ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 26 : คำชี้แนะจากจิวม่อจื้อ อัจฉริยะปะทะอัจฉริยะ
- Home
- ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ
- บทที่ 26 : คำชี้แนะจากจิวม่อจื้อ อัจฉริยะปะทะอัจฉริยะ
เหล่าไป๋เห็นโจวสิงส่งยิ้มให้ก็โล่งใจ พยักหน้าตอบแล้วรีบผลุบหายเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยความรวดเร็ว
เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย จิวม่อจื้อนั่งเขียนสรุปเส้นทางลมปราณอยู่ที่โต๊ะกลางร้าน ส่วนโจวสิงก็คอยวิ่งวุ่นรับคนไข้ พอว่างก็มาช่วยราชครูเรียบเรียงข้อมูล
จนกระทั่งตะวันลับฟ้า ถึงเวลาอาหารเย็น
จิวม่อจื้อวางพู่กันลง ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย
ไปกันเถอะท่านราชครู ได้เวลาข้าวเย็นแล้ว โจวสิงเอ่ยชวน
จิวม่อจื้อชะงัก เอ่อ หมอโจว อาตมากินเจง่ายๆ ชามเดียวก็พอ ไม่ต้องลำบากไปร้านใหญ่โตหรอก ปากบอกเกรงใจ แต่ขาก้าวตามโจวสิงไปติดๆ
ไม่ต้องเกรงใจ ข้าฝากท้องที่ร้านตรงข้ามเป็นประจำอยู่แล้ว ว่าแต่ท่านราชครู ท่านมีเงินติดตัวไหม โจวสิงถามโดยไม่หันมามอง
จิวม่อจื้ออึ้ง หือ ถามหาเงินทำไม เจ้าเป็นเจ้าภาพไม่ใช่รึ แม้จะงุนงง แต่เขาก็ล้วงเงินก้อนหนึ่งออกมาส่งให้
โจวสิงรับเงินไปหน้าตาเฉย จิวม่อจื้ออ้าปากค้างเล็กน้อย ไอ้หมอนี่ ข้าให้ทองไปตั้งเป็นร้อยแผ่น เลี้ยงข้าวข้าสักมื้อไม่ได้หรือไง งกชะมัด
เมื่อเดินข้ามถนนมาถึงโรงเตี๊ยมถงฟู เหล่าไป๋ก็รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ สายตาลอบมองจิวม่อจื้ออย่างหวาดระแวง เขาเห็นกับตาว่าหลวงจีนคนนี้เหาะข้ามกำแพงได้ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ หรือจะเป็นสายลับหกบานประตู
หมอโจวมาแล้ว ถงเซียงอวี้ส่งเสียงทักทายสดใส วันนี้พาแขกมาด้วยหรือจ๊ะ
โจวสิงพยักหน้า แนะนำตัว นี่คือสหายของข้า นามว่า
อาตมานามว่า จิวม่อจื้อ ราชครูแห่งถู่ฟานชิงแนะนำตัวเสียงดังฟังชัด เป็นสหายสนิทของหมอเทวดาโจว ช่วงนี้จะมาพักรักษาตัว เอ้ย มาเยี่ยมเยียนสหายเก่าที่นี่สักพัก
จิวม่อจื้อยืดอก ข้าคือราชครูจิวม่อจื้อผู้ยิ่งใหญ่ จะให้ใครรู้ว่าข้าป่วยจนต้องมาซ่อนตัวในร้านหมอบ้านนอกไม่ได้ เสียภาพลักษณ์หมด
จิวม่อจื้อ เหล่าไป๋ร้องเสียงหลง ทะ ท่านคือราชครูแห่งถู่ฟาน ยอดฝีมืออันดับหนึ่งคนนั้นน่ะรึ
เสียงอุทานของเหล่าไป๋เรียกความสนใจจากทุกคนในร้าน จิวม่อจื้อได้ยินคำสรรเสริญเยินยอก็ยิ้มแก้มปริ พนมมือรับไหว้ด้วยท่าทีสมถะ (แต่แววตาพราวระยับ) มิกล้าๆ ชื่อเสียงจอมปลอมดั่งเมฆหมอก อาตมาเป็นเพียงสมณะผู้ต่ำต้อย
เหล่าไป๋รีบกระซิบกระซาบเล่ากิตติศัพท์ความเทพของจิวม่อจื้อให้ถงเซียงอวี้ฟัง จิวม่อจื้อแอบฟังด้วยกำลังภายในชั้นสูง อื้ม พูดดี พูดอีก ไอ้หนุ่มนี่อนาคตไกล
เถ้าแก่เเนี่ย ท่านราชครูจะมาฝากท้องที่นี่สักพัก นี่ค่าอาหารล่วงหน้า โจวสิงวางก้อนเงินของจิวม่อจื้อลงบนโต๊ะ
ถงเซียงอวี้รีบดันเงินกลับทันควัน โอ๊ย ไม่ต้องจ้ะ แค่ท่านราชครูให้เกียรติมากินข้าวที่ร้านข้า ก็ถือเป็นมงคลสูงสุดแล้ว กินฟรีไปเลยจ้ะ
นางคำนวณในใจเสร็จสรรพ ราชครูถู่ฟานมากินข้าวร้านข้า ข่าวนี้กระจายออกไปเมื่อไหร่ ร้านข้าดังระเบิดแน่ กำไรเห็นๆ
หลี่ต้าจุ่ย (พ่อครัว) จัดเต็มทำอาหารเจชุดใหญ่ไฟกระพริบมาเสิร์ฟ จิวม่อจื้อตักชิมคำแรก หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าชม รสชาติดี ไม่เลวเลย
ต้าจุ่ยยิ้มหน้าบาน เห็นไหมเถ้าแก่เเนี่ย ขนาดราชครูที่กินอาหารวังยังชมข้าเลย
ถงเซียงอวี้แขวะ เขาชมตามมารยาทน่ะสิ
ต้าจุ่ยเถียง ท่านเป็นพระ พระไม่มุสานะเว้ย ท่านบอกอร่อยก็คืออร่อย
แค่กๆๆ จิวม่อจื้อสำลักน้ำชาทันที โจวสิงแอบยิ้มมุมปาก พระไม่มุสา เหรอ
พอกลับมาถึงร้านหมอ จิวม่อจื้อจ้องหน้าโจวสิงเขม็ง
หมอโจว เมื่อครู่ตอนที่พ่อครัวพูดเรื่องมุสาวาท ท่านยิ้มอะไรหรือ จิวม่อจื้อถามด้วยความข้องใจ หรือเจ้าดูถูกว่าข้าเป็นพระทุศีล (ซึ่งก็จริง)
โจวสิงแกล้งทำหน้าตาย เปล่านี่ ข้าแค่ยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของพ่อครัว
จิวม่อจื้อหรี่ตา หมอโจว ท่านเคยบอกว่าท่านก็ฝึกยุทธ์ ไหนลองแสดงฝีมือให้อาตมาชมเป็นบุญตาหน่อยได้ไหม
เขาอยากจะสั่งสอนเจ้าหมอหนุ่มนี่สักหน่อย ให้รู้ซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ของยอดฝีมือ และจะได้เลิกมองเขาด้วยสายตาล้อเลียนเสียที
โจวสิงพยักหน้า ได้เลย ข้าเองก็อยากขอคำชี้แนะจากท่านราชครูอยู่พอดี
ทั้งคู่เดินไปที่ลานหลังบ้าน โจวสิงไม่ได้ใช้ เก้ากระบี่เดียวดาย และไม่ได้หยิบ กระบี่สุ่ยหาน ออกมา เขารู้ว่าจิวม่อจื้อเป็น คนบ้าวรยุทธ์ ขืนโชว์ของดีให้ดู เดี๋ยวเกิดอยากได้ขึ้นมาจะยุ่ง
เขาเลือกใช้วิชาพื้นฐานที่เพิ่งฝึกจนชำนาญ [ย่ำหิมะไร้รอย] และ [หัตถ์พันเงาทานตะวัน]
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
ร่างของโจวสิงเคลื่อนไหววูบวาบดุจภูตพราย นิ้วมือดีดพลังดรรชนีใส่เป้าหมาย (ใบไม้ที่ร่วงหล่น) อย่างแม่นยำ
จิวม่อจื้อที่ยืนกอดอกดูอยู่ ตอนแรกกะจะติชมพอเป็นพิธี แต่ยิ่งดู สีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งขรึม
วิชาตัวเบาไม่เลวเลย ส่วนวิชาดรรชนีนั่น คล้ายดรรชนีเอกสุริยันของตระกูลต้วน แต่เน้นความรวดเร็วและพลิกแพลงมากกว่าความหนักหน่วง น่าสนใจ
เมื่อโจวสิงแสดงจบ เขาก็หันมาประสานมือ รบกวนท่านราชครูชี้แนะ
จิวม่อจื้อกระแอมไอ ปรับสีหน้าให้ดูเหนือชั้น อื้ม ก็พอใช้ได้ แต่ยังมีจุดบกพร่องอยู่หลายจุด ตรงจังหวะการเปลี่ยนลมปราณจากเท้าสู่มือ ท่านยังช้าไปหนึ่งจังหวะหายใจ และการรวบรวมพลังที่ปลายนิ้ว ยังกระจายตัวเกินไป
จิวม่อจื้อร่ายยาว อธิบายจุดอ่อนและวิธีแก้ไขอย่างละเอียด สมกับเป็นปรมาจารย์ผู้รอบรู้
โจวสิงฟังอย่างตั้งใจ แล้วลองทำตามทันที ฟุ่บ คราวนี้พลังดรรชนีพุ่งออกไปรวดเร็วและคมกริบกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
จิวม่อจื้อตาโต เจ้าเด็กนี่ ฟังรอบเดียวทำได้เลยเรอะ
ขอบคุณท่านราชครู โจวสิงยิ้มกว้าง ข้ารู้สึกดีขึ้นมากเลย
จิวม่อจื้อรีบหันหลังหนี อะ อื้ม ดีแล้วๆ อาตมาง่วงแล้ว ขอตัวไปจำวัดก่อน แล้วก็เดินจ้ำอ้าวเข้าห้องไปเลย
ขืนอยู่ต่อ เดี๋ยวหน้าแตก เขากลัวว่าถ้าโจวสิงถามอะไรลึกซึ้งกว่านี้ เดี๋ยวจะตอบไม่ได้ หรือถ้าเจ้าเด็กนี่พัฒนาเร็วเกินไป เดี๋ยวเขาจะดูหมอง
เช้าวันรุ่งขึ้น
โจวสิงตื่นแต่เช้า ทิ้งจดหมายไว้ให้จิวม่อจื้อว่าออกไปฝึกวิชา แล้วหิ้วกระบี่สุ่ยหานมุ่งหน้าสู่ป่าไผ่
เขามีเรื่องสำคัญต้องปรึกษา ตาเฒ่าวาดภาพ
เรื่อง [พลังไร้ลักษณ์น้อย]
วิชานี้เป็นยอดวิชา แต่การขาดเล่ม 7 (ทะลวงชีพจรจง) เป็นปัญหาใหญ่ จิวม่อจื้อใช้วิธี ดำน้ำ ข้ามขั้น จนธาตุไฟเข้าแทรก โจวสิงไม่อยากซ้ำรอย
ในโลกนี้ คนที่รู้วิชานี้มีแค่สามคน: อู๋หยาจือ (ไร้เงา) หลี่ชิวสุ่ย (เมียหลวง) และ ติงชุนชิว (ศิษย์ทรยศ) การจะไปตามหาคัมภีร์ที่หายไปจากคนพวกนี้ ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
ถ้าฝึกไปถึงขั้นที่ 6 แล้วไปต่อไม่ได้ จะทำยังไง จะให้เลิกกลางคันก็เสียดายของ
เขาต้องการคำแนะนำจากผู้รู้จริง
ณ ป่าไผ่ โจวสิงแสดงวิชา [หัตถ์พันเงาทานตะวัน] (ฉบับปรับปรุงโดยจิวม่อจื้อ) ให้ตาเฒ่าดู
ตาเฒ่าวาดภาพมองดูด้วยความสนใจ โฮ่ ไม่เลว หัตถ์พันเงาชุดนี้ ใครเป็นคนแก้ให้เจ้า
โจวสิงยิ้มแหยๆ ทำไมท่านไม่คิดว่าเป็นข้าเองล่ะ
ตาเฒ่าส่ายหน้า เจ้ามีพรสวรรค์ก็จริง แต่รากฐานยังตื้นเขิน การจะปรับปรุงวิชาระดับนี้ได้ ต้องใช้วรยุทธ์ที่สั่งสมมาหลายสิบปี บอกมาซะดีๆ ในตำบลเจ็ดจอมยุทธ์นอกจากข้าแล้ว ยังมีใครเก่งขนาดนี้อีก