ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 869 หนี่เค่อหลู่
บทที่ 869 หนี่เค่อหลู่
หลังจากละอองฝุ่นจางลง ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
เขาสวมอาภรณ์สีดำทั้งตัว ดูลึกลับและไม่ธรรมดา ทั่วร่างมีประกายแห่งสวรรค์ปกคลุม ระหว่างนั้นร่างก็พลันฉวัดเฉวียนในเมฆสวรรค์ที่พัดผ่าน ซึ่งช่วยกระจายสัมผัสพลังอันเข้มข้นและแผ่อาณาเขตไปไกล
เมื่อผู้คนได้เห็นเขา ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวและเคารพในเวลาเดียวกัน
ทันใดนั้น… เมื่อคนโบกมือ ระฆังทองแดงก็พลันมาปรากฏบนฝ่ามือของเขา ก่อนจะหายไปด้วยการพลิกฝ่ามืออีกครั้ง
เมื่อเห็นแบบนั้น ผู้ปลุกพลังหลายคนของคาราวานก็รู้ได้โดยทันทีว่าคนผู้นี้คือคนที่มาช่วยพวกเขา ดังนั้นจึงรีบทำความเคารพด้วยความขอบคุณ
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ขอบคุณคุณมากที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้ ไม่รู้ฉันจะตอบแทนคุณได้ยังไงบ้าง”
“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น พวกคุณอย่าได้ใส่ใจเลย”
ผู้มาเยือนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“จะให้ฉันเพิกเฉยต่อผู้มีพระคุณได้ยังไงกัน!”
หัวหน้ากองคาราวานกล่าวด้วยความเคารพว่า “บอกตามตรง เราเป็นผู้ปลุกพลังของตระกูลหนี่เค่อ ครั้งนี้เรากำลังคุ้มกันทรัพยากรที่สำคัญของตระกูล แต่เราตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มโจรสลัดอวกาศโดยบังเอิญ เดิมทีก็กลัวว่าเราจะต้องสูญเสียเงินทั้งหมดในวันนี้แล้ว แต่โชคดีที่คุณมาช่วยพวกเราไว้ได้ทัน”
“น้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้ ฉันไม่กล้าเพิกเฉยจริง ๆ …ฉันขอถามชื่อคุณได้ไหม ตระกูลหนี่เค่อจะตอบแทนบุญคุณนี้แน่นอน”
ขณะที่พูด เขาหมอบตัวราบลงกับพื้น ท่าทีของเขาแสดงถึงความเคารพอย่างมาก
“ผมลืมชื่อตัวเองไปแล้ว ดังนั้นคุณเรียกผมว่าฉู่โม่วก็ได้”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ปรากฏว่าคุณก็คือ ฉู่โม่ว”
หัวหน้าพูดด้วยความเคารพ “ฉันไม่รู้ว่าคุณฉู่โม่วกำลังจะเดินทางไปที่ไหน? แต่หากไม่มีอะไรสำคัญที่ต้องไปทำ ฉันขอเชิญคุณไปเป็นแขกของตระกูลหนี่เค่อได้ไหม… ทางตระกูลอยากจะตอบแทนบุญคุณที่คุณได้ช่วยเหลือพวกเราไว้ครั้งนี้”
“ไม่จำเป็นต้องตอบแทนหรอก ผมแค่ไม่ชอบเห็นพวกโจรสลัดมันสร้างความเดือดร้อนเช่นนี้”
มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ส่ายหัวแล้วพูดว่า “จะไปที่ไหนต่อ ผมเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ… เดิมทีผมได้ฝึกอย่างสันโดษมาหลายปี และเพิ่งฝึกสำเร็จเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมเดินทางผ่านมาถึงที่นี่จากสถานที่อันห่างไกลมาก ตอนนี้ผมกำลังวางแผนที่จะไปเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์หมาป่าสวรรค์ชั่วคราวเพื่อดูความรุ่งเรืองด้านวรยุทธ์การต่อสู้ของพวกเขา”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้น หัวหน้าก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง “คงเป็นเรื่องบังเอิญที่คุณฉู่กำลังจะไปที่เมืองหลวงของจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์ เพราะตำหนักใหญ่ของตระกูลหนี่เค่อของฉันอยู่ที่นั่นเช่นกัน”
“ดังนั้นคุณสามารถเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับพวกเราได้นะครับ ฉันอยากจะแนะนำคุณให้รู้จักกับตระกูลหนี่เค่อ และทางเราจะพาคุณไปพบกับบุคคลที่ยิ่งใหญ่หลายคนภายในเมืองหลวงเอง”
“นะ…นี่”
ฉู่โม่วลังเล
“โปรดอย่าได้ลังเล นี่เป็นเวลาอันสมควรที่เราจะร่วมเดินทางไปด้วยกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ” หัวหน้าคาราวานตีเหล็กตอนกำลังร้อน
“เฮ้อ ลืมมันไปเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณนำทางเลย”
ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ยอมตกลง
“เยี่ยมมาก!”
หัวหน้าคาราวานมีท่าทางดีใจทันที
เหตุผลที่เขากระตือรือร้นที่จะเชิญฉู่โม่ว
ประการแรก เป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ช่วยชีวิต ดังนั้นเขาจึงต้องตอบแทนบุญคุณ
และอีกประการ เป็นเพราะชายตรงหน้านี้ยังดูเด็กยิ่งนัก!
หากตัดสินจากระดับขั้นพลังก่อนหน้านี้ การที่เขาเป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์แต่กลับสามารถฆ่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ภายในไม่กี่อึดใจ ด้วยความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ระดับนี้จึงถือได้ว่าสามารถเป็นอัจฉริยะอันดับต้น ๆ ได้เลย ไม่เพียงแต่ในจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์เท่านั้น แต่รวมถึงเขตปกครองทั้งหมดของกลุ่มสัมพันธมิตรอสรพิษสวรรค์
การที่พวกเขาได้มาพบกัน นับว่าสวรรค์ได้เมตตาแล้ว
ตามที่ชายหนุ่มกล่าวเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเขาได้เก็บตัวบ่มเพาะมานานและยังไม่ได้เข้าร่วมกับกองกำลังใด ๆ ดังนั้นการพบเจอกันในวันนี้ หากเขาเชื้อเชิญแขกไปยังตระกูลหนี่เค่อและพบกับบรรพบุรุษประจำตระกูลได้ ทางตระกูลจะต้องได้รับประโยชน์อย่างมากแน่นอน
บางทีเขาอาจจะยอมเข้าร่วมกับตระกูลก็เป็นได้!
ด้วยความที่เขามีสายเลือดโดยตรงของตระกูลหนี่เค่อ จึงเข้าใจดีว่าแม้ช่วงเวลานี้ตระกูลจะยังคงรักษาความรุ่งเรืองไว้ได้ แต่ขุมพลังของตระกูลก็ได้เสื่อมถอยลงทุกวัน อีกทั้งยังไม่มีคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นถือกำเนิด ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าในอนาคตตระกูลจะต้องสิ้นอำนาจลงเป็นแน่
ทว่า…
หากได้ท่านฉู่โม่วเข้าร่วมตระกูลหรือเพียงแค่รักษาความสัมพันธ์อันดีไว้ ก็อาจจะสามารถพึ่งพาความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้ ซึ่งหากเขาเติบโตขึ้นในอนาคต ตระกูลหนี่เค่อก็จะพลอยได้รับประโยชน์มากมายไปโดยปริยาย
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ หัวหน้ากองคาราวานก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น
เขาพาชายหนุ่มขึ้นยานอวกาศอย่างกระตือรือร้นและเร่งรีบ จากนั้นจึงนำผู้มีชื่อเสียงทั้งเล็กและใหญ่ในกองคาราวานมาแนะนำให้ชายหนุ่มรู้จัก ด้วยท่าทีที่กระตือรือร้น
ฉู่โม่วกล่าวทักทายพวกเขาทีละคน
เมื่อเห็นคนเหล่านี้พยายามประจบสอพลอต่อหน้า เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอยู่ในใจเงียบ ๆ
‘ดูเหมือนว่าฉันจะได้รับความไว้วางใจระดับหนึ่งแล้ว’
ชายหนุ่มคิดกับตัวเอง
กองคาราวานนี้เป็นเป้าหมายที่เขาเลือกมาโดยเฉพาะ
ทันทีที่ตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อย เขาก็ได้เลือกกองกำลังที่จะไปตรวจสอบ และสุดท้ายก็เลือกตระกูลหนี่เค่อ
มันก็แค่…
หากเขาเข้าไปแนะนำตัวเองอย่างหุนหันพลันแล่น ก็อาจเป็นการยากที่จะได้รับความไว้วางใจ และไม่มีทางที่จะสามารถเข้าถึงความลับหลักที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิเทวะยุทธ์หนี่เค่อได้อย่างแน่นอน
เขาต้องคิดหาวิธีอื่น…
ดังนั้นกองคาราวานนี้จึงกลายเป็นก้าวแรกสำหรับฉู่โม่ว ที่จะได้รับความไว้วางใจจากตระกูลหนี่เค่อ
โดยกำหนดเส้นทางของกองคาราวานก่อนแล้วจึงค้นหาโจรสลัดเพื่อล่อให้พวกเขาถูกซุ่มโจมตี ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพียงเขาต้องสร้างความสับสนให้กับลูกน้องโจสลัดคนหนึ่ง เพื่อให้ไปรายงานข้อมูลแก่พรรคพวกของมัน แน่นอนว่าพวกโจรสลัดอวกาศจะไม่นั่งเฉยเด็ดขาด
แล้วก็เป็นไปตามแผน พวกมันนำลูกน้องมาบุกโจมตีโดยไม่ลังเลทันที
โจรสลัดอวกาศเหล่านี้ล้อมกองคาราวานทันที โดยเมื่อเห็นท่าว่ากองคาราวานต้านทานไม่ไหวแล้ว เขาก็ฉวยโอกาสยื่นมือออกไปช่วยด้วยพละกำลังอันไร้เทียมทานเพื่อกวาดโจรสลัดและเป็นการสร้างความประทับใจในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ เขายังสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างตัวตนใหม่โดยไม่มีใครระแวงสงสัยอีกด้วย
อย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้
…
ยานอวกาศแล่นต่อไปมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์
ฉู่โม่วพูดคุยกับหัวหน้ากองคาราวานและคนอื่น ๆ
จึงได้รู้ชื่อของทุกคน รวมถึงหนี่เค่อหลู่ที่เป็นสมาชิกหลักของตระกูลหนี่เค่อรุ่นเก่า แต่เนื่องจากพรสวรรค์ของเขาไม่ได้โดดเด่นและไม่สามารถเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ ดังนั้นเขาจึงกลายมาเป็นเพียงหัวหน้ากองคาราวานของตระกูลหนี่เค่อเท่านั้น
แม้จะเป็นเพียงผู้รับผิดชอบ แต่เขาก็ได้รับอำนาจที่ยิ่งใหญ่เบ็ดเสร็จ
ไม่ว่าจะดูแลเหมืองของตระกูลหนี่เค่อ เส้นเลือดแห่งจิตวิญญาณ และอุตสาหกรรมในส่วนต่าง ๆ ของเผ่าพันธุ์หมาป่าสวรรค์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างมีบทบาทมากในตระกูล
สำหรับคนอื่น ๆ พวกเขายังเป็นสมาชิกของสาขาหลักแห่งตระกูลหนี่เค่อเช่นกัน มีแม้แต่ผู้อาวุโสหลายคนที่ล้วนเป็นคนเก่าแก่ของตระกูลทั้งนั้น ซึ่งแม้พวกเขาจะไม่ใช่สมาชิกระดับสูงของตระกูล แต่ก็ค่อนข้างไว้ใจได้ทุกคน
ต้องไม่ลืมว่า
ตระกูลหนี่เค่อเคยถูกลดทอนอำนาจในจักรวรรดิไปมากมาย จึงเหลือแต่ความมั่งคั่งเท่านั้นที่พวกเขายังครอบครองอยู่
ดังนั้นการที่พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบเหมืองส่วนใหญ่ของตระกูลหนี่เค่อ รวมถึงดูแลธุรกิจเกี่ยวกับจิตวิญญาณในจักรวรรดิ มันก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพวกเขาแล้ว
หลังจากรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ ฉู่โม่วก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างมาก
เดิมที เหตุผลในการช่วยเหลือกองคาราวานก็เพียงเพื่อซื้อความไว้วางใจจากตระกูลหนี่เค่อเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าเขาได้ช่วยเหลือสมาชิกคนสำคัญของตระกูลไว้โดยบังเอิญ ดังนั้นการที่จะได้รับความไว้วางใจอาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป อีกทั้งยังช่วยให้เขาสามารถแฝงตัวเข้าไปที่ตำหนักใหญ่ของตระกูลหนี่เค่อในจักรวรรดิหมาป่าสวรรค์ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
เมื่อถึงเวลานั้น…
การเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับก็อาจลดความเสี่ยงที่จะถูกขัดขวางไปได้มาก
ยานอวกาศเดินทางอย่างรวดเร็วและไม่พบอุบัติเหตุใด ๆ หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันพวกเขาก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์หมาป่าสวรรค์ในที่สุด