ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 647-1 ฉันจะไปซีซาน
เพราะการมาถึงของปรมาจารย์ทั้งห้าคน มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จึงครึกครื้นอยู่หลายวัน
ในตอนที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยังวุ่นวายกับปรมาจารย์ใหม่ จำนวนของระดับสูงก็แตะถึงสองหลักในเวลาเดียวกัน
เมืองหลวง
เมืองต้องห้าม
ตอนนี้เมืองต้องห้ามไม่เปิดต่อสาธารณะอีกแล้ว
ส่วนลึก โถงด้านข้างห้องหนึ่ง
จางเทามองแผนที่ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่มีท่าทีเป็นมิตรเหมือนเวลาทั่วไปแล้ว ผ่านไปพักใหญ่จึงเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “เขตแดนสิบแปดทางใต้ มีเมืองทั้งหมดสิบสองแห่ง เผ่าพืชปีศาจหกแห่ง เผ่าสัตว์ปีศาจหกแห่ง สงครามนี้ ในเมื่อเป็นสงครามทำลายเขตแดน งั้นก็ไม่แบ่งเป็นเผ่าพืชปีศาจหรือสัตว์ปีศาจแล้ว ศัตรูของพวกเราแข็งแกร่งอย่างมาก บางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่าเขตแดนสิบเอ็ดทางใต้อย่างเทียนหนานด้วยซ้ำ!”
ด้านข้าง หลี่เต๋อหย่งเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ต้องแข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว! ผู้บัญชาการบอกว่าครั้งนี้เขตหวงห้ามจะไม่นิ่งดูดาย ก่อนหน้านี้ถ้ำใต้ดินเทียนหนานมีชัยชนะ เขตหวงห้ามก็รู้สึกรับไม่ได้อยู่บ้าง ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้กวาดล้างเมืองเทียนเหมินอีก ยอดฝีมือขั้นเก้าในเขตหวงห้ามก็ไม่ใช่ไร้จำกัด ขั้นเก้าตายในสงครามติดต่อกันเยอะขนาดนี้ ครั้งนี้เขตหวงห้ามต้องส่งคนมาแน่!”
จางเทาพยักหน้าเบาๆ “ใช่แล้ว สงครามเทียนหนานก่อนหน้านี้เป็นเรื่องไม่คาดฝัน สงครามเซี่ยงไฮ้ แม้คนที่ตายในสงครามจะเป็นยอดฝีมือใต้อำนาจของราชาไหว แต่ก็ทำให้เหนือราชาคนอื่นๆ รับรู้ถึงแรงกดดันแล้ว ถ้าบอกว่าสงครามของเทียนหนานเป็นการเดิมพัน สงครามของเซี่ยงไฮ้เป็นแค่การต่อสู้เฉพาะส่วน ทั้งมีการเดิมพันอยู่บ้างเหมือนกัน งั้นสงครามของถ้ำใต้ดินต้องห้ามก็ต้องทำให้แน่นอน!”
สงครามไม่อาจจะเดิมพันทุกครั้งได้
สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามเป็นสงครามที่ประเทศจีนเป็นฝ่ายกระตุ้นให้เกิดเป็นสงครามขนาดใหญ่
สงครามครั้งนี้ไม่อาจจะเดิมพันความเป็นความตายได้อีก
ระหว่างที่จางเทาพูดก็เอ่ยว่า “ตอนนี้ดึงขั้นเก้าจากเมืองเจิ้นซิงมาสามคน เจี่ยงหยวนหวาจะเข้าร่วมสงคราม อีกสองคนจะนั่งรักษาการณ์แทนขั้นเก้าสองคนในแต่ละพื้นที่ ฉันวางแผนจะโยกย้ายจ้าวซิ่งอู่จากถ้ำใต้ดินจงโจวและฟ่านไห่ผิงจากถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ออกมา ให้เมืองเจิ้นซิงสองคนแทนที่ นอกจากนี้ยังดึงตัวจางเว่ยอวี่ผู้บังคับการกองตั้งมั่นเฝ้าระวังทางตะวันตก อู๋ชวนกองตั้งมั่นทางใต้และหวังอวี่ราชาหอกเหนือมาด้วย ยังมีผู้อำนวยการหนาน ครั้งนี้จะลงมือในช่วงเวลาสำคัญเช่นกัน…”
รอจางเทาพูดรายชื่อคนพวกนี้ออกมาแล้ว หวังชิ่งไห่ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็รู้สึกสั่นสะท้านในใจอยู่บ้าง “ยกโขยงออกมาหมดแล้ว…”
ปรมาจารย์ขั้นเก้าของประเทศจีน สิบอันดับแรก นอกจากขั้นสุดยอดสี่คนแล้ว อันดับห้าหนานอวิ๋นเยวี่ย อันดับหกจางเว่ยอวี่ อันดับเจ็ดอู๋ชวน อันดับเก้าจ้าวซิ่งอู่ อันดับสิบหวังอวี่ นอกจากข่งหลิ่งหยวนอันดับแปดที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ คนอื่นๆ ต่างถูกดึงมาเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ กระบวนทัพเช่นนี้ทำให้คนสั่นสะท้านในใจจริงๆ
จางเทายังพูดไม่จบ เอ่ยต่อว่า “เต๋อหย่ง สงครามครั้งนี้นายก็ต้องเข้าร่วมเช่นกัน! นอกจากนี้ ทางหน่วยทหาร กัวซวนและเถียนมู่ก็จะลงสนามด้วย”
หลี่เต๋อหย่ง อันดับที่สิบเอ็ดของขั้นเก้า
ฟ่านไห่ผิง ผู้เฒ่าฟ่านของเซี่ยงไฮ้ อันดับที่สิบห้าของขั้นเก้า
เถียนมู่หลังจากได้อาวุธวิเศษก็ถูกจัดในอันดับที่ยี่สิบหกของขั้นเก้า
กัวซวน ตอนนี้อยู่ในอันดับท้ายสุด อันดับที่สามสิบหก
หลี่เต๋อหย่งพยักหน้า แบบนี้แล้ว รวมเจี่ยงหยวนหวาก็มีขั้นเก้าสิบคนแล้ว
ทั้งนี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด จางเทาเอ่ยต่อว่า “กองตั้งมั่นเฝ้าระวังทางเหนือ ผู้นำตระกูลเสิ่น เสิ่นหมิงเวยจะเข้าร่วมสงคราม กองตั้งมั่นเฝ้าระวังทางตะวันออก ผู้นำตระกูลเฉิน เฉินเฮ่าตงเข้าร่วมสงคราม ราชามังกรหลินหลงเข้าร่วมสงคราม หัวหน้าหน่วยอู่อันของกระทรวงการศึกษาเป่ยกงอวิ๋นเข้าร่วมสงคราม หัวหน้าหน่วยเจิ้นกั๋วของหน่วยสืบสวนจงชิงฮวนเข้าร่วมสงคราม…”
จู่ๆ หวังชิงไห่ก็เอ่ยว่า “รัฐมนตรี เดี๋ยวก่อน ใครเข้าร่วมสงครามนะ?”
จางเทาชำเลืองตามองเขา เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “มีข้อสงสัยอะไร?”
“ไม่มีข้อสงสัย!”
รัฐมนตรีหวังกลับตรงไปตรงมา เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หัวหน้าจงจะมาด้วย? ไม่ได้เจอตั้งนาน นี่ตั้งกี่ปีแล้ว ตั้งแต่เข้าสู่ขั้นเก้าก็แทบจะไม่เห็นหน้าค่าตา หน่วยเจิ้นกั๋วเอาแต่กวาดล้างลัทธินอกรีต ทั้งถือโอกาสค้นหาเมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่ไปด้วยไม่ใช่หรือไง? ฉันยังคิดว่าหัวหน้าจงจะไม่มาซะอีก นึกไม่ถึงว่า…นึกไม่ถึงว่า…”
ด้านข้างนั้น หลี่เต๋อหย่งถลึงตาใส่เขา เอ่ยปากว่า “นายคิดจะวางแผนกับเธอ? นั่นเป็นคนร้ายกาจคนหนึ่ง ได้ยินว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะกับผู้อำนวยการหนานจนยากจะประกบติดแล้ว เพื่อตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยสืบสวน ทั้งสองคนถึงขั้นด่ากันถึงมารดาในห้องทำงาน นายมั่นใจว่าจะคุมอยู่?”
รัฐมนตรีหวังหัวเราะแห้งๆ ว่า “เป็นไปได้ยังไง นี่ไม่ใช่เพื่อนเก่ากันหรือไง? ฉันไม่ได้เห็นนานแล้ว ถามหน่อย เต๋อหย่ง ได้ยินว่านายก็เคยคิดอะไรกับเธอเหมือนกัน เรื่องจริงหรือเปล่า?”
หลี่เต๋อหย่งมองข้ามเขาไปตรงๆ
จางเทากลับรู้ความลับไม่น้อย เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “คนที่คิดอะไรกับเธอมีเยอะแยะ หลายวันก่อนอู๋ชวนก็โทรไปก่อกวนเธอไม่ใช่หรือไง? นอกจากอู๋ชวน เป่ยกงอวิ๋น หลินหลง จางเว่ยอวี่เหมือนจะมีความคิดนี้ทั้งนั้น พวกนายสงบเสงี่ยมหน่อยเถอะ นั่นมันสร้างเรื่องยุ่งชัดๆ ได้ยินว่าหลี่เจิ้นก็มีความสัมพันธ์…”
หลี่เต๋อหย่งเอ่ยด้วยใบหน้าแข็งทื่อ “รัฐมนตรี เรื่องนี้จะพูดมั่วซั่วไม่ได้…”
จางเทาแค่นเสียงขึ้นจมูก เอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ฉันพูดมั่วซั่ว? ไม่ได้มีอะไรกัน หลี่เจิ้นที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยทหาร อยู่ดีๆ จะไปพูดคุยเรื่องอะไรกับหน่วยเจิ้นกั๋วของหน่วยสืบสวน พูดก็พูดไป ยังตั้งม่านพลังจิตใจอีก นี่ไม่ใช่ร้อนตัวหรือไง?”
หลี่เต๋อหย่งหน้าแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม
คุณแอบฟังคนอื่นยังจะมีเหตุผลอีก?
คุณแอบฟังคนอื่นก็แล้วไป กระทั่งหลี่เจิ้นยังแอบฟัง เขาไม่ตั้งม่านน่ะสิถึงจะแปลก!
เพราะเขาปิดกั้นคุณก็กลายเป็นมีความสัมพันธ์กับคนอื่นแล้ว?
ตรรกะของคุณนี้…ไร้คู่ต่อสู้จริงๆ!
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อย่าพูดเลย ผู้หญิงขั้นเก้ามีไม่เยอะ หนานอวิ๋นเยวี่ย จงชิงฮวน เซี่ยอีฟ่านแค่สามคนนี้ หนานอวิ๋นเยวี่ยอายุมากเกินไป จงชิงฮวนและเซี่ยอีฟ่านอายุน้อยกว่าหน่อย ชายโสดอย่างพวกนายจะเอาแต่จับจ้องพวกเธอก็เป็นเรื่องปกติ”
พวกหลี่เต๋อหย่งสีหน้าแทบดูไม่ได้ รัฐมนตรีหวังไอเบาๆ ว่า “รัฐมนตรี ได้ยินว่าไม่กี่ปีก่อนคุณส่งดอกไม้ให้ผู้อำนวยการเซี่ย ถูกคนปฏิเสธแล้ว?”
จางเทาเผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ส่งดอกไม้? พวกนายช่างเชื่อมโยงเก่งจริงๆ ฉันอายุเท่าไหร่แล้ว? แทบจะเก้าสิบปี หลังจากยายของพวกเผิงเผิงตาย ฉันไม่มีความคิดพวกนี้อีกแล้ว นั่นมันส่งดอกไม้ยังไง? นั่นเป็นดอกต้นกำเนิดของพืชปีศาจขั้นเก้า เซี่ยอีฟ่านคิดไปเอง ฉันส่งให้เพื่อให้เธอใช้ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิด นึกไม่ถึงว่าเธอจะปิดประตูใส่…”
จางเทาส่ายหัว เอ่ยอย่างจนใจว่า “ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ชอบหลงตัวเอง”
พูดแทบจะเป็นเสียงอู้อี้ ก่อนจะเปลี่ยนไปประเด็นอื่นว่า “ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเซี่ยอีฟ่านจะสามารถเร่งกลับมาทันหรือเปล่า เธอไปสนับสนุนเวยหลัวเซิน ทางนั้นเกิดความวุ่นวายอยู่บ้าง หากกลับมาทัน ผู้หญิงขั้นเก้าสามคนก็ครบแล้ว”
ทุกคนไม่หยอกเขาอีก หากยั่วโมโหเหล่าจางขึ้นมาจริงๆ หลังจากนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตดีๆ เลย
หลี่เต๋อหย่งคำนวณเล็กน้อย เอ่ยว่า “เซี่ยอีฟ่านไม่กลับมา งั้นก็เป็นขั้นเก้าสิบห้าคน พวกผู้อำนวยการหนานฝีมือแข็งแกร่ง หลายคนที่อยู่ในอันดับต้นๆ สู้หนึ่งต่อสองไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว ผู้อำนวยการหนานจะทะลวงด่านเร็วๆ นี้ ชั่วพริบตาที่ทะลวงด่านฆ่าไปสี่ห้าคนอาจไม่มีปัญหาด้วยซ้ำ แต่ถ้ำใต้ดินต้องห้ามมีขั้นเก้ายี่สิบสี่คน รวมกับเขตหวงห้ามที่ส่งมา บางทีอาจจะเกินสามสิบคน! หากคิดจะให้แน่นอน ยังไม่เพียงพอ”
ขั้นเก้าในการจัดอันดับสามสิบหกคน อันที่จริงคือสามสิบห้าคน เมืองเจิ้นซิงอย่างสองตระกูลเฉินและเสิ่นขั้นเก้า ครั้งนี้มาช่วยสามคน นั่นก็เป็นสามสิบแปดคน
นอกจากไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม ประเทศจีนยังมีถ้ำใต้ดินอีกยี่สิบสามแห่ง สิบห้าคนนี้แทบจะถึงขีดจำกัดแล้ว
เซี่ยอีฟ่านที่ออกไปช่วยประเทศอื่น แม้จะกลับมาก็อาจไม่สามารถเข้าร่วมสงครามนี้ได้เสมอไป
จางเทาถอนหายใจเบาๆ เอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “สิบห้าคน มากกว่าสงครามเทียนหนานครั้งก่อนซะอีก ไม่ใช่แค่จำนวนคน ความสามารถส่วนบุคคลก็แข็งแกร่งกว่า แต่นายพูดก็ถูก สิบห้าคนเผชิญอย่างน้อยสามสิบคน…สงครามเทียนหนานครั้งก่อน เผ่าพืชปีศาจและสัตว์ปีศาจไม่สามัคคีกัน เผ่าสัตว์ปีศาจถึงกระทั่งมีคนหลบหนีสงคราม ครั้งนี้เขตหวงห้ามคงส่งคนมาไม่น้อย รวมถึงส่งผู้ที่มีอำนาจควบคุมทั้งสองฝ่ายมาในสงครามด้วย แต่ว่า…หากโยกย้ายมาอีกก็จะส่งผลกระทบกับถ้ำใต้ดินอื่นๆ มากเกินไป หากเสียขั้นเก้าที่นั่งรักษาการณ์ไป เมืองรอบๆ เกิดความวุ่นวาย นั่นก็ไม่อาจควบคุมได้ ยืดเวลายังเป็นเรื่องยาก...”
“หรือจะขอแรงสนับสนุนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ดี…”
———————