ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 1 : การมาเยือนครั้งแรก
โจวสิง อายุสิบเจ็ดปี เพศชาย
สามปีก่อนถูกถังจิ่วเก็บมาเลี้ยงจากบนเขา ตอนนั้นเจ้าป่วยหนักจนสลบไสลไปถึงสามวันสามคืน ถังจิ่วเห็นว่าเจ้ากับเขามีวาสนาต่อกันจึงรับไว้เป็นศิษย์ ข้าได้ยินชื่อเสียงเจ้าจากปากถังจิ่วมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเจ้าได้รับการถ่ายทอดวิชาจากอาจารย์มาสักกี่ส่วน หลานชาย ยอมตามอาหกไปดีๆ เถอะ
เจ้า อย่าทำให้อาหกลำบากใจเลยนะ
ณ โรงเตี๊ยมเล็กๆ สองชั้นบนถนนจูเชว่ กลางเมืองหลวง ชายชราสวมเสื้อคลุมยาวผ้าไหมสีม่วงกำลังเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าของเขาดูเปี่ยมเมตตา ราวกับผู้ใหญ่ใจดีที่กำลังพูดคุยกับลูกหลาน
หากไม่มีชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนที่ยืนกอดอกแผ่รังสีอำมหิตอยู่ด้านหลัง ชายชราผู้นี้คงดูเหมือนผู้เฒ่าใจบุญสุนทานอย่างแท้จริง
เบื้องหน้าชายชรา คือเด็กหนุ่มรูปงามที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น เขาอยู่ในชุดผ้าเนื้อหยาบ ท่าทางระแวดระวัง สายตาจับจ้องไปยังชายชราตรงหน้าอย่างไม่วางใจ
โจวสิง ที่ชายชราเอ่ยถึง ก็คือเด็กหนุ่มผู้นี้นั่นเอง
พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ชายร่างยักษ์หน้าตาดุร้ายสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง โจวสิงคงสวนกลับไปแล้วว่า ถ้าลำบากใจนัก ก็ไม่ต้องทำสิ
น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าพอ
ยาพิษที่อาจารย์สอนให้ปรุง เขาแอบซ่อนเอาไว้ทั้งหมด ไม่ได้พกติดตัวมาเลยแม้แต่ขวดเดียว
ตาแก่ถัง เคยบอกเขาว่าในเมืองหลวงนั้นปลอดภัยหายห่วง ไม่จำเป็นต้องพกยาพิษติดตัวให้เกะกะ อีกอย่างยาพิษที่เขาปรุงนั้นมีอานุภาพร้ายแรงเกินไป หากเผลอทำหกขึ้นมา อาจคร่าชีวิตผู้คนนับร้อยนับพันได้ในพริบตา ซึ่งมันไม่คุ้มกันเลย
โจวสิงเชื่อฟังคำแนะนำของตาแก่ถัง
แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างที่เห็นอยู่นี่ไง
เรื่องชาติกำเนิดของโจวสิงค่อยว่ากันทีหลัง แต่คำพูดของตาเฒ่าตรงหน้านี้สิที่ทำให้เขามึนงงไปหมด อาจารย์ของเขาไปก่อเรื่องอะไรไว้ แล้ว อาหก นี่มันใครกัน
ที่สำคัญ คนผู้นี้รู้ได้อย่างไรว่าเขาถูกตาแก่ถังเก็บมาเลี้ยงเมื่อสามปีก่อน
ตลอดสามปีมานี้ เขาติดตามตาแก่ถังรอนแรมไปทั่วสารทิศ เพิ่งจะกลับมาได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น
อะแฮ่ม
โจวสิงกระแอมเบาๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูว่านอนสอนง่าย ไม่แสดงท่าทีแข็งข้อ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ท่านอาหก ท่านต้องพูดให้ชัดเจนก่อนสิว่าอาจารย์ของข้าไปก่อเรื่องอะไรไว้
ชายชราปรายตามองโจวสิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเอนกายพิงโต๊ะไม้สาลี่ในโรงเตี๊ยม มือหมุนลูกเหล็กขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกสองลูกเล่นไปมา บังเกิดเสียงกระทบกันดังกังวานหนักแน่นเป็นจังหวะ
ตาเฒ่านี่ พลังข้อมือไม่เบาเลย
เจ้าไม่รู้จักข้ารึ เจ้าถังจิ่วนี่ก็ช่างรักษาธรรมเนียมเคร่งครัดเสียจริง รู้ว่าเรื่องภายในองค์กรไม่ควรแพร่งพรายสู่ภายนอก เอาสั้นๆ ง่ายๆ อาจารย์ของเจ้าคือนักฆ่า เมื่อสามปีก่อนถังจิ่วมาหาข้า บอกว่ารับศิษย์มาคนหนึ่ง จึงขอพักงานชั่วคราว ข้าก็อนุญาต แต่ใครจะนึกว่าเขาหายจ้อยไปถึงสามปี พอจะกลับมา ข้าก็นึกว่าจะได้ยอดฝีมือกลับมาช่วยงาน แต่ที่ไหนได้ อาจารย์เจ้าดันพาพวกมือปราบมาด้วย แถมยังทำให้ สวีหยวน หัตถ์โลหิต ที่ข้าอุตส่าห์ดึงตัวมาร่วมงานต้องโดนจับเข้าไปอีก หลานชาย เจ้าว่าอาจารย์ของเจ้าทำแบบนี้มันน่าเกลียดไหมล่ะ
คิ้วของโจวสิงขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้อยู่แล้วว่าอาจารย์เป็นนักฆ่า และเขาก็พอจะจับใจความแฝงในคำพูดของตาเฒ่านี่ได้
สรุปคือ อาจารย์ของเขาหักหลังองค์กรด้วยการนำทางการให้ไปจับกุมสวีหยวน ทำให้เจ้านายของคนตรงหน้าไม่พอใจ อาหก ผู้นี้จึงต้องหาแพะมารับบาป
แต่อาจารย์ของเขาตายไปแล้ว เจตนาของตาเฒ่านี่ชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวัน มันกำลังจะโยนความผิดทั้งหมดมาให้เขารับแทน
ไอ้แก่สารเลวเอ๊ย
โจวสิงลอบประเมินชายชราตรงหน้า ในใจครุ่นคิดอย่างอำมหิต จะใช้ ยันต์ยมทูต หรือ ทรายพิษจื่ออู่ จัดการมันดีนะ
จิตสังหารของโจวสิงพุ่งพล่าน ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด แต่เป็นเพราะบนศีรษะของทั้งสามคนนี้ มีตัวอักษรสีแดงฉานลอยเด่นหราอยู่
[ค่าความสัมพันธ์: 100 (ศัตรูคู่อาฆาต)]
ถังจิ่ว ที่ไอ้สารเลวนี่เอ่ยถึง ก็คืออาจารย์ของเขานั่นเอง
ต่อหน้าคนภายนอก โจวสิงจะให้เกียรติอาจารย์อย่างสูง เรียกขานด้วยความเคารพ แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาจะเรียกอาจารย์ว่า ตาแก่ถัง ซึ่งเจ้าตัวก็ชอบใจ บอกว่าฟังดูสนิทสนมกันดี
โจวสิงไม่ใช่คนของโลกใบนี้ นี่คือความลับสุดยอดที่เขาไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้
คนอื่นข้ามมิติ อาจเพราะช่วยเด็กจนถูกรถบรรทุกชนตาย หรือไม่ก็หมดอายุขัยแล้ววิญญาณหลุดลอยมา แต่การข้ามมิติของโจวสิงนั้นออกจะพิสดารสักหน่อย เขาถูกเพื่อนร่วมทีมในเกมยั่วโมโหจนเส้นเลือดในสมองแตกตาย
วันนี้เมื่อสามปีก่อน โจวสิงกำลังบัญชาการปาร์ตี้บุกตะลุยดันเจี้ยน หุบเขาหมื่นหิมะ ในเกมออนไลน์ชื่อดัง เพื่อรุมสังหารบอส มารพิณ
จากความฮึกเหิมในช่วงต้นเกม แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายในช่วงกลางเกม และจบลงด้วยความเงียบงันในช่วงท้ายเกม เส้นทางอารมณ์ของโจวสิงช่างพลิกผันดุจรถไฟเหาะ
หลังจากตรากตรำทำศึกอยู่นานนับสิบชั่วโมง สุดท้ายภารกิจก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
โจวสิงนอนแผ่อยู่บนเตียง ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมการปราบมารพิณตัวเดียวถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ แค่ฟังเสียงพิณให้ออก แล้ววิ่งไปเติมสายพิณเพื่อทำลายค่ายกลเสียงของมัน มันยากตรงไหน
โจวสิงคิดไม่ตก ยิ่งคิดความดันโลหิตก็ยิ่งพุ่งปรี๊ด จนในที่สุดหน้ามืดวูบ หมดสติไป
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มในบ้านอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกลางป่าเขาลำเนาไพรที่รกร้างว่างเปล่า
โจวสิงมึนงงเป็นไก่ตาแตก ด้วยความที่เป็นนักอ่านนิยายตัวยง เขาจึงคิดถึงพล็อต ทะลุมิติ ขึ้นมาทันที
แต่เมื่อก้มมองดูตัวเองที่ยังสวมชุดนอนตัวเดิม เพียงแต่ร่างกายหดเล็กลงหลายส่วน เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือการ ข้ามมาทั้งตัว
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสือโคร่งลายพาดกลอนตัวมหึมาก็กระโจนเข้าใส่ เขาไม่มีเวลาคิดหน้าคิดหลัง ทำได้เพียงสับตีนแตกวิ่งหนีสุดชีวิต
หลังจากวิ่งหนีตายอยู่นาน ในที่สุดโจวสิงก็ปีนหนีขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่
ทว่าเมื่อเห็นเจ้าเสือร้ายกำลังตะกายต้นไม้ตามขึ้นมา เขาก็นึกอยากจะจับเพื่อนนักเรียนหญิงที่เคยบอกว่า เสือปีนต้นไม้ไม่เป็น มาตีก้นสักสามร้อยที
ตีขาดไปแม้แต่ทีเดียว เขาจะยอมแพ้ให้เลย
วินาทีที่เขี้ยวเล็บของมัจจุราชกำลังจะเอื้อมถึงตัว ฉับพลันนั้น ก้อนเนื้อชุ่มเลือดขนาดใหญ่ก็ร่วงตุ้บลงมาที่โคนต้นไม้ กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นหอมของเนื้อสดดึงดูดความสนใจของเสือร้าย มันละทิ้งเหยื่อตรงหน้า หันไปขย้ำก้อนเนื้อนั้นแทน
และแล้ว ถังจิ่ว หรือ ตาแก่ถัง ก็ปรากฏตัวขึ้น
ราวกับเทพเจ้าลงมาจุติ เขาตบเพียงฝ่ามือเดียว เจ้าเสือร้ายก็ล้มตึงแน่นิ่งไป
โจวสิงตกตะลึงจนตาค้าง เมื่อเห็นเครื่องแต่งกายแบบโบราณของตาแก่ถัง เทียบกับชุดนอนยุคปัจจุบันของตัวเอง ต่อให้โง่แค่ไหนก็ต้องรู้แล้วว่าเขาหลุดเข้ามาในยุคอดีต
ข่าวร้ายคือเขาข้ามมิติมาแล้ว แต่ข่าวดีคือเขามาทั้งตัว
ทำไมการมาทั้งตัวถึงเป็นข่าวดีน่ะหรือ เอาเป็นว่า คนที่รู้ก็คงเข้าใจ
กลางป่าดงดิบ ไร้ญาติขาดมิตร โจวสิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะต้องเกาะขาทองคำของตาแก่ถังไว้ให้แน่น
ตาแก่ถังเองเมื่อเห็นการแต่งกายประหลาดของโจวสิงก็เกิดความสนใจ จึงพาเขาเดินทางออกจากป่าไปด้วยกัน
โจวสิงไม่ใช่คนโง่ เขารู้จักใช้วาทศิลป์หลอกล่อสอบถามข้อมูลจากตาแก่ถัง
เมื่อชื่อของยอดคนอย่าง จางซานเฟิง เย่าเยว่ เหลียนซิง เยี่ยนหนานเทียน จูอู๋ซื่อ เฉาเจิ้งชุน หรือชื่อสำนักและองค์กรอย่าง ห้าสำนักกระบี่ นิกายเม้งก่า วังบุปผา ตงฉ่าง เรือนพิทักษ์มังกร และ มือปราบหกประตู หลุดออกมาจากปากของตาแก่ถังทีละชื่อ โจวสิงก็สรุปได้ทันที
นี่คือโลก รวมจักรวาลยุทธ์
โจวสิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องกราบตาแก่ถังเป็นอาจารย์ให้ได้
ล้อเล่นน่า ตบเสือตายในฝ่ามือเดียว นี่มันยอดฝีมือระดับไหนกัน
ตาแก่ถังอายุมากแล้ว ไร้ภรรยาคู่กาย เมื่อได้พูดคุยถูกคอกับเด็กหนุ่มช่างเจรจาอย่างโจวสิง ก็รู้สึกถูกชะตา ยิ่งโจวสิงบอกว่าตนเองกำพร้าพ่อแม่ ก็ยิ่งทำให้ตาแก่ถังนึกเวทนาในชะตากรรม
ด้วยเหตุผลร้อยแปดประการ ในที่สุดตาแก่ถังก็ยอมรับโจวสิงเป็นศิษย์
โจวสิงดีใจจนเนื้อเต้น พอออกจากป่ามาได้ เขาก็รีบรบเร้าให้ตาแก่ถังสอนวิทยายุทธ์ให้ทันที
แต่คำตอบของตาแก่ถังกลับทำให้โจวสิงต้องอ้าปากค้าง
วรยุทธ์ วรยุทธ์อะไร ข้าทำไม่เป็น
นั่นคือคำพูดของตาแก่ถังในตอนนั้น ผ่านมาสามปีแล้ว โจวสิงยังจำได้แม่นยำ
โจวสิงคิดว่าตาแก่ถังคงกำลังทดสอบจิตใจ จึงรุกถามต่อว่าแล้วทำไมถึงตบเสือตายได้ในฝ่ามือเดียว
ตาแก่ถังเฉลยว่า แค่ยาพิษใส่อาหารให้เสือกิน รอสักพัก พิษออกฤทธิ์ ต่อให้เป็นโจวสิงตบเบาๆ เสือมันก็ตาย
โจวสิงไม่ได้เสียใจที่กราบอาจารย์ผิดคน เขาทำเรื่องเนรคุณแบบหันหลังให้สำนักไม่ลง
การมีที่ซุกหัวนอน มีข้าวกิน ประทังชีวิตรอดไปวันๆ สำหรับคนที่มาตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างเขา ถือว่าประเสริฐมากแล้ว
อย่างมากที่สุด ก็แค่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกจอมยุทธ์ในยุทธภพ ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ไพศาล ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นวรยุทธ์เสียหน่อย
ความคิดเดียวของโจวสิงในตอนนั้นคือ ต้องรอด
ตาแก่ถังเข้ามาในป่าเพื่อทำธุระบางอย่าง ถึงขั้นสร้างกระท่อมพักแรมไว้กลางป่า
เขาพาโจวสิงกลับไปที่กระท่อม และหลังจากสังเกตดูพฤติกรรมจนมั่นใจว่าเด็กหนุ่มมีจิตใจดีงาม ตาแก่ถังจึงเปิดเผยความลับสำคัญให้ฟัง
แท้จริงแล้ว ตาแก่ถังคือทายาทสายตรงของ ตระกูลถัง แห่งเสฉวน
คำประกาศนี้ทำเอาโจวสิงที่เตรียมตัวจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาถึงกับสะดุ้งโหยง เขาคิดไปไกลว่าตาแก่ถังโกหกเรื่องทำวรยุทธ์ไม่เป็นเพื่อทดสอบความกตัญญู
โจวสิงตื่นเต้นสุดขีด วาดฝันถึงวันที่ได้แต่งงานกับสาวงามผู้มั่งคั่ง ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต
แต่ประโยคถัดมาของตาแก่ถัง ก็ถีบเขาร่วงลงสู่หุบเหวอีกครั้ง
ตาแก่ถังเป็นทายาทตระกูลถังก็จริง แต่เป็นพวก มีตำหนิ เขาใช้วรยุทธ์ไม่ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว
ทว่าเขากลับรอบรู้เคล็ดวิชาลับของตระกูลถังทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น คัมภีร์ร้อยอาวุธลับ การปรุงยาพิษ การวางยา หรือกลไกกับดัก ตาแก่ถังล้วนเชี่ยวชาญ
เขาคุยโวว่า ต่อให้เป็นตระกูลถังในปัจจุบัน ก็ยังไม่รู้วิธีสร้างอาวุธลับหรือสูตรยาพิษได้ครบถ้วนเท่าเขา
เพียงแต่ เขารู้ทุกอย่าง ยกเว้นวิชาต่อสู้
ตาแก่ถังมักพร่ำบ่นเสมอว่า เกิดมาในยุทธภพ หากไร้วรยุทธ์ติดกายแม้เพียงครึ่งกระบวนท่า มันช่างน่าขายหน้าเหลือเกิน วันข้างหน้าตายตกไปปรโลก เขาคงไม่กล้าสู้หน้าบรรพชนตระกูลถัง
การฝึกวรยุทธ์ จึงกลายเป็นปมในใจของตาแก่ถังมาโดยตลอด