ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 859 ผลิดอกออกผล
บทที่ 859 ผลิดอกออกผล
ตูม!
เมื่อฉู่โม่วเริ่มฝึกฝน แรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัวก็แพร่กระจายออกมาจากร่างกายทันที
โลกในฝ่ามือทั่วทั้งใบดูราวกับอยู่ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ พืชพรรณโดยรอบทั้งหมดพังทลายลง และอณูแห่งชีวิตอันหนาแน่นในอากาศก็ก่อตัวขึ้นเป็นไอหมอกพลุ่งพล่านและถูกดูดซับเข้าไป
ตอนนี้ …หากมองลงมาจากบนท้องฟ้าก็จะต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าอณูแห่งชีวิตของโลกทั้งใบเริ่มตื่นตัวขึ้น พวกมันรวมตัวกันเป็นราวกับแม่น้ำและท้องทะเลจนกลายเป็นกระแสน้ำพลุ่งพล่านที่หลั่งไหลผ่านเหนือศีรษะของฉู่โม่ว ทำให้รูขุมขนทั่วทั้งร่างกายได้รับพลังงานเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ครืน!
ด้วยอณูแห่งชีวิตอันยิ่งใหญ่นี้
ในตอนนี้ พลังมหาศาลแทบจะก่อให้เกิดเป็นพายุหมุนที่ทำให้ห้วงอากาศต้องสั่นสะท้าน ลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งผ่านไปมาและแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างเรืองรอง ดูงดงามบรรเจิดจ้าอย่างถึงที่สุด
ร่างกายของฉู่โม่วในตอนนี้กลับกลายเป็นโปร่งใสเพราะอณูแห่งชีวิตนับไม่ถ้วน
ทั้งร่างกายของเขาเรืองแสงสว่างจ้าและเปล่งประกายราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา
ในขณะเดียวกัน รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาและสะท้อนกับอณูแห่งชีวิตรอบกาย ทำให้ตอนนี้เขาดูราวกับเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนต้องหวาดผวา
ห่างไกลออกไป…
ในพื้นที่ที่เหล่าเทพโบราณอาศัยอยู่
คนในเผ่าเทพโบราณจำนวนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ แต่ทันใดนั้น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงอณูแห่งชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป
“นี่มัน…”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ทำไมอณูแห่งชีวิตถึงผันผวนแบบนี้ได้ล่ะ?”
“ดูจากทิศทางที่มาแล้ว น่าจะมาจากตำแหน่งของต้นซากุระสวรรค์นะ”
“อณูแห่งชีวิตกำลังอ่อนแอลง หรือว่าโลกใบนี้จะเกิดภัยพิบัติ?”
เผ่าเทพโบราณส่วนหนึ่งเผยท่าทีตกตะลึงออกมาพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด
เทพโบราณอย่างพวกเขาฝึกฝนแค่เพียงกายเนื้อและไม่ได้ดูดซับอณูแห่งชีวิตเข้าไป
แต่โลกใบนี้นั้นจำเป็นต้องใช้พลังของอณูแห่งชีวิต
หากโลกทั้งใบไม่เหลืออณูแห่งชีวิตอยู่อีก ร่างกายของพวกเขาก็จะเริ่มเสื่อมสลาย และแม้แต่โลกใบนี้ก็จะค่อย ๆ ถดถอยลง ท้ายที่สุด พวกเขาอาจจะตกลงไปในหุบเหวก็เป็นได้
พวกเขาเพิ่งจะออกมาจากโลกที่กำลังล่มสลายและเข้ามายังโลกอันสดใสแห่งนี้ หากอยากจะเจริญเติบโตที่นี่ พวกเขาก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเหมือนในอดีตอีก
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันด้วยความกังวล พวกเขาก็ได้ยินเสียงผืนดินสั่นสะเทือนดังสนั่น เมื่อมองไปรอบ ๆ พวกเขาก็มองเห็นบรรพบุรุษ หัวหน้านักบวช และคนอื่น ๆ ปรากฏตัวขึ้น
ทุกคนรีบทำความเคารพทันที
“ท่านบรรพบุรุษ ท่านหัวหน้านักบวช อณูแห่งชีวิตในห้วงอากาศกำลังสั่นสะท้าน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นรึเปล่าครับ?”
เทพโบราณคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล
ไม่ต้องกลัว รออยู่ที่นี่แหละ หัวหน้านักบวชกับฉันจะเป็นคนไปดูเอง”
บรรพบุรุษผู้มีร่างสูงใหญ่กว่าสามพันเมตรเอ่ยขึ้น
น้ำเสียงของเขายิ่งใหญ่เสียจนดูราวกับว่าทำให้ผืนดินและท้องฟ้าต้องสั่นสะท้าน
และแล้ว เขาก็นำคนกลุ่มหนึ่งออกเดินทางไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เทพโบราณคนอื่น ๆ ยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
ตูม! ตูม! ตูม!
บรรพบุรุษแห่งเผ่าพันธุ์เทพโบราณนั้นต่างก็มีร่างกายมหึมาและก้าวเดินได้เป็นระยะทางไกลโข พวกเขาจึงมาถึงยังบริเวณใจกลางกระแสอณูแห่งชีวิตแปรปรวนได้อย่างรวดเร็ว
และตอนนั้นเองที่พวกเขาได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“นั่นมันคุณฉู่!”
“มันเกิดขึ้นเพราะการฝึกฝนของคุณฉู่!”
บรรพบุรุษกล่าวด้วยความโล่งอก
ตราบใดที่อณูแห่งชีวิตไม่ได้อ่อนแอลงเพราะเหตุผลภายนอก มันก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึง แม้ว่าพวกเขาจะไม่จำเป็นต้องดูดซับอณูแห่งชีวิตเข้าไปเพื่อฝึกฝนก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในพลังเหล่านั้น
และในตอนนั้นเอง พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอณูแห่งชีวิตของโลกทั้งใบมารวมตัวกันที่นี่ มันมีพลังมากมายมหาศาลขนาดไหนกัน และยิ่งไปกว่านั้น พลังศักดิ์สิทธิ์ข้างในร่างกายของฉู่โม่วจะน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดไหนกัน
ผ่านมานาแค่ไหนแล้วนะ?
พวกเขาจำได้ว่าตอนที่เพิ่งจะได้รู้จักกัน แม้ว่าฉู่โม่วคนนี้จะลึกลับอย่างถึงที่สุด พละกำลังของเขาก็ไม่ได้เป็นภยันตรายใด ๆ ต่อพวกตน
และเมื่อได้มาเห็นภาพใตอนนี้
เขาก็พบว่าพลังในร่างกายของชายคนนี้ได้ไปถึงระดับที่แม้แต่เขาก็ยังต้องตกตะลึง
“เทพโบราณของฉันฝึกฝนพละกำลังกายเป็นหลัก ถึงพอเป็นผู้ใหญ่แล้วจะมีขนาดยักษ์กว่าพันเมตรที่เทียบได้กับราชันย์เทวะยุทธ์ที่คุณพูดถึง ทว่ากว่าจะเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้ก็ต้องใช้เวลานานอยู่ดี”
“ท่านบรรพบุรุษก็ถือว่าเป็นคนที่ทรงพลังที่สุดในเผ่าพันธุ์ ณ ตอนนี้แล้ว เขามีความสูงถึงสามพันเมตรและมีพละกำลังก้าวข้ามขั้นราชันย์เทวะยุทธ์นั่นไปแล้ว แต่เขาก็ต้องใช้เวลาไปถึงหลายแสนปี!”
“ส่วนผู้ปลุกพลังคนนั้น เวลาเพิ่งจะผ่านมาได้ไม่นาน พัฒนาการระดับนี้นี่เหนือยิ่งกว่าจินตนาการซะอีก!”
“สมแล้วที่เป็นนายท่าน!”
นักบวชคนหนึ่งกล่าวด้วยความตกตะลึง
หัวหน้านักบวชและบรรพบุรุษไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของทั้งสองต่างก็ตกตะลึงไม่น้อยเลย
…
ใต้ต้นซากุระสวรรค์
ฉู่โม่วไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกเพราะการฝึกฝนของตัวเองซึ่งส่งผลกระทบไปถึงเหล่าเทพโบราณ ตอนนี้เขากำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน
เมื่ออณูแห่งชีวิตมหาศาลหลั่งไหลเข้าไปในร่างกาย ฉู่โม่วก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ายีนและเซลล์ทั่วทั้งร่างกายตื่นตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เนื้อและผิวหนังทุกตารางนิ้วสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง
ทั่วทั้งร่างกายดูดซับอณูแห่งชีวิตเข้าไปอย่างบ้าคลั่งและเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการ
เวลาเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ก่อนที่จะรู้ตัว เมล็ดพันธุ์ขนาดเล็กก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นในร่างกายของฉู่โม่ว!
ในตอนแรกมันเป็นเพียงแค่จุดแสง แต่เมื่ออณูแห่งชีวิตหล่อเลี้ยงมันต่อไป จุดแสงก็หนาแน่นและมั่นคงยิ่งขึ้นจนกลายเป็นเมล็ดพันธุ์จริงในที่สุด
มันคือเมล็ดพันธ์อัตลักษณ์!
กระบวนท่าเทพเจ้าเร้นลับคือการขุดค้นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายด้วยการผสานอณูแห่งชีวิตของสวรรค์และโลก รวมไปถึงกฎเกณฑ์แห่งเต๋า มันสามารถควบแน่นเมล็ดพันธุ์แห่งพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาในร่างกายได้
ดังนั้นเมื่อเมล็ดพันธ์อัตลักษณ์ก่อตัวขึ้นมาจนสมบูรณ์ ฉู่โม่วก็ลืมตาขึ้นและใช้กระบวนท่าเทพเจ้าเร้นลับด้วยพละกำลังทั้งหมดในทันใด เขาดูดซับและสกัดอณูแห่งชีวิตในโลกโดยรอบเข้าไปด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเก่า
ครืน! ครืน! ครืน!
ในโลกบนฝ่ามือ อณูแห่งชีวิตทั้งหมดลดต่ำลงจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะการลดลงอย่างฉับพลันนี้รุนแรงเกินไป พืชพรรณและสิ่งมีชีวิตที่ก่อกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้จึงเฉื่อยช้าลงเล็กน้อย
แต่โชคยังดีที่นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีผลกระทบยิ่งใหญ่อะไร
เวลาสามวันผ่านไปในชั่วพริบตา
วันนี้ ฉู่โม่วพลันสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เขาตื่นขึ้นมาและฉายพลังจิตเข้าไปในร่างกาย
ในตอนนี้ เมล็ดพันธ์อัตลักษณ์ในร่างกายเริ่มกลายเป็นภาพของลูกแก้วแสงที่สว่างไสวและเปล่งประกายโดยรอบอยู่ข้างในจุดตันเถียน
ท่ามกลางลำแสงมากมาย พลังงานโกลาหลปรากฏขึ้นและจังหวะเต๋าก่อตัวขึ้นเป็นโซ่กฎเกณฑ์ที่สะท้อนไปทั่วทั้งจุดตันเถียนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้…
รัศมีอันกว้างใหญ่เหนือคำบรรยายจาง ๆ ลอยออกมาจากกลุ่มแสงนั้นและกระทั่งรั่วไหลออกมาจากร่างกายจนแพร่กระจายออกไปสู่โลกภายนอก ทำให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นบนโลก
“เมล็ดพันธ์อัตลักษณ์กำลังจะโตแล้ว!”
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ในทันที