ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 787 เตรียมพร้อมสำหรับการเลื่อนขั้น กับ เกิดใหม่ของผู้เฒ่าพฤกษา!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 787 เตรียมพร้อมสำหรับการเลื่อนขั้น กับ เกิดใหม่ของผู้เฒ่าพฤกษา!
บทที่ 787 เตรียมพร้อมสำหรับการเลื่อนขั้น กับ เกิดใหม่ของผู้เฒ่าพฤกษา!
“มันเป็นเรื่องปกติ”
บรรพชนหมัวเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
บรรพบุรุษแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์… ความลับแห่งยุคสมัย
ยามใดที่ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดออกไปละก็ มันจะต้องทำให้กองกำลังระดับสูงอีกมากมายต่างพากันอยากรู้อยากเห็นเป็นแน่ และพวกเขาจะต้องออกสืบหามัน อย่างไรเสีย กองกำลังเหล่านั้นก็จะเห็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เห็นเพียงความยิ่งใหญ่และแกร่งกล้าของอารยธรรมมากมาย ที่ประกอบไปด้วยผลประโยชน์นับไม่ถ้วน
หากมีกองกำลังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาจะต้องเป็นบ้ากันไปหมดแน่ ๆ
ในส่วนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ที่อยู่คู่กับราชสำนักแห่งสวรรค์ พวกเขาเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง เมื่อใดที่พวกเขาได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับมัน จะได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงทันที
ถึงจะไม่ใช่ระดับสูญพันธุ์ แต่มันก็จะตกอยู่ในการควบคุมของคนอื่น ท้ายสุดก็จะไม่มีอนาคต
ดังนั้นแล้วพวกเขาย่อมไม่อยากให้เกิดเรื่องนี้เป็นธรรมดา
ใช่แล้ว
ต่อให้อยากจะเข้ามาสืบหาเรื่องนี้ มันก็มีเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นที่จะสืบหาได้
ใครก็ตามที่จะเข้ามาแทรกแซง ต้องเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจว่าจะไม่ทำข่าวแพร่สะพัดออกไป
เพื่อดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เรื่องนี้ถือเป็นความลับโดยเด็ดขาด
ขนาดที่บรรพชนหมัววางแผนเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ จะไม่มีคนนอกได้รับอนุญาตให้เข้าไปในดาวเคราะห์สีน้ำเงินโดยเด็ดขาด และทั่วทั้งระบบสุริยะจะถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่ควบคุม ใครก็ตามที่เข้ามาใกล้ จะถูกลงโทษอย่างไม่มีข้อยกเว้น
คิดได้เช่นนั้น เขาก็หันไปปรึกษากับฉู่โม่ว
อย่างไรเสีย หากเรื่องนี้จบลง มันจะส่งผลกระทบกับผู้ปลุกพลังท้องถิ่นบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินอย่างแน่นอน
หลังจากที่ได้ปรึกษากันอยู่สองคน ในที่สุดพวกเขาก็ได้ทางออกร่วมกัน
นั่นคือการปิดระบบสุริยะโดยสมบูรณ์!
เหล่าผู้ปลุกพลังจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้คนนอกออกไป และให้ไปอยู่ตามดวงดาวหลัก ๆ ดวงอื่น ๆ ในจักรวาลทางช้างเผือกแทน รวมถึงมอบทรัพยากรให้พวกเขาจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ปลุกพลังคนไหนก็ตามที่อยากจะมีอนาคต พวกเขาจะต้องยินยอมทำตามแน่นอน
พวกเขาที่ในดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะเหลือเพียงผู้ปลุกพลังที่มีขั้นพลังต่ำและเหล่าคนธรรมดา
การปิดระบบสุริยะนั้นจะส่งผลกระทบกับพวกเขาเพียงเล็กน้อย
แน่นอน นี่เป็นเพียงเค้าโครง ในส่วนของรายละเอียดนั้นยังมีปลีกย่อยมากกว่านี้
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ยานรบโบราณก็ได้เข้ามาถึงดินแดนที่มนุษย์อาศัยอยู่ และไม่นานนักมันก็กลับไปยังดาวเคราะห์โบราณริ้วคราม
หลังจากยานเทียบท่า
บรรพชนหมัวก็อัญเชิญสมาชิกหอสัจธรรมบางคนให้มาที่นี่ด้วย เขาเตรียมบอกเรื่องราชสำนักแห่งสวรรค์ ส่วนฉู่โม่ว เขาเลือกที่จะไปตำหนักบรรพชนแทน
เขาฝึกฝนพลังของตนเองไปจนถึงระดับสุดยอดของขั้นเทวะยุทธ์แล้ว อีกไม่ไกลก็จะสามารถเลื่อนไปสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์ได้
มันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่สามารถเอ้อระเหยได้อีกต่อไป!
…
สิบวันต่อมา
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องเงียบสงบ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงที่ส่งผ่านมา เมื่อลืมตาขึ้น เขาก็รีบลุกและเดินออกจากห้องไป
“มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น?”
ที่หน้าประตู ชายวัยกลางคนที่มีท่าทีขึงขังคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น
น่าประหลาดใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายเป็นมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น
“ฉู่โม่ว!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นยิ้มน้อย ๆ แล้วพูด “ครั้งนี้ที่คุณเลื่อนขั้นเป็นเทวะยุทธ์ได้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งนี้เป็นอย่างมาก และเลือกที่จะเปิดสถานที่แห่งนี้ และมันจะช่วยคุณให้เลื่อนขั้นพลังสำเร็จ”
“แต่ตอนนี้พวกเขากำลังยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นอยู่ จะมีก็แต่ที่นั่งที่ยังว่าง ดังนั้นฉันจะอาสาพาคุณไปที่นั่นเอง”
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
“มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นลำบากแย่เลยนะครับ” ฉู่โม่วรีบโค้งทำความเคารพแล้วพูดตอบ
“อย่าเกรงใจฉันเลย” มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดต่อ “ตามมาเถอะ”
พูดเช่นนั้นแล้ว
เจ้าตัวก็ยื่นมือออกไป ฝ่าทลายมิติด้านหน้าจนมันเกิดเป็นช่องว่างขึ้นมา แล้วจึงเดินเข้าไปด้านใน
เห็นแบบนั้น ฉู่โม่วก็รีบเดินตามไปติด ๆ
ด้วยความรู้สึกเหมือนรอบ ๆ ตัวมันหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ยามที่ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนเองมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดเสียแล้ว
ที่แห่งนี้ให้บรรยากาศเหมือนป่า มีภูเขาโบราณมากมายปรากฏให้เห็นโดยทั่วกัน นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่พร้อมกับหญ้าวิญญาณหายากมากมายงอกเงยอยู่เต็มพื้นดิน พวกมันส่องประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ระยิบระยับเผยความยิ่งใหญ่และงดงาม
บนท้องฟ้า…
หมู่เมฆก่อตัวและมีแสงส่องออกมา หมอกควันลอยฟุ้งไปทั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างดูสวยประจักษ์ตา ขณะเดียวกันนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่ไหลเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวด้วย
อณูแห่งชีวิตของสวรรค์และโลกต่างอัดแน่นอยู่รอบกาย มันหนาแน่นเสียจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยามที่ได้สูดดม มันก็เหมือนเขาได้ลอยขึ้นไปเหนือโลกใบนี้แล้ว
ที่นี่
มันให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่เก่าแก่มาก ๆ
ฉู่โม่วหันมองด้วยความตื่นเต้น
เห็นเช่นนั้น มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็กล่าวแนะนำ “ที่นี่เป็นศูนย์กลางของเหล่ามนุษยชาติ เรียกว่า เขตแดนลับวิญญาณ ต้นไม้เหล่านั้นคือ พฤกษาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่ใต้พฤกษายักษ์นั้นคือบ่อกำเนิดใหม่ ขุมพลังแห่งสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่อันประกอบไปด้วยพลังมากมายที่ช่วยทำให้ผู้ปลุกพลังเสมือนได้เกิดใหม่ และมันจะช่วยให้การฝึกฝนของพวกเขาก้าวกระโดดไปเป็นอย่างมาก”
“เพราะแบบนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเราจึงสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ จนเติบโตมาได้ขนาดนี้!”
ระหว่างที่พูดคุย
ทั้งสองก็เดินไปยังวิหารแห่งหนึ่ง
ทว่าภายในวิหารแห่งนั้น มีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ เขาดูสูงวัยมาก ๆ เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานแห่งความตายที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว ผมร่วงหล่นในขณะที่ฟันเองก็ร่วงเกือบหมด ราวกับเป็นร่างของชายชราที่ตายไปแล้ว
กระนั้น ร่างดังกล่าวกลับกำลังปลดปล่อยพลังที่น่าเกรงขามออกมา มันน่าเกรงขามกว่ามหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเสียอีก
“ท่านผู้เฒ่าพฤกษา!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นทำความเคารพร่างนั้น
“ที่แท้ก็เจ้าหนูฉีอวิ๋นนี่เอง หลายปีมาแล้วที่เธอจากไป ไฉนจึงมาที่นี่อีกล่ะ?”
ได้ยินเสียงเรียก ชายชราก็ลืมตาขึ้นมามองมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น เขาพูดแล้วยิ้มให้
“ผมมาที่นี่ในครั้งนี้ เพื่อนำลูกหลานเผ่าพันธุ์มนุษย์มาฝึกฝนครับ”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นพูดด้วยความเคารพ
ได้ยินแบบนั้นแล้ว ชายชราก็เหลือบสายตาไปมองยังฉู่โม่วแทน
แม้ในยามแรกจะเป็นเพียงการกวาดตามองไปทั่ว แต่เมื่อได้สบตา เขาก็แสดงท่าทีประหลาดใจออกมาเล็กน้อย หลังจากได้มองอย่างพินิจแล้ว ชายชราก็พยักหน้าและพูดอย่างชื่นชม “เป็นเด็กหนุ่มที่น่าประทับใจนัก…เธอชื่ออะไร?”
“เอ่อ ผมชื่อฉู่โม่วครับ! ยินดีที่ได้พบท่านผู้เฒ่าพฤกษา”
ฉู่โม่วรีบทำความเคารพชายชราเบื้องหน้า
ภายนอกที่ดูสงบนิ่งนั้น กำลังข่มกลบพายุใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในใจ
เมื่อตอนที่เขาเห็นมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นทำความเคารพอีกฝ่าย เขาก็แอบอ่านข้อมูลของอีกฝ่ายผ่านระบบกลืนกินไปแล้ว ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขาต้องตกตะลึง
ชายชราผู้นี้…
คือวิญญาณเทพโอสถ!
เป็นร่างมายาของพฤกษาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ข้างหลังนี่!
‘ในร่างของวิญญาณ ยังมีความแข็งแกร่งได้เทียบเท่ามหาเทวะยุทธ์ได้ขนาดนี้ แถมยังน่าเกรงขามกว่ามหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเสียอีก ความแข็งแกร่งนี้ น่าจะเกือบเท่าราชันย์เทวะยุทธ์ได้แล้ว เหลือเชื่อจริง ๆ!’
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะหายใจเฮือกใหญ่
ชายหนุ่มพยายามควบคุมสติเอาไว้หลังรู้เรื่องนี้
อีกฝ่ายนั้นเติบโตมาอย่างน้อย ๆ ก็ล้านปีมาแล้ว ก่อนที่จะมีร่างนี้ ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงเลย นอกจากทักษะการหลบหลีกที่แข็งแกร่งแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากขั้นเทียมเทพ ไม่สิ เผลอ ๆ อาจจะไม่สามารถสู้กับขั้นเทียมเทพได้เลยก็ได้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ฉู่โม่วจึงอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจมาก ๆ กับความน่าเกรงขามของผู้เฒ่าพฤกษาผู้นี้ที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน
“ฉู่โม่ว ความแข็งแกร่งของเธอนั้นมีมากกว่าฉีอวิ๋นและเด็กหนุ่มมนุษย์คนอื่น ๆ เสียอีก”
“บางทีคุณอาจจะกลายเป็นคนแรกที่ทลายขีดจำกัดพลังขั้นตัวตนระดับเทพเจ้าในอนาคต…”
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังช็อก ผู้เฒ่าพฤกษาก็มองมายังเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม