่างแรก เขาสร้าง ‘กระบวนท่าลับกลืนกินสวรรค์’ ขึ้นมา และเขายังสร้างกระบวนท่าที่ทรงพลังอย่างกระบวนท่าหมื่นวิถีขึ้นมาอีกด้วย การสร้างกระบวนท่าเหล่านี้ทำให้ฉู่โม่วต้องตกตะลึงและชื่นชมเขาทั้งหัวใจ
“ขอบคุณท่านเจ้าหอมากที่ส่งต่อกระบวนท่านี้ให้ผม!”
หลังจากที่คลายข้อสงสัย ฉู่โม่วก็กล่าวขอบคุณเขา
“ช่วยนายได้ก็ดีแล้วละ!”
มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยกล่าว
หลังจากที่พูดจบ เขาก็กระแอมเล็กน้อยก่อนจะโบกมือและกล่าว “โอเค ในเมื่อฉันสอนกระบวนท่าให้แล้ว นายก็กลับไปศึกษาให้ดีล่ะ ฉันยังต้องฟื้นฟูร่างกายอีก!”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ!”
เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่โม่วก็โค้งคำนับและเดินจากไป
เมื่อกลับไปยังห้องเงียบของตัวเอง ฉู่โม่วก็เริ่มศึกษา ‘กระบวนท่ากลืนกินสวรรค์’
เมื่อเปรียบเทียบกับวิชาสวรรค์อมตะแล้ว กระบวนท่านี้ไม่ได้ลึกซึ้งนัก นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์การฝึกฝนจากมหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยอีกด้วย ฉู่โม่วจึงเริ่มศึกษาอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ฉู่โม่วก็ยังจดจ่ออยู่กับการศึกษาและเข้าใจมันจนถี่ถ้วนไปถึงขั้นสมบูรณ์แบบอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ฝึกฝนกระบวนท่าลับกลืนกินสวรรค์ ฉู่โม่วก็รู้สึกว่ามหาเทวะยุทธ์มีความรู้มหาศาลมากขึ้นและมากขึ้น และกระบวนท่านี้ยังละเอียดอ่อนอย่างถึงที่สุด
มันสามารถสกัดแก่นพลังออกมาจากแร่และสิ่งธรรมดาต่าง ๆ บนโลกได้
แม้ว่าแก่นในสิ่งธรรมดาทั่วไปจะมีไม่มากนัก และเทียบไม่ได้กับทรัพยากรมหาศาลในยาและสมุนไพร แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความเป็นจริงที่ว่ามันสามารถดูดซับแก่นดวงดาวและดวงเคราะห์ทั้งดวงได้ สุดท้าย ปริมาณก็สามารถแทนที่คุณภาพได้ และนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน
‘หลังจากที่กลับไปยังดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม ฉันจะลองใช้มันดู!’
ฉู่โม่วคิดและอดใจรอไม่ไหว
หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน เรือรบก็มาถึงดาวเคราะห์โบราณริ้วครามอย่างราบรื่น และมหาเทวะยุทธ์ก็กลับไปที่หอสัจธรรมเพื่อรักษาบาดแผลทันที อาการบาดเจ็บของเขารุนแรงและไม่อาจรั้งรอไปได้มากกว่านี้ เขาจำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที ไม่อย่างนั้นอาการก็จะหนักหน่วงขึ้น และส่งผลต่อพื้นฐานพลังมากขึ้น
ส่วนฉู่โม่วนั้น เขารายงานการต่อสู้กับเผ่ามนุษย์วิหคไปยังบรรพชนในตำหนักบรรพชน
เมื่อได้รู้ว่าเผ่ามนุษย์วิหคถูกขับไล่ออกไป และกระทั่งผู้อาวุโสหลักก็ถูกสังหาร บรรพชนคนนั้นก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และไม่อาจเก็บซ่อนความดีใจเอาไว้ได้
อันที่จริง…
เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังแม้แต่น้อย!
กองทัพเผ่ามนุษย์วิหคถูกขับไล่ไปแล้ว!
มหาเทวะยุทธ์หกคนถูกสังหาร!
และแม้แต่ผู้อาวุโสหลักแห่งเผ่ามนุษย์วิหคก็เสียชีวิต ถือว่าเป็นชัยชนะเหนือความคาดหมายของเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ต่อไป พวกเขาแค่ต้องขับไล่เผ่าสิงห์ดำคลั่งออกไป แล้วเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะสามารถส่งกองทัพออกไปโจมตีอาณาเขตของเผ่ามนุษย์วิหคได้ ทำให้เผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้กับมนุษย์มานานหลายแสนปีตกอยู่ในกำมือ!
ในตอนนั้น…
พละกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะทะยานสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
“ชัยชนะครั้งใหญ่! เป็นชัยชนะครั้งใหญ่จริง ๆ!”
“ไม่สิ ฉันต้องรีบรายงานเรื่องนี้ให้บรรพชนหมัว พวกเขาจะได้สบายใจเรื่องแนวหน้า และจัดการกับเผ่าสิงห์ดำคลั่งต่อไป!”
บรรพชนเดินขวักไขว่ทั่วตำหนัก และกระจายข่าวออกไปอย่างมีความสุขทันที
…
ครืน!
ดาราจักรเมฆาสวรรค์ ในอวกาศห่างไกลออกไป
ตามหลักการแล้ว สถานที่แห่งนี้ควรจะเป็นที่รกร้างและไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต แม้จะผ่านมากว่าหลายร้อยปีก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านมา แต่ในวันนี้ ท่ามกลางดวงดาวมากมายบนฟากฟ้า สงครามได้บังเกิดขึ้น
กองทัพที่มีหลายร้อยล้านชีวิตจากสองฝ่ายต่อสู้กันที่นี่ สงครามกินพื้นที่กว้างขวางและทำให้ดวงดาวนับไม่ถ้วนถูกทำลาย
สงครามระหว่างเทวะยุทธ์และกระทั่งมหาเทวะยุทธ์ก่อเกิดขึ้น เลือดและพลังปราณของพวกเขาพลุ่งพล่านอย่างไร้ขีดจำกัด ทุกการปะทะนั้นเพียงพอที่จะทำให้ทั่วทั้งกาแล็กซีสั่นสะท้าน และห้วงอากาศต้องระเบิดออกไปทั่วทั้งสวรรค์และโลก
ภายใต้การต่อสู้อันดุเดือดนี้
ในสถานที่อื่น เทวะยุทธ์และกระทั่งมหาเทวะยุทธ์ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งกลายเป็นเพียงแค่เหยื่อสงครามเท่านั้น
จักรวาลดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงการต่อสู้อันดุเดือดที่เกิดขึ้น ทำให้ห้วงอากาศสั่นไหว เมฆสีดำนับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้น สายฟ้าส่องประกายวูบวาบ และฝนโลหิตเริ่มตกลงมา
เจตสังหารอันทรงพลังแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์คนหนึ่งต่อสู้กับเผ่าสิงห์ดำคลั่งด้วยดวงตาสีแดงก่ำ พวกเขาไร้ซึ่งความกลัว ทั้งกระหายเลือดและกล้าหาญ ขณะที่เดินหน้าต่อไปในสนามรบ
ไม่ว่าเผ่าสิงห์ดำคลั่งจะพยายามโจมตีเท่าไร พวกเขาก็ไม่อาจฝ่าแนวป้องกันไปได้แม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน พวกเขาต้องเสียคนและทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก
ระหว่างการต่อสู้นี้ กองกำลังสำรวจเกือบครึ่งหนึ่งที่ส่งออกไปล้วนได้รับบาดเจ็บหรือถูกสังหาร ทำให้เผ่าสิงห์ดำคลั่งมากมายต้องหวาดผวาในเจตสังหารของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ห่างไกลออกไปจากสนามรบ
คือการต่อสู้ของระดับมหาเทวะยุทธ์
รวมทั้งหมดแล้วมีมหาเทวะยุทธ์อยู่กว่าห้าสิบคน ทุกครั้งที่เกิดการปะทะ ทั่วทั้งกาแล็กซีจะต้องสั่นสะท้าน กฎเกณฑ์และจังหวะเต๋านับไม่ถ้วนส่งเสียงคำราม และแม้แต่เส้นทางต่าง ๆ ก็ถูกลบล้าง
“บ้าไปแล้ว!”
“มนุษย์พวกนี้บ้าไปแล้ว!”
“ทำไมพวกเขาถึงใจกล้าขนาดนี้ล่ะ? ไม่กลัวกันบ้างเลยรึไง?!”
“เผ่าพันธุ์มนุษย์เคลื่อนกองทัพและมหาเทวะยุทธ์มาที่นี่จริง ๆ พวกเขาจัดการเผ่ามนุษย์วิหคได้ยังไงกัน? พวกเขากลัวว่าเผ่ามนุษย์วิหคจะบุกเข้าไปโจมตีในเมืองไม่ใช่เหรอ?!”
ที่ใจกลางกองกำลังของเผ่าสิงห์ดำคลั่ง มหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งมองดูภาพการต่อสู้ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
คราวนี้พวกเขาได้รับข้อเสนอจากเผ่ามนุษย์วิหคและเคลื่อนกองทัพมาที่นี่ พวกเขาคิดว่าหากร่วมมือกันโจมตี เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็คงจะต้องแบ่งกองทัพออกเป็นสองส่วนเพื่อรับมือกับพวกตน
ในตอนนั้น ไม่ว่าจะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเจรจาเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ พวกเขาก็สามารถเดินหน้าและถอยทัพได้อย่างอิสระ
แต่ใครจะไปรู้ว่า หลังจากที่เผ่าพันธุ์มนุษย์รู้เรื่องการบุกรุก พวกเขาก็ส่งกองกำลังทั้งหมดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และต่อสู้กับพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
พละกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า และครั้งนี้พวกเขายังอยู่ในการเดินทางสำรวจ ทำให้มีพละกำลังไม่มากอีกด้วย ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น พวกเขาจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและได้รับความสูญเสียมหาศาลในทันที
กองทัพจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกสังหาร โดยเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์ของพวกเขานั้นมีมากกว่าแสนคนเสียอีก!
และมหาเทวะยุทธ์สามคนก็ได้พ่ายแพ้ไป!
นั่นคือมหาเทวะยุทธ์ถึงสามคน!
สำหรับเผ่าสิงห์ดำคลั่งที่มีมหาเทวะยุทธ์เพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้น มหาเทวะยุทธ์แต่ละคนนั้นถือว่าหายากอย่างถึงที่สุด และเพียงแค่คนเดียวก็ถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่แล้ว
แต่ตอนนี้ พวกเขากลับเสียมหาเทวะยุทธ์ไปถึงสามคน!
และตอนนี้…
มหาเทวะยุทธ์มากกว่ายี่สิบคนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังคงห้อมล้อมมหาเทวะยุทธ์ที่เหลืออยู่ของพวกเขา หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคนในการเดินทางสำรวจครั้งนี้ก็จะต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
มันทำให้เขาอึดอัดใจ และในขณะเดียวกันก็สับสนเป็นอย่างมาก
แม้ว่าพละกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะแข็งแกร่งมากกว่า แต่มันก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก!
ทว่าตอนนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์มีมหาเทวะยุทธ์มารวมตัวกันมากกว่าสามสิบคน ซึ่งแทบจะเป็นจำนวนมหาเทวะยุทธ์ทั้งหมดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หากเป็นเช่นนี้แล้วพวกเขาจะต้านทานการโจมตีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อย่างไรกัน?
‘หรือว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะเสียสติไปแล้วนะ?’
เขาครุ่นคิด และในตอนนั้นเอง
มหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งก็รีบเข้ามาหาและตะโกนเสียงดังลั่น “ผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ เกิดเรื่องแล้วครับ!”
“มีอะไรเหรอ?”
มหาเทวะยุทธ์คนนั้นพลันรู้สึกว่าหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
“ผมเพิ่งได้รับข่าวมาว่าเผ่ามนุษย์วิหคพ่ายแพ้แล้ว และผู้อาวุโสหลักของเผ่าก็เสียชีวิตด้วย ตอนนี้พวกเขาถอยทัพแล้ว!”