ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 844 วิหารลับ กับ ระฆังทองแดงข้างบ่อน้ำ
บทที่ 844 วิหารลับ กับ ระฆังทองแดงข้างบ่อน้ำ
“ตอนนั้นเป็นตอนที่ฉันไม่ได้เป็นถึงราชันย์เทวะยุทธ์…”
ชายชราไม่ปิดบังอะไรกับฉู่โม่วและค่อย ๆ เปิดปากเล่า
มันคือเมื่อหลายแสนปีก่อน ตอนที่เผ่ามนุษย์แพนด้าแดงยังเป็นแค่อารยธรรมขนาดเล็กที่อ่อนแอในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์และอยู่ที่ชายแดน
ในตอนนั้น ชื่อของชายชราคืออวิ๋นเหอ เขาเพิ่งจะกลายเป็นมหาเทวะยุทธ์และยังคงหนุ่มแน่น
ในฐานะผู้ปลุกพลังสูงสุดในเผ่ามนุษย์แพนด้าแดง เขาดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วนเข้ามา ท้ายที่สุดเขาก็ไปถึงขั้นตัวตนระดับเทพเจ้าได้ในไม่ช้าและเป็นที่ชื่นชอบของผู้อาวุโสนับไม่ถ้วนในเผ่าพันธุ์
และแล้ว… อวิ๋นเหอก็ตัดสินใจออกเดินทางตามหาโอกาสที่จะกลายเป็นราชันย์เทวะยุทธ์
ในการตัดสินใจนี้ เหล่าผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงไม่หักห้ามแม้แต่น้อย อย่างไรแล้ว ด้วยพื้นฐานของเผ่าพันธุ์ พวกเขาไม่สามารถผลักดันให้ผู้ปลุกพลังกลายเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้ โอกาสนี้จึงดีที่สุดแล้ว
ดังนั้น เขาจึงออกเดินทางได้สำเร็จ
ระหว่างการเดินทาง อวิ๋นเหอได้ผ่านประสบการณ์มากมาย เขาต่อสู้กับโจรสลัดอวกาศ ไปเยี่ยมเยียนสำรวจเขตแดนลับ และกระทั่งเข้าร่วมการประลองเทพเจ้าและการประมูลต่าง ๆ
อวิ๋นเหอได้รับสมบัติมามหาศาล ได้ผ่านประสบการณ์อันตรายมากมาย และได้เห็นความลึกลับแห่งสวรรค์และโลก ทำให้ความรู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด
ระหว่างกระบวนการนี้…
การฝึกฝนของเขาก็ไม่หยุดนิ่งและพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านไปหลายร้อยปี เขาก็พัฒนาไปถึงจุดสูงสุดของขั้นมหาเทวะยุทธ์
แต่โชคไม่ดีนัก หลังจากที่มาถึงที่นี่ การพัฒนาระดับขั้นก็หยุดชะงัก ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ได้ อวิ๋นเหอไม่รู้วิธีการที่จะก้าวต่อไปเสียด้วยซ้ำ
ในระดับขั้นนี้ เขาหยุดชะงักอยู่ราวสองพันปี
แท้จริงแล้วมันไม่ได้ยาวนานนัก สำหรับผู้ปลุกพลังมากมายและเหล่าราชันย์เทวะยุทธ์ พวกเขามักจะติดแหง็กอยู่ที่เดิมเป็นเวลาหลายพันหรือหลายหมื่นปี หรืออาจมากถึงหลายแสนปีอยู่ในขั้นมหาเทวะยุทธ์
แต่อวิ๋นเหอนั้นคือความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์!
คือความภาคภูมิใจไร้ที่เปรียบในเผ่ามนุษย์แพนด้าแดง!
ในอดีต เขาใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปีในการก้าวเข้าสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์ แต่ก็ติดอยู่ในระดับขั้นนี้สองร้อยปี ไม่ว่าจะพยายามใช้วิธีการใดก็ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ ทำให้อวิ๋นเหอยังไม่นิ่งนอนใจ
หลังจากนั้น…
เขาได้รับข่าวมาจากผู้ปลุกพลังมากมายที่ยังอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทวะยุทธ์เกี่ยวกับเขตแดนลับแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่ามันจะมีวิธีการก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์อยู่ เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมทีมสำรวจทันที
ในตอนนั้น เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง และผู้คนมากมายก็รู้ว่าทั่วทั้งดาราจักรจะตกอยู่ในความโกลาหล
หากเป็นเวลาทั่วไป อวิ๋นเหอก็คงจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติและหลบหนีไปได้อย่างแน่นอน
แต่ในตอนนั้น เขาค่อนข้างใจร้อนและทำอะไรตามอำเภอใจ
ผลลัพธ์ก็คือ เกิดอุบัติเหตุขึ้น
แน่นอนว่ามีเขตแดนลับนั้นอยู่จริง แต่ข่าวที่แพร่กระจายออกไป มันคือกับดัก
เขายังจำวันนั้นได้ดี…
ในตอนนั้น ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันและรอคอยให้เขตแดนลับเปิดออก หลังจากที่มันเปิด ข้างในก็เผยให้เห็นสีเลือดไร้ที่สิ้นสุด ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนหลั่งไหลกันเข้าไป แล้วพวกเขาก็ต้องตายอย่างน่าอนาถในทันที
เลือดเนื้อของมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดนับไม่ถ้วนถูกดูดออกไปและกลับกลายเป็นกระดูก
ด้วยโอกาสนี้ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดพุ่งออกมาจากไอหมอกนั้น
สัตว์อสูรดุร้ายกัดกินผู้ปลุกพลังที่มันพบเห็นด้วยวิธีการที่น่าหวาดผวา แม้แต่ผู้ปลุกพลังในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ก็ไม่อาจหยุดยั้งมันได้และถูกกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่สัตว์อสูรสวาปาม ไอเลือดน่าสะพรึงกลัวก็เพิ่มมากขึ้นและมากขึ้น ท้ายที่สุดมันก็ปกคลุมท้องฟ้าและแทบจะทั่วทั้งกาแล็กซี
ระหว่างช่วงเวลานี้ จิตวิญญาณนับไม่ถ้วนต้องสูญสิ้นไป
ทั่วทั้งกาแล็กซีปรากฏให้เห็นว่าทุกสิ่งสิ้นลมหายใจ
แม้ว่าอวิ๋นเหอจะไม่ตายในทันที อวิ๋นเหอก็ขวัญผวาและสติหลุด เขาวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างสิ้นหวัง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจหนีพ้นหมอกเลือดคละคลุ้งไปได้
ท้ายที่สุด เขาก็กัดฟันแน่นและเข้าไปข้างในเขตแดนลับเป็นทางรอดสุดท้าย
แต่ใครจะรู้ว่า…
สถานการณ์ในเขตแดนลับจะน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสัตว์อสูรตัวนั้นเสียอีก! ไอหมอกเลือดฟุ้งไปทั่วทุกหนแห่งและมีสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
เรียกได้ว่าเขาแทบไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในเขตแดนลับนี้ ภายในเวลาไม่นาน เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาจตายได้ทุกเมื่อ
โชคยังดี…
ที่มันมักจะมีทางออกเสมอ…
ในเวลาที่อันตรายที่สุด เขาได้เผชิญหน้ากับจุดพลิกผัน
เมื่อเผชิญหน้ากับไอหมอกพลุ่งพล่านที่แทบจะปกคลุมทั่วทั้งเขตแดนลับ ในส่วนที่ลึกที่สุดของเขตแดนลับ ระฆังลูกหนึ่งพลันดังขึ้น แล้วแสงสีทองสว่างไสวก็ส่องออกมาทันทีทันใด
ไม่ว่าแสงสีทองนั้นฉายไปที่ใด ไอเลือดนับไม่ถ้วนก็จะหลอมละลายราวกับน้ำแข็งและหิมะ
สัตว์อสูรอันน่าเกรงขามที่เกิดขึ้นจากไอเลือดเหล่านั้นกระทั่งกรีดร้องและจางหายไปในทันที
หลังจากที่ระฆังและแสงสีทองจางหายไปพร้อมกับไอเลือด ทุกอย่างก็สงบลงอีกครั้ง
อวิ๋นเหอในตอนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากที่เห็นภาพนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอณูแห่งชีวิตของตัวเองอยู่ที่นี่ จึงพยายามตามหาในทันที
ตอนที่กำลังจะหมดเรี่ยวแรงและสิ้นลมหายใจนั้นเอง เขาก็มาถึงยังเป้าหมายปลายทางในที่สุด
มันคือวิหารแห่งหนึ่ง…
ข้างหน้าวิหารมีระฆังทองแดงห้อยอยู่และมีบ่อน้ำอยู่ข้าง ๆ บ่อน้ำนั้นเต็มไปด้วยของเหลวจิตวิญญาณที่อัดแน่นด้วยอณูแห่งชีวิต เขาจึงลงไปในบ่อของเหลวจิตวิญญาณและหมดสติไปทันที
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนได้ดูดซับของเหลวจิตวิญญาณทั้งหมดในบ่อเข้าไป ทำให้บาดแผลบนร่างกายฟื้นฟูจนสมบูรณ์แล้ว
และกระทั่ง…
ระดับขั้นของเขาเองก็พัฒนาขึ้นเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ด้วย!
โอกาสที่น่าทึ่งเช่นนี้ทำให้อวิ๋นเหอต้องตกตะลึง!
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าสมบัติหายากแบบไหนกันที่สามารถรักษาทุกบาดแผลบนร่างกาย และยังทำให้เขาก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ได้โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
แต่…
เขาก็เข้าใจว่าตัวเองได้พานพบกับโอกาสที่น่าตกตะลึงเข้าแล้ว
หลังจากที่ตกตะลึง เขาจึงเตรียมตัวสำรวจพื้นที่แห่งนี้ทันที
แต่วิหารแห่งนี้นั้น ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร เขาก็ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ และบ่อน้ำที่มีธารจิตวิญญาณก็อันตรายจนทำให้รู้สึกหวาดกลัว
หลังจากที่คิดอยู่ครู่ใหญ่ ท้ายที่สุดเขาก็ไม่กล้าลงไป
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจนั้นถูกต้อง
เดิมทีเขาตั้งใจจะหยิบระฆังทองแดงไป แต่ก็พบว่าอักขระศักดิ์สิทธิ์บนระฆังทองแดงนั้นเต็มไปด้วยพลังไม่ธรรมดา เขาจึงศึกษามันในทันที หลังจากที่ใช้เวลาหลายปีก็เข้าใจความหมายของมันอย่างถี่ถ้วน
กลายเป็นว่าระฆังทองแดงนี้คือสมบัติที่มีพลังมหาศาล มันมีไว้ผนึกตัวตนอันทรงพลังไว้ในบ่อน้ำ!
นั่นยังหมายความว่า หากเขาลงไปในบ่อน้ำในตอนนั้น มีโอกาสถึงเก้าสิบเปอร์เซนต์ที่จะโชคร้าย
หลังจากที่ได้รู้ดังนั้น เขาก็หวาดผวาและดีใจสุดขีด
อวิ๋นเหอไม่กล้านึกถึงสิ่งที่อยู่ข้างในบ่อน้ำนั้น และไม่กล้าคิดที่จะหยิบระฆังทองแดงนั้นออกไป จึงได้แต่หาโอกาสอื่น ๆ โดยรอบวิหาร หลังจากที่ได้รับวัสดุและสมบัติธรรมชาติมา เขาก็ออกไปจากเขตแดนลับ