ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 746 แมงกะพรุนไร้ร่าง กับ กระบวนท่าอันน่าสะพรึงกลัว!
บทที่ 746 แมงกะพรุนไร้ร่าง กับ กระบวนท่าอันน่าสะพรึงกลัว!
ก่อนหน้านี้ พวกเขาเข้าไปในทะเลทรายโกบีและได้รับสมบัติมาจำนวนไม่น้อย
ระหว่างที่กำลังจะสำรวจต่อไปนั้น พวกเขาก็ไปพบกับจารึกร่างลวงตาเข้าโดยบังเอิญ
หลังจากที่ผ่านจารึกลวงตามาได้และค้นพบสมบัติข้างใน ใครจะไปคิดว่าก่อนที่จะคว้ามันมาได้ สัตว์อสูรตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นและแย่งสมบัติแห่งกาลเวลาไปซ่อนเอาไว้
ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างไรก็ตามหามันไม่พบ
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น…
สัตว์อสูรตัวนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก มันสามารถหลอกลวงสัมผัสทั้งห้าได้ และยังดุร้ายมากอีกด้วย มันจะลอบโจมตีพวกเขาทุกครั้งหากเกิดความไม่พอใจ
ในตอนแรกทั้งสามยังไม่ยอมแพ้และพยายามต่อสู้กับมัน แต่เพราะไม่พบร่องรอยของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย พวกเขาจึงตกเป็นผู้ถูกโจมตีเพียงฝ่ายเดียว
และหนทางสุดท้ายก็คือ …การหลบหนี
แต่ใครจะไปคิดว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะยังไล่ตามพวกเขาด้วยใบมีดกาลเวลาอย่างไม่ลดละ
จนถึงตอนนี้ แต่ละคนถูกใบมีดกาลเวลาฟันไปมากกว่าสิบครั้ง และอายุขัยของพวกเขาก็ลดต่ำลงหลายพันปี
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ในไม่ช้า พวกเขาก็จะถูกสัตว์อสูรตัวนี้สังหารด้วยการกำจัดอายุขัยจนหมดไป
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!”
“หลิวควาน ขอความช่วยเหลือหรือยัง!”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ฉันส่งสัญญาณไปแล้ว ทุกคนคงกำลังรีบมาหาเรา อดทนไว้ก่อนเถอะ!” ผู้ปลุกพลังอีกคนกล่าวพร้อมกัดฟันแน่น
“หวังว่าคนที่มาจะเป็นคุณฉู่นะ เขาคือคนเดียวที่จะช่วยเราได้!”
ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์คนที่สามเอ่ยขึ้น
หากผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์คนอื่น ๆ มาถึง พวกเขาก็คงสังหารสัตว์อสูรตัวนี้ได้อย่างยากลำบาก มันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อคุณฉู่มาถึงเท่านั้น
แต่…
คุณฉู่จะมาที่นี่จริง ๆ เหรอ?!
พวกเขาไม่อาจรู้ได้เลย…
ในขณะเดียวกัน ขณะที่ทั้งสามกำลังถูกไล่ล่า ฉู่โม่วก็รีบมุ่งหน้าไปหาผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ขอความช่วยเหลือ แม้ว่าทั้งสองตำแหน่งจะอยู่ไกลกันมาก แต่ระยะห่างก็ค่อย ๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็มาถึงใกล้บริเวณของการต่อสู้และสัมผัสได้ถึงกระแสอณูแห่งชีวิตแปรปรวนรุนแรงที่อยู่ไม่ไกลออกไป
“พวกเขายังมีชีวิตอยู่!”
ฉู่โม่วใช้สัมผัสจิตวิญญาณและตรวจจับรัศมีของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งสาม
แต่… เขาก็สัมผัสได้ว่ารัศมีของทั้งสามเริ่มจางลงไป เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่
ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในจึงรีบไล่ตามไปโดยไม่ลังเล
ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็มาถึงตรงหน้าผู้ปลุกพลังทั้งสาม
“คุณฉู่!”
“นั่นคุณฉู่นี่!”
“คุณฉู่มาช่วยเราแล้ว!”
ผู้ปลุกพลังทั้งสามที่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดมานานพลันมองเห็นลำแสงบินผ่านท้องฟ้ามา เมื่อเงยหน้าขึ้นและพบว่าเขาคือฉู่โม่ว พวกเขาก็ตื่นเต้นดีใจและตะโกนเสียงดังลั่น
ฉู่โม่วไม่พูดอะไรมากแต่แค่ส่งสัญญาณให้พวกเขาไปรักษาบาดแผล แล้วจึงหันไปมองด้านหลังของทั้งสาม
แม้ว่าจะไม่พบเห็นร่างใด ๆ ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ว่ามีกระแสพลังผิดปกติอยู่ในความว่างเปล่า
“คุณฉู่ ระวังตัวด้วย สัตว์อสูรนี่แปลกมาก มันซ่อนตัวให้ห้วงมิติได้ ทำให้เราหาตัวมันไม่ได้เลย!”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งเอ่ยเตือน
บุตรแห่งโชคชะตาพยักหน้าเบา ๆ แล้วจึงใช้กายาทวิเนตรและเนตรทองคำห้าธาตุทันที
ทันใดนั้น กายาทวิเนตรก็ปรากฏขึ้น มันเต็มไปด้วยอักขระลึกลับ ในขณะเดียวกัน รอยแยกก็ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของเขาและส่องแสงห้าสีออกมา ทำให้ดูลึกลับอย่างถึงที่สุด
ด้วยกระบวนท่าทั้งสองนี้
ฉู่โม่วมองเห็นสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้วงมิติได้ในทันที
รอบร่างกายของมันมีเส้นขนละเอียดอ่อนนับไม่ถ้วน
และที่ใจกลางของร่างกายนั้นมีแสงศักดิ์สิทธิ์หนาแน่นอยู่ข้างใน แต่เพราะสว่างจ้าเกินไปจึงไม่อาจมองเห็นได้ว่ามันคืออะไร
แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงอณูแห่งชีวิตอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศ
“มันคือสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ด้วย!”
“แล้วยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพรสวรรค์ธาตุความมืดระดับเทวะด้วย!”
เมื่อเห็นข้อมูลของอีกฝ่าย สายตาของฉู่โม่วก็เผยความประหลาดใจออกมา
เดิมที เขาคิดว่าทั้งสามคงสัตว์อสูรประดิษฐ์จากอารยธรรมเดิมตามล่า แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะกลายเป็นสัตว์อสูรที่มีชีวิต
แต่มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้!
พูดตามหลักการแล้ว เขตแดนลับนี้ตั้งอยู่ในจักรวาลอันมืดมิดซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้ตายไปหมดแล้ว ที่นี่ไม่ควรจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่แม้แต่ตัวเดียว นอกจากพวกสัตว์อสูรประดิษฐ์
เว้นแต่ว่า…
มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตต่างแดนเหมือนกับฉู่โม่ว!
‘ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่บังเอิญหลุดเข้ามาในเขตแดนลับแน่ ๆ!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
ครืนนน!
ในตอนนั้นเอง
สิ่งมีชีวิตนั้นก็สังเกตเห็นฉู่โม่ว เส้นขนนับไม่ถ้วนรอบร่างกายของมันสั่นไหว แล้วใบมีดกาลเวลาก็พุ่งตรงออกไปหาฉู่โม่วโดยไม่ต้องเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
ไม่มีแม้แต่ลมพัดเสียด้วยซ้ำ
“เป็นกระบวนท่าที่เร้นลับจริง ๆ!”
ฉู่โม่วตกตะลึง
เขาไม่ได้เห็นกระบวนท่าเช่นนี้จากข้อมูลของอีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงได้แต่คิดกับตัวเองว่า บางทีมันอาจจะเป็นพลังเหนือธรรมชาติแต่กำเนิดของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ก็ได้
ความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว แต่มือของเขานั้นไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นศัตรูโจมตีด้วยใบมีดกาลเวลา ชายหนุ่มก็ใช้พรสวรรค์ห้วงเวลา พลังห้วงเวลามากมายแผ่ซ่าน รวมตัวกันเป็นพายุกาลเวลา แล้วจึงมุ่งหน้าไปหาศัตรู
ในขณะเดียวกัน…
กระบี่ดาราทมิฬก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา เจตจำนงกระบี่สะท้านฟ้าพลุ่งพล่านและสูบฉีดเข้าไปในกระบี่ ก่อนที่จะฟันตรงไปยังสิ่งมีชีวิตตรงหน้า
ตูม!
แค่เพียงกระบี่เดียว
แม้แต่พลังปราณกระบี่ของเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดหรือกระทั่งครึ่งก้าวสู่มหาเทวะยุทธ์ก็ไม่อาจต้านทานได้ เมื่อมันแตะโดนสิ่งมีชีวิตนั้น กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยราวกับว่ามันมีภูมิคุ้มกันอย่างสมบูรณ์
แม้แต่เจตจำนงกระบี่ก็ไม่อาจเกาะติดมันได้ ราวกับว่ามันไม่มีตัวตนอยู่เลยด้วยซ้ำ
ส่วนพายุกาลเวลานั้นยังส่งผลอยู่บ้าง
มันทำลายใบมีดกาลเวลาของสิ่งมีชีวิตนั้น แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังร่างของอีกฝ่ายและตัดอณูแห่งชีวิตของมันไปไม่น้อย
แต่…
อณูแห่งชีวิตของมันแข็งแกร่งเกินไป แม้ว่าแก่นชีวิตจะหายไปมาก แต่มันก็ไม่มีวี่แววว่าจะท้อถอยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันเป็นเหมือนแค่อาการคันเท่านั้น
“เจ้าแมงกะพรุนไร้ร่างนี่มันแปลกจริง ๆ!”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วแน่น
ครืน!
ในตอนนั้นเอง
แมงกะพรุนไร้ร่างก็ปรากฏตัวขึ้น
แม้ว่ากระบี่ของฉู่โม่วจะทำอะไรมันไม่ได้ มันก็ยังสัมผัสได้ถึงภยันตรายจากชายหนุ่ม ในตอนนี้ เมื่อทั้งร่างกายของมันสั่นสะท้าน เส้นขนละเอียดอ่อนจำนวนมากก็ร่วงออกมาและปลิวไปรอบ ๆ ราวกับกลีบดอกไม้
ไม่ว่าจะไปที่ใด ห้วงมิติก็ค่อย ๆ พังทลายลงทีละส่วน ๆ…
ไม่สิ!
ไม่ใช่พังทลายลง
แต่กำลังละลายต่างหาก!
ฉู่โม่วสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบริเวณที่มีเส้นขนนั้นได้รับผลจากพลังลึกลับบางอย่างและหลอมละลายในทันที
ภาพนี้ทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วแน่น
เขาได้เห็นการต่อสู้ระหว่างมหาเทวะยุทธ์มาแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของมือและเท้าของเขาควรจะทำให้กาแล็กซีพังทลายและแผ่นดินแตกสลายได้ ซึ่งเป็นพลังที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
แต่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเท่าไร พวกมันก็ไม่อาจทำให้ห้วงมิติของเขตแดนลับสลายไปได้ อย่างไรแล้ว การพังทลายก็คือการทำลายต้นกำเนิด
แต่การที่ระเหยหายไปจากโลกนั้นราวกับไม่มีมาก่อนในห้วงมิติ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!”
“ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?!”