ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 744 กลืนกินศิลาโชคชะตา กับ ทองคำกาลเวลา!
บทที่ 744 กลืนกินศิลาโชคชะตา กับ ทองคำกาลเวลา!
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิลงและเตรียมพร้อมกลืนกินพลังโดยไม่ลังเล
แม้ว่าศิลาโชคชะตาจะพิลึกก็จริง หากมันอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานก็สามารถเพิ่มพรสวรรค์ห้วงเวลาได้อย่างช้า ๆ แต่มันก็ยังช้าเกินไปสำหรับเขา
เขาจึงตั้งใจจะกลืนกินแก่นที่บรรจุอยู่ภายใน แม้ว่าปริมาณบางส่วนจะเสียเปล่าไปบ้าง มันก็ไม่สำคัญอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างการดูอดีตของศิลาโชคชะตา บุตรแห่งโชคชะตาได้เห็นศิลาโชคชะตาอย่างน้อยสิบก้อนที่ถูกแม่น้ำแห่งกาลเวลชำระล้าง แม้ว่าเขาจะกลืนกินชิ้นนี้เข้าไปก็ยังมีศิลาโชคชะตาเหลืออยู่ในเขตแดนนั้นอีก
เขาค่อย ๆ ค้นหาพวกมันไปทีละนิดก็ได้
ในตอนนั้นจะมีจำนวนหนึ่งเหลือไว้ให้เฉินซีเวย ศิษย์ของเขา และตำหนักบรรพชน ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็จะถูกกลืนกินเพื่อพัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลาของเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วสูดหายใจลึก แล้วจึงทำลายศิลาโชคชะตา
ทันใดนั้น แก่นพลังห้วงเวลาที่บริสุทธิ์เหนือคำบรรยายพลันก่อตัวขึ้น แล้วจึงหลั่งไหลไปตามแขนขาและกระดูกเพื่อบำรุงทั่วทั้งร่างกาย
ในตอนนี้ ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าเซลล์และยีนทั้งหมดในร่างกายเริ่มกลืนกินแก่นพลังอย่างบ้าคลั่ง
เซลล์มากมายเริ่มเปลี่ยนแปลงและเกิดใหม่ ในขณะที่ยีนเริ่มจัดระเบียบใหม่อย่างต่อเนื่อง
ระหว่างกระบวนการนี้ การควบคุมกาลเวลาของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
‘ศิลาโชคชะตาที่เกิดมาจากแม่น้ำกาลเวลานี่ทรงพลังจริง ๆ!’
‘แก่นพลังห้วงเวลาข้างในนี้เทียบได้กับดอกบัวกาลเวลาที่ฉันกลืนกินเข้าไปตอนแรกเลยด้วยซ้ำ!’
ฉู่โม่วคิดพลางอดประหลาดใจไม่ได้
ในตอนนั้น ดอกบัวกาลเวลาพัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลาของเขาขึ้นเป็นระดับตะวัน และผลของมันก็เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
ตอนนี้ แม้ว่าพรสวรรค์ห้วงเวลาของเขาจะพัฒนาขึ้นเป็นระดับเทวะแล้ว ศิลาโชคชะตานี้ก็จะพัฒนาเขาได้อีกมหาศาล
อย่างที่คาดการณ์เอาไว้
ไม่กี่วันต่อมา เมื่อชายหนุ่มกลืนกินแก่นพลังห้วงเวลาทั้งหมดในศิลาโชคชะตาเข้าไป เขาก็พบว่าพรสวรรค์ห้วงเวลาของตัวเองพัฒนาขึ้นอีกมาก
มันเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% เลยทีเดียว
นอกจากนี้…
ฉู่โม่วยังสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการศึกษาพลังแห่งกฎเกณฑ์ของกาลเวลาอีกด้วย
เดิมที เขาศึกษาความหมายอันลึกซึ้งแห่งกาลเวลาไปจนถึงระดับกฎเกณฑ์มายา 15% เท่านั้น แต่หลังจากที่เข้ามาที่นี่และกลืนกินแก่นกาลเวลาเข้าไปมากมาย มันก็พัฒนาขึ้นเป็น 19% และเมื่อเขากลืนกินศิลาโชคชะตาเข้าไป
มันก็ทะยานสูงขึ้นไปจนถึงระดับกฎเกณฑ์มายา 37%!
ความเร็วในการเติบโตของมันเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวเลยทีเดียว!
‘ด้วยอัตรานี้ ถึงจะไม่ได้ใช้สมบัติอื่นช่วย ตราบใดที่ฉันตามหาศิลาโชคชะตาที่เหลืออีกประมาณสิบก้อนได้ แค่ครึ่งเดียวฉันก็พัฒนาความเข้าใจห้วงเวลาไปจนถึงระดับกฎเกณฑ์มายาระดับสมบูรณ์ได้ หรืออาจจะถึงระดับกฎเกณฑ์เลยด้วยซ้ำ!’
ชายหนุ่มตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
แม้ว่าระดับกฎเกณฑ์มายาและระดับกฎเกณฑ์จะแตกต่างกันเพียงแค่คำเดียว แต่มันก็เป็นช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างทั้งสอง
มันแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในวิถีแห่งเต๋าของผู้ปลุกพลัง
กฎเกณฑ์คือเต๋าที่แท้จริง
ส่วนกฎเกณฑ์มายานั้นสามารถอธิบายได้ทุกสิ่ง
“ตามหาต่อ!”
“เขตแดนลับนี้ไม่มีจำกัดเวลา ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ต้องตามหาศิลาโชคชะตามาให้ได้!”
“อีกอย่าง สมบัติห้วงเวลาก็พลาดไม่ได้เหมือนกัน!”
“การมาเขตแดนลับครั้งนี้ นอกจากจะพัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลาของฉันแล้ว ยังทำให้ระดับกฎเกณฑ์มายาสมบูรณ์และเข้าสู่ระดับกฎเกณฑ์ด้วย!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
หลังจากที่ค่อย ๆ รวบรวมสติ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนตรง
แล้วเขาก็ปล่อยเจ้านกซื่อบื้อออกมาเพื่อให้มันตามหาสิ่งแปลกประหลาดบนเขตแดนนี้ต่อไป
ในวันนี้…
เขาทะเยอทะยานที่จะพัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลายิ่งกว่าวันไหน ๆ!
ด้วยการนำทางของอาไต๋
ไม่กี่วันต่อมา ฉู่โม่วก็ค้นพบการสรรสร้างของอารยธรรมและสมบัติห้วงเวลาจำนวนหนึ่ง
แต่ท้ายที่สุด…
คุณภาพของสมบัติเหล่านี้นั้นไม่ได้สูงมาก และบางส่วนก็ไม่เป็นประโยชน์กับเขาแม้แต่น้อย ฉู่โม่วจึงเก็บพวกมันเข้าไปในโลกบนฝ่ามือโดยตั้งใจจะมอบพวกมันให้กับเฉินซีเวย และส่วนที่เป็นประโยชน์ก็จะถูกเขาดูดซับเข้าไปเอง
แต่ผลการสำรวจก็ไม่ได้สูงมากนัก
กฎเกณฑ์มายาแห่งห้วงเวลาพัฒนาไปถึงแค่ 40% เท่านั้น!
ในวันนี้
ฉู่โม่วเดินทางมาที่ทะเลสาบแห่งหนึ่ง
แม้จะเรียกว่าทะเลสาบ แต่มันก็มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลราวกับมหาสมุทร
ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ และมันเต็มไปด้วยรัศมีแห่งกาลเวลา
“เจ้านาย สมบัติอยู่ที่ก้นทะเลสาบ ฉันสัมผัสได้ว่ารัศมีของมันกว้างขวางมาก ต้องเป็นสมบัติชั้นดีแน่!”
อาไต๋กล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
ฉู่โม่วก็พยักหน้าและเตรียมตัวลงไปในน้ำ
แต่อย่างไรแล้ว อารยธรรมที่อยู่ใต้ผิวน้ำก็ทรงพลังยิ่งนัก เขาจึงเก็บนกล่าสมบัติเข้าไปในโลกบนฝ่ามือก่อน แล้วจึงค่อยลงไปใต้น้ำ
จากด้านนอก ทะเลสาบแห่งนี้ดูกระจ่างใสยิ่งนัก แต่หลังจากที่ลงไปในน้ำ ก้นทะเลสาบก็ดูมืดมัวเป็นอย่างมาก มันเต็มไปด้วยไอหมอกที่เกิดขึ้นจากพลังห้วงเวลา ทำให้ไม่สามารถมองออกไปได้ไกลนัก
แม้แต่ฉู่โม่วก็ไม่อาจมองเห็นก้นทะเลสาบได้อย่างชัดเจน
แม้ว่าเนตรทองห้าธาตุและกายาทวิเนตรจะถูกใช้งานแล้ว ผลลัพธ์ก็ยังไม่น่าพึงพอใจนัก
พลังห้วงเวลาเหล่านี้มีต้นกำเนิดอันอ่อนแอที่มาจากแม่น้ำกาลเวลา ทำให้เขาไม่อาจมองทะลุผ่านมันได้
เขาไม่ใส่ใจมากและดิ่งตรงลงไปยังก้นทะเลสาบ
ฟิ่ว!
ทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวพลันดังขึ้นจากไม่ไกลออกไป
ฉู่โม่วหันไปตามความรู้สึก เขามองเห็นสัตว์อสูรที่ดูเหมือนวาฬแต่มีแขนและขาพุ่งตรงเข้ามาหา
ใบหน้าของมันดูดุร้ายถึงขีดสุด และทั่วทั้งร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเดือยกระดูกสีแดง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เมื่อปลายักษ์มองเห็นเขา ดวงตาของมันก็กลับกลายเป็นสีแดงและเดือยกระดูกทั่วทั้งร่างกายของมันก็ถูกสลัดออกมาด้วยพลังห้วงเวลามหาศาลเพื่อโจมตีชายหนุ่ม
เดือยกระดูกเหล่านี้คล้ายคลึงกับใบมีดกาลเวลาของเขาทีเดียว
เมื่อถูกพวกมันทิ่มแทง อายุขัยของสิ่งมีชีวิตก็จะถูกตัดทอน
แต่ที่ต่างไปจากใบมีดแห่งกาลเวลาคือ พลังต้นกำเนิดในกระดูกนี้นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า เมื่อถูกมันแทง นอกจากจะสูญเสียอายุขัยกว่าหลายร้อยปีแล้ว พื้นฐานพลังก็จะเสียหายไม่น้อยด้วยเช่นกัน
ฉู่โม่วจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
พละกำลังทั้งหมดถูกใช้งาน และกระบี่ดาราทมิฬถูกถือเอาไว้ในมือ อย่างแรก เขาเริ่มจากเคลื่อนย้ายมิติเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากเดือยกระดูก แล้วจึงเข้าไปใกล้ร่างของปลาขนาดยักษ์และแพร่กระจายพลังงานกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ฟู่!
แสงกระบี่เผยให้เห็นถึงความแหลมคมและฟันปลายักษ์ออกเป็นสองส่วน
แก่นพลังห้วงเวลาอันแข็งแกร่งหลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของฉู่โม่ว ทำให้พรสวรรค์ห้วงเวลาและกฎเกณฑ์มายาของเขาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
หลังจากที่สังหารมันสำเร็จ
ฉู่โม่วก็ไม่รอช้าและดำน้ำต่อไป
ระหว่างนั้น เขาต้องเผชิญหน้ากับปลาขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดจำนวนมาก แต่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดไหน พวกมันก็ถูกชายหนุ่มสังหารจนหมดได้อย่างง่ายดาย
ท้ายที่สุด เขาก็มาถึงยังก้นทะเลสาบและมองเห็นสมบัติห้วงเวลาที่เจ้านกซื่อบื้อพูดถึง
เท่าที่ตามองเห็นได้ มันคือผลึกแก้วใสบริสุทธิ์สองชิ้น
นอกจากนั้น ยังมีทองคำเต็มชิ้นอยู่ข้างผลึกแก้วนั้นด้วย
“ศิลาโชคชะตาสองก้อน!”
“แล้วก็ของแถม… ทองคำกาลเวลา!”