ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 697 ผู้เฒ่าเชียนฮัว กับ เปิดเผยพรแห่งจักรวาล!
บทที่ 697 ผู้เฒ่าเชียนฮัว กับ เปิดเผยพรแห่งจักรวาล!
“เธอเข้าใจไหม?”
ท้ายที่สุดหญิงชราก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น สีหน้าของฉู่โม่วก็จริงจังขึ้นในทันที
เขาเข้าใจดีว่าบุตรแห่งโชคชะตานั้นเป็นเส้นทางที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เมื่อก้าวเข้าไปแล้วก็ไม่อาจกลับหลังหันได้อีก เขาทำได้แค่เดินหน้าต่อไปและแย่งชิงโชคลาภกับบุคคลแห่งโชคชะตาคนอื่น ๆ
มันเป็นเหมือนกองทัพหลายพันพยายามข้ามสะพานไม้แผ่นเดียว…
ไม่ว่าจะมีศัตรูมากขนาดไหน สุดท้ายก็จะมีผู้ชนะแค่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
ส่วนที่เหลือหากไม่พ่ายแพ้ไปกลางทางก็ได้แต่ตามหลังเขาไปและไม่อาจมีอนาคตที่ดีเท่าเขาได้
และนี่…
คือความหมายของโลกแห่งความโกลาหลอันยิ่งใหญ่!
“เข้าใจแล้ว!”
ชายหนุ่มพยักหน้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“ถ้าอย่างนั้น… ฉันขอถามสักหน่อย ในเมื่อรู้แล้วว่าเส้นทางนี้ยากลำบาก เธอยังอยากจะเดินไปตามเส้นทางนี้และต่อสู้เพื่อโอกาสนั้นอีกเหรอ?!” หญิงชราถาม
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่คำพูดของหญิงชรากลับดูไม่ระแวดระวังแม้แต่น้อย มันกระทั่งฟังดูเหมือนคำถามธรรมดาทั่วไปในชีวิตประจำวันเสียด้วยซ้ำ
แต่…
ฉู่โม่วก็ตอบอย่างจริงจัง
“ผมยินดี!”
ขณะที่ยืนอยู่ในห้องโถง ร่างของเขาสูงตระหง่านราวกับต้นสน ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม และคำพูดของเขาดังกึกก้องจนทุกคนได้ยินความมุ่งมั่นในน้ำเสียง
ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวิทยายุทธ์ ความคิดของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งการปกป้องญาติพี่น้องและผองเพื่อน ปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก้าวเข้าสู่ขั้นสูงสุดของวิทยายุทธ์ ได้รับอิสรภาพ และได้เห็นโลกอันกว้างใหญ่…
แต่ทั้งหมดนี้…
ไม่อาจเป็นไปได้หากไม่ฝึกฝน!
ฝึกฝนให้แข็งแกร่งมากขึ้น เดินหน้าต่อไป และทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อพัฒนาตัวเอง!
เขาไม่เคยเกียจคร้านมาตลอดหลายปี!
เขาคงไม่กล้าพูดว่าความมุ่งมั่นในวิทยายุทธ์ของเขานั้นมากกว่าใคร แต่เขาก็พูดได้อย่างแน่นอนว่าหัวใจของเขาตามหาเส้นทางนี้อย่างมุ่งมั่นและไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป!
“เยี่ยมเลย!”
เมื่อได้ฟังคำตอบของฉู่โม่ว
ทุกคนในห้องโถงก็สัมผัสได้ถึงความแน่วแน่และอดรู้สึกหัวใจสั่นไหวไม่ได้
หญิงชราผู้เอ่ยถามกระทั่งกล่าวชื่นชมเสียงดัง
หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็เห็นร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางห้องโถง
เธอคือหญิงชราที่สูงไม่เกินหนึ่งเมตรและถือไม้เท้าไว้ในมือ ผิวพรรณและใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นเหมือนกับคนชราทั่วไป
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเธอปรากฏตัวขึ้น ทั้งบรรพชนหมัวและมหาเทวะยุทธ์ทุกคนในเผ่าพันธุ์นารีก็โค้งคำนับเธอ
“สวัสดีท่านผู้เฒ่าเชียนฮัว!”
พวกเขาตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความเคารพ
“ไม่จำเป็นต้องสุภาพนักหรอก ลุกขึ้นเถอะ!”
ผู้เฒ่าเชียนฮัวโบกมือและหันไปมองฉู่โม่วด้วยสายตาพึงพอใจ เธอค่อย ๆ สำรวจดูก่อนจะพยักหน้าและกล่าว “นายดูดีจริง ๆ… เสี่ยวหมัว เผ่าพันธุ์มนุษย์ของนายโชคดีจริง ๆ!”
“ผู้เฒ่าเชียนฮัวก็ชมกันเกินไป เขายังหนุ่มมาก ไม่ควรจะถูกยกยออย่างนั้นหรอก”
บรรพชนหมัวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นายนั่นแหละที่ถ่อมตัวเกินไป”
ผู้เฒ่าเชียนฮัวหัวเราะร่วนแล้วจึงพูดต่อ “พ่อหนุ่มฉู่คนนี้มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นมาก แล้วยังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความไร้เทียมทานด้วย จะให้เขาเป็นแบบนายไม่ได้!”
“แน่นอน”
บรรพชนหมัวโบกมือพร้อมยิ้มกว้าง
ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน ฉู่โม่วก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร
แต่เขาก็ครุ่นคิดอยู่ในใจว่า ทำไมบรรพชนหมัวถึงสนิทสนมกับผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์นารีคนนี้ได้ และเมื่อนึกถึงซีชูที่ไปไหนมาไหนกับเขาตลอดตั้งแต่มาถึงที่นี่ ชายหนุ่มก็คาดเดาอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
‘หรือว่าบรรพชนหมัวจะมาที่นี่ตอนที่ยังหนุ่มและตกหลุมรักกับซีชูจนกระทั่งได้รับอนุญาตจากผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์นารีแล้ว แต่เขาก็ต้องแยกจากมาเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์งั้นเหรอ?’
ฉู่โม่วแต่งเรื่องราวกับนิยายขึ้นมาเองในหัว
เขาสงสัยจนอยากจะเอ่ยถามออกไป แต่สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าพูดคำเหล่านั้น
ในตอนที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงผู้เฒ่าเชียนฮัวพูดกับตัวเอง “ถ้าเธอตัดสินใจว่าจะเดินเส้นทางนี้แล้ว เธอก็รับพรแห่งจักรวาลได้ แต่เราต้องใช้เวลาเตรียมการพรแห่งจักรวาลสักพัก เพราะฉะนั้นก็พักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ!”
“ได้ครับ!”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
หลังจากนั้น
ภายใต้การจัดการของผู้เฒ่าเชียนฮัว เขาก็ได้ที่พักในแดนบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์นารี
ส่วนบรรพชนหมัวก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน แต่ตามที่ชายหนุ่มคาดเดาไว้ เขาก็คงจะอยู่กับซีชูนั่นเอง
ตลอดช่วงเวลานี้ ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในไม่ได้ฝึกฝน แต่แค่นั่งทำสมาธิและรอคอยพรแห่งจักรวาล
เขาไม่รู้ว่าพรแห่งจักรวาลนี้คืออะไร แต่การเพิ่มพละกำลังและจิตวิญญาณให้ไปถึงระดับสูงสุดและสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ทุกเมื่อก็เป็นสิ่งที่ดีเสมอ
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาก็รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว
วันนี้… ฉู่โม่วยังคงฟื้นฟูพลังอยู่ในลานกว้าง แต่แล้วผู้ปลุกพลังคนหนึ่งจากเผ่าพันธุ์นารีก็เข้ามาเคาะประตูและบอกว่ามีคำเชิญจากผู้เฒ่าเชียนฮัว
ชายหนุ่มเข้าใจได้ในทันทีว่า
การรับพรแห่งจักรวาลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เขาเดินออกจากห้องและตามผู้ปลุกพลังคนนั้นไปโดยไม่ลังเล
หลังจากที่ผ่านอาคารมากมายและสะพานสายรุ้งข้ามแม่น้ำสวรรค์ ฉู่โม่วก็มาถึงห้องโถงอันเงียบสงบแห่งหนึ่งในที่สุด
เมื่อมาถึงที่นี่…
เขาก็เห็นร่างมากมายยืนอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งผู้เฒ่าเชียนฮัว บรรพชนหมัว และซีชู!
นอกจากนี้ยังมีมหาเทวะยุทธ์จากเผ่าพันธุ์นารีอีกมากกว่าสิบคนด้วย
“สวัสดีผู้เฒ่าเชียนฮัว สวัสดีบรรพชนหมัว!”
ฉู่โม่วทำความเคารพ
“สวัสดี!”
เมื่อเห็นชายหนุ่ม ผู้เฒ่าเชียนฮัวก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
บรรพชนหมัวพยักหน้าตอบรับ
เมื่อเห็นภาพนี้ เขาก็ใจเย็นลง
“ฉันคิดว่าเธอคงรอเวลานี้มานานแล้วสินะ!”
ผู้เฒ่าเชียนฮัวกล่าวพร้อมหัวเราะ
แล้วเธอก็พูดต่อโดยไม่รอให้ฉู่โม่วได้ตอบ “แต่ถึงจะรีบร้อนไปเธอก็ทำอะไรไม่ได้ พรแห่งจักรวาลน่ะไม่ใช่สิ่งของทั่วไป และไม่ใช่สิ่งที่จะเปิดได้ง่าย ๆ เราต้องเตรียมการเป็นอย่างดี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ!”
“ผมเข้าใจครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าและกล่าวตอบ
“ถ้าเข้าใจแล้ว… ก็มาเริ่มกันเลย!”
ผู้เฒ่าเชียนฮัวหันไปพยักหน้าให้กับมหาเทวะยุทธ์หญิงอีกมากกว่าสิบคน
พวกเธอมองหน้ากันไปมาและไม่เคลื่อนไหวอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วทุกคนก็ตรงไปยังพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าในทันใด
ครืน!
แสงดาวสว่างไสวพลันส่องออกมา ในตอนแรกมันเป็นเพียงแค่แสงไม่กี่จุด แต่เมื่อผ่านไปได้ไม่นาน แสงดาวจำนวนมากก็ประสานกันเป็นภาพทะเลดวงดาวขนาดมหึมา
“เปิด!”
มหาเทวะยุทธ์มากกว่าสิบคนตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกัน พลังปราณและอณูแห่งชีวิตทั่วทั้งร่างกายปะทุอย่างบ้าคลั่ง รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกมาราวกับสัตว์อสูรโบราณฟื้นคืนชีพ และระเบิดออกมาพร้อมกับพลังอันยิ่งใหญ่และน่าหวาดกลัว
ครืน!
ภายใต้พลังนี้ แสงดาวเหล่านั้นถูกกดดันโดยพลังงานอันรุนแรงจนเข้ามารวมตัวกันและถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่อง
เมื่อแรงกดดันนี้ไปถึงจุดสูงสุด…
กร๊อบ!
เหมือนการทำให้บริสุทธิ์ แต่ก็เหมือนการเปลี่ยนแปลง
ที่ใจกลางของแสงดาว กลุ่มแสงสีดำพลันปรากฏขึ้นราวกับหลุมดำที่ดูดซับแสงทั้งหมดเข้าไป
ฉู่โม่วหันไปมองมันด้วยความสงสัย แต่หลังจากนั้นเพียงแวบเดียว เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ในจิตใจ ทำให้สมองของเขารู้สึกงุนงงและกระทั่งวิงเวียนขึ้นมา
เขารีบหลับตาลงและไม่กล้ามองมันอีกต่อไป หลังจากที่รีบใช้กระบวนท่าช่วยเหลือเล็กน้อยจึงเริ่มอาการดีขึ้น