ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 650 นี่มันคนแบบไหนกัน (3)
ฟังแล้ว ทำไมรู้สึกว่านายเป็นขั้นสุดยอดซะงั้น นายคิดจะถล่มเมืองราชาก็ถล่มได้เลยหรือไง?
“เธอจะไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน...”
จางเทาเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ไอ้หนู พื้นที่ระหว่างเขตแดนมีอันตรายล้นหลาม เธอก็เคยเข้าไปมาก่อน น่าจะรู้ดี! ทั้งตอนนี้เธออาจจะเข้าไปไม่ได้เสมอไป…”
พูดจบก็เอ่ยต่อว่า “ยิ่งไปกว่านั้นป้ายคำสั่งชิ้นนั้นของเธอ อาจจะไม่ใช่ที่นี่ก็ได้”
ฟางผิงทำหน้าหมดคำจะพูด ผมมีป้ายคำสั่ง ผมเคยบอกคุณหรือไง?
ผมบอกกับคุณเมื่อไหร่!
กระทั่งเรื่องนี้คุณยังรู้ มีเรื่องอะไรที่คุณไม่รู้บ้าง!
“รัฐมนตรี ครั้งหน้าอย่าแอบฟังคนอื่นได้หรือเปล่า…”
“เธอหมายถึงใคร?”
จางเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของพวกเธอมันยังไงกัน! ทำเรื่องชั่วเองก็โยนมาหาฉัน? ถังเฟิงไอ้สมองเลอะเลือนนั่น มาถึงก็ถามฉันว่าทำไมถึงทำให้บรรยากาศมหาวิทยาลัยแย่ลง? มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มีเป็นร้อยแห่ง มีที่ไหนเหมือนกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของพวกเธอบ้าง? ฉันทำให้บรรยากาศแย่ บรรยากาศแย่ยังไง? ไอ้ปัญญาอ่อนนั่น…นึกไม่ถึงว่าจะผลักความรับผิดชอบมาให้ฉัน…”
ฟางผิงเอ่ยอึกอักว่า “แล้วตอนนี้อาจารย์ถังอยู่ที่ไหน?”
“ใต้ดิน!”
ฟางผิงเหนื่อยใจ ฉันว่าแล้ว
หัวสิงโตโง่จริงๆ!
ใสซื่อเกินไปแล้ว!
จางเทาไม่พูดมากเช่นกัน ไม่นานก็เอ่ยว่า “ถ้ำใต้ดินซีซาน ซานฉินและถ้ำใต้ดินต้องห้ามอยู่ติดกัน ถ้ำใต้ดินต้องห้ามอยู่ในความควบคุมของราชาไหว ถ้ำใต้ดินซีซานอยู่ใต้อำนาจราชาเฟิง…”
“รัฐมนตรี ราชาเฟิง…ราชาเฟิงคนไหน?”
“เธอว่าราชาเฟิงคนไหนล่ะ?”
ฟางผิงกลืนน้ำลายว่า “งั้นทางพวกเรา ถ้ำใต้ดินซีซานมีคนนั่งรักษาการณ์หรือเปล่า?”
“มี ช่วงนี้สงครามใหญ่กำลังจะเปิดฉาก ผู้บังคับการเฉินไปซีซาน ผู้บังคับการเสิ่นไปถ้ำใต้ดินเมืองหลวง สงครามใหญ่ปะทุขึ้น ฉันจะเฝ้าระวังที่ถ้ำใต้ดินต้องห้าม แต่ฉันจะบอกกับเธอให้ชัดเจน พื้นที่ระหว่างเขตแดนทั้งสองฝั่งต่างมีความสำคัญอย่างยิ่ง ปกติจะไม่ได้ใครเข้ามาอย่างส่งเดช เธอก่อความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ไม่นานก็จะถูกคนค้นพบแล้ว แม้เหนือราชาจะไม่มาด้วยตัวเอง แต่แม่ทัพสวรรค์ใต้บังคับบัญชาก็จะไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว เทียนหนานครั้งก่อน นั่นเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายรับปาก ทำข้อตกลงกันแล้ว เธอเห็นเจ้าเมืองเฉียงเวยก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างเขายังไม่กล้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าด้วยซ้ำ หากเข้าไปถูกค้นพบเข้า นั่นก็เป็นความผิดมหันต์ มนุษย์ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ บุ่มบ่ามบุกเข้าไป ไม่นานก็จะถูกคนไล่ฆ่า”
จางเทาพูดจบก็เอ่ยว่า “อีกอย่าง อย่าประเมินพื้นที่ระหว่างเขตแดนและทะเลหวงห้ามต่ำไป อย่าคิดว่าครั้งก่อนกลับมาอย่างปลอดภัย ครั้งนี้ก็จะไม่เป็นไร พื้นที่ระหว่างเขตแดนของเทียนหนาน เทียบกันแล้วพลังทำลายล้างไม่สูงเท่าไหร่ ทั้งไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ฆ่าเป็นหลัก แต่เน้นไปที่การป้องกัน พื้นที่ระหว่างเขตแดนของซีซาน ฉันไม่เคยไป ทั้งไม่รู้สถานการณ์คร่าวๆ แต่พื้นที่ระหว่างเขตแดนบางแห่ง เขตผนึกรอบนอกจะมุ่งไปที่การสังหารเป็นหลัก เป็นฝ่ายจู่โจมก่อนทำนองนั้น ไอ้หนู ฉันนั้นอยากให้เธอไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน ดูว่าพอจะสามารถเอาเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตใจกลับมาได้หรือเปล่า แต่เธอมีโอกาสสูงที่จะตายที่นั่นมากกว่า! หากถูกรอยแยกมิติดึงตัวเข้าไป ใครก็ช่วยเธอไม่ได้ทั้งนั้น!”
ฟางผิงครุ่นคิดพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “แต่ถ้าผมไม่ไปหาเคล็ดวิชา พลังจิตใจของผมพัฒนาได้ค่อนข้างช้า อยากจะถึงขั้นเจ็ดตอนปลาย แม้จะเป็นผม อย่างเร็วที่สุดก็ต้องสี่ห้าเดือนอยู่ดี ขั้นแปด ขั้นเก้า ผมยังต้องเพิ่มพลังจิตใจขึ้นอีกถึงจะสามารถทำให้เลื่อนขั้นได้ ถ้าดูจากความเร็วตอนนี้ ถึงขั้นแปดต้องใช้เวลาสี่ห้าเดือน ถึงขั้นเก้า อย่างน้อยก็ปีสองปี ถึงขั้นสุดยอด บางทีอาจต้องใช้เวลาห้าหกปีหรือกระทั่งเจ็ดแปดปีถึงจะได้…”
“เธอกำลังอวดฉันอยู่?” จางเทาพูดด้วยเสียงเหี้ยม
ฟางผิงเอ่ยอย่างใสซื่อ “อวดอะไรกันครับ ผมไม่ได้มีความหมายนั้น รัฐมนตรีคุณคิดมากแล้ว ถึงขั้นสุดยอด เกรงว่าผมคงจะอายุสามสิบแล้ว ถึงเวลานั้นสงครามใหญ่อาจจะจบไปแล้วก็ได้ ยังมีอะไรให้อวดอีก ผมอยากทะลวงขั้นสุดยอดให้เร็วที่สุด งั้นก็ต้องทำเวลาพยายามค้นหาเคล็ดวิชา ทางนี้ไม่ได้ งั้นผมก็จะไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนที่อื่น แบบนี้น่าจะสามารถค้นหาได้ไวที่สุด รัฐมนตรี คุณว่าถูกหรือเปล่า?”
จางเทาเหนื่อยใจอย่างมาก ด้านข้างนั้น หลี่อี้หมิงและตู้หงแทบจะเงยหน้ามองท้องฟ้า
นายอวดต่อไปเถอะ!
ถึงขั้นสุดยอดก่อนอายุสามสิบ?
ทั้งเจ้าหมอนี้ยังทำท่าราวกับฉันทำได้แน่ๆ แต่ยังคงช้าเกินไป
ท่าทีนี้ เพราะจางเทาไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่งั้นคงอัดเขาให้ตายไปแล้ว
น่าหงุดหงิดเหลือเกิน!
เนิ่นนาน ก่อนจางเทาจะถอนหายใจว่า “ไปเถอะ! ระวังตัวด้วยละกัน ไอ้หนู เธอจะเอาตัวเองไปซวย งั้นก็พาพวกเหยาเฉิงจวินไปซวยด้วย! ตอนแรกฉันคิดว่าให้พวกเธอฝึกวิชาอย่างเงียบๆ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า แต่พวกเธอไม่ใช่คนที่นั่งอยู่นิ่งๆ ได้…เธออยากหาเคล็ดวิชา ฉันก็สามารถเข้าใจได้ เธอได้อยากหาเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตใจ ทั้งอยากหาเคล็ดวิชาฝึกหมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่ง เรื่องพวกนี้ฉันล้วนเข้าใจได้ สรุปแล้ว ทำให้เต็มที่ หากทำไม่ได้ก็รีบออกจากถ้ำใต้ดินให้เร็วที่สุด อีกอย่าง…พื้นที่ระหว่างเขตแดน...ไม่แน่ว่าจะไม่มีคนอยู่เสมอไป!”
“หืม?”
“พื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะมีคนอยู่!”
จางเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คนของพื้นที่ระหว่างเขตแดนตายหมดแล้วจริงๆ? จุดนี้ ใครก็ไม่อาจรับประกันได้! บางที…อาจจะมีคนหลับใหลอยู่ในพื้นที่ระหว่างเขตแดนก็ได้! นอกจากนี้ พื้นที่ระหว่างเขตแดนที่เธอจะไป ตระกูลเฉินเหมือนจะมีคนอยู่ทางนั้นเหมือนกัน ตกลงอยู่หรือเปล่า ตอนนี้ฉันก็ไม่แน่ใจ เธอไปแล้ว ถ้าเห็นคนของตระกูลเฉิน ฉันเตือนเธอไว้ก่อน เธอทักทายล่วงหน้าสักหน่อย! เรื่องของตระกูลหยาง ฉันไม่อยากเห็นเป็นครั้งที่สองแล้ว! เธอทักทายแล้ว คนตระกูลเฉินคงไม่สร้างความลำบากใจให้เธอ พื้นที่ระหว่างเขตแดนทอดยาวนับพันลี้ อาจจะไม่เจอกันเสมอไป ทั้งอีกฝ่ายก็มีโอกาสที่จะตายข้างในแล้วเหมือนกัน แม้จะเป็นขั้นสุดยอดก็ไม่อาจจับตามองในพื้นที่ระหว่างเขตแดนได้ตลอดเหมือนกัน”
“อย่างนี้นี่เอง…ได้ ผมเข้าใจแล้ว”
จางเทาพูดจบ สุดท้ายก็เอ่ยว่า “ไม่อนุญาตให้ไปแดนรบราชา! ถ้าเธอกล้าสร้างความวุ่นวายในถ้ำใต้ดินซีซานในเวลานี้ ฉันจะซัดเธอให้ตายซะ! จะซัดให้ตายจริงๆ ทำเสียเรื่องถ้ำใต้ดินต้องห้าม ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ ได้ยินแล้วหรือยัง!”
“ผมรับรองว่าจะไม่ไป!”
“งั้นก็ตามนี้ เธอรออยู่นั่นสักพักก่อน ฉันให้คนไปส่งของเล็กน้อยให้เธอ”
“อะไรเหรอครับ?”
“ใช้ปกป้องชีวิต ระมัดระวังด้วย ไม่อนุญาตให้ใช้สุ่มสี่สุ่มห้า เกิดวุ่นวายขึ้นมา…ฉัน…”
จู่ๆ ฟางผิงก็ตระหนักอะไรได้ เอ่ยอย่างตกใจอยู่บ้าง “ไม่ต้องหรอกครับ! ได้ยินว่าเจ้านั่นสิ้นเปลืองพลังจิตใจอย่างมาก คุณนั่งรักษาการณ์ที่ถ้ำใต้ดินต้องห้ามไม่ใช่หรือไง?”
เขานึกออกแล้ว ครั้งก่อนที่ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน ตระกูลหยางเอาตัวอักษร ‘เจิ้น’ ไปด้วย เขตหวงห้ามก็เอาต้นสนขนาดเล็กไปด้วย
นั่นเป็นพลังจิตใจส่วนหนึ่งที่แบ่งออกมาจากขั้นสุดยอด
สำหรับขั้นสุดยอดแล้ว หากถูกทำลาย จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ต้นไม้ขนาดเล็กครั้งก่อนของราชาซงถูกกำจัด หลังจากเกิดเรื่องยังรักษาตัวอยู่นาน
“กันไว้ดีกว่าแก้! ยิ่งไปกว่านั้นราชานักรบอย่างฉันยังแข็งแกร่งไร้เทียบเทียม ไม่ใช่สิ่งที่สวะอย่างราชาซงจะเทียบได้!”
สิ้นเสียง จางเทาก็ตัดสายไปตรงๆ
ฟางผิงวางสายเช่นกัน คืนโทรศัพท์ให้ตู้หง ถอนหายใจว่า “รัฐมนตรีทำกับฉันเหมือนลูก…”
หลี่อี้หมิงเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า “นายจะยกความอาวุโสให้สูงกว่าให้ได้เลย? หรือจะให้ฉันเรียกนายว่าผู้อาวุโสดีล่ะ นายกล้ารับหรือเปล่า?”
ตู้หงใบหน้าแข็งทื่อ!
ฉันแม่งไปรู้จักคนพวกนี้ได้ยังไงกัน?
ฟางผิงเผยสีหน้าหมดคำพูดเช่นกัน เจ้าหมอนี้ใจเด็ดจริงๆ!
ฉันไม่กล้า!
รับแล้ว หลี่เจิ้นรู้เข้าจะซ้อมเขาตายได้ ราชาสยบฟ้าตระกูลหลี่คนนั้น บางทีอาจจะซ้อมเขาตายเหมือนกัน
นี่มันคนแบบไหนกัน!
แซ่หลี่เป็นแบบนี้ได้ยังไง?
ไร้ยางอายชะมัด!
—————-