ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 854 หนี!
บทที่ 854 หนี!
ขณะที่กล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บไว้ อณูแห่งชีวิตในจักรวาลก็เพิ่มพูนขึ้น แรงกดดันมากมายฟุ้งกระจายออกมา และแต่ละกลิ่นอายก็เต็มไปด้วยพลังที่น่ากลัวอัดแน่นอยู่ ราวกับว่ากลิ่นอายเหล่านี้กำลังจะปะทะกับโลก
ช่องว่างมิติทั้งหมด ไม่ว่าจะเห็นด้วยตาหรือไม่ต่างแตกร้าวและระเบิดออก
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เศษส่วนช่องว่างมิติที่ระเบิดออกนั้น ทำให้เกิดแสงสว่างมากมายระเบิดตามออกมา แต่ก่อนที่ความยุ่งเหยิงจะก่อตัว มันก็เกิดการแตกร้าวขึ้นมาอีก
ภาพที่เกิดขึ้นนี้ราวกับโลกกำลังจะล่มสลาย
อย่างไรก็ตามร่างของฉู่โม่วที่เต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตและเลือดที่พลุ่งพล่าน มันควบแน่นกันแล้วแปรสภาพเป็นหมาป่าควันก่อนจะพุ่งตนขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งเก้า
“ไป!”
เขากู่ร้องเสียงดัง
ตู้ม!
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงระฆังดังสะท้านในความมืด และระฆังโกลาหลแห่งจักรพรรดิบูรพาก็ระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างไม่รู้จบ เกิดเป็นภาพลวงตาของสวรรค์ทั้งเก้าและโลกทั้งสิบ
ภาพมายาของอีกาสามขาทองคำปรากฏขึ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับเปลวแห่งสุริยันที่ลุกท่วมก่อเกิดเป็นทะเลเพลิงทองคำ ร่างของอีกาทองคำนั้นได้ปรากฏขึ้นที่หลังฉู่โม่วด้วย
นอกจากนี้
พรสวรรค์ทุกอย่างเองก็กลับมาทำงานพร้อมกันอีกครั้ง ก่อเกิดพลังและกระบวนท่าลับมากมายแสดงผลออกมา
พลังห้วงเวลา!
พลังห้วงมิติ!
พลังแรงโน้มถ่วง!
พลังแห่งธาตุทั้งห้า!
พลังแห่งธาตุสายฟ้า!
อีกาสุริยัน!
คัมภีร์มังกรคชสารอมตะ!
…
กระบวนท่ามากมายถูกสั่งใช้งาน มันเกิดแสงสว่างเรืองรองรอบกายฉู่โม่ว ทำให้ตัวเขานั้นดูไม่ต่างจากดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่เลย
“หือ?”
ตอนนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์พ่นลมหายใจออกมาก่อนจะพูดด้วยความตกใจ “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแก มดปลวกตัวจ้อยจะมีโอกาสลุกขึ้นยืนได้ ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์มากมาย แต่ยังเป็นผู้ครอบครองทั้งห้วงเวลาและห้วงมิติ สมควรแก่การกล่าวยกย่องว่าเป็นความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์อันหาที่เปรียบไม่ได้!”
แต่ตอนนั้น
เสียงของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เงียบลงไป “อย่างไรก็ตาม…ลำพังเพียงสิ่งเหล่านี้ไม่อาจจะอุดความต่างชั้นระหว่างฉันและแกได้!”
“รอให้ฉันจับแกได้ก่อน แล้วมาดูกันว่าแกจะมีโอกาสทำอะไรได้อีกหรือไม่!”
มันมีความสนใจแอบแฝงอยู่ในคำพูดของเขา
การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะมีพรสวรรค์ได้มากมายถึงเพียงนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ นั่นหมายถึงคนคนนี้ย่อมต้องมีความพิเศษในร่างกายอยู่แน่ ๆ
หากจักรพรรดิเทวะยุทธ์เช่นเขาสามารถล่วงรู้ความลับนี้ได้ บางทีในอนาคต ด้วยพลังแห่งการเวลา เขาอาจจะสามารถหลุดออกจากขั้นของเทพเจ้าไปยังขั้นที่สูงกว่าได้
เมื่อคิดเช่นนั้น
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เตรียมจะทำอะไรบางอย่าง
ขณะที่เขานั้นมาถึงเบื้องหน้าชายหนุ่ม เจ้าตัวก็ยื่นแขนออกมาและเตรียมจะคว้าร่างของฉู่โม่วเอาไว้
ในจังหวะนั้น
“หยุดนะ!”
เสียงตะโกนที่ดังก้องลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง
แกร๊ก!
ภายในร่างกายของฉู่โม่ว จิตวิญญาณปฐมกาลลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกันนั้น กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ก็สำแดงเดช มันเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาแล้วลั่นไกตนเองออกไป
วินาทีถัดมา จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่เห็นเพียงแสงที่สว่างจ้า ราวกับแสงนั้นตัดเขาออกจากโลกและเข้าสู่ดินแดนที่ไร้ซึ่งสิ่งใด กระบี่แสงนั้นมีพลังมากพอที่จะตัดผ่าพรสวรรค์แล้วพุ่งผ่านไปได้
ความคมและความหนักแน่นของพลังนั้น เป็นความแข็งแกร่งที่เขาอดที่จะรู้สึกใจเต้นแรงไม่ได้
“อะไรน่ะ!?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์หรี่ตาลงโดยพลัน พร้อมกับยกแขนขึ้นมาบดบังเบื้องหน้าตนด้วย
ครืน!
ในที่สุด
ปราณกระบี่นั้นก็พุ่งผ่านไป เข้าโจมตีแขนของจักรพรรดิเทวะยุทธ์และระเบิดคลื่นพลังที่รุนแรงออกมาทันที
ด้วยรัศมีกว่าร้อยล้านกิโลเมตร มันทำให้ดวงดาวอีกมากมายนับไม่ถ้วนระเบิดออก
แม้แต่เมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เอง ขนาดว่าอยู่ไกลแล้วยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ผืนดินแยกออกจากกัน ท้องฟ้าถล่มทลาย และทั้งภูเขาแม่น้ำมากมายต่างก็มลายกันให้สิ้นราวกับโลกนี้จบลงแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงเกิดเรื่องน่ากลัวขนาดนี้ได้!”
“ใคร! ใครมันกล้าโจมตีเมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์!”
เหล่าผู้ปลุกพลังต่างตื่นกลัว เขารู้สึกราวกับว่ากำลังจะถึงวันสิ้นโลก
ลำแสงมากมายพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า ตามด้วยเสียงสะท้อนของความเกรี้ยวกราดที่กังวานไปทั่วท้องนภา
พวกเขาคือเหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันน่าเกรงขามเมื่อครู่ พวกเขาก็พากันปรากฏตัวขึ้นมา กระจายจิตสัมผัสของตนไปให้ทั่วเพื่อหาต้นตอ
…
ฉู่โม่วไม่รู้ถึงสถานการณ์ของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์นี้เลย
ตอนนั้น บริเวณใจกลางการต่อสู้ที่ถือเป็นจุดกึ่งกลางการระเบิดของคลื่นอัดกระแทกด้วย ความเฉียบคมที่เดือดดาลแผ่กระจายเป็นวงกว้างไปทุกหนทุกแห่ง มันนำพาซึ่งเจตจำนงแห่งกระบี่อันแหลมคมจนน่ากลัวพุ่งข้ามเขตแดนไปยังมิติต่าง ๆ อีกนับหมื่นกิโลเมตร พลังนี้ทำให้กาแล็กซีกลายเป็นผุยผง ไม่รู้ว่ามีดวงดาวกี่ดวงที่ต้องสั่นสะเทือนเพราะพลังนี้
ความน่ากลัวกลืนกินไปทั่ว
และบริเวณแขนของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เองก็ถูกแรงพลังระเบิดจนกลายเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดศักดิ์สิทธิ์ไหลออกมาอย่างมหาศาล ทุก ๆ หยดที่หลั่งลงมานั้นประกอบด้วยพลังอันเปี่ยมล้น และทุก ๆ ครั้งที่มันไหลลงมา ช่องว่างมิติที่เพิ่งก่อตัวก็พลอยสั่นสะเทือนไปด้วย
“แกบังอาจทำให้ฉันบาดเจ็บเลยงั้นเหรอ!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ร้องกังวาน
ถึงแม้ว่าการโจมตีของฉู่โม่วเมื่อครู่จะไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บจนตาย แต่เจตจำนงแห่งกระบี่นั้นก็คมและอัดแน่นด้วยพลังเกินกว่าที่เขาคาดคิด เจตจำนงแห่งกระบี่เหล่านั้นเคลื่อนตัวคลุ้มคลั่งอยู่ในร่างของเขา และภายใต้ความปั่นป่วนของอณูแห่งชีวิตและเลือดลม มันเลยทำให้เจตจำนงเหล่านั้นไม่สามารถถูกขจัดได้ไปพักใหญ่ ๆ
เช่นเดียวกันนั้นเพราะเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ไม่สงบ มันก็เริ่มทำลายอวัยวะภายในและเส้นลมปราณของเขาให้เกิดความเจ็บปวดกระจายไปทั่วทั้งร่างด้วย
ความรู้สึกทรมานเช่นนี้ทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์โกรธจัดขึ้นมาทันที
กี่ปีมาแล้ว!
ตั้งแต่ที่ได้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เขาก็ไม่เคยต้องมารับรู้ความรู้สึกแบบนี้มาตลอดหลายปี!
ไม่ต้องพูดถึง
ผู้ที่ทำให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดได้นั้น เป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์ที่ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกอีกด้วย!
นี่มันเหมือนโดนเอารองเท้าตบหน้า!
เพราะงั้นแล้ว
หลังจากที่คำรามออกมาเสียงดัง จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็กระตุ้นเลือดและอณูแห่งชีวิตของตนจนมันก่อตัวเสมือนคลื่นลูกใหญ่ “เจ้ามดปลวกตัวจ้อย ฉันจะลอกหนังแกออกมาแล้วฉีกแกเป็นชิ้น ๆ! ส่วนดวงวิญญาณของแก ฉันจะขังไว้ในคุกโลหิตไปตลอดกาล ให้แกรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ได้ทำไว้กับฉัน ไอ้หนอนแมลง!”
สิ้นเสียง
เขาก็พลิกฝ่ามือ และมันก็ทำให้พลังอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นมาด้วย
อย่างไรก็ตาม
ตอนนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่โกรธสุด ๆ ก็ได้ลืมบางสิ่งบางอย่างไป
หลังจากที่ฉู่โม่วได้ฟาดฟันออกไปแล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะโจมตีมาที่ร่างของตน แต่ยังทำลายแรงกดดันมหาศาลที่ตนปล่อยออกมาไปด้วย
นั่นหมายความว่า…
วินาทีนี้ ฉู่โม่วสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
เพราะงั้นชายหนุ่มที่ไม่ได้มีเจตนาที่จะสู้ตั้งแต่แรก ก็ยังคงไว้ซึ่งเจตนาเดิม
เขากระตุ้นอณูแห่งชีวิตและเลือดในร่างกาย พร้อมกันนั้นก็ใช้พลังแห่งห้วงเวลาและห้วงมิติเพื่อพาตนเองหนีออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว
ตามด้วยสองคลื่นที่กระจายไป
ฟากฟ้าประกายดาวเบื้องบนดูจะแข็งทื่อไปแล้ว ขณะเดียวกันทุก ๆ อย่างก็ช้าลงไปด้วย
แม้พลังแห่งห้วงเวลาจะทำงานได้น้อยลงเมื่ออยู่ต่อหน้าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่นี้ และการหยุดเวลาก็ถูกทลายลงในพริบตาหลังจากที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายระงับพลังอันแข็งกล้าของฉู่โม่วได้ ตัวจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เริ่มปลดปล่อยพลังออกมาเพื่อกดดันฉู่โม่วอีกครั้ง
ทว่า…
ในชั่วพริบตาที่เวลาหยุด มันก็เพียงพอแล้ว!
ฟุ่บ!
หยดคลื่นปรากฏในมิติ
ท่าเคลื่อนย้ายมิติถูกเปิดใช้ในทันที และฉู่โม่วก็ได้หนีออกจากจุดนั้นในเสี้ยววินาทีที่ร่ายเสร็จ แม้จะออกมาไกลแล้ว เขาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง การเทเลพอร์ตต่อเนื่องอย่างน้อยสิบครั้งถูกสั่งการและมันทำให้เขาออกจากที่เดิมมาไกลมาก ๆ
“ไอ้หนอนแมลง!”
“แกไม่มีวันหนีฉันพ้น!”
เฉินจุนเกรี้ยวกราดสุด ๆ แล้ว เสียงของเขาดังมาจากที่ไกลแสนไกล เพราะพลังที่น่ากลัวของเขานั้นเอง ขนาดที่มีเพียงเสียงมันก็ยังกลายเป็นคลื่นและบังคับให้ฉู่โม่วต้องหยุดเคลื่อนย้ายมิติได้
ด้วยคลื่นอัดกระแทกนั้น ชายหนุ่มกระอักเลือด แต่ท่าทีของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง
ไร้ซึ่งความตกใจแต่อย่างใด
กลันกัน เขาปล่อยหมัดออกไปหมัดหนึ่งเพื่อทำลายสถานที่นั้น จากนั้นก็หายวับเข้าไปในช่องมิติที่เกิดขึ้นมา
ไม่เพียงเท่านี้
“กระตุ้นพลังธาตุมืด!”
“คันฉ่องชำระใจ!”
“โลกบนฝ่ามือ!”
หลังจากเข้ามาในรอยแยกแล้ว ฉู่โม่วก็รีบใช้กระจกล้างความคิดเพื่อปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาอาบร่างของเขา เพื่อขจัดกลิ่นอายต่าง ๆ
ถัดจากนั้น
ก็ใช้โลกบนฝ่ามือเพื่อเข้าไปหลบซ่อน
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา
เมื่อร่างของฉู่โม่วหายไปในพริบตาและเข้าไปอยู่ในโลกบนฝ่ามือแล้ว จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ไม่สามารถตามร่องรอยของฉู่โม่วได้อีก ไม่ว่าเขาจะใช้สัมผัสสวรรค์ตรวจตราเท่าไหร่ ก็ไม่อาจเจอตัวชายหนุ่มได้เลย