ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 614-2คว้าชัยชนะสงครามแรก (2)
ตอนที่ 614 คว้าชัยชนะสงครามแรก (2)
ชั่วพริบตานี้ ร่างทองคนสุดท้ายในเมืองก็ทะยานขึ้นอากาศ เอ่ยด้วยเสียงเยียบเย็นว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ เจ้าอยากชักนำสงครามหรือไง?”
“ทำสงครามแล้วยังไง! มนุษยชาติเคยกลัวสงครามที่ไหน! บอกพวกเขาไป พวกเรากล้าหรือเปล่า!”
สิ้นเสียง ในกองทัพ ผู้ฝึกยุทธ์ทหารนับไม่ถ้วนก็ตะโกนอย่างพร้อมเพรียง “กล้า!”
“คำสั่งของหน่วยทหาร สงครามยังไม่สิ้นสุด เมืองเยาขุยไม่ว่าจะคนหรือสุนัข ไม่อนุญาตให้พวกเขาข้ามแนวป้องกันแม้แต่ก้าวเดียว!”
“รับทราบ!”
ครู่ต่อมา ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากก็ปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดของเมืองเยาขุย ปืนใหญ่พลังงานตั้งขึ้นเรียงราย ป้อมโจมตีเมืองขนาดมหึมาเผยความเยือกเย็นน่าสะพรึงกลัว!
ปรมาจารย์ที่นั่งรักษาการณ์ตะโกนอย่างเยียบเย็น “เจ้าเมืองเยาขุย กล้าออกจากเมืองหรือเปล่า!”
“สารเลว!”
ยอดฝีมือขั้นแปดคนนั้นปะทุโทสะขึ้นทันที ปรมาจารย์หน่วยทหารที่นั่งรักษาการณ์อยู่ แม้จะอยู่แค่ขั้นเจ็ด ตอนนี้กลับยังเผยความองอาจ ตะโกนว่า “กล้าหรือไม่กล้า! หากกล้า งั้นก็ทำสงคราม! มนุษยชาติไม่กลัวอยู่แล้ว!”
“ไม่กลัว! ทำสงคราม!”
ครู่ต่อมา ไม่ไกลนั้น เถียนมู่ทะยานขึ้นฟ้า คำรามเสียงดัง “พวกสุนัขที่ไม่เคยเจอคาวเลือดกลุ่มหนึ่งก็กล้าทำสงครามกับพวกเราหรือไง เมืองเทียนเหมินก็คือจุดจบของพวกนาย!”
กลางเมือง ชั่วพริบตานี้เจ้าเมืองเยาขุยก็ทะยานขึ้นอากาศ เผยแววตาแฝงไอสังหาร เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “เถียนมู่ เจ้าจะกระตุ้นให้เกิดสงคราม?”
“นั่นแล้วยังไง!”
อาวุธวิเศษของเถียนมูปรากฏขึ้นในมือ “มาสิ! จะฆ่านายให้ได้! กล้าออกจากเมืองหรือเปล่า?”
“แค่ถามว่านายกล้าหรือไม่กล้าเท่านั้น!”
เถียนมู่ระเบิดเสียงออกมาอีกครั้ง!
ข้อตกลงของขั้นสุดยอด สงครามไม่อาจเปิดฉากขึ้นได้ง่ายๆ!
แต่ตอนนี้ยอดฝีมือเมืองเยาขุยให้การสนับสนุนเมืองเทียนเหมิน ขอแค่เจ้าเมืองเยาขุยกล้าออกจากเมือง เขาก็กล้าทำสงครามกับเมืองเยาขุยเช่นกัน!
ในเมือง เจ้าเมืองเยาขุยเผยหน้าดำหน้าแดง ดอกทานตะวันขนาดมหึมาก็กวัดแกว่งลำต้นของมัน เตรียมพร้อมที่จะบุกทุกเมื่อ
ในเวลานี้ ข้างหลังเถียนมู่ ผู้เฒ่าฟ่านทะยานขึ้นอากาศ เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “กล้าออกจากเมืองแม้แต่ก้าวเดียว วันนี้จะทำลายล้างเป็นเมืองที่สอง!”
“ฆ่า!”
ผู้ฝึกยุทธ์ทหารนับพันคนตะโกนขึ้นอีกครั้ง แววตาไม่ปกปิดไอสังหารและความฮึกเหิม
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คว้าชัยชนะ แต่ชัยชนะก็ต้องมีความบาดเจ็บล้มตายเช่นกัน
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้กล้าทำสงคราม พวกเขาก็ไม่กลัวสงคราม
ตอนนี้ระเบิดสงครามขึ้น ยอดฝีมือเมืองเยาขุยต้องดึงแรงสนับสนุนกลับมาแน่นอน ทั้งยังสามารถลดแรงกดดันให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ได้ด้วย
ในเมืองนั้น มียอดฝีมือเผยท่าทีนอกแข็งในอ่อน ตะโกนอย่างโมโหว่า “พวกเจ้ากล้าหรือ!”
“ไร้สาระ!”
เถียนมู่แค่นหัวเราะ “ยี่สิบสี่เขตแดน ประเทศจีนของเราทำลายเมืองมานับไม่ถ้วน! หากไม่ใช่เพื่อต่อกรกับเขตหวงห้าม แค่ดีดนิ้วก็ทำลายทิ้งหมดได้แล้ว! แค่พวกที่ถูกทอดทิ้งกลุ่มหนึ่ง กล้าเหิมเกริมด้วยหรือไง!”
พวกยอดฝีมือในเมืองต่างพากันหน้าเสีย
เถียนมู่โวยวายเสียงดัง หัวเราะว่า “จับตามองให้ดี พวกไร้ประโยชน์กลุ่มนี้กล้าออกจากเมืองหนึ่งคนก็เปิดฉากโจมตีเมืองทันที!”
“รับทราบ!”
ทุกคนตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้ง แผ่ความเกรงขามไปทั่ว
ทหารบนกำแพงภายในเมืองบางส่วนหน้าถอดสี
เมืองเยาขุยเข้าร่วมสงครามได้ไม่นาน หลายครั้งที่เปิดสงครามกับมนุษย์ล้วนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน ฆ่าจนทหารบางส่วนหวาดผวา
เวลานี้ขั้นอารยะและแม่ทัพในเมืองมุ่งหน้าไปช่วยเมืองเยามู่ทำสงคราม ฝีมือไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
หากระเบิดสงครามขึ้นมา… หลายคนมองไปทางยอดฝีมือระดับสูงที่อยู่ในเมืองพวกนั้น เผยสีหน้าเป็นกังวล
เจ้าเมืองเยาขุยไม่ปริปากพูด ทอดมองออกไปไกลๆ นั่นเป็นทิศทางของเมืองเทียนเหมิน
ราชามู่ช่างไร้ประโยชน์!
ครั้งนี้หากไม่สามารถทำลายล้างมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ สร้างความเสียหายให้กับผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ งั้นหลังจากนี้เมืองเยาขุยก็ใช้ชีวิตได้อย่างลำบากแล้ว
ผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในใจแล้ว จะให้สู้ได้อย่างไร?
เสี้ยวพริบตานี้ในใจของเจ้าเมืองเยาขุยก็มีความกังวลอยู่บ้างเหมือนกัน
เมื่อก่อนเมืองเยามู่อยู่แนวหน้าสุด แต่เมืองเยาขุยเข้าร่วมสงครามวันแรก เมืองเยามู่ก็ถูกทำลายอย่างหนักแล้ว
นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่นานก็ระเบิดสงครามตัดสินขนาดใหญ่
หากเมืองเยามู่พังพินาศ…
เจ้าเมืองเยาขุยแทบไม่กล้าจินตนาการ เป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดผลลัพธ์อะไรตามมา
เขตแดนเจ็ดทางใต้สิบสามเมือง เผ่าพันธุ์พืชปีศาจมีหกเมือง
เมืองเยามู่ถูกทำลาย ยังมีอีกห้าเมือง
แต่ห้าเมืองนี้… ไม่ได้อยู่ในขั้วอำนาจใด!
เหนือราชาของตำหนักเหนือราชามีมากมาย เขาขึ้นตรงกับเผาราชาจู ในเขตแดนเจ็ดทางใต้ราชาจูมีสามเมือง แต่สองเมืองอื่นๆ… จะฟังคำสั่งของราชาจูเพียงผู้เดียวอย่างนั้นเหรอ?
เขตแดนข้างนอก ตอนนี้ไม่สะดวกที่จะเข้าออก
เขตหวงห้าม แม้จะเป็นเหนือราชาก็ถูกพลังควบคุมจากเขตแดนข้างนอกลดทอนกำลังไปไม่น้อย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขตแดนเจ็ดทางใต้ที่ไม่ใช่ อาณาเขตของราชาจู ที่นี่อยู่ในอำนาจปกครองของเผ่าสัตว์ปีศาจ!
ไม่สนใจเสียงดังของเถียนมู่อีก ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ก็ไม่กล้าบุ่มบามจู่โจมเมืองเช่นเดียวกัน
ยังไงราชสำนักก็ครองความได้เปรียบ เถียนมู่กล้าโจมตีเมือง แม้จะเป็นราชาชิงหลางก็คงไม่นิ่งดูดาย
แต่ออกจากเมืองไปช่วยเมืองเยามู่ เกรงว่ายากจะทำได้แล้ว
เถียนมู่ท้าทายก็เพื่อให้พวกเขาเป็นฝ่ายเคลื่อนพลก่อน ยืมโอกาสนี้เปิดฉากสงคราม…
เมืองเยาขุยถูกข่มขวัญ
เมืองเยาเฟิงที่อยู่ตะวันตกเฉียงเหนือไม่มีกองกำลังมากเท่าไหร่ ยอดฝีมือปรมาจารย์มีเพียงหยิบมือ
อูชวนยืนตระหง่านในอากาศ คนเดียวยังสามารถยันกองทัพนับหมื่นคนได้!
เวลานี้ อูชวนยืนห่างอยู่ข้างหน้าประตูเมืองเยาเฟิงหนึ่งพันเมตร!
ไม่ส่งเสียงสักคำ ไม่พูดสักประโยค
เมืองเยาเฟิงกล้าลงมือ เขาก็กล้าฆ่าคน!
ในเมือง
จวนเจ้าเมือง
เจ้าเมืองเยาเฟิงผมสีเปลวเพลิงนั่งอยู่บนบัลลังก์ ทอดมองออกไปนอกเมือง เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “นี่ก็คือผู้บังคับการกองตั้งมั่นเฝ้าระวังของดินแดนแห่งการเกิดใหม่?”
ด้านข้างนั้น มีคนเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “ผู้บังคับการที่อ่อนแอที่สุด! ประเทศจีน มีกองตั้งมั่นเฝ้าระวังทั้งสี่ ขั้นเหนือราชาสองคน ยอดฝีมือรองเหนือราชาหนึ่งคน คนๆ นี้อ่อนแอที่สุดแล้ว”
“ผู้บังคับการกองตั้งมั่นเฝ้าระวังทั้งสี่ เหนือราชาสองคน…”
เจ้าเมืองเยาเฟิงพึมพำ แข็งแกร่งมาก!
ผู้บังคับการกองตั้งมั่นเฝ้าระวังทั้งสี่อยู่ตำแหน่งเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ธรรมดา
แม้ผู้บังคับการคนนี้จะสู้เหนือราชาไม่ได้ ก็คงไม่อ่อนด้อยเช่นกัน
เจ้าเมืองเยาเฟิงเงียบไปพักหนึ่ง เอ่ยว่า “ถ่ายทอดคำสั่งราชสำนัก โจมตีฆ่าฟางผิงจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจี่ยงเชาจากเมืองเจิ้นซิง ตอนนี้เมืองเยามู่จะเปิดสงครามกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้พอดี ฟางผิงและคนอื่นๆ เกรงว่าจะอยู่ในนี้เช่นกัน ทุกคน เมืองเยาเฟิงควรทำยังไงดี?”
“ราชา ราชสำนักอยู่ไกลในเขตหวงห้าม! แม้เขตแดนเจ็ดทางใต้จะขึ้นตรงต่อราชสำนัก แต่พวกเราอยู่ใต้อำนาจราชาชิงหลาง! คำสั่งของราชสำนัก ไม่ใช่คำสั่งของราชาหลาง! ครั้งนี้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เปิดฉากสงครามกับเมืองเยามู่ เมืองเยาเฟิงบุ่มบามลงมือ… คุ้มค่าอย่างนั้นหรือ?”
ระหว่างที่คนๆ นี้พูดก็มองออกไปนอกเมืองแวบหนึ่ง
ที่นั่นยังมีผู้บังคับการกองตั้งมั่นเฝ้าระวังอีกคน!
แม้ราชสำนักจะให้ผลประโยชน์ ให้คำสัญญานับไม่ถ้วน แต่จะสามารถคว้าผลประโยชน์ได้หรือเปล่า ใครจะรู้?
แม้จะทำได้ คนตายไปแล้ว นั่นก็ไม่เหลืออะไรอีก
มีคนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ราชา ไม่สู้รอเมืองเยามู่และมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ตัดสินแพ้ชนะกันก่อน ถ้าเมืองเยามู่ได้รับชัยชนะ งั้นบางทีฟางผิงก็ต้องตายในสงคราม ถึงเวลานั้นพวกเราออกหน้า ขอให้เมืองเยามู่มอบศพฟางผิงออกมา นอกจากได้ผลประโยชน์แล้วยังไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วย”
เจ้าเมืองเยาเฟิงได้ยินคำพูดนี้ก็พยักหน้าเบาๆ นี่กลับไม่เลว
หากเมืองเยามู่ชนะจริงๆ ตัวเองไปเอ่ยขอศพ หรืออีกฝ่ายยังจะปฏิเสธได้?
ไม่จำเป็นต้องออกแรงก็ได้ทั้งผลงานและผลประโยชน์ นี่นับว่าคุ้มกว่าบุ่มบามเข้าร่วมสงครามอีก
ป่าราชันเจี่ยว
ไม่เอ่ยถึงปฏิกิริยาของอีกสองเมือง
ตอนนี้ฟางผิงกำลังคำนวณความสูญเสียจากสงคราม
เนิ่นนานก่อนฟางผิงจะเอ่ยว่า “อาจารย์ตายในสนามรบสี่สิบเจ็ดคน นักศึกษาหกสิบแปดคน…”
อูขุยซานไม่ส่งเสียง ถังเฟิงเอ่ยขึ้นว่า “ตายในสนามรบหนึ่งร้อยสิบห้าคน ฆ่าศัตรูไปหลายหมื่น คุ้มค่าแล้ว!”
หลายหมื่นรวมถึงคนธรรมดาจำนวนมาก
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายอย่างแท้จริงมีสี่พันคนเท่านั้น
ทั้งผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกฆ่าพวกนี้ แค่พวกหวังจินหยางก็ฆ่าไปหลายร้อยคนแล้ว
ฟางผิงลอบลงมือช่วยพวกเขาโจมตีฆ่ายอดฝีมือขั้นหกไปหลายคน
สัดส่วนหนึ่งต่อสี่สิบ
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เสียผู้ฝึกยุทธ์ไปหนึ่งคน อีกฝ่ายก็ตายไปหลายสิบคนแล้ว
ตอนที่ 614 คว้าชัยชนะสงครามแรก (3)
ฟางผิงกลับไม่ดีใจสักนิด ด้านข้างนั้นหลัวอี้ชวนก็ถอนหายใจเช่นกัน
ดูเหมือนฆ่าศัตรูไปไม่น้อย แต่อีกฝ่ายแทบจะมีผู้ฝึกยุทธ์ต่ำกว่าขั้นสามลงไปเยอะสุด
ทางมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ นั่นเป็นระดับกลางจำนวนมาก ผู้อ่อนแอที่สุดคือขั้นสาม
สงครามนี้ ถึงช่วงหลังแล้วขั้นสองถึงจะออกมา
ก่อนหน้านี้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองแทบจะอยู่นอกป่าราชันเจี่ยวทั้งหมด รับผิดชอบเป็นแนวป้องกันที่สอง
รวมถึงส่งคริสตัลสสารไม่แตกดับจำนวนมากของฟางผิงออกไป อันที่จริงผลสงครามแบบนี้ก็ไม่นับว่าเป็นพิเศษอะไร กลับจะน้อยลงไปอยู่บ้าง
ฟางผิงไม่พูดอะไรอีก มองสำรวจรอบๆ หลายคนทั่วร่างชุ่มเลือด ยังมีไม่น้อยที่อ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง ร่างกายบาดเจ็บหนัก
ฟางผิงมองไปทางหวงจิ่ง เอ่ยปากว่า “อธิการหวง คริสตัลสสารไม่แตกดับที่เหลือมอบให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ฟื้นฟูบาดแผล พักฟื้นร่างกาย รอสงครามในวันพรุ่งนี้”
หวงจิ่งอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดไป วันนี้สงครามเพิ่งเริ่มต้น สิ้นเปลืองคริสตัลพลังงานไปหมดแล้ว งั้นต่อจากนี้…
“วางใจเถอะครับ ถึงเวลานั้นจริงๆ ผมจะจัดสรรให้ทุกคนเอง”
หวงจิ่งถอนหายใจ ไม่พูดมากอีก นำพวกหลัวอี้ชวนเริ่มสำรวจรอบๆ มอบคริสตัลสสารไม่แตกดับให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้รับบาดเจ็บ
ฟางผิงไม่ได้ไปดู ทั้งไม่อยากดูด้วย เขากลัวว่าตัวเองจะเห็นเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ของตัวเองตายในสนามรบแล้วจะทำให้ตัวเองลังเลและตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมา
สงครามอยู่ตรงหน้า เขาก็ต้องปรับสภาพจิตใจของตัวเองเหมือนกัน
รอหวงจิ่งออกไปแล้ว อูขุยซานก็เอ่ยว่า “ต้นเทียนเหมินสั่นคลอนแล้ว ฉันรับรู้ได้ เจ้าเมืองเทียนเหมินอยากจะให้ฉันเกิดช่องโหว กลับเอาเปรียบไม่สำเร็จตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง ทำให้ต้นเทียนเหมินสั่นคลอนขึ้นมา นี่ก็คือโอกาส! ฉางเซิง ต่อจากนี้นายจะคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี รอสงครามใหญ่เริ่มแล้ว ฉันจะกระตุ้นโทสะอีกฝ่าย เปิดเผยจุดอ่อนอันน้อยนิดนี้ กระบี่นั้นของนายก็ใช้ในเวลานี้แหละ! จำไว้ให้ดี ก่อนที่เรื่องพวกนี้ยังไม่เกิดขึ้น… อย่าลงมือ นอกจากจะต้านไม่ไหวจริงๆ!”
ตาเฒ่าหลี่พยักหน้าเบาๆ ตอนนี้กระบี่อมตะของเขาไม่ได้บ่มเพาะในประตูซานเจียว แต่แนบไว้ที่เอวมาโดยตลอด
มือขวาก็ประคองกระบี่อยู่เรื่อยมา
เขากำลังรอ รอโอกาสที่จะฟันศัตรูด้วยกระบี่เดียว!
ต้นเทียนเหมินไม่ใช่หยางเฮอ นี่เป็นพืชปีศาจขั้นเก้า เทียบกับฆ่าหยางเฮอแล้ว อยากจะสังหารต้นเทียนเหมินด้วยกระบี่เดียว แม้จะมีอูขุยซานสกัดไว้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น
ในเวลานี้ กลางป่าจู่ๆ ก็มีกลิ่นปราณแผ่กระจายเข้ามา
อูขุยซานเผยสีหน้าชื่นใจขึ้นมาบ้าง เอ่ยเสียงเบาว่า “มีคนทะลวงด่านแล้ว!”
ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งทะลวงด่าน เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามสูงสุดทะลวงขั้นสี่ เชื่อมต่อสะพานฟ้าดินแล้ว
แต่นี่ก็หมายถึงหลายสิ่ง
สงครามวันนี้ไม่ได้ทำไปเสียเปล่า
ในเวลาเดียวกับที่ล้างแค้นศัตรู ก็เป็นการล้างบาปด้วยเช่นกัน
ระหว่างที่อูขุยซานพูดคุย ฉินเพิ่งชิงที่บาดเจ็บปางตายก็เดินเข้ามาหาฟางผิงอย่างยากลำบาก เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “ฉันฆ่าขั้นหกไปห้าคน ขั้นสี่ขั้นห้านับไม่ถ้วน ไม่ได้นับชัดเจน นับเป็นขั้นหกอีกสองแล้วกัน…”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ได้!”
“งั้นก็ขั้นหกเจ็ดคนสินะ?”
“อืม”
ฉินเพิ่งชิงได้ยินฟางผิงยอมรับก็ดีใจอยู่บ้าง กำลังจะชูแขนขึ้นมา กลับยกไม่ขึ้นซะงั้น ร่างกายโซซัดโซเซ ล้มอยู่ที่ด้านข้างฟางผิง เลือดสดทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก เอ่ยอย่างน่าอนาถอยู่บ้าง “นึกไม่ถึงว่าฆ่าได้แค่นี้ ฉันก็จะไม่ไหวแล้ว…”
ฟางผิงมองเขาอยู่พักหนึ่ง ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “คริสตัลไม่แตกดับล่ะ?”
“ใช้ไปนานแล้ว…”
ฉินเพิ่งชิงส่ายหน้า ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง “ไม่เป็นไร ฉันยังสู้ต่อได้! ขอแค่ฉันไม่ตาย งั้นฉันก็จะสู้ให้ถึงที่สุด สู้จนเลือดหยดสุดท้ายหมดไป!”
ฉินเพิ่งชิงป้องปากเอาไว้ ระหว่างนิ้วมือมีเลือดทะลักออกมา หยดร่วงลงไป
เขาได้รับบาดเจ็บหนักจริงๆ!
ในสนามรบล้วนมีแต่ยอดฝีมือ สามารถสัมผัสได้ทั้งนั้น เกราะหนังปีศาจขั้นหกบนร่างของฉินเพิ่งชิงตัวนั้น ตอนนี้ถูกทะลวงแล้ว ห้อยอยู่บนร่างเขาด้วยสภาพเละเทะ
บนร่างมีรอยจากกระบี่และดาบนับไม่ถ้วน บาดแผลยังคงมีเลือดซึมออกมา
ตรงกลางหน้าผากก็เนื้อหนังผสมปนเป นั่นเป็นครั้งที่เสี่ยงอันตรายที่สุด เกือบจะถูกคนแทงทะลุหัวแล้ว!
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกตอนต้นคนหนึ่งฆ่าขั้นหกห้าคน ผลการรบแบบนี้ไม่ได้มีหลายครั้ง แต่ทำได้ครั้งเดียวในสงครามครั้งสุดท้าย ตอนนี้กระทั่งอูขุยซานยังเห็นความสำคัญของฉินเพิ่งชิงขึ้นมาหลายส่วน
เจ้าเด็กนี้… ถ้าไม่ตาย ถือเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งจริงๆ!
ผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะของยุคสมัยใหม่ หลายคนรู้จักแค่ฟางผิง และเหยาเฉิงจวินพวกนี้ หลายคนถึงกระทั่งไม่รู้ว่าฉินเพิ่งชิงคือใคร
แต่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าฉินเพิ่งชิงเป็นหนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะยุคสมัยใหม่พวกนี้เช่นเดียวกัน ถึงกระทั่งสามารถเข้าสู่สิบอันดับแรกได้
แต่เขา… ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่
ทุกคนเห็นเขาบาดเจ็บจนสภาพเป็นแบบนี้ก็อดมองฟางผิงไม่ได้
ฟางผิงถอนหายใจ ไม่รู้ควรจะพูดอะไรอยู่บ้าง ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “ครั้งหน้าจะซ่อนของก็ซ่อนให้ดีหน่อย ไอ้บ้า นายกลืนลงไปในท้อง ฉันก็สัมผัสได้เหมือนกัน”
ฉินเพิ่งชิงร่างกายแข็งทื่อไปพักหนึ่ง ไม่นานก็เผยสีหน่างุนงง ทำท่าราวกับว่าฉันไม่รู้ว่านายพูดอะไร
ฉันจะตายอยู่แล้ว ทำไมนายยังไม่ช่วยฉันอีก?
ส่วนคริสตัลไม่แตกดับก่อนนั้นในท้อง… ใครจะเกลียดการมีชีวิตอีกครั้งกัน
ฟางผิงเจ้าหมอนี่ยังซ่อนสสารไม่แตกดับไว้มากมาย!
ฟางผิงหัวเราะ ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ครุ่นคิดเล็กน้อย… ก่อนจะมองไปรอบๆ ไม่ได้ทำให้ตัวเองบาดเจ็บแต่อย่างใด
ช่างเถอะ ทุกครั้งที่ใช้สสารไม่แตกดับ ทำร้ายตัวเองมากไปไม่คุ้มค่า คิดซะว่าฉันเก็บไว้ในร่างกายแล้วกัน
ใช้มือกดหน้าผากฉินเพิ่งชิงเอาไว้ แสงสีทองก็ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง
ไม่นาน บาดแผลบนร่างกายของฉินเพิ่งชิงก็เริ่มดีขึ้นมา
ฉินเพิ่งชิงทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง!
คุ้มแล้ว!
หลอกสสารไม่แตกดับมาได้อีกแล้ว ฟินจริงๆ!
เห็นฟางผิงเหมือนจะไม่สนใจ ฉินเพิ่งชิงก็กระอักเลือดต่อ เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “รออาการบาดเจ็บฉันดีขึ้นแล้ว ฉันต้องฆ่าพวกเขาจนกลายเป็นทะเลเลือดให้ได้!”
ฟางผิงเก็บมือทันที เอ่ยอย่างหมดคำพูดว่า “เอาแค่หอมปากหอมคอเถอะ คิดว่าสสารไม่แตกดับมีใช้ไม่หมดไม่สิ้นจริงๆ หรือไง? ครั้งนี้นึกถึงที่นายมีผลงานฆ่าศัตรู ฉันถึงได้เปิดใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับนาย ระวังตัวไว้เถอะ! นายคิดว่านายมีร่างกายที่อมตะหรือไง? หากไม่ใช่ว่าหัวเหล็กและเหล่าหวังช่วยนายต้านไว้หลายครั้ง นายคงตายไปแล้ว!”
ฉินเพิ่งชิงเผยท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนจะพยักหน้าว่า “วางใจ ฉันตายไม่ได้หรอก…”
“ฉันไม่ได้กลัวนายตาย นายตายก็แล้วไป ประเด็นอยู่ที่อย่าลากคนอื่นไปตาย! ครั้งหน้าไม่อนุญาตให้วิ่งไปใกล้วงล้อมการต่อสู้ของพวกเหล่าหวัง อย่าทำเรื่องไร้สาระ!”
พูดจบ ฟางผิงก็มองไปทางหลี่หานซง “อย่าเสี่ยงชีวิตเพราะไอ้เวรนี่ ดูแลตัวเองให้ดีก็เพียงพอแล้ว”
หลี่หานซงหัวเราะเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร
เขามีการป้องกันที่แข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้จึงต้านท่าไม่ตายหลายครั้งให้ฉินเพิ่งชิง หากไม่ใช่เพราะเขา ฉินเพิ่งชิงอาจไม่มีชีวิตอยู่จนสงครามสิ้นสุดเสมอไป
ฉินเพิ่งชิงหัวเราะแห้งๆ “ฉันเป็นอะไรกับหัวเหล็กล่ะ! หัวเหล็ก ใช่หรือเปล่า?”
หลี่หานซงหัวเราะเสียงดัง “อืม นายเป็นบ่าวรับใช้ของฉัน นายพูดเอง…”
ฉินเพิ่งชิงใบหน้าแข็งทื่อ!
ฟางผิงยังไม่ทันถาม หลี่หานซงก็หัวเราะก่อน “เขาพูดเอง ชาติก่อนเขาเป็นบ่าวรับใช้ที่เฝ้าบ้านเฝ้าสวนให้ฉัน ระหว่างสงครามใหญ่ เขายังตะโกนว่า ‘นายท่านช่วยด้วย’ ฉันเลยเมินเฉยต่อเขาไม่ได้”
ทุกคนนิ่งไปพักใหญ่!
หลังจากนั้นความโศกเศร้าก่อนหน้านี้ก็สูญสลายไปไม่น้อย รวมถึงอูขุยซานยังกลั้นขำไม่อยู่เช่นกัน!
ฉินเพิ่งชิงหน้าแข็งทื่อแทบจะเป็นหิน!
หัวเหล็กไอ้สารเลวนี้ คำพูดอะไรก็เอาไปบอกข้างนอกหมด!
นั่นเพราะฉันถูกสถานการณ์บีบบังคับเลยขอให้นายช่วยชีวิตเถอะ?
นายรับรู้ก็พอแล้ว จะพูดทำหอกอะไรล่ะ!
ทุกคนหัวเราะยกใหญ่ ผลปรากฏว่าคนหน้าหนาอย่างฉินเพิ่งชิง ถูกเห็นเป็นเรื่องตลกกลับไม่คิดจะวิ่งหนี กลับไปตีซี้หัวเหล็กต่อซะอย่างนั้น ฟางผิงยังนับถือกับความหน้าหนาของเขาเลย