ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 82 : พี่ชายแสนดีมาแล้วจ้า
เอี้ยก้วยยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เขาเพิ่งจะจบภารกิจต้มตุ๋นลักเล็กขโมยน้อยประจำวัน กำลังจะกลับไปนอนที่เตาเผาขยะเก่าๆ ของเขา
แต่พอเดินมาครึ่งทาง ก็ได้ยินเสียงดังโครมครามในป่า ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยแวะมาดู ใครจะไปคิดว่าพอหยุดเดินปุ๊บ ก็โดนจับได้ปั๊บ
ที่สำคัญคือ คนตรงหน้าดูเหมือนจะรู้จักเขา แต่เขาจำไม่ได้เลยว่าเคยเจอคนคนนี้ตอนไหน
หรือว่าเขาเคยไปขโมยของคนนี้แล้วโดนจับได้
ไม่น่าใช่นะ
เอี้ยก้วยทำหน้าไม่ถูก พอเห็นโจวสิงเดินเข้ามา เขาก็ถอยหลังกรูด ยิ้มแห้งๆ พลางแก้ตัว จอมยุทธ์ จอมยุทธ์ ค่อยพูดค่อยจากันนะขอรับ ท่านใจเย็นๆ ก่อน เมื่อก่อนข้ายังเด็กไม่รู้ความ ถ้าข้าเคยขโมยไก่หรือเป็ดบ้านท่าน ก็ขอให้ท่านผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าถือสาหาความเด็กอย่างข้าเลย
ชายสองหญิงหนึ่ง สองคนถือกระบี่ อีกคนถือชามกระเบื้อง ดูทรงแล้วรับมือยากทุกคน
แม้เขาจะเคยฝึกวิชากับแม่มาบ้าง แต่วิชาแมวสามขาแค่นี้ อย่าเอามาโชว์ให้อายเขาเลยดีกว่า
โจวสิงส่ายหน้า วางใจเถอะ ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก ข้าแค่เคยได้ยินเรื่องของเจ้ามาบ้าง
เอี้ยก้วยได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมืองเจียซิง เขาก็ถือเป็นขาใหญ่คนหนึ่ง ขนาดลูกเจี๊ยบเดินผ่านยังโดนเขาจับมาลูบคลำ
คนตรงหน้าอาจจะเคยได้ยินชาวบ้านนินทาเรื่องของเขามาก็ได้
อ้อ รู้จักก็ดีแล้ว จอมยุทธ์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าไปล่ะนะ
เอี้ยก้วยยิ้มร่า ไม่มีความแค้นต่อกัน เขาจะไปก็คงไม่มีปัญหาอะไรมั้ง
เอี้ยก้วยหันหลังเตรียมชิ่ง แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ข้าได้ยินคนเจียซิงบอกว่าพ่อแม่เจ้าตายตั้งแต่เจ้ายังเล็ก ข้าเคยเห็นหลุมศพที่วัดทวนเหล็กแล้ว แม่เจ้าคือมกเนี่ยมชื้อ พ่อเจ้าคือเอี้ยคัง ใช่หรือไม่
สิ้นเสียงโจวสิง เอี้ยก้วยหันขวับกลับมาทันที จิวม่อจื้อและเสี่ยวหลงนวี่ก็หันมามองโจวสิงเป็นตาเดียว
พวกเขามาถึงเจียซิงก็ตัวติดกันตลอด โจวสิงไปวัดทวนเหล็กตอนไหน
เห็นสายตาของทั้งสอง โจวสิงก็ยิ้มกลบเกลื่อน สี่ปีก่อนข้ากับอาจารย์มาต้าซ่ง ตอนจะไปเขาจงหนานก็ผ่านเจียซิงนี่แหละ
เอี้ยก้วยเหมือนไม่ได้ยินคำแก้ตัวนั้น เขาเดินตรงดิ่งมาหาโจวสิงด้วยความตื่นเต้น ทะ ท่านรู้จักพ่อแม่ข้ารึ
พอเห็นโจวสิงพยักหน้า เอี้ยก้วยก็รีบถาม พี่ชาย ท่านชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร
โจวสิง
โจวสิงตอบสั้นๆ
เอี้ยก้วยชะงัก แม้เขาจะเป็นแค่หัวขโมยข้างถนน แต่ก็ได้ยินชาวยุทธ์ในเจียซิงลือกันให้แซ่ดเรื่อง เซียนแพทย์หัตถ์พิษ โจวสิง
เขาไม่คิดไม่ฝันว่า ตอนที่กำลังขโมยของแล้วได้ยินคนโม้ว่าหมอเทวดาคนนี้เปลี่ยนลูกตาคนเป็นๆ ได้โดยไม่มีแผลเป็น จู่ๆ ตัวจริงเสียงจริงจะมายืนอยู่ตรงหน้า
แววตาของเอี้ยก้วยน้อยฉายแววเศร้าสร้อย ถ้าเขาเจอหมอเทวดาโจวเร็วกว่านี้สักเจ็ดปีก็คงดี
แม่ของเขา มกเนี่ยมชื้อ จากไปตอนเขาห้าขวบ ถ้าเจอโจวสิงเร็วกว่านี้ แม่คงไม่ตาย
เอี้ยก้วยรีบปรับอารมณ์ แล้วถามต่อ พี่โจว ท่านรู้จักพ่อข้าไหม ท่านเล่าเรื่องพ่อให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม
นี่คือสิ่งที่เอี้ยก้วยอยากรู้ที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเอาอัฐิแม่จากซ่างเหรามาฝังที่เจียซิง แล้วเห็นป้ายชื่อที่หลุมศพพ่อ เขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อชื่ออะไร
ตอนเด็กๆ เอี้ยก้วยถามเรื่องพ่อบ่อยๆ แต่แม่ก็เอาแต่เงียบ
จนกระทั่งแม่ใกล้ตาย ถึงได้พูดประโยคแรกและประโยคสุดท้ายเกี่ยวกับพ่อว่า อย่าแก้แค้นให้พ่อเจ้า (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เอี้ยก้วยสงสัยมาก ในเมื่อแม่พูดถึงการแก้แค้น แสดงว่าพ่อต้องถูกคนฆ่าตาย
นอกจากนี้ แม่ยังบอกว่าโตขึ้นให้ไปหาก๊วยเจ๋ง เพราะก๊วยเจ๋งเป็นพี่น้องร่วมสาบานของพ่อ
เอี้ยก้วยไม่อยากไปอาศัยใบบุญคนอื่น เลยเร่อนร่อนอยู่ในเจียซิง แต่เพราะชื่อเสียงของก๊วยเจ๋ง ทำให้เอี้ยก้วยมีภาพจำในใจเกี่ยวกับพ่อตัวเอง
ทั่วทั้งต้าซ่ง ใครบ้างไม่รู้ว่าก๊วยเจ๋งคือยอดวีรบุรุษอันดับหนึ่ง เขาเป็นผู้นำชาวยุทธ์ต้านทัพมองโกล
พ่อเขาที่เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับวีรบุรุษขนาดนั้น ก็น่าจะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ
ความคิดนี้ฝังอยู่ในใจเอี้ยก้วยมานาน
โจวสิงเดาความคิดเอี้ยก้วยออก ในนิยาย กัวเต็งอัก แฉความชั่วของเอี้ยคังต่อหน้าเอี้ยก้วยจนหมดเปลือก เอี้ยก้วยรับไม่ได้ ตะโกนว่าพ่อตัวเองเป็นวีรบุรุษ
คิดดูแล้ว ความคิดนี้คงถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก นิสัยคนเราสร้างขึ้นภายหลัง ตอนนี้เอี้ยก้วยยังเด็ก เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดนิสัย ต้องรีบหักดิบซะตอนนี้เลย
รอให้ไอ้หนูนี่จิตตกจนเกือบสติแตก แล้วเขาค่อยสวมบท พี่ชายผู้แสนอบอุ่น เข้าไปมอบความรัก ความห่วงใย คนขาดความอบอุ่นอย่างเอี้ยก้วย มีเหรอค่าความสนิทสนมจะไม่พุ่ง
เขียนบทเสร็จ ก็เริ่มเปิดกล้อง จิวม่อจื้อแสดงออกชัดเจนว่าไม่สนบทละครของโจวสิง เขาเสนอตัวขอดูวิชาสองมือขัดแย้ง
แต่โจวสิงอินกับบทอยู่ เลยเมินจิวม่อจื้อไป
โจวสิงกล่าว เล่าให้ฟังก็ได้ แต่เจ้าต้องตั้งสติให้ดีนะ
เอี้ยก้วยชะงัก ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมา แต่ก็พยักหน้ารับ
พ่อเจ้า เป็นคนเลว
คำพูดของโจวสิงเหมือนค้อนปอนด์ทุบเข้ากลางอก เอี้ยก้วยพูดไม่ออกไปพักใหญ่
แม้เขาจะนับศัตรูเป็นพ่อ แต่ก็เพราะอ้วนง้วนอั้งเลียก เลี้ยงเขามาแต่เล็ก ข้อนี้ข้าไม่มีสิทธิ์วิจารณ์
แต่เพื่อผลประโยชน์ เขาถึงกับขายพี่น้องร่วมสาบาน นี่คือความผิดมหันต์
โจวสิงเล่าวีรกรรมความชั่วของเอี้ยคังให้เอี้ยก้วยฟังอย่างละเอียด รวมถึงสาเหตุการตาย พ่อเจ้าสังหารเจ็ดประหลาดกังหนำ พอถูกอึ้งย้งเปิดโปง ก็โกรธจัด ลอบทำร้ายอึ้งย้ง แต่ใครจะคิดว่าบนเสื้อเกราะขนเม่นของอึ้งย้ง จะเปื้อนพิษงูของอาวเอี้ยงฮงที่ติดมาจากศพของน่ำฮียิ้น (หนึ่งในเจ็ดประหลาด) เสื้อเกราะแทงมือพ่อเจ้า พิษงูก็แล่นเข้าสู่ร่างกาย และเพราะพ่อเจ้าเคยฆ่าอาวเอี้ยงกง อาวเอี้ยงฮงเลยไม่ยอมช่วย พ่อเจ้าเลยต้องตายเพราะพิษกำเริบ
เรื่องนี้ ลูกน้องเก่าของพ่อเจ้าอย่าง ซาธงเทียน เฮาธงไฮ้ เล่งตี่เซี่ยงหยิน แพ้เลี่ยงโฮ้ว เป็นพยานได้ ตอนนี้พวกมันถูกขังอยู่ที่สำนักช้วนจินก่า
เอี้ยก้วยอ้าปากค้าง เขาอยากจะตะโกนว่าพ่อเป็นวีรบุรุษ แต่คำพูดจุกอยู่ที่คอ ถ้าพ่อเป็นวีรบุรุษจริง ทำไมแม่ถึงไม่เคยเล่าเรื่องพ่อให้ฟังเลย
พอนำคำพูดของโจวสิงมาปะติดปะต่อกับคำสั่งเสียของแม่ การที่แม่ห้ามไม่ให้แก้แค้น ก็สมเหตุสมผลที่สุด
เขาจะไปแก้แค้นยังไง
ไปหาก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง พ่อเขาลอบกัดก่อนแท้ๆ แถมพิษงูบนศพซือแป๋รอง ก็เกิดจากฝีมืออาวเอี้ยงฮงกับพ่อเขาร่วมมือกัน
พูดง่ายๆ ก็คือ
พ่อเขาตายเพราะการกระทำของตัวเอง
เอี้ยก้วยคอตก ทรุดนั่งลงข้างทาง
ความเชื่อมั่น ศรัทธา พังทลายไม่มีชิ้นดี
โจวสิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย ค่อยๆ เดินเข้าไปหา
พี่ชายแสนดี มาปลอบใจแล้วครับ