ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 648-1 เดินไปพร้อมกับภาระ (1)
วันที่ 20 กันยายน คำสั่งเรียกของรัฐบาลก็เริ่มประกาศลงมาทันที
มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้
ห้องประชุมใหญ่เขตทางใต้
หวงจิ่งเอ่ยว่า “รัฐบาลไม่เรียกตัวพวกเรา อาจเพราะว่าก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เพิ่งทำสงครามไป กระทรวงการศึกษาคิดว่าพวกเราควรพักรักษาตัว…”
ถังเฟิงเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ไม่มีความจำเป็น สงครามนี้ฉันจะไป แม้จะไม่ได้เรียก ฉันไปแล้ว พวกเขาคงไม่ปฏิเสธเหมือนกัน”
ทุกคนมองไปทางเขา
ถังเฟิงกลับกวาดสายตามองฟางผิงแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ต่อสู้จะพัฒนาได้ยังไง? สงครามเมืองเทียนเหมินก่อนหน้านี้ เดิมทีพวกเราก็ไม่ได้ออกแรงอะไร บาดเจ็บเล็กน้อย หายดีตั้งนานแล้ว ไม่ต่อสู้ ฉันอยากจะถึงขั้นเจ็ดตอนกลาง อย่างน้อยยังต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปี! มีแค่ต่อสู้อย่างไม่หยุดหย่อน ตัดหนทางถอยแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ พลังจิตใจถูกกระตุ้น ปราณระเบิดถึงขีดจำกัด ถึงจะสามารถทลายปราการได้ ฉันไม่อาจเอาแต่ถ่วงอยู่ข้างหลัง ตอนนี้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะมีหรือไม่มีฉันก็ไม่ต่างกัน”
ระหว่างที่ถังเฟิงพูดก็มองฟางผิงอีกครั้ง เอ่ยด้วยแววตาไม่เป็นมิตรว่า “จะได้ป้องกันคนชั่วบางคนที่ใช้พลังจิตใจสอดส่องฉันตอนกลางคืนด้วย ฉันยังสัมผัสไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
ฟางผิงเผยสีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว!
คุณใส่ร้ายคนอื่น!
“เหอะ!”
ถังเฟิงเผยแววตาไม่เป็นมิตรขึ้นไปอีก เอ่ยด้วยวาจาคมกริบ “ถ้าไม่มี เรื่องที่ฉันกินจุกจิกกลางดึกจะถูกเผยแพร่ออกไปจนรู้กันหมดได้ยังไง?”
ฟางผิงอัดอั้นจนอยากกระอักเลือด ยกมือสาบานว่า “อย่ามองผม ไม่ใช่ฝีมือผม! อาจารย์หลี่เป็นคนบอก เขาบอกว่าคุณมีความชอบที่ไม่เหมือนใคร กลางค่ำกลางคืนไม่ได้กินเต้าหู้เหม็นจะนอนไม่หลับ ผมถึงเพิ่งรู้เรื่องนี้…”
“งั้นเธอก็เป็นคนเผยแพร่ออกไป!”
“ไม่ใช่!”
“เหอะ! บรรยากาศของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้นับวันก็ยิ่งไม่ปกติขึ้นเรื่อยๆ! ครั้งนี้ฉันไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม จะตั้งคำถามกับรัฐมนตรีด้วยเหมือนกัน บรรยากาศแบบนี้ต้องหยุดได้แล้ว เริ่มจากเขาเป็นคนแรก! ผู้ใหญ่ประพฤติมิชอบ ผู้น้อยก็จะเลียนแบบตาม เมื่อก่อนฉันคิดว่ารัฐมนตรีปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างมีเมตตา มีใจเพื่อประชาชน…ตอนนี้…”
ถังเฟิงคร้านจะพูดแล้ว บรรยากาศแปลกๆ ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้นี้เริ่มมาจากจางเทา
ครั้งนี้เขาไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม ต้องถามจางเทาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย!
ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐมนตรี เรื่องแบบนี้ควรทำอย่างนั้นเหรอ?
ยังมีคุณธรรมอยู่บ้างหรือเปล่า?
เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหวาดระแวงกันหมดหรือไง?
ตัวเองกินเต้าหู้เหม็นนึกไม่ถึงว่าจะรู้ไปทั่วมหาวิทยาลัยแล้ว กระทั่งลูกสาวเห็นตัวเองยังถามด้วยเหมือนกัน ‘พ่อ เมื่อคืนได้กินหรือเปล่า?’
ทั้งเรื่องทั้งหมดนี้ ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่ความสามารถ
ความสามารถของขั้นเจ็ดตอนต้นไม่เพียงพอ
ยังห่างไกลเกินไป!
กระทั่งสกัดกั้นการสอดแนมพลังจิตใจของคนเลวพวกนี้ยังทำไม่ได้
ฟางผิงยักไหล่ คุณจะไปถามก็ไปเถอะ ผมไม่ขวางหรอก ยังไงผมก็ไม่ได้แอบฟัง ช่วงนี้ตาเฒ่าหลี่ชอบทำเรื่องแบบนี้ต่างหาก
“ถังเฟิงจะไป ยังมีใครอยากไปอีก?”
หวงจิ่งไม่สนใจเรื่องวุ่นของเจ้าพวกนี้ ถามออกไปอีกหนึ่งประโยค
“ฉัน”
หลู่เฟิ่งชิงขานรับ ไม่อธิบายเช่นกัน
ตาเฒ่าหลี่หัวเราะว่า “ฉันก็จะไปดู ฉันไม่ออกรบ แค่ไปดู หากเขตหวงห้ามรู้ว่าฉันเข้าไป ต้องส่งขั้นเก้าคนหนึ่งมาจับตาดูฉันแน่ ทั้งฉันก็สามารถสกัดขั้นเก้าคนหนึ่งได้เหมือนกัน”
หวงจิ่งได้ฟังก็เอ่ยว่า “ถ้าพวกนายสามคนไป เกรงว่าอธิการจะไปไม่ได้แล้ว ผู้เฒ่าฟ่านถูกเรียกตัวไป ความหมายของกระทรวงการศึกษา อธิการนั่งรักษาการณ์ในเมืองความหวัง ป้องกันไม่ให้เซี่ยงไฮ้เกิดความวุ่นวาย ปรมาจารย์ซูเฮ่าหรานเฝ้าระวังในถ้ำใต้ดินจงโจวแทนประมุขจ้าว ปรมาจารย์เหวยหย่งควบคุมถ้ำใต้ดินหนานเจียงแทยผู้บังคับการอู๋ แบบนี้แล้ว ผู้เฒ่าฟ่าน ประมุขจ้าว ผู้บังคับการอู่ก็สามารถออกรบได้แล้ว”
ด้านข้าง หลิวพั่วหลู่เอ่ยเนิบช้าว่า “ครั้งนี้ฉันไม่ไปละกัน”
ระหว่างที่พูดก็มองไปทางฟางผิงว่า “ยังมีน้ำแร่ชีวิตอีกหรือเปล่า? ให้ฉันยืมสักสิบจิน”
ฟางผิงทำหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเบิกบานขึ้นมา
หลิวพั่วหลู่เป็นปรมาจารย์ที่มีอายุมากที่สุดของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ น้อยนักที่เขาจะเอ่ยปากพูดอะไร ยิ่งไม่อาจเป็นฝ่ายขอยืมอะไรจากฟางผิงก่อน
แต่ตอนนี้…
ฟางผิงเอ่ยทันที “ไม่มีปัญหา! สิบจินพอหรือเปล่า? ผู้เฒ่าหลิว นี่คุณจะ…”
หลิวพั่วหลู่เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เปล่า ตอนนี้ฉันเพิ่งหลอมกะโหลกยี่สิบเอ็ดชิ้น ยังเหลืออีกห้าชิ้น ครั้งนี้ฉันอยากจะลองดู จะสามารถหลอมกะโหลกห้าชิ้นนี้ให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็วหรือเปล่า รั้งตัวอยู่ในขั้นเจ็ดมานานเกินไป นานจนฉันแทบจะหมดหวังแล้ว สงครามหนานเจียง ฉันคิดว่าไปแล้ว คนที่มีโอกาสตายมากที่สุดก็คือฉัน ผลปรากฏว่ากลับเป็นพวกอธิการหนานเจียง สงครามของเซี่ยงไฮ้ ฉันคิดว่าตัวเองจะตายเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ตาย ในเมื่อไม่ตาย งั้นก็เดิมพันสักครั้งเถอะ ครั้งนี้ลองดูว่าใช้น้ำแร่ชีวิตจำนวนมากแล้วจะสามารถหลอมกะโหลกสำเร็จเหมือนฉางเซิงได้หรือเปล่า”
“ยี่สิบเอ็ดชิ้นแล้ว หลายวันนี้ผู้เฒ่าหลิวก้าวหน้ามากจริงๆ!” ฟางผิงเอ่ยด้วยยิ้มหน้าบาน “น้ำแร่ชีวิตไม่มีปัญหา หากผู้เฒ่าหลิวสามารถเข้าสู่ขั้นแปดได้ งั้นมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!”
หลิวพั่วหลู่นั้นมีฐานะอาวุโสจริงๆ เป็นบุคคลในรุ่นของอธิการเฒ่า เวลาทะลวงขั้นเจ็ดกลับนานจนน่าตกใจ
ตามหลักแล้วหลังจากขั้นเจ็ด อุปสรรคด้านคุณสมบัติจะหายไปแล้ว
แต่ไม่รู้ว่าเพราะก่อนหน้านี้บาดเจ็บหนักเกินไป หรืออายุมากแล้ว ขาดแคลนความฮึกเหิมไปบ้าง หลิวพั่วหลู่จึงไม่สามารถเข้าสู่ขั้นแปดได้มาโดยตลอด
ตอนนี้ในที่สุดก็มีหวังอยู่บ้างแล้ว ไม่แปลกใจที่ครั้งนี้เอ่ยว่าไม่ไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม
ฟางผิงไม่พูดมากเช่นกัน ไม่นาน เบื้องหน้าก็ปรากฏขวดใบหนึ่ง มอบให้หลิวพั่วหลู่
หลิวพั่วหลู่หัวเราะ ไม่ได้พูดอะไร กลับมีกระดาษแผ่นหนึ่งลอยไปหาฟางผิง
ฟางผิงเห็นพวกกัวเซิ่งเฉวียนปรมาจารย์ที่มาใหม่มองมาด้วยสีหน้าแปลกใจก็ไอแห้งๆ ว่า “แค่เรื่องขำๆ เท่านั้น พวกผู้อาวุโสอย่าถือสาเลย”
ตอนนี้กัวเซิ่งเฉวียนเห็นเนื้อหาบนกระดาษอย่างชัดเจนแล้วเหมือนกัน หลุดขำออกมา ก่อนจะเอ่ยว่า “ทุกคนไม่จำเป็นต้องเห็นพวกเราเป็นคนนอก ในเมื่อมามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้ว งั้นพวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ หลายวันนี้พวกเราทำความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้วเช่นกัน พูดตามตรง มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดีกว่าที่พวกเราจินตนาการไว้ซะอีก ที่นี่บรรยากาศเยี่ยมยอด ตอนแรกฉันคิดว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คงไม่ต่างกับเมืองเจิ้นซิงเท่าไหร่ ทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองไป บอกว่าเป็นคนเมืองเดียวกัน แต่ยังไงก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน ยังมีความแตกต่างอยู่บ้าง แต่มาถึงที่นี่ ฉันก็พบว่าตัวเองคิดผิด ระดับสูงของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ สมแล้วที่เรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์…แค่ความใจกว้างก็ยากเกินที่พวกเราจะเข้าถึงแล้ว”
กัวเซิ่งเฉวียนทอดถอนหายใจ เอ่ยต่อว่า “สงครามต้องห้าม พวกเรารู้มาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดจะเข้าร่วมจริงๆ ฉันถึงกระทั่งคิดว่า…รัฐบาลไม่เรียกตัว มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คงไม่อยากร่วมสงคราม แต่วันนี้คำพูดของทุกคนทำให้ฉันละอายใจอย่างยิ่ง ภัยคุกคามถ้ำใต้ดิน ภัยคุกคามของมนุษย์ ผู้ฝึกยุทธ์ข้างนอกกล้าต่อสู้กันทุกคน แย่งกันต่อสู้! สงครามต้องห้าม ฉันจะไปกับพวกคณบดีถังด้วย”
ด้านข้างนั้น ก่วนฟู่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันก็จะไปด้วย ถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการละกัน ตอนนี้พวกเราออกจากเมืองเจิ้นซิง ยังไม่มีผลงานแม้แต่น้อย! มามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ หากจะพูดความในใจก็รู้สึกไม่ค่อยกลมกลืนกับทุกคนเท่าไหร่ สาเหตุหลักน่าจะมาจากพวกเราไม่เคยต่อสู้ร่วมกันมาก่อน หากผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ฉันคิดว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คงไม่มีช่องว่างกับพวกเราอีกแล้ว อยากใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ การต่อสู้จะขาดไปไม่ได้อยู่แล้ว”
ฟางผิงละล่ำละลักว่า “ผู้อาวุโสทุกคน...”
ก่วนฟู่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดูสิ ช่องว่างมาแล้ว เธอเอาแต่เรียกพวกเราว่าผู้อาวุโส เธอเรียกคนอื่น พวกเราได้ยินมาหมดแล้ว หัวสิงโต ตาเฒ่าหลี่ ตาเฒ่าหวง เหล่าอู๋อะไรพวกนั้น พวกเราต่างได้ยินแล้ว ในความคิดฉัน นี่ถึงจะเป็นความใกล้ชิดและไว้ใจ แน่นอนว่ายังไงพวกเราก็เพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่อยากจะเป็นหนึ่งเดียวกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อย่างรวดเร็ว บางเรื่องยังคงจำเป็นต้องทำ”
—————-