ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 34 : แผนการปั๊มค่าความสัมพันธ์กับ เยนน้ำเทียน
หมอโจว พูดอะไรหน่อยสิ
จิวม่อจื้อเห็นโจวสิงยืนเหม่อลอย ไม่ยอมตอบรับหรือปฏิเสธ ก็เริ่มร้อนรน เขาอยากเห็น พลังอาภรณ์วิวาห์ จนตัวสั่น นี่คือโอกาสทองที่จะได้สัมผัสวิชาในตำนาน
อะ อ้อ โจวสิงดึงสติกลับมา หันไปพยักหน้าให้เจียงเสี่ยวหยู ช้าๆ
จิวม่อจื้อถอนหายใจโล่งอก นึกว่าจะเล่นตัวซะแล้ว
ในขณะที่จิวม่อจื้อกำลังฝันหวานถึงคัมภีร์ยุทธ์ โจวสิงกลับวางแผนไปไกลกว่านั้น เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่คัมภีร์ แต่คือ [ป้ายคำพรสวรรค์] ของเยนน้ำเทียน
เทียบกันแล้ว ป้ายคำระดับทองของ เทพเจ้ากระบี่ ย่อมมีค่ามากกว่าวิชา พลังอาภรณ์วิวาห์ (ที่ต้องฝึกแล้วทำลายทิ้งเพื่อฝึกใหม่) หลายเท่าตัว
ส่วนป้ายคำของเซียวฮื้อยี้ โจวสิงตัดใจไปก่อน เด็กแสบที่ถูกเลี้ยงดูโดยสิบคนโฉดแห่งหุบเขาคนโฉด ย่อมมีความระแวงเป็นที่ตั้ง ยากที่จะเปิดใจให้ใครง่ายๆ นอกเสียจากจะใช้เวลาทุ่มเทสร้างความสัมพันธ์จริงๆ ซึ่งโจวสิงไม่มีเวลาขนาดนั้น
ดังนั้น เป้าหมายหลักคือ เยนน้ำเทียน โจวสิงตั้งชื่อแผนการในใจว่า [ปฏิบัติการพิชิตใจเทพกระบี่]
แผนการมีอยู่ ๒ ส่วน: ๑. เรื่องลูกของกังปง: เยนน้ำเทียนเข้าใจว่ากังปง (น้องร่วมสาบาน) มีลูกชายคนเดียว แต่ความจริงมีฝาแฝด คนพี่คือ ฮวยบ่อขาด ถูกเลี้ยงดูโดยเจ้าแม่วังบุปผา ถ้าโจวสิงบอกเรื่องนี้ เยนน้ำเทียนคงดีใจจนน้ำตาไหลพราก แต่ เรื่องนี้อันตรายเกินไป เจ้าแม่วังบุปผา เป็นหญิงคลั่งรักที่น่ากลัวที่สุดในยุทธภพ นางวางแผนให้พี่น้องฆ่ากันเองเพื่อแก้แค้น ถ้ารู้ว่าโจวสิงปากโป้ง นางคงตามมาล้างบางถึงที่แน่ ต่อให้มีจิวม่อจื้อและเยนน้ำเทียนช่วยกัน ก็ไม่แน่ว่าจะรับมือนางไหว แผนนี้ ปัดตก
๒. เรื่องคนทรยศ: เยนน้ำเทียนแค้น กังคิ้ม คนรับใช้ทรยศที่ขายกังปงให้สิบคนโฉด จนต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ตอนนี้กังคิ้มเปลี่ยนชื่อเป็น กังเปียะเฮาะ จอมยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมแห่งกังหนำ ถ้าโจวสิงบอกความจริงข้อนี้ เยนน้ำเทียนต้องรีบไปคิดบัญชีแน่นอน กังเปียะเฮาะวรยุทธ์งั้นๆ แถมเจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่ใช่ภัยคุกคามระดับเจ้าแม่วังบุปผา โจวสิงรับมือได้สบาย แผนนี้ ผ่าน
เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ โจวสิงก็เริ่มการแสดงทันที
เยนน้ำเทียน ท่านหมายถึง คนที่นอนอยู่ในรถม้านั่นคือ เยนน้ำเทียน โจวสิงทำตาโต เสียงสั่นเครือ
จิวม่อจื้อกับเซียวฮื้อยี้ถึงกับงง เมื่อกี้ยังยืนนิ่งอยู่เลย ไหงตอนนี้ตื่นเต้นเหมือนเจอไอดอล
ข้า ข้าจำได้ไม่ลืมเลือน โจวสิงเริ่มร่ายบทละครน้ำเน่า เมื่อ ๑๕ ปีก่อน ข้าถูกโจรป่าจับตัวไป เกือบจะถูกฆ่าทิ้ง เป็นท่านจอมยุทธ์เยนน้ำเทียนที่เหาะลงมาจากฟ้า ช่วยชีวิตข้าไว้ ถ้าไม่มีท่านเยนในวันนั้น ก็ไม่มีหมอโจวในวันนี้
โจวสิงทำตาแดงๆ น้ำตาคลอเบ้า ท่านเยนมีบุญคุณล้นเหลือ ตอนนี้ท่านมีภัย ข้าจะนิ่งดูดายได้เยี่ยงไร
เขาหันไปกวักมือเรียกเซียวฮื้อยี้ เร็วเข้า รีบพาประมุขเยนเข้ามาในร้าน ข้าจะรักษาท่านให้หายดี ไม่คิดเงินแม้แต่แดงเดียว
จิวม่อจื้อยืนฟังตาปริบๆ เดี๋ยวนะ ๑๕ ปีก่อน เจ้านี่เพิ่งบอกข้าว่ามาจากต่างแดนเมื่อ ๓ ปีก่อนไม่ใช่เรอะ แถมเยนน้ำเทียนหายสาบสูญไปในหุบเขาคนโฉดตั้ง ๑๘ ปีแล้ว ไปช่วยเจ้าตอนไหน
แต่ด้วยความฉลาด ราชครูจึงสรุปในใจทันที หมอโจวต้องกำลัง หลอกเด็ก เพื่อเอาวิชาแน่ๆ สมเป็นสหายข้า แผนสูงจริงๆ
จิวม่อจื้อจึงแสร้งทำหน้าซาบซึ้ง พยักหน้าสนับสนุน อามิตาพุทธ กตัญญูรู้คุณเป็นเรื่องประเสริฐ ประสกน้อย รีบพาประมุขเยนเข้ามาเถิด
เซียวฮื้อยี้มองโจวสิงด้วยความสงสัย เขาถูกสอนมาให้ไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่ท่าทางและน้ำเสียงของหมอคนนี้ดูจริงใจเหลือเกิน แถมเรื่องที่เยนน้ำเทียนเคยตระเวนช่วยเหลือผู้คนไปทั่วก็เป็นเรื่องจริง อาจจะเป็นไปได้ก็ได้
ถ้าท่านรักษาท่านลุงข้าหายจริง ข้าสัญญาว่าท่านลุงต้องตอบแทนท่านอย่างงามแน่
เซียวฮื้อยี้แบกร่างสูงใหญ่ของเยนน้ำเทียนลงมาจากรถม้า สภาพของเทพเจ้ากระบี่ในตอนนี้ช่างน่าเวทนา ร่างกายซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เส้นเอ็นถูกตัดขาดทั้งตัว นอนนิ่งเป็นผักไม่ไหวติง
โจวสิงรีบเข้าไปช่วยประคอง พาเข้าไปในห้องรักษา ในใจลิงโลด เหยื่อรายใหญ่มาแล้ว