ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 32 : สองทองหนึ่งม่วง กำไรมหาศาล
เมื่อโจวสิงพยักหน้า ตี๋ยุนก็ไม่รอช้า เริ่มท่องเคล็ดวิชา คัมภีร์เทวะส่องหล้า ออกมาให้ฟังอย่างละเอียด
โจวสิงตั้งใจฟังและพยักหน้าตามด้วยความทึ่ง ส่วนจิวม่อจื้อนั้นถึงกับยิ้มแก้มปริจนเก็บอาการไม่อยู่
เทวะส่องหล้า ลึกซึ้ง สุดยอดไม่แพ้พลังไร้ลักษณ์น้อยเลย
จิวม่อจื้อกระแอมไอเบาๆ พยายามดึงสติกลับมาเป็นราชครูผู้สำรวม แม้จะเสียดายที่วิชานี้ไม่มีคุณสมบัติเลียนแบบวิชาอื่นเหมือน พลังไร้ลักษณ์น้อย แต่การได้เรียนรู้วิชาระดับตำนานแบบฟรีๆ ก็ถือว่าคุ้มค่ามหาศาล
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ฝึกวิชานี้เป็นหลัก เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการรวม ๗๒ ยอดวิชาเส้าหลินโดยใช้ พลังไร้ลักษณ์น้อย เป็นแกนกลาง แต่การศึกษาไว้เพื่อประดับความรู้และเข้าใจหลักการ ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
โจวสิงเองก็คิดเช่นเดียวกัน เขาเพิ่งเริ่มฝึก พลังไร้ลักษณ์น้อย ที่สมบูรณ์ (โดยการเติมเต็มของตาเฒ่าวาดภาพ) จะให้เปลี่ยนไปฝึกวิชาอื่นตอนนี้ก็เสียเวลาเปล่า แต่การมี เทวะส่องหล้า เก็บไว้ในคลังสมอง ย่อมเป็นรากฐานที่ดีในการต่อยอดวิชาในอนาคต
เมื่อตี๋ยุนท่องจบ โจวสิงก็จำได้ขึ้นใจด้วยพรสวรรค์ [สดับหนึ่งรู้แจ้งพัน]
ขณะนั้น ติงเตี่ยนที่นอนอยู่บนพื้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น ข้า ตายแล้วหรือ เสียงแหบแห้งถามขึ้น
จิวม่อจื้อรีบทำคะแนน ถ้าไม่ได้หมอเทวดาโจวช่วยไว้ ป่านนี้ท่านคงไปเข้าเฝ้าพระยูไลแล้วล่ะโยม (และถ้าไม่มีอาตมาพามา ก็คงตายอยู่ข้างถนนนะจ๊ะ)
ติงเตี่ยนมองไปรอบๆ เมื่อรับรู้สถานการณ์จากตี๋ยุน เขาก็พยักหน้าขอบคุณโจวสิงด้วยแววตาซาบซึ้ง แต่ก็ยังแฝงความเศร้าสร้อย กลับเมืองจิงเหมิน กันเถอะ
ตี๋ยุนหันมาถามโจวสิง หมอเทวดาโจว พี่ติงเดินทางไกลได้ไหมขอรับ
ไม่มีปัญหา พิษถูกขับออกหมดแล้ว เหลือแค่พักฟื้นกำลังภายใน ระหว่างทางก็เดินลมปราณรักษาตัวได้
ตี๋ยุนโล่งอก แล้วหันไปสารภาพกับติงเตี่ยนเสียงอ่อย พี่ติง เพื่อช่วยชีวิตท่าน ข้าได้มอบเสื้อเกราะไหมอูและคัมภีร์เทวะส่องหล้าเป็นค่ารักษาให้หมอโจวไปแล้ว
ติงเตี่ยนนิ่งไปครู่หนึ่ง จิวม่อจื้อเห็นท่าไม่ดี รีบก้าวมายืนบังหน้าโจวสิง แผ่รังสีอำมหิต (แบบผู้ดี) อาตมาคือราชครูจิวม่อจื้อแห่งถู่ฟาน หมอโจวรักษาท่านจนหายดีแล้ว หวังว่าโยมคงไม่คิดเบี้ยวค่ารักษานะ
ติงเตี่ยนยิ้มบางๆ ท่านราชครูเข้าใจผิดแล้ว ชีวิตข้าสำคัญกว่าของนอกกายพวกนั้น ข้าเพียงแต่หวังว่าหมอโจวจะดูแลคัมภีร์ให้ดี อย่าให้ตกไปอยู่ในมือคนชั่ว
จิวม่อจื้อทำหน้าเลิ่กลั่ก ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าทางอ้อมฟะ
หลังจากนั้น ติงเตี่ยนและตี๋ยุนก็ขอตัวลา แม้จะเสียของวิเศษไป แต่พวกเขาก็ยังมีเงินติดตัวจากการจัดการพวกนักฆ่าที่ตามล่าก่อนหน้านี้ พอจะซื้อรถม้าเดินทางกลับบ้านได้สบายๆ
วันเวลาผ่านไป
ชีวิตในหอจิ่วสิงดำเนินไปอย่างราบรื่น ยกเว้นเรื่องเดียวคือ จิวม่อจื้อ
ปกติราชครูจะนั่งเงียบๆ คัดลอกตำรา แต่พักหลังมานี้ แกขยันผิดปกติ ทุกครั้งที่มีคนไข้มา จิวม่อจื้อจะรีบเสนอหน้าไปช่วยจัดยา พูดคุยถามไถ่อาการ แล้วส่งแขกด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
โจวสิงสงสัยหนักมาก ถามไปตรงๆ ก็ได้คำตอบว่า หมอเทวดาโจวเห็นอาตมาเป็นคนอื่นคนไกลรึ ช่วยนิดช่วยหน่อยจะเป็นไรไป
โจวสิงเลยปล่อยเลยตามเลย มีผู้ช่วยระดับราชครูมาจัดยาให้ ก็เท่ไม่หยอก
ระหว่างนี้ โจวสิงก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เขาใช้เวลาว่างไป ตีสนิท กับชาวแก๊งโรงเตี๊ยมถงฟู จนค่าความสัมพันธ์พุ่งกระฉูด
เริ่มจาก ถงเซียงอวี้ หลังจากรักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้คนในร้านฟรีๆ และนั่งคุยปรับทุกข์กันบ่อยๆ ค่าความสัมพันธ์นางก็แตะ ๘๘ โจวสิงได้เห็นรายการป้ายคำพรสวรรค์ของนาง นอกจากป้ายคำสายแม่ค้าแล้ว นางมีป้ายคำระดับสีทองอันหนึ่งที่น่าสนใจมาก
[สีทอง: สะกดวิญญาณ]
เจ้าแม่แห่งสำนักเจ็ดวิถีเขาเตียงซาน แม้จะดูไร้วรยุทธ์ แต่มีพรสวรรค์ด้านพลังจิตและการสะกดจิตขั้นสูง เมื่อเลือกป้ายคำนี้ ความเร็วในการฝึกวิชาสายจิตและสะกดวิญญาณจะเพิ่มขึ้น ๓๐๐%
โจวสิงเลือกป้ายคำนี้ทันที วิชาสายจิตในยุทธภพมีไม่น้อย เช่น วิชาเคลื่อนย้ายวิญญาณ ในคัมภีร์เก้าอิม นี่จะเป็นประโยชน์มากในอนาคต
ต่อมาคือ หลี่ต้าจุ่ย ค่าความสัมพันธ์แตะ ๘๕ ได้ป้ายคำสีม่วง [หัวใจยอดเชฟ] ไม่ได้ช่วยเรื่องต่อสู้ แต่ทำให้ทำอาหารอร่อยขึ้นและเรียนรู้วิชาครัวเร็วขึ้น ก็ดี กันอดตาย
และสุดท้าย ไป๋จานถัง คนนี้หินสุด เพราะขี้ระแวง แต่ด้วยเหล้าดีๆ และความจริงใจ (แบบโจวสิง) ในที่สุดก็ยอมเปิดใจ ค่าความสัมพันธ์แตะ ๘๗
ป้ายคำของเหล่าไป๋หรูหรามาก ๓ ทอง ๓ ม่วง
[สีทอง: จอมโจรราชันย์]
ทักษะการขโมย ย่องเบา และสะเดาะกลอน ระดับเทพเจ้า เพิ่มความชำนาญ ๑๐ เท่า
[สีทอง: ย่ำหิมะไร้รอย]
พรสวรรค์ด้านวิชาตัวเบาที่หาตัวจับยาก แม้แต่ชอลิ้วเฮียงยังต้องยอมรับ เมื่อเลือกป้ายคำนี้ ความเร็วในการฝึกวิชาตัวเบาจะเพิ่มขึ้น ๓๐๐%
[สีทอง: เทพมือปราบ]
หากท่านเป็นมือปราบ โอกาสในการไขคดีจะเพิ่มขึ้นมหาศาล และเรียนรู้วิชาสายจับกุมได้เร็วขึ้น
โจวสิงเลือก [ย่ำหิมะไร้รอย] อย่างไม่ลังเล ตอนนี้เขามีบัฟความเร็วในการฝึกวิชาตัวเบาเพิ่มขึ้นอีก ๓ เท่า รวมกับของเดิม เขาจะเหาะได้ในไม่ช้า
สองทอง หนึ่งม่วง กำไรมหาศาลจริงๆ
โจวสิงนั่งจิบชาอย่างอารมณ์ดี
ทันใดนั้น เสียงจิวม่อจื้อก็ตะโกนลั่นมาจากหน้าร้าน หมอเทวดาโจว มี ชาวยุทธภพ มาขอรักษาตัวแล้วจ้า
น้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ทำเอาโจวสิงเลิกคิ้ว คนป่วยมาแล้วทำไมต้องดีใจขนาดนั้น
เขาเก็บคัมภีร์ เก้ากระบี่เดียวดาย เข้าอกเสื้อ แล้วลุกเดินออกไปดู
ภาพที่เห็นคือ จิวม่อจื้อกำลังยืนยิ้มแป้น ต้อนรับชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ดูท่าทางเป็นนักเลงโต บาดเจ็บเลือดโชก สายตาของราชครูมองพวกนั้นเหมือนมอง ถุงคัมภีร์เคลื่อนที่
อ๋อ เข้าใจละ โจวสิงถึงบางอ้อ ที่แท้แกก็หวังจะใช้มุก ค่ารักษา = วิชาลับ เหมือนที่ได้จากตี๋ยุนสินะ
โจวสิงส่ายหน้ายิ้มๆ ราชครูหนอราชครู ช่างสรรหาเรื่องจริงๆ