ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 839 ปล่อยหมัดทะลวงสวรรค์ทั้งเก้า!
บทที่ 839 ปล่อยหมัดทะลวงสวรรค์ทั้งเก้า!
“เขาเป็นตัวอะไรกันแน่!”
“ทำไมถึงมีพลังน่าสะพรึงกลัวแบบนี้!”
“ไม่ อย่าฆ่าฉันเลย… ฉันขอร้อง!”
ราชันย์เทวะยุทธ์สามคนตื่นตระหนกและเผยสีหน้าหวาดผวาออกมา
ตอนนี้ พวกเขาได้สูญเสียความเหนือกว่าและท่าทีดูถูกฉู่โม่วไปแล้ว พวกเขาต่างก็ตื่นตระหนกและเสียสติจนดูแตกต่างไปจากเดิมราวกับฟ้าและโคลนตม
ยิ่งไปกว่านั้น ราชันย์เทวะยุทธ์คนหนึ่งกระทั่งอ้อนวอนขอความเมตตา
แต่ฉู่โม่วก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
ระฆังหายนะยังคงสั่งระงมพร้อมทั้งคลื่นเสียงสีทองที่แพร่กระจายออกไปยังราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสาม
ในสถานการณ์เช่นนี้ ราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสามต่างก็รู้สึกว่าเลือดและพลังอณูแห่งชีวิตในร่างกายพลุ่งพล่านอย่างต่อเนื่องและสามารถเสียการควบคุมได้ทุกเมื่อ อวัยวะภายในของพวกเขาสั่นสะท้าน และระหว่างนี้บาดแผลก็เริ่มปรากฏให้เห็น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในไม่ช้าร่างกายของพวกเขาก็จะระเบิดออก
อันที่จริง
แม้ว่ามันจะยังไม่ระเบิด พวกเขาก็ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
ตอนนี้ราชันย์เทวะยุทธ์ที่อ่อนแอที่สุดมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะภายใน และลมหายใจของเขาแผ่วเบาลง
เห็นได้ชัดว่าเขาจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
“เด็กคนนี้จะฆ่าพวกเรา เขาไม่มีทางปล่อยเราไปแน่!”
“แทนที่จะอยู่เฉย ๆ เราสู้กับมันดีกว่า!”
“ฆ่า!”
“ฆ่ามัน เราถึงจะรอด!”
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วยังคงเพิกเฉย ราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสามก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
และแล้วคงเป็นเพราะพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับทางตัน สามราชันย์เทวะยุทธ์สลัดความหวาดกลัวออกไปและเคลื่อนไหวพละกำลังทั้งหมดเพื่อเตรียมต่อสู้จนตัวตาย
ราชันย์เทวะยุทธ์คนหนึ่งพุ่งเข้ามา เลือดของเขาพลุ่งพล่าน ดวงตาเป็นสีแดงก่ำและเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ในฐานะผู้ปลุกพลังในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ เขาภาคภูมิใจในตัวเองและยอมต่อสู้จนตัวตายดีกว่าถูกเด็กคนหนึ่งเชือดคอ
ครืน!
เลือดและพลังอณูแห่งชีวิตเยี่ยงสัตว์ประหลาดพลุ่งพล่านออกมาจากร่างกายของเขายิ่งกว่าเก่า และเส้นผมสีดำของเขากลับกลายเป็นสีขาว เห็นได้ชัดว่าพลังชีวิตของเขากำลังถูกเผาผลาญ
ด้วยพลังชีวิตที่เหลืออยู่ รัศมีของเขาก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นกว่าเก่า
พลังแห่งกฎเกณฑ์ไร้ที่สิ้นสุดประสานกันและเกิดเป็นสระอัสนีขึ้นข้างหลัง นภาที่เต็มไปด้วยสายฟ้าแผ่ขยายออกไปปกคลุมห้วงอากาศ และรวมตัวกันเป็นเสาอสนีบาตอันน่าสะพรึงกลัวที่มุ่งหน้าตรงไปหาฉู่โม่ว
เปรี้ยง!
สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วทั้งดาราจักรแห่งนี้และทำลายขอบเขตที่สร้างขึ้นโดยระฆังจักรพรรดิบูรพาของฉู่โม่ว สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีม่วงไร้จุดจบเต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์และดูเหมือนว่าสามารถทำลายทุกสิ่งมีชีวิตและดาวเคราะห์มากมายได้
ทุกตัวตนที่ขวางอยู่ตรงหน้าจะถูกกำจัด
เมื่อเผชิญหน้ากับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เผ่ามนุษย์แพนด้าแดงทั้งหลายก็เผยท่าทีหวาดผวาออกมา พวกเขาต่างก็รู้สึกราวกับว่าท้องฟ้าถูกกดดันเอาไว้ ทำให้รู้สึกตื่นตระหนกเหนือคำบรรยายและรู้สึกว่าความตายมาหายใจรดอยู่ตรงหน้า
“นี่… นี่มันการโจมตีเพื่อเอาชีวิตรอด!”
“เขาจะหยุดมันได้ไหม?!”
ริมฝีปากของราชันย์เทวะยุทธ์ชราเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงซีดเผือดด้วยความตกตะลึง
เขาพยายามจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็พบว่าไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้เลยสักนิด
แม้ว่าจะเพิ่มพลังเต็มที่แล้ว เขาก็ยังต้องออกห่างจากภาพอันน่าสะพรึงกลัว ไม่เช่นนั้นก็อาจตายได้เลยทีเดียว และตอนนี้เมื่อได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้ไม่มีใครสามารถมาช่วยเขาได้
ดังนั้นในตอนนี้ เขาจึงได้แต่หวาดผวาและหวังอยู่ในใจว่าฉู่โม่วจะป้องกันมันได้อย่างปลอดภัย
ส่วนองค์หญิงแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงนั้น แม้ว่าใบหน้าของเธอจะซีดเผือดและกัดฟันแน่น เธอก็ยังไม่ท้อถอยและหันไปจ้องมองฉู่โม่วด้วยความเป็นกังวล
แต่…
เมื่อหันไปมองฉู่โม่ว เธอก็ต้องตะลึงงันไปครู่หนึ่ง
สีหน้าของชายหนุ่มกลับไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น
เธอกระทั่งมองเห็นความเหยียดหยามในนั้นด้วยซ้ำ
“เขายิ้มเยาะอะไรกัน?”
เด็กสาวต้องตะลึงงันและเกิดสงสัยขึ้นมา
และคำตอบก็ถูกเปิดเผยขึ้นในไม่ช้า
“ด้วยพละกำลังแบบนี้ ถึงแกจะเผาผลาญพลังชีวิตแล้วไงล่ะ?”
ฉู่โม่วแผดเสียงดังลั่น
เมื่อเผชิญหน้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัว เขาก็ไม่ได้ถอยหนีแต่กลับก้าวไปข้างหน้า เลือดและพลังงานในร่างกายของเขาพลุ่งพล่านและเพียงพอที่จะผลักทุกสรรพสิ่งออกไป รัศมีไร้เทียมทานแผ่ซ่านออกมา ภาพที่เกิดขึ้นจากพรสวรรค์นับไม่ถ้วนผสมผสานกันไปทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เขาดูราวกับเทพเจ้าและปีศาจที่ออกมาจากยุคโบราณ ทั้งลึกลับและน่าสะพรึงกลัว
เมื่อเผชิญหน้ากับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังนี้
ฉู่โม่วแค่ปล่อยหมัดออกไป!
ครืน!
โลกดูเหมือนระเบิดขึ้นในทันใด และจักรวาลก็สั่นสะท้านไปมาชั่วขณะ
รอยร้าวนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นและขยายตัวไปรอบ ๆ รอยหมัดจนก่อเกิดเป็นรอยแตก
ไม่เพียงเท่านั้น
ห้วงอากาศพลันสั่นสะท้านและดวงดาวหลายพันล้านดวงระเบิดระเบิดออกในทันที พวกมันกลับกลายเป็นเหมือนพลุไฟที่ส่องสว่างไสวถึงขีดสุด
หมัดของฉู่โม่วดูเหมือนพุ่งทะลวงผ่านสวรรค์ทั้งเก้าและทำลายดวงดาวกว่าหลายร้อยล้านดวง
ในพริบตาเดียว
ผู้คนนับไม่ถ้วนก็มองเห็นว่า ข้างนอกห้วงอากาศไร้ขอบเขต จักรพรรดิโบราณปล่อยหมัดออกมาผ่านห้วงมิติและกาลเวลากว่าหลายร้อยล้านปี และมันผสานรวมเข้ากับกำปั้นของฉู่โม่วโดยสมบูรณ์
ณ ตอนนี้
ท้องฟ้าและผืนดินดูซีดเซียว จักรวาลมีเพียงความเงียบสงัด
ในสายตาของทุกคน มีเพียงแค่รอยหมัดเท่านั้นที่ยังเหลือให้เห็น
มันดูเหมือนแค่ครู่เดียว แต่ก็ดูเหมือนเวลาผ่านไปแล้วกว่าหลายพันปี
จักรวาลหยุดนิ่งราวกับว่าเวลาเดินต่อไป
ในสายตาเบิกกว้างของทุกคน กำปั้นของฉู่โม่วปะทะเข้ากับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์โดยตรง
หลังจากนั้น
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ดูเหมือนว่าสามารถทำลายทุกสรรพสิ่งได้ก็ระเบิดออกมาทันที มันทะลุผ่านกำปั้นและระเบิดสายฟ้านับไม่ถ้วนออกมา
สายฟ้าเหล่านี้ระเบิดกลายเป็นจุดแสงนับไม่ถ้วนราวกับสายฝนที่ปกคลุมจักรวาลกว้างหลายล้านกิโลเมตรราวกับดอกไม้ไฟลูกใหญ่ยักษ์
หลังจากที่เกิดระเบิดแสงอันงดงาม มันก็เงียบสงัดลง
รอยกำปั้นของฉู่โม่วนั้น หลังจากที่ทะลุผ่านสายฟ้าไป มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแอลงแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดมันก็ปะทะเข้ากับร่างกายของราชันย์เทวะยุทธ์อย่างจัง
ตูม!
ราชันย์เทวะยุทธ์คนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มีแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากรอยแตกร้าวบนร่างกาย พวกเขาต่างก็มีสมบัติคุ้มกันสำหรับราชันย์เทวะยุทธ์อยู่ในครอบครอง แต่ในตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดของฉู่โม่ว พวกเขาต่างก็ถูกขดขยี้เป็นชิ้น ๆ
และแล้ว
กำปั้นนั้นก็ทะลุผ่านท้องของราชันย์เทวะยุทธ์และทิ้งรูลึกเอาไว้
ผ่านรู้นั้น ทุกคนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ารอยกำปั้นยังคงลอยออกไปอีกนับกิโลเมตรไม่ถ้วนหลังจากที่ทะลุผ่านท้องของราชันย์เทวะยุทธ์ แล้วจึงระเบิดออก
“เป็นไปได้ยังไงกัน?!”
ราชันย์เทวะยุทธ์จ้องมองท้องของตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่าและเหลือเชื่อ
เขาคือราชันย์เทวะยุทธ์ และเขายังผลาญพลังชีวิตของตัวเองด้วย!
เขากระทั่งใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาแล้ว!
แต่ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์คนนี้กลับต้านทานได้ เขากระทั่งถูกศัตรูโจมตีกลับและต่อยทะลุร่างกายไปทันที
เขาคิดไม่ออกเลยสักนิด
อันที่จริง เขาไม่มีแม้แต่โอกาสให้คิดเลยด้วยซ้ำ
ตูม!
ร่างกายของเขาระเบิดออกพร้อมกับปฐมวิญญาณทันที เขากลับกลายเป็นผุยผงและจางหายไป
หลังจากที่สังหารราชันย์เทวะยุทธ์คนที่สอง
ฉู่โม่วก็ยังไม่หยุดยั้ง
เขาหันไปมองยังราชันย์เทวะยุทธ์อีกสองคนที่เหลืออยู่
เมื่อศัตรูตายไปสองคนแล้ว และอีกสองคนที่เหลือก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของระฆังจักรพรรดิบูรพา อวัยวะภายในของพวกเขาเสียหายและมีรอยแยกมากมายปรากฏให้เห็นบนร่างกาย
นี่หมายความได้ว่าพวกเขาหมดหวังแล้ว!
อย่างที่คาดการณ์ไว้…
หลังจากที่สังเกตเห็นสายตาของฉู่โม่ว ราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสองก็เผยสีหน้าสิ้นหวังออกมา
พวกเขาหมดกำลังใจที่จะต่อสู้
ความกล้าที่จะต่อสู้กับฉู่โม่วนั้นยิ่งแล้วใหญ่
มันคือความกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ!