ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 738 ข้อจำกัดอันน่ากลัว และเข้าสู่เขตแดนลับได้สำเร็จ!
บทที่ 738 ข้อจำกัดอันน่ากลัว และเข้าสู่เขตแดนลับได้สำเร็จ!
ณ ห้วงจักรวาลมืดอันว่างเปล่า
ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ ได้มาถึงบริเวณด้านนอกของเขตแดนลับแล้ว
พวกเขาสังเกตเห็นว่าที่นี่ถูกปกคลุมด้วยม่านทมิฬที่ทอแสงระยิบระยับและกระจายกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ออกมาจาง ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น
มันยังมีพลังแห่งกาลเวลาอันทรงพลังที่เล็ดลอดออกมาจนทุกคนสัมผัสได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นความผันผวนจากยุคสมัยโบราณ ราวกับมันคงอยู่ที่นี่มาอย่างเนิ่นนาน
“เป็นกลิ่นอายที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ดูเหมือนว่าข้างในนั้นจะมีสมบัติล้ำค่าที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งกาลเวลามากมาย!”
“ฉันไม่เคยคิดว่าจะยังมีสถานที่มหัศจรรย์แบบนี้อยู่จริง ๆ!”
“ใช่แล้ว มันเหลือเชื่อมาก”
ผู้ปลุกพลังหลายคนที่มีพรสวรรค์ห้วงเวลาแสดงท่าทีตกใจ
พวกเขาล้วนมีพรสวรรค์ห้วงเวลา
ดังนั้นสถานที่นี้จึงเป็นดั่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกเขา และหากผลลัพธ์การเก็บเกี่ยวเป็นไปอย่างราบรื่น มันจะช่วยให้พรสวรรค์ห้วงเวลาของพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน
เป็นไปได้ว่า หากได้รับโชคลาภบางอย่างจากภายในนั้น ก็อาจส่งผลให้เส้นทางการบ่มเพาะของพวกเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในคราเดียว
เมื่อถูกกระตุ้นแบบนี้ หลายคนจึงมีอาการตื่นเต้นจนแทบอดใจรอไม่ไหว
“ฉันขอเข้าไปก่อน!”
ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์พูดขึ้น ก่อนจะพุ่งเข้าหาม่านทมิฬ
ครืนนน!
เขาเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวและบุกฝ่าชั้นพันธนาการเข้าไปโดยไม่ลังเล ทันใดนั้น จากเดิมม่านพลังที่สงบก็พลันเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงทันที
กลิ่นอายพลังแห่งกาลเวลาที่อยู่ในนั้นได้รวมตัวเพิ่มขึ้นราวกับทะเลเมฆ จากนั้นพลังแห่งกาลเวลาก็สั่นสะท้านและควบแน่นเป็นคมกระบี่กาลเวลา ก่อนจะฟันไปยังผู้บุกรุก
“สลายไปซะ!”
ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์ไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย เขาเพียงเปิดใช้งานพรสวรรค์ห้วงเวลาเพื่อต้านทานคมกระบี่กาลเวลาเหล่านี้ทันที
พรสวรรค์ห้วงเวลาของเขาเป็นเพียงระดับพิเศษจึงสามารถต้านทานมันได้ในตอนแรก แต่ยิ่งบุกฝ่าเข้าไป คมกระบี่กาลเวลาเหล่านั้นก็ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วและทรงพลังมากกว่าเดิม ทำให้พละกำลังเริ่มถดถอยลงไปเรื่อย ๆ
เขามีเหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก
ตู้ม!
ทันใดนั้น คมกระบี่กาลเวลาหลายเล่มก็ทะลุการป้องกันและพุ่งเข้าหาเขา
สีหน้าของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์พลันซีดเผือด ก่อนที่จะตัดสินใจหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะพลังแห่งกาลเวลาที่อยู่รอบตัวเขานั้นแข็งแกร่งเกินไป มิหนำซ้ำ ยังถูกหน่วงเวลาไว้จนความเร็วลดลงและถูกคมกระบี่เชือดเฉือนร่างในที่สุด
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
หลังจากถูกคมกระบี่โจมตีหลายครั้งติดต่อกัน ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์ก็ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บไม่น้อย พลังชีวิตบางส่วนของเขาได้ถูกพรากไป ทำให้กลิ่นอายที่เคยทรงพลัง ขณะนี้กลับอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง
“เขาสูญเสียพลังชีวิตไปเกือบพันปีแล้ว!”
ฉู่โม่วจ้องมองฉากนี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เพียงการสูญเสียอายุขัยนับพันปีสำหรับเทวะยุทธ์ไม่ถือว่าหนักหนาอะไร
แต่หากยังถูกคมกระบี่กาลเวลาฟันอย่างต่อเนื่องอยู่แบบนี้ สุดท้ายแล้วเขาก็คงถึงจุดที่ไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะมีพลังชีวิตมากมายเพียงใด มันก็ไม่มากพอที่จะต้านทานอย่างแน่นอน
แต่โชคดี…
ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะเริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง คมกระบี่กาลเวลารอบตัวพลันลดจำนวนการโจมตีลงอย่างกะทันหัน ราวกับผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์สามารถฝ่าเข้าไปถึงชั้นพลังบางอย่างที่ปลอดภัยได้
แต่เพียงไม่นาน จู่ ๆ เขาก็ต้องตื่นตกใจจนหน้าซีด
วินาทีถัดมา
ฉัวะ!
คมกระบี่กาลเวลาที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมก็พุ่งเข้ามาโจมตีเขาอีกครั้ง
“ไม่ดีแล้ว!”
สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก ก่อนจะตัดสินใจหลบหนีอย่างรวดเร็ว
แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว จากนั้นเพียงชั่วอึดใจเขาก็ถูกคมกระบี่นั้นโจมตี ทำให้เขาต้องสูญเสียอายุขัยหลายหมื่นปีในทันที
กลิ่นอายของเขาอ่อนแอลงอย่างมาก แม้แต่ผมสีขาวก็เริ่มปรากฏขึ้นบนศีรษะ
จากการถูกโจมตีครั้งนี้ ทำให้ความแข็งแกร่งของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์ลดลงไปอย่างมาก รวมถึงความเร็วที่ใช้เคลื่อนไหวก็เชื่องช้าลงจนเห็นได้ชัด และเมื่อเห็นคมกระบี่ถัดไปโจมตีมาอีกครั้ง เขาก็กระเสือกกระสนหลบหนี แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย…”
เขาตะโกนเสียงดังพร้อมสีหน้าหวาดกลัว ด้วยความหวังว่าจะมีคนเข้ามาช่วย
แต่ชายคนนั้นก็ถูกคมกระบี่กาลเวลาพุ่งเป้าจนไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้เลย
เขาทำได้เพียงมองดูแก่นแท้พลังชีวิตของตัวเองถูกพรากไปอย่างต่อเนื่องโดยทำอะไรไม่ได้
ในไม่ช้า รูปลักษณ์ก็เปลี่ยนจากคนหนุ่มไปเป็นชายวัยกลางคน
นั่นหมายความว่า…
อายุขัยที่ถูกพรากไปอย่างน้อยก็เกินครึ่งหนึ่งไปแล้ว!
แต่โชคดีที่ในขณะนี้ ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์ได้หลบหนีออกมาจนเกือบจะพ้นจากอาณาเขตของคมกระบี่กาลเวลาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม
วินาทีถัดมา
“นั่นมันตัวอะไรน่ะ?!”
ทันใดนั้น สีหน้าของใครบางคนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาชี้ไปยังบางสิ่งก่อนจะอุทานออกมา
ฉู่โม่วและทุกคนจึงรีบมองตามไปทันที
ทั้งหมดเห็นเงาดำเลือนรางกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นและค่อย ๆ รวมตัวกัน จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์ทันที
มันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
แก่นแท้พลังชีวิตของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์หายไปอย่างรวดเร็ว รอยย่นปรากฏขึ้นบนผิวหนัง จากเดิมที่เคยส่องประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ มาบัดนี้กลับค่อย ๆ หม่นหมองลง
“นี่มันสัตว์อสูรอะไรกันเนี่ย!”
“มัน… ดูเหมือนจะดูดกลืนพลังชีวิตได้!”
มีบางคนอุทาน พร้อมสีหน้าที่ซีดเผือด
ระหว่างที่หาข้อสรุปกัน
ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์ไหมสวรรค์ก็กลายเป็นชายชราอย่างสมบูรณ์ มิหนำซ้ำพละกำลังและอายุขัยก็ถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น ก่อนที่ผิวหนังและเลือดของเขาจะแตกสลาย จนในที่สุดก็กลายเป็นกองขี้เถ้าสีขาว
ยังไม่จบแค่นั้น
เมื่อถูกกวาดล้างด้วยพลังแห่งกาลเวลาอันยาวนาน กองขี้เถ้าสีขาวก็ไม่สามารถทนต่อการสึกกร่อนของกาลเวลาได้ ในไม่ช้ามันจึงผุกร่อนและกลายเป็นฝุ่นกระจายไป
สำหรับเงาดำนั้นมันราวกับว่าได้สูดดมละอองที่เป็นเหมือนยาชูกำลังชั้นเลิศบางอย่าง ทำให้กลิ่นอายมันแข็งแกร่งขึ้นมาก ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
ขณะนี้ ความผันผวนของพลังกาลเวลาภายในอาณาเขตก็ลดลงอย่างช้า ๆ จนสงบลงในที่สุด ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาพลวงตา
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ปลุกพลังทุกคนที่เห็นฉากนี้เป็นครั้งแรก พลันเกิดความรู้สึกปั่นป่วนภายในใจทันที
“นี่น่ะเหรอ สัตว์อสูรที่ก่อตัวขึ้นจากการผสมผสานระหว่างซากอารยธรรมและพลังห้วงเวลา!”
บรรพชนที่เป็นมหาเทวะยุทธ์ของเผ่าพันธุ์มายาได้สูดหายใจเข้าลึกและพูดว่า “เหตุผลที่ผู้ปลุกพลังของเราได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการสำรวจในตอนแรก ก็เพราะพวกเราได้ตกเป็นเหยื่อของเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้เช่นกัน!”
“พวกมันสามารถดูดกลืนพรสวรรค์ห้วงเวลาและแก่นแท้พลังชีวิตได้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องระมัดระวังให้มาก!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้ปลุกพลังจากทุกเผ่าพันธุ์จึงรู้สึกหวาดหวั่นและเกิดเป็นความกดดันทันที
เดิมทีแล้ว พวกเขายังมีท่าทีกระตือรือร้นที่จะฝ่าม่านพลังตามชายหนุ่มเข้าไป แต่เมื่อเห็นฉากเหตุการณ์เมื่อครู่ ก็ได้ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวและตระหนักถึงคำเตือนของบรรพชนอยู่ตลอด
“เข้าไปกันเถอะ!”
“เพื่อความปลอดภัย เรามาเกาะกลุ่มกันไว้เถอะ!”
ผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์ทั้งหมดได้เริ่มรวมกลุ่มกันและเข้าไปสำรวจภายในนั้น
เมื่อเห็นแบบนั้น
ฉู่โม่วเพียงสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปหาพรรคพวกที่อยู่ด้านข้างหลังและพูดว่า “พวกเราก็เข้าไปกันเถอะ!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็เดินนำฝ่าเขตแดนตรงหน้าเข้าไปทันที ในขณะเดียวกัน ผู้ปลุกพลังมนุษย์ก็เดินตามหลังเขาไปอย่างใกล้ชิด
ฉึบ!
เกิดเสียงหวีดหวิวเบา ๆ พร้อมกับม่านพลังป้องกันที่กระเพื่อมอย่างต่อเนื่อง
บุตรแห่งโชคชะตารู้สึกเพียงได้ทะลุผ่านม่านบาง ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พิเศษมาก
พลังแห่งกาลเวลามากมายที่อยู่รายล้อมรอบตัว ทำให้เขารู้สึกสดชื่น ราวกับแช่น้ำอุ่น ๆ มันไม่เพียงไม่รู้สึกอึดอัด แต่กลับให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ
“นี่มัน…”