ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 662 หลอกฆ่า (1)
ปากทางเดิน การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
ริมแท่นนั้น ฟางผิงกำลังพลิกค้นในช่องเก็บของตัวเอง
อยู่พักใหญ่ ก่อนจะเจอชุดเกราะที่ดูค่อนข้างสวยงามตัวหนึ่ง
ไม่นาน ฟางผิงก็สวมชุดเกราะนั้น
พวกหลี่หานซงมองเขา เหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
เวลานี้ยังมีความจำ เป็นต้องตบตาหรือไง?
ระหว่างที่ฟางผิงสวมชุดเกราะก็ถ่ายทอดเสียงว่า “พวก
นายว่าถ้าอีกเดี๋ยว จู่ๆ เฟิงเมี่ยเซิงวิ่งออกไป เฟิงจิ่วเฉิงจะตกใจ
หรือเปล่า?”
“หืม?”
พวกเขาชะงักไปเล็กน้อย นี่เจ้าหมอนี้จะแกล้งเป็นเฟิง
เมี่ยเซิง?
เวลานี้หลี่หานซงเอ่ยขึ้นว่า “ใช้กลิ่นอายเฟิงเมี่ยเซิงกับ
ฉันด้วย! ฉันเพิ่งขั้นเจ็ด แม้เฟิงจิ่วเฉิงจะสงสัยก็ไม่อาจสนใจจนเกินไป คงไม่ฆ่าฉันโดยที่ยังไม่เห็นหน้าชัดเจนหรอก! รอฉัน
เข้าใกล้เขาก็จะลากเข้าไปในรอยแยกมิติโดยตรง!”
เวลานี้หลี่หานซงปฏิกิริยาค่อนข้างว่องไว
ตัวเองปลอมเป็นเฟิงเมี่ยเซิง แม้จะเป็นที่นี่ เวลานี้ล้วนไม่
สมเหตุสมผลอยู่บ้าง
แต่ยังไงเฟิงเมี่ยเซิงก็เป็นหลานชายของเฟิงจิ่วเฉิง ทั้งยัง
เป็นผู้สืบทอดของราชาเฟิงที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้ หลังจาก
เฟิงชิงตาย เฟิงเมี่ยเซิงที่เป็นผู้นำรุ่นสามก็มีโอกาสช่วง
ชิงตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำ นักแล้ว
เวลานี้แม้เฟิงจิ่วเฉิงจะสงสัยก็ไม่อาจฆ่าเขาตรงๆ โดยที่
ยังไม่แน่ใจอะไร
ขอแค่เข้าใกล้ได้ เขาก็มีโอกาสลากอีกฝ่ายลงไปใน
รอยแยกมิติด้วยกันแล้ว
“อย่าดีกว่า…หัวเหล็ก เอาชุดเกราะให้ฉันยืมได้หรือเปล่า
?”
ฟางผิงถ่ายทอดเสียงว่า “ฉันคุ้นเคยกับเฟิงเมี่ยเซิง
มากกว่า ปลอมน่าจะเหมือนกว่า ถ้านายให้ชุดเกราะฉันยืมได้งั้นฉันก็ยิ่งจะสามารถมั่นใจว่าฆ่าเขาได้”
“ได้น่ะได้…แต่ว่า…”
“ไม่ต้องแต่แล้ว!”
ฟางผิงตัดบทว่า “เร็วหน่อย ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป
เฟิงจิ่วเฉิงน่าจะสงสัยแล้ว!”
หญิงชราตระกูลเฉินคนนั้น ตอนนี้กำจัดขั้นแปดสองคน
แล้ว ถูกโจมตีแทบจะกลายเป็นโครงกระดูก พลังต่อสู้กลับ
ยังคงแข็งแกร่ง
หากเป็นแบบนี้ต่อไป เฟิงจิ่วเฉิงก็ไม่ใช่คนโง่ จะไม่สงสัย
เลยสักนิดได้หรือไง?
ไม่ใช่แค่หญิงชราตระกูลเฉิน เฉินเย่าจู่ยังบ้าคลั่งยิ่งกว่า
เอาแต่ใช้สสารไม่แตกดับในการต่อสู้ ตามหลักหลายปีมานี้
เขาสิ้นเปลืองไปนานแล้วก็ควรหมดเกลี้ยงแล้วต่างหาก
แต่เฉินเย่าจู่ยังสามารถใช้สสารไม่แตกดับต่อสู้ไม่หยุด
เกรงว่าใช้อีกไม่นาน พวกเฟิงจิ่วเฉิงก็อาจจะรู้สถานการณ์ของ
พวกเขาแล้วหลี่หานซงสูดลมหายใจ เอ่ยอย่างรวดเร็ว “หลังจากให้
นายยืมแล้ว ห้ามอยู่ห่างจากฉันเกินไป ไม่งั้นฉันก็ไม่สามารถ
ใช้พลังของตัวเองซ่อมแซมเกราะวิเศษได้ หากนายอยู่ใน
รอยแยกของมิตินานเกินไปก็อาจจะเฉือนผ่านถึงร่างนายจริงๆ
!”
“เข้าใจแล้ว”
ด้านข้างนั้น หวังจินหยางเอ่ยออย่างเคร่งขรึมว่า “อย่า
เสี่ยงอันตราย แม้จะใช้ส่วนแบ่งจากพลังจิตใจของรัฐมนตรี
จริงๆ ก็ไม่เป็นไร เวลานี้ไม่มีความจำ เป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง
นายเข้าใจความหมายฉันหรือเปล่า!”
“วางใจ ไม่ทำหรอก”
ฟางผิงรู้อยู่แล้ว เขาและหลี่หานซงในตอนนี้เหมือนได้รับ
การถ่ายทอดเคล็ดวิชา นี่หากไม่ได้ถ่ายทอดออกไป ตายอยู่
ตรงนี้ก่อน พื้นที่ระหว่างเขตแดนนี้ก็มาเสียเที่ยวแล้ว
ระหว่างที่ฟางผิงสวมชุดเกราะของหลี่หานซงก็สวม
เกราะของพวกถ้ำ ใต้ดินไว้ข้างนอกด้วย ส่งเสียงว่า “หากเรื่อง
ไม่มีแนวโน้มจะสำ เร็จ ฉันคงไม่เสี่ยงทำ พวกนายอย่าลืมว่าช่วงเวลาสำ คัญดึงฉันกลับมาด้วย ฉันเห็นว่ารอยแยกมิติ
เหมือนจะมีแรงดึงดูดอยู่ อย่าให้ฉันตกลงไปจริงๆ”
“เข้าใจแล้ว”
“…”
พวกเขาหารือกันเสร็จแล้ว ฟางผิงก็เริ่มรอคอย
อันที่จริงเขาปรากฏตัวที่แนวทางเดินข้างล่างเวลานี้จะดี
ที่สุด หากเขาปรากฏตัวที่นั่นจริงๆ นั่นก็ง่ายแล้ว
ตะโกนหนึ่งประโยคว่า ‘ท่านลุง ท่านปู่ให้ข้ามาช่วย’
ฟางผิงเดาว่าเฟิงจิ่วเฉิงน่าจะคิดว่าเป็นเรื่องจริง
แต่ตอนนี้ลงไปไม่ได้ ลงจากบนแท่นต้องเดินผ่านแนว
ทางเดิน เขาไม่สามารถทะลุออกไปได้
ตำแหน่งอื่นๆ ล้วนมีข้อจำ กัดอยู่ อันตรายเกินไป
น่าจะผ่านไปประมาณห้าหกนาที ฟางผิงบอกเป็นนัยให้
พวกเหล่าหวังถอยหลัง ก่อนจะมองไปยังขั้นเจ็ดตระกูลเฉินคน
หนึ่งที่อยู่ด้านข้าง ส่งเสียงว่า “ผู้อาวุโส อีกเดี๋ยวไล่ฆ่าผม
หน่อย ชกผมลอยไปหาพวกเฟิงจิ่วเฉิง!”
“…”ขั้น
เจ็ดของตระกูลเฉินคนนั้นนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ย
อย่างเป็นกังวลว่า “นี่…จะอันตรายเกินไปแล้ว! ทั้งพวก
ผู้อาวุโสรองยังอยู่ข้างหน้า หากควบคุมไม่ทัน ลงมือกับเธอเข้า
…”
ตอนนี้ทุกคนรู้แผนการของฟางผิงแล้วเหมือนกัน
แต่พวกเฉินเย่าจู่ล้วนอยู่ข้างหน้า นี่หากเผลอลงมือกับ
ฟางผิงเข้า เขาก็ต้องถูกซัดออกนอกแนวทางเดิน นั่นก็
เป็นปัญหาใหญ่แล้ว
“ไม่เป้นไร ผมบอกกับพวกผู้อาวุโสรองแล้ว เดี๋ยว
พวกเขาจะถูกโจมตีแล้วเปิดช่องโหว่ให้ ใช้โอกาสในชั่วพริบตา
นั้น
…ผู้อาวุโสตะโกนแค่ว่าเขาออกมาจากพื้นที่ระหว่าง
เขตแดนก็เพียงพอแล้ว หลอกให้พวกเฟิงจิ่วเฉิงงุนงงไป
ชั่วขณะเท่านั้น”
“แต่ว่า…”
“ไม่ต้องแต่แล้ว! ผู้อาวุโส กำจัดเฟิงจิ่วเฉิงแล้ว คนอื่นๆ
เดิมทีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกผู้อาวุโสรอง ฝืนฆ่ายังได้!”ขั้น
เจ็ดตระกูลเฉินเผยสีหน้าขัดแย้งในใจ ก่อนจะกัดฟัน
พยักหน้า
แม้พวกเขาจะไม่คุ้นเคยกับฟางผิง แต่เวลานี้ก็นับถือ
อย่างยิ่ง เป็นคนใจเหี้ยมทีเดียว…ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยม
แพรวพราว
ปรึกษากันแล้ว พวกเฉินเย่าจู่ที่อยู่ข้างหน้าก็โจมตีอย่าง
บ้าคลั่งขึ้นมาแล้วเช่นกัน
บนแนวทางเดินนั้น ขั้นเก้าหกคนต่อสู้ประชิดตัวกัน สุ่ม
เสี่ยงอยู่หลายครั้ง มักจะต่อสู้กันจนไปติดขอบแนวทางเดิน
ทำเอาพวกฟางผิงที่มองดูยังตึงเครียดไปอยู่บ้าง
ในเวลานี้เฉินเย่าจู่และหญิงชราก็ระเบิดพลังขึ้นพร้อมกัน
ฝืนโจมตตีขั้นเก้าพวกนั้น
แต่ทั้งสองคนก็ถูกพวกเฟิงจิ่วเฉิงโจมตีโดนเช่นกัน ทั่ว
ร่างชุ่มไปด้วยเลือด ถอยหลังกลับมาช่วงใหญ่ เปิดช่องว่างเล็ก
ๆ ระหว่างกลางออกมา
ในเวลาเดียวกัน ขั้นเจ็ดตระกูลเฉินคนนั้นก็คำราม
เสียงดัง ชกหมัดไปยังฟางผิงบนร่างของฟางผิงเผยกลิ่นอายออกมา ถูกหมัดชกอย่าง
จัง ลอยอยู่เหนือหัวพวกตระกูลเฉินสามสิบเมตร
ข้างหลังนั้น ขั้นเจ็ดตระกูลเฉินรีบตะโกนว่า “เขาออก
มาจากพื้นที่ระหว่างเขตแดน ฆ่าเขา!”
“ท่านลุง ช่วยข้าด้วย!”
ฟางผิงกดเสียงคำรามเช่นกัน ถึงระดับของเขาแล้ว
เลียนเสียงคนอื่นเป็นเรื่องง่ายอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ตรวจสอบตัวตนผ่านเสียงและรูปร่างอยู่แล้ว
“เมี่ยเซิง…”
เฟิงจิ่วเฉิงตกตะลึงไปชั่วขณะ!
ชั่วพริบตานี้ เฟิงจิ่วเฉิงก็แทบจะนิ่งอึ้งไปแล้ว
เฟิงเมี่ยเซิงออกมาจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนได้ยังไง?
“พื้นที่อื่นมีทางเข้าอยู่…”
ฟางผิงรีบกล่าวเสริมอย่างรวดเร็ว เฉินเย่าจู่กลับคำราม
เสียงดัง ฟันกระบี่ไปยังฟางผิง
ฟางผิงรับรู้ได้ถึงปราณที่แข็งแกร่ง ก่นด่าอยู่ในใจ
เฉินเย่าจู่จะเสพติดการแสดงเกินไปแล้ว นี่นายจะฟันฉันให้ตายหรือไง?
เห็นเฉินเย่าจู่ลงมือ เฟิงจิ่วเฉิงก็ลงมืออย่างรวดเร็ว
เช่นกัน ฟันดาบไปหาเฉินเย่าจู่ ตะโกนเสียงดัง “เข้ามา!”
แม้จะตะโกน แต่ตอนที่เห็น ‘เฟิงเมี่ยเซิง’ กระโดดลงมา
ข้างกายตัวเอง เฟิงจิ่วเฉิงยังคงถอยหลังมาหนึ่งก้าว
เมี่ยเซิงมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง?
พื้นที่อื่นๆ มีทางเข้า?
พวกเขาหากันมาหลายสิบปี ไม่เห็นจะเจอทางเข้าที่ไหน
เลย
อีกอย่างทำไมเมี่ยเซิงถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียวได้?
พ่อให้เมี่ยเซิงมาคนเดียวได้ยังไง?
ความคิดต่างๆ นานา วาบขึ้นในหัวของเฟิงจิ่วเฉิง
ครู่ต่อมา ไม่รู้ว่าตระหนักอะไรได้ จู่ๆ เฟิงจิ่วเฉิงก็ตะโกน
ว่า “ถอย!”
“องค์ชาย…”
ขั้น
เก้าหลายคนข้างกายเขา ตอนนี้ยังไม่ทันคิดเรื่องพวก
นี้ เห็นฟางผิงกระโดดลงมา ขั้นเก้าทั้งสองก็ยื่นมือไปรับคนทันที
“ถอย!”
เฟิงจิ่วเฉิงตะโกนอีกครั้ง!
ไม่ถูก!
ไม่ชอบมาพากล!
เขานึกออกแล้ว เหมือนจะมีคนปลอมแปลงกลิ่นอายได้
…ใคร?
ใคร?
ฟางผิง!
ฟางผิงเคยปลอมแปลงกลิ่นอายในแดนรบราชา เฟิงเมี่ย
เซิงเคยพูดมาก่อน จีเหยาก็บอกเหมือนกัน แต่เวลานั้นไม่
มีใครเชื่อ
แม้จะไม่เชื่อ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ลืมจริงๆ
“ฟางผิง!”
เฟิงจิ่วเฉิงไม่รู้ว่าคนข้างหน้านี้คือฟางผิงหรือเปล่า อีก
ฝ่ายสวมหมวกเกราะเอาไว้ เขามองได้ไม่ชัด แต่เขารู้สึกว่าเฟิง
เมี่ยเซิงไม่ควรปรากฏตัวอยู่ตรงนี้!ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ ตอนนี้ถอยหลังคือวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
ส่วนฟางผิงที่เป็นขั้นเจ็ดคนหนึ่ง สามารถจัดการพวกเขา
ที่เป็นขั้นเก้าได้หรือเปล่า แม้เขาจะมั่นใจในตัวเอง แต่ใครจะรู้
ว่าเดรัจฉานนั้นมีไม้ตายอะไรอยู่
เขาถอยหลังแล้ว แต่ขั้นเก้าสองคนที่เข้าไปรับฟางผิง
กลับถอยไม่ทัน
พอกระโดดลงมา ฟางผิงก็ประชิดกับร่างทั้งสองคนทันที
เห็นเฟิงจิ่วเฉิงถอยออกไป ฟางผิงเผยแววตาเสียดายขึ้น
มา กลับไม่คิดชักช้า ชั่วพริบตานั้นห้องขนาดเล็กสีทองก็
ปรากฏออกมา ครอบคลุมขั้นเก้าทั้งสองคนและตัวเองไว้ในนั้น
ทันที
ทั้ง
หมดทั้งมวลนี้เกิดขึ้นในเวลาชั่วพริบตา
ในห้องขนาดเล็ก ฟางผิงเผยสีหน้าซีดเผือด ก่อนหน้านี้
ขั้น
แปดระเบิดตัวเองยังทำลายห้องสีทองไม่ได้ นี่แค่ชั่วพริบตา
หลังคากลับหายไปแล้ว!
ความแข็งแกร่งของรอยแยกมิติเกินกว่าที่จินตนาการไว้ชั่วพริบตานั้นก็เฉือนผ่านห้องสีทองที่สร้างด้วยสสาร
ไม่แตกดับไปส่วนหนึ่ง
ฟางผิงรีบซ่อมแซมห้อง ครู่ต่อมาทั้งสองคนก็ปรากฏอยู่
กลางอากาศนอกแนวทางเดินแล้ว
เอี๊ยดๆ
เกิดเสียงดังบาดหูขึ้น ฟางผิงรู้สึกราวกับตัวเองถูกสัตว์
ปีศาจขั้นเก้าโจมตีซึ่งๆ หน้า อวัยวะภายในแทบจะแหลกสลาย
แล้ว!
ชุดเกราะข้างนอกก็เป็นเกราะของยอดฝีมือขั้นหก
คุณภาพไม่ด้อยไปกว่าโลหะผสมระดับ A
แต่แทบไม่มีพลังป้องกันอะไรเลย ถูกเฉือนขาดจนเป็น
เศษผงตรงๆ
—————–