ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 999 เมื่อลืมตาตื่น ทุกอย่างจะฟื้นฟู และเมื่อหลับตา สรรพสิ่งจะหลับเงียบ
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 999 เมื่อลืมตาตื่น ทุกอย่างจะฟื้นฟู และเมื่อหลับตา สรรพสิ่งจะหลับเงียบ
บทที่ 999 เมื่อลืมตาตื่น ทุกอย่างจะฟื้นฟู และเมื่อหลับตา สรรพสิ่งจะหลับเงียบ
ฉู่โม่วไม่ลังเลนานนัก
เขาสุ่มเลือกทางไปต่อด้วยการทิ้งตัวลงไปยังหนึ่งในสองทางแยกนั้น
กลิ่นอายที่ล่องลอยมาจากทางหนึ่งนั้นรุนแรง ประกอบไปด้วยความร้อนที่ไม่อาจจินตนาการได้ ราวกับว่าเป็นปากปล่องภูเขาไฟ คุณจะรู้สึกได้เลยว่าทั่วทั้งร่างเหมือนโดนเผาไหม้ แม้แต่จิตวิญญาณเองก็สัมผัสได้ในแบบเดียวกัน
‘ข้างในนี้ค่อนข้างแปลกมากเลยทีเดียว… แม้แต่จิตวิญญาณปฐมกาลของฉันก็ยังถูกเผาไหม้ได้’
ฉู่โม่วขมวดคิ้วน้อย ๆ และคิดทบทวน
เขาอยากจะเข้าไปสำรวจข้างใน แต่จิตสัมผัสของเขากลับกันเขาออกมา ร่างกายไม่ยอมขยับตามจนในที่สุดก็ต้องล่าถอย
อีกฝั่งหนึ่ง… ดูจะเป็นหนทางที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด
พักหนึ่ง ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงคลื่นความผันแปรที่ไม่ปกติกระจายออกมาจากลู่ทางที่ไร้ก้นบึ้ง พร้อมกันนั้นก็มีหลุมดำปรากฏขึ้นมา เมื่อเขาลอยผ่านเข้าไปในหลุมดำนั้น แสงสว่างก็ปรากฏราวกับเป็นดวงแสงที่ปลายอุโมงค์
ทุกภาพกลายเป็นสถานที่แปลกประหลาด
เมื่อมองไปรอบ ๆ
ที่นี่เป็นดินแดนที่แห้งแล้ง ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มากมายสูงตระหง่านขึ้นมาจากพื้นดิน ยอดเขาทะลวงหายไปในม่านเมฆ ภูเขาแต่ละลูกมีขนาดใหญ่กว่าหมื่นกิโลเมตร มีต้นไม้มากมายซึ่งสูงเสียดฟ้า ลำต้นยาวนับพันกิโลเมตรและก็ใหญ่มาก ขนาดที่ใช้ร้อยคนโอบก็ยังล้อมต้นไม้นั้นไว้ยาก
แต่ต้นไม้สูงใหญ่เหล่านั้นกลับแห้งเหี่ยว ไร้ซึ่งความเขียวชอุ่ม
สภาพโดยรวมของโลกใบนี้ ทุกสิ่งล้วนสูญเสียชีวิต และกลายเป็นเพียงซากแห้ง ๆ
สิ่งที่น่าแปลกก็คือ
แม้ความมืดจะปกคลุมโลกนี้แล้ว ยามที่มองขึ้นไปด้านบน เขากลับไม่เห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือแม้แต่ดวงดาวเลย
“นี่มันที่ไหนกันแน่?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วพยายามหาเบาะแส
ทว่าตอนนั้น…
เขาก็สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนที่มาจากสักแห่งหนึ่งในมิตินี้ ทันใดนั้น เขาก็พบบางอย่างลอยตัวขึ้นสูงท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิด แสงสว่างมากมายระเบิดส่องประกายให้ทั่วทั้งโลกสว่างไสวขึ้นมา
“นี่คือตอนเช้าเหรอ?”
จิตสัมผัสของชายหนุ่มบอกมาเช่นนั้น
แต่ว่าเกือบจะทันที เขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดไป
เขามองเห็นเส้นพาดขอบฟ้าหลังจากที่แสงสว่างปรากฏขึ้น เส้นโค้งพาดยาวจากมุมหนึ่งไปอีกมุมหนึ่งที่ดูแล้วไม่น่าจะใช่เส้นขอบฟ้าแน่ ๆ
ในตอนแรกนี้ชายหนุ่มยังไม่มั่นใจนัก
แต่หลังจากที่ได้พินิจดู เขาก็ค่อย ๆ ตระหนักได้ว่ามันคืออะไร
‘น… นั่นมันลูกตาจริง ๆ ด้วย!’
ดวงตาของฉู่โม่วเบิกโพลงด้วยความตกใจ
ท่ามกลางสายตาของเขา
เส้นโค้งบนขอบฟ้ายกสูงขึ้น และเผยให้เห็นนัยน์ตาที่อยู่ด้านใน มีความลึกล้ำน่ากลัว ซึ่งปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามและยิ่งใหญ่ ยิ่งได้มองก็ยิ่งรู้สึกถึงพิศวง
ขณะเดียวกันนั้นเอง ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง มันมองมายังทุกสิ่งบนโลกที่กำลังแห้งตาย สรรพสิ่งบนโลกพลันเริ่มได้รับชีวิตอีกครั้งราวกับได้รับน้ำหล่อเลี้ยง
พืชพันธุ์ต่าง ๆ เติบใหญ่ ทะลวงตนเองขึ้นมาจากพื้นดินและขยายรากออกไปรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือป่าไม้ ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงภายในชั่วพริบตา
แค่พริบตาเดียวเท่านั้น ต้นไม้ใหญ่ที่ไร้ก้านใบก็ถูกเติมเต็มด้วยสีเขียวชอุ่มจนเปล่งปลั่งไปด้วยกลิ่นอายความสดชื่น
ทั่วทั้งโลกดูจะกลับมามีชีวิตได้ ณ เวลานั้นแล้ว
“นี่-นี่มัน…”
เมื่อมองไปยังรอบ ๆ ตัว ดวงตาของฉู่โม่วก็สั่นสะเทือนเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกต่าง ๆ มากมาย
เพียงตาดวงนั้นลืมตาตื่น ทุกอย่างก็เติบใหญ่ได้!
นี่มันพลังอะไรกันเนี่ย!?
ครืน!
เสียงแรงสั่นสะเทือนดังขึ้นมา ขณะนั้นดวงตาคู่นั้นก็ลืมตื่นเต็มที่แล้ว สิ่งนี้ทำให้โลกทั้งใบสั่นไหว ฟากฟ้าแตกร้าวและผืนดินก็สั่นสะเทือนไม่หยุด
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มากมายพังทลาย
แต่แล้วสิ่งนี้ก็แทนที่ด้วยภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกใหม่ที่ผงาดขึ้นมาจากพื้นดิน พวกมันสูงเสียดฟ้าจนปลายยอดจมหายไปในม่านเมฆอีกครั้งในชั่วพริบตา
จากผืนดินราบเรียบกลายเป็นภูเขา และจากภูเขากลายเป็นหุบเขา
แม่น้ำกลายเป็นทะเลทราย และทะเลทรายกลายเป็นโอเอซิส
โลกเปลี่ยนไป ราวกับไม่ใช่ดาวดวงเดิม
โลกที่ฉู่โม่วอยู่ ณ ตอนนี้ กลายเป็นสถานที่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรู้สึกได้ถึงเลือดลมในร่างกายที่กำลังพลุ่งพล่านด้วย ราวกับว่าพวกมันเตรียมจะระเหย พลังที่กล้าแกร่งและน่ากลัว รวมไปถึงพลังแห่งกฎเกณฑ์แห่งโลกนี้กำลังสั่นสะเทือนทำให้ทั่วทั้งร่างกายแข็งเกร็ง ลามไปจนถึงพลังศักดิ์สิทธิ์เองก็พลันโดนเยือกแข็งไปด้วย
ร่างกายของเขายิ่งได้รับบาดเจ็บรุนแรง รอยร้าวกระจายไปทั่วร่างราวกับว่าพร้อมจะระเบิดตลอดเวลา
‘นี่มัน… พลังแห่งกฎเกณฑ์!’
‘เมื่อดวงตาขนาดใหญ่บนฟ้านั่นลืมตาตื่น มันจะเผยพลังแห่งกฎเกณฑ์ของโลกออกมาแล้วเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้’
‘ทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม’
‘ทุกสิ่งที่เข้ามาอยู่ในโลกนี้ จะถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงไปตามกฎเกณฑ์ของโลก’
ตอนนั้นฉู่โม่วก็ได้เข้าใจแล้วว่า ทำไมจักรพรรดิเทวะยุทธ์เจ็ดจากแปดคนที่ได้เข้ามาถึงได้เสียชีวิตทันที และคนที่เหลือกลับมาเพียงคนเดียวนั้นก็ยังบาดเจ็บหนักอีก นั่นเป็นเพราะโลกภายในบ่อน้ำโบราณนั้น อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ซึ่งแข็งแกร่งและน่าเกรงกลัวมาก!
ไม่มีกฎหรือเกณฑ์ใดที่ตายตัว ทุกสิ่งล้วนถูกเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทาง!
ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หรือแม้แต่ท้องทะเลก็เปลี่ยนแปลงไปหมด
หรือแม้กระทั่งเลือดและเนื้อ…
เมื่อเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม กฎเกณฑ์แห่งโลกจะบีบให้เราต้องเปลี่ยนไปในที่สุด
ฉู่โม่ว ณ ตอนนี้เองก็เช่นกัน ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนไป
หากไม่ใช่ว่าเพราะร่างกายของเขาได้รับการชำระล้างแก่นแท้ด้วยวิชาแห่งการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง และฝึกฝนกระบวนท่าสวรรค์อมตะได้ถึงขั้นห้า ย่อมพูดได้ว่าสิ่งนี้ช่วยหล่อหลอมหยาดทองคำแห่งวิถี ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะบาดเจ็บหนักหรือเพลี้ยงพล้ำไปแล้วเหมือนกัน
โชคยังดีที่ศักยภาพร่างกายของเขาตอนนี้แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานความเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ที่กัดกินร่างของเขาไหว
ไม่เพียงเท่านั้น
นอกจากจะต้านทานได้แล้ว ร่างกายของฉู่โม่วยังพยายามวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง และพยายามดูดกลืนกับขัดเกลาพลังของกฎเกณฑ์ใหม่นี้มาใช้ในร่างกายด้วย
พลังแห่งกฎเกณฑ์นี้ทั้งวุ่นวายและไร้ซึ่งระเบียบ กระนั้นก็มีความทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ หากครอบครองสิ่งนี้ได้ มันจะต้องกลายเป็นไพ่ตายสำคัญใบใหม่ได้อย่างแน่นอน
ครืน!
สักพักใหญ่
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังพยายามวิเคราะห์กฎเกณฑ์และกลืนกินมันเข้ามาในร่างเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งพลัง ดวงตาขนาดใหญ่บนฟากฟ้าก็ปิดลงช้า ๆ
ด้วยเหตุนี้ พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่เคยคลุ้มคลั่งก็เริ่มสงบลง
ในเวลาเดียวกัน โลกที่เหมือนจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก็หยุดนิ่งด้วย
พืชไม้นับไม่ถ้วนที่เคยเขียวขจีพลันเหี่ยวเฉา กิ่งและใบไม้ร่วงหล่นจากลำต้นอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตา…
เมื่อดวงดาวบนฟากฟ้าปิดสนิท ทั่วทั้งโลกก็เปลี่ยนกลับไปเป็นโลกที่ไร้ชีวิตชีวาดังเดิม
“โลกใบนี้น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ด้วย!”
ฉู่โม่วถอนหายใจโล่งอก แล้วค่อย ๆ ฟื้นฟูพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เขาได้กลืนกินเข้าไป ขณะที่ต้านทานพลังแห่งกฎเกณฑ์ของโลก ระหว่างนั้นก็ถอนหายใจอยู่เป็นพัก ๆ
เขาได้พบกับเขตแดนลับและโบราณสถานมาก็ตั้งมากมาย
แต่กลับไม่เคยเจอกับสถานที่แปลกประหลาดขนาดนี้เลย
ทุกสิ่งในโลกนี้พลันกลับคืนสู่ความสงบเมื่อดวงตาบนฟากฟ้าปิดลง
นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลยในโลกภายนอก
แต่จักรวาลนี้กว้างใหญ่ และคงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันนักที่จะมีโลกแบบนี้อยู่ ทว่าเพียงเพราะฉู่โม่วเพิ่งจะเคยเจอสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก เขาถึงได้ประหลาดใจเล็กน้อย
สิ่งนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ในเวลาไม่นาน เขาก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง ใจเย็นลงและยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่
ในบ่อน้ำโบราณมีทางให้เลือกไปสองทาง
เขาเลือกมายังทางที่เหมือนจะเป็นแดนสวรรค์และพบกับดวงตานั้น
ซึ่งกลุ่มของเทพเจ้าเหล่านั้นเองก็พบกับดวงตายักษ์นี่ด้วย!
ฉู่โม่วไม่กล้ามั่นใจว่าเขาอาจจะเลือกลงมาทางเดียวกับกลุ่มเทพเจ้านั้น แต่ในเมื่อทั้งเขาและอีกฝ่ายต่างก็พบดวงตายักษ์เหมือนกัน จึงอาจเป็นไปได้ว่าเส้นทางที่พวกเขาเจอ จะนำทางมายังโลกใบเดียวกันและมีปลายทางคือดวงตานี้
พูดอีกอย่างก็คือ
“มันอาจจะมีโลกแบบนี้สองใบเป็นอย่างน้อย”
“มีดวงตาแบบนี้อย่างน้อยสองคู่”
“แล้วถ้าสิ่งที่ฉันคิดถูกต้อง…”
“นี่อาจจะเป็นดวงตาของสิ่งมีชีวิตสักสายพันธุ์หรือเปล่า?”