ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 967 จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เท่านั้น!
“บ้าเอ๊ย!”
“เผ่าเมดูซ่าเอาผู้ปลุกพลังเก่ง ๆ แบบนี้ไปอีกแล้ว!”
“เดิมทีเผ่าเมดูซ่าก็ทำตัวอวดดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังตีซี้กับผู้ปลุกพลังที่มีอนาคตไกลอย่างนี้อีก หลังจากผ่านมาตั้งนาน พวกเรายังพอจะมีอนาคตอยู่บ้างไหมเนี่ย?!”
“เผ่าเมดูซ่านี่น่ารังเกียจจริง ๆ!”
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วตอบตกลงรับคำเชิญของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าเมดูซ่า สีหน้าของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้ามาหาก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย
“ในเมื่อคุณจะไปเยี่ยมเยียนเผ่าเมดูซ่า พวกผมก็จะไม่รบกวนแล้ว!”
“ถ้ามีเวลาว่าง ๆ ก็มาที่เผ่าของพวกเราได้นะ แล้วผมจะต้อนรับคุณเป็นอย่างดี!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่เอ่ยทักทายฉู่โม่ว แล้วหันหลังจากไป
ส่วนจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนอื่นก็กล่าวแสดงความยินดี แล้วจากไปตาม ๆ กัน
“ฮึ!”
เมื่อเห็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์จากหลายเผ่าพันธุ์จากไป ชายชราสามคนจากเผ่าเมดูซ่าก็พ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็นด้วยสายตาเหยียดหยาม “ไอ้พวกนั้นมีแผนการร้ายอยู่ตลอด ไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง!”
“อีกไม่ช้าก็เร็ว เผ่าเมดูซ่าจะกำจัดพวกมันให้หมด!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็หันกลับมามองฉู่โม่วอีกครั้ง จากนั้นก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณไม่ต้องไปสนใจพวกนั้นหรอก พวกเราไปกันดีกว่า ท่านบรรพบุรุษจะต้องรออยู่นานแล้วแน่ ๆ!”
“โอเคครับ งั้นพวกเราก็รีบไปกันเถอะ”
ชายหนุ่มเอ่ยพลางยิ้มกว้าง
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
ชายชราทั้งสามกล่าวหน้าระรื่น
พวกเขาพาฉู่โม่วบินไปยังแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
ระหว่างทาง จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสี่คนต่างพูดคุยกัน
ในไม่ช้า เขามาถึงยังวงโคจรอันห่างไกล แม้จะเรียกว่าวงโคจร แต่แท้จริงแล้วสถานที่แห่งนี้คือห้วงอากาศว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่มีรัศมีกว่าหลายร้อยปีแสง
ในตอนนั้นเอง จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าเมดูซ่าคนหนึ่งโพล่งขึ้นว่า “ว่าแต่ชื่อจริงของคุณคืออะไรเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
ฉู่โม่วเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมาและกล่าว “ผมชื่อฉู่โม่ว”
ฉู่โม่ว?
ทันทีที่คำพูดนั้นเอ่ยออกมา จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามก็ตะลึงงัน
พวกเขาล้วนจดจำวันที่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าได้พบกับอัจฉริยะต่างแดนคนหนึ่งได้เป็นอย่างดี พรสวรรค์ของเขาเยี่ยมยอดและต่อสู้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ตั้งแต่ยังเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ กระทั่งทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั่วทั้งดินแดนหวาดผวาตอนที่กลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ด้วยซ้ำ
ทว่าชายคนนั้นก็ถูกสมบัติประจำเผ่าเมดูซ่าสังหารสังหาร!
และอัจฉริยะผู้ถูกสังหารคนนั้นมีชื่อว่าฉู่โม่ว
แต่ตอนนี้
ผู้แข็งแกร่งตรงหน้าเขาที่เพิ่งจะก้าวข้าราชันย์เทพยุทธ์และกลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์กลับมีชื่อว่าฉู่โม่วเหมือนกัน หรือว่า…
“คุณล้อเล่นรึเปล่า?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่งเริ่มรู้สึกไม่ดีและอดไม่ได้ที่จะถาม
“คิดว่าผมล้อเล่นเหรอครับ?”
ฉู่โม่วส่งยิ้มให้
และแล้ว…
ร่างกายของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปและเผยให้เห็นใบหน้าเดิมทันที
“แกนี่เอง!”
“เป็นแกจริง ๆ ด้วย!”
“ยังมีชีวิตอยู่อีกเรอะ?!”
เมื่อเห็นรัศมีและหน้าตาที่คุ้นเคยของฉู่โม่ว สีหน้าของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่เคยไล่ล่าชายหนุ่มพลันเปลี่ยนไป “ไม่มีทาง! ฉันใช้สมบัติประจำตระกูลที่ฆ่าได้แม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ไปแล้ว แกจะรอดได้ยังไง! ตอนนี้แกกลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้แน่!”
“จักรวาลกว้างใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้”
“ถ้าฉันจะโชคดีสักหน่อย จะแปลกตรงไหน?!”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้มหยัน
ทันทีที่พูดคำเหล่านั้นออกมา แม้จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนั้นจะทำใจเชื่อไม่ลง เขาก็รู้ดีว่าฉู่โม่วยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ!
ทำเอาพายุโหมกระหน่ำในหัวใจ
และเมื่อเห็นฉู่โม่วได้อย่างชัดเจนในตอนนี้ เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้ฉันรอดมาได้ และพัฒนาเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาตายของพวกแก!”
“ปากดีนักนะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราผู้เคยไล่ล่าฉู่โม่วมาแล้วครั้งหนึ่งก็พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “ถึงฉันจะไม่รู้ว่าแกเอาตัวรอดจากสมบัติประจำตระกูลได้ยังไง แต่ถ้าแกคิดว่าแค่กลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้วจะพอ ก็ฝันไปเถอะว่าจะฆ่าพวกฉันได้!”
“ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างจักรพรรดิเทวะยุทธ์กันเองอยู่!”
“ถึงแกจะมีพรสวรรค์ แต่ก็เพิ่งจะเข้าสู่ระดับขั้นนี้ ส่วนพวกเราน่ะอยู่กับระดับขั้นนี้มาหลายแสนปีแล้ว ถ้าต้องการจะเอาชนะแก แค่พลิกฝ่ามือก็เพียงพอแล้ว!”
“คราวก่อนแกโชคดีพอจะรอดไปได้ แต่ครั้งนี้ แกไม่ได้โชคดีอีกแน่!”
เมื่อพูดมาจนถึงตรงนี้…
ชายชราในขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ตะโกนลั่นทันที “ฆ่า!”
เมื่อสิ้นเสียง ดวงตาของเขาพลันเรืองแสงสีทอง
ทันใดนั้น …ร่างลวงตาของอสรพิษยักษ์ก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเขา มันคือพลังสายเลือดของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าที่ครอบครองพลังเหนือธรรมชาติขั้นสุดยอด แสงลึกลับพุ่งออกมาและเข้าไปในดวงตาของเขา
รัศมีโบราณเหนือคำบรรยายแผ่ออกมาจากดวงตาคู่นั้นทันที
สิ่งนี้ลึกลับจนถึงขีดสุด
และแล้ว ด้วยเลือดและพลังปราณที่พลุ่งพล่าน แสงสีทองอร่ามก็พุ่งออกจากดวงตาไปยังฉู่โม่วโดยไม่ลังเล
ไม่ว่าลำแสงพุ่งไปที่ใด ห้วงอากาศก็จะถูกแช่แข็ง
มันคือพรสวรรค์สะกดหินที่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าครอบครองมาแต่กำเนิด
ภายใต้พลังแห่งภาพลวงตาของบรรพบุรุษเผ่าเมดูซ่าตอนนี้ พลังของมันก็น่าอัศจรรย์ยิ่งขึ้น ราวกับทำให้กาลเวลา ห้วงมิติ และสรรพสิ่งกลายเป็นหินได้
“เด็กนี้มีลูกไม้แปลก ๆ อยู่ด้วย อย่ายั้งมือเด็ดขาด ใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วฆ่ามันซะ!”
ชายชรากล่าวเสียงดังลั่น
ครืน!
จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกสองคนเองก็พุ่งออกไปเช่นกัน
คนหนึ่งปล่อยหมัดข้ามอากาศไป จิตสังหารพลุ่งพล่านราวกับจักรวาลอันหนักอึ้ง
ด้วยเสียงดัง ‘กร๊อบ’ ห้วงอากาศตรงหน้าเขาก็พังทลาย แม้แต่จักรวาลในรัศมีหลายร้อยล้านกิโลเมตรก็แตกสลายในทันที
ส่วนจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนสุดท้ายผลักฝ่ามืออย่างรุนแรง
ตู้ม!!!
ทั่วทั้งจักรวาลสั่นสะท้านราวกับว่ากำลังจะเกิดดาวเคราะห์ดวงใหม่ขึ้นในทันที
ทันใดนั้น ดวงอาทิตย์อันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา มันสว่างจ้าและปลดปล่อยบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวออกมา อุณหภูมิของมันก็น่าสะพรึงกลัวจนแม้แต่ห้วงอากาศก็หลอมละลาย
ราวกับดวงอาทิตย์ของจริง!
ฝ่ามือสุริยัน!
ดวงตาของชายชราลุกวาว พร้อมทั้งโจมตีไปยังฉู่โม่วอย่างโหดเหี้ยม
ครืน!
พลังที่ร่วมมือกันของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามคนนั้นแข็งแกร่งสะท้านโลกและเพียงพอที่จะทำลายทุกสรรพสิ่ง แต่เมื่อจักรวาลนับไม่ถ้วนระเบิดท่ามกลางห้วงอากาศขนาดใหญ่นี้ ทุกสิ่งกลับกลายเป็นความว่างเปล่าดังเดิม
พลังที่สามารถก้าวข้ามผ่านความว่างเปล่าและโจมตีตรงหน้าฉู่โม่วได้
‘พลังของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่สุดยอดจริง ๆ!’
‘แต่…’
‘ตอนนี้ฉันก็เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้วเหมือนกัน เอาชนะด้วยพลังของพวกแกได้ก็บ้าแล้ว!’
ฉู่โม่วหัวเราะเยาะ
ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามคนนั้นน่าอัศจรรย์อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ หากยังอยู่ในระดับขั้นราชันย์เทพยุทธ์ เขาคงไม่มีพลังที่จะต้านทานและถูกสังหารในทันที
แต่ตอนนี้
เขากลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้แข็งแกร่งแล้ว และเมื่อมองดูให้ดี เขาก็พบว่าความแข็งแกร่งของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามเหล่านี้… ก็แค่ขี้เล็บ!
เขาในตอนนี้จึงไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ชิ้ง!
ฉู่โม่วไม่ถอยหนี มีแต่ก้าวไปข้างหน้า หลังจากที่เสียงชักกระบี่ดังขึ้น รัศมีกระบี่ก็พลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกายราวกับกาแล็กซีและฟันไปในห้วงอากาศ ทำลายกาลเวลาราวกับจักรพรรดิเทวะยุทธ์และปะทะกับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามที่ร่วมมือกันโจมตี
ครืน!
ในห้วงอากาศกว้างใหญ่ เสียงคำรามอันน่าตกตะลึงดังกึกก้อง และห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุดพลันแหลกสลายกลายเป็นความว่างเปล่า
สายลมรุนแรงพัดผ่าน ระเบิดราวกับคลื่นสั่นสะเทือน และพัดกระจายไปไกล ทำให้จักรวาลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตกลายเป็นความว่างเปล่า