ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 664 ฉันต้านไม่ไหวอยู่บ้างแล้ว (1)
ริมฝั่ง
พวกเฉินเย่าจู่มองเผ่าปีศาจพวกนั้นอย่างระแวดระวังอยู่
บ้าง ฟางผิงกลับเสียงดังว่า “ปีศาจทุกท่าน ตอนนี้มุ่งหน้าไปที่
แท่นของช่องเขาได้แล้ว อีกเดี๋ยวฉันจะเปิดปราการให้ทุกท่าน
เข้าไปในตำหนักสวรรค์!”
ฟางผิงพูดอยู่ยกใหญ่ ไม่สนใจเผ่าปีศาจพวกนี้อีก
ช่วงเวลาสำ คัญต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้
ร้อนใจทำไม!
กลัวทำไม!
เรื่องอย่างเจรจากับเสือ ฉันไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก
สักหน่อย ถึงเผ่าปีศาจจะมีสติปัญญา แต่ก็แค่นั้นแหละ
ตอนนี้คนตายไปแล้ว เรื่องที่เผ่าปีศาจพวกนี้ควรทำก็ทำ
ไปแล้ว ไม่จำ เป็นต้องร้อนใจจัดการพวกเขา ขึ้นชื่อว่าเป็น
เจ้านาย หน้าตายังคงต้องมีอยู่เผ่าปีศาจพวกนั้นเหมือนจะไม่คิดขัดแย้งอะไร ไม่นาน
เผ่าปีศาจพวกนี้ก็สลายตัวไป
เห็นฟางผิงชี้บงการ เฉินเย่าจู่ก็มองไปทางเขาอีกครั้ง
ร้ายกาจ!
ไม่ได้ออกไปไหนสิบห้าปีเท่านั้น โลกข้างนอกมีผู้ฝึกยุทธ์
รุ่นใหม่ที่เก่งกาจขนาดนี้แล้ว?
เฉินเย่าจู่ไม่สนใจเผ่าปีศาจพวกนั้นเช่นกัน มอง
ไปทางทะเลหวงห้ามแทน เอ่ยด้วยน้ำเสียงซับซ้อนว่า “ตายไป
ง่ายๆ แบบนี้…”
เขาต่อสู้รบรากับเฟิงจิ่วเฉิงมาหลายปีเกินไป!
ฝีมือทัดเทียมกัน
แต่ตอนนี้เฟิงจิ่วเฉิงที่เดินในเส้นทางขั้นเก้ามาระยะหนึ่ง
กลับตายไปง่ายๆ แบบนี้ เฉินเย่าจู่ไม่รู้ว่าควรจะคิดยังไงดี
ศัตรูตายง่ายเกินไปแล้ว เขาแทบจะสงสัยว่าตัวเองฝัน
ไปหรือเปล่า
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้เฒ่าเฉิน เขาตายแล้ว
ทุกคนก็สามารถออกจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรือไง?”
“เป็นเรื่องดี…แค่รู้สึกว่า…รู้สึกว่า…”
เฉินเย่าจู่แทบไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดี แค่รู้สึกว่าสบาย
เกินไปแล้ว
ตระกูลเฉินหกคน ไม่มีใครเป็นอะไรเลย!
แม้พูดแบบนี้จะไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่วันนี้ตอนที่เห็น
คนของพวกเฟิงจิ่วเฉิงมา เขาก็โอบกอดความคิดที่ว่าตัวเอง
ต้องตายอย่างแน่นอน คนอื่นๆ ของตระกูลเฉินอาจจะมีแค่คน
สองคนที่ต้องการต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอด
ทั้ง
อาจจะไม่สามารถชนะได้เสมอไป
แต่ตอนนี้นอกจากจะชนะ สังหารศัตรูเกลี้ยงแล้ว คน
ของตระกูลเฉินยังมีชีวิตรอดทั้งหมด!
ทั้ง
ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นผลงานของฟางผิง จะพูดแบบนี้
ก็ได้
ฟางผิงเผยยิ้มว่า “ผู้เฒ่าเฉินไม่จำ เป็นต้องสนใจ แค่ขั้น
เก้าไม่กี่คนเท่านั้น…”
“แค่กๆ!”ด้านข้างนั้น เหล่าหวังกระแอมไอเบาๆ
ฟางผิงดึงสติกลับมาทันที ฉันจะเหิมเกริมไปแล้ว ไม่ใช่
ฉันฆ่าสักหน่อย ฉันจะเหิมเกริมทำไมกัน?
ไม่ถูกสิ ฉันฆ่าขั้นเก้าไปแล้วสองคน!
ฟางผิงสูดลมหายใจเบาๆ ฉันฆ่าขั้นเก้าไปสองคน
ก่อนหน้านี้ฉันยังเคยฆ่าเจ้าเมืองเฉียงเว่ยมาก่อน ครั้งก่อนก็
หลอกฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมินเหมือนกัน…
ขั้น
เก้าตายในน้ำมือฉันเยอะจะตายไป!
ครั้งนี้ขั้นเก้าตายแค่ไม่กี่คนเท่านั้น นับเป็นเรื่องอะไรกัน
ไม่คิดเรื่องพวกนี้อีก ฟางผิงหัวเราะว่า “ผู้เฒ่าเฉิน
ไม่เอ่ยเรื่องพวกนี้แล้ว พวกเขาตายแล้ว เฟิงจิ่วเฉิงถูกลากลง
ไปในทะเลหวงห้าม ต้องตายอย่างแน่นอน ป้ายคำสั่งน่าจะฝัง
ไปพร้อมกับศพของเขา…ในความเป็นจริงแม้จะมีป้ายคำสั่ง
ไม่พูดว่าพวกเขาจะเข้าไปได้หรือเปล่า ถึงจะเข้าไปได้ ผมว่า
พวกเขาก็อย่าคิดจะคว้าอะไรไปเลย ในพื้นที่ระหว่างเขตแดน
มีการคงอยู่ของยอดฝีมือจริงๆ ดังนั้นหลังจากครั้งนี้ผ่านไปพวกผู้เฒ่าเฉินก็สามารถออกจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนได้แล้ว
…”
“ยังต้องขอบคุณสหายตัวน้อยจริงๆ…”
เฉินเย่าจู่ซาบซึ้งอย่างยิ่ง ทั้งลำบากใจอยู่บ้างเช่นกัน
ถอนหายใจว่า “น่าเสียดายที่ฉันไร้ความสามารถ สุดท้าย
ไม่ทันได้ฆ่าเฟิงจิ่วเฉิง ครั้งนี้จึงกระตุ้นโทสะราชาเฟิง…”
“เดิมทีก็เป็นศัตรูอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
ฟางผิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “อีกอย่างไม่ใช่ราชา
เฟิงคนเดียว ครั้งก่อนราชาไหวก็เข้าสู่เขตแดนข้างนอก
ด้วยตัวเอง อยากจะเขมือบผมจะตายไป ผมก็ไม่ได้เป็นอะไร
ก่อนหน้านี้อยู่ในพื้นที่แดนรบราชามีเหนือราชามารวมตัวกัน
เป็นกอง แต่ละคนอยากจะฆ่าผมทั้งนั้น ผมก็ยังปลอดภัย
กลับมาได้ เรื่องนี้ผู้เฒ่าเฉินไม่จำ เป็นต้องคิดมาก ผู้ฝึกยุทธ์
อย่างผมถูกศัตรูเกลียดแค้น นั่นถึงจะเป็นเรื่องดี หากกระทั่ง
ศัตรูยังไม่ยินยอมที่จะเกลียดแค้น นั่นก็ใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า
เกินไปแล้ว”
เฉินเย่าจู่ “…”ชั่วพริบตานี้ เฉินเย่าจู่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
ฟังแล้วเหมือนจะมีเหตุผล!
แต่เธอเพิ่งจะขั้นเจ็ด ถูกเหนือราชาผูกความแค้นเป็น
พรวนเป็นแบบนี้ นี่เป็นเรื่องปกติจริงๆ หรือไง?
ถึงแม้ฉันจะอยู่ขั้นเก้าแล้วยังไม่เห็นจะมีเหนือราชา
เกลียดฉันเท่าไหร่ กำจัดลูกชายของราชาเฟิง ราชาเฟิงเหมือน
จะไม่ได้เคียดแค้นเท่าเมื่อกี้เลย
เฉินเย่าจู่กวาดตามองฟางผิง ผู้ฝึกยุทธ์ข้างนอกเป็น
แบบนี้กันหมด หรือว่าเจ้าเด็กนี้พิเศษกว่าคนอื่น?
แต่ดูพวกหวังจินหยางแล้ว คล้ายจะไม่ธรรมดา
เหมือนกัน
“แค่ไม่ได้ออกไปไหนสิบกว่าปี ผู้ฝึกยุทธ์ประเทศจีนเป็น
แบบนี้กันหมดแล้ว?”
เฉินเย่าจู่ไม่รู้ว่าในใจเป็นความรู้สึกยังไง แวดวงผู้ฝึก
ยุทธ์ของประเทศจีนเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แล้วพวกโบราณคร่ำครึอย่างตัวเอง ตามไม่ทันยุคสมัยแล้ว
จริงๆ
ฟางผิงไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ไม่นานก็เอ่ยว่า “ผู้เฒ่าเฉิน
ตอนนี้ถ้ำ ใต้ดินต้องห้ามกำลังทำสงครามใหญ่ พวกเราต้อง
ออกไปกันแล้ว…”
เขาเพิ่งจะพูดเรื่องนี้ เฉินเย่าจู่ก็รีบเอ่ยทันที “งั้นพวกเรา
ก็ไปร่วมด้วยเถอะ! แต่ว่า…ฟางผิง ที่นี่ไม่จำ เป็นต้องสนใจแล้ว
จริงๆ งั้นเหรอ?”
“ไม่จำ เป็นแล้ว”
ฟางผิงเห็นเขาจะไปเหมือนกันก็ไม่ได้พูดอะไร มีขั้นเก้า
อีกสองคนไปช่วยเหลือ นั่นเป็นเรื่องดี
ทั้ง
เฉินเย่าจู่มีฝีมือแข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้ขั้นเก้าทั้งสอง
เผชิญหน้ากับขั้นเก้าสี่คน เฉินเย่าจู่ยังสามารถต้านทานพวก
นั้น
จนรุกคืบเข้ามาไม่ได้ ในนั้นยังมียอดฝีมืออย่างเฟิงจิ่วเฉิง
อีก เทียบกับพวกเหล่าอู๋และตาเฒ่าอู๋ยังแข็งแกร่งกว่าช่วงใหญ่
เขาไปช่วยสนับสนุน เทียบได้กับขั้นเก้าอ่อนแอหลายคน
แล้วระหว่างที่ฟางผิงเดินเลียบไปตามแนวทางเดินก็เอ่ยว่า
“พื้นที่ระหว่างเขตแดน ข้างล่างไม่ได้มีของดีอะไร มีแค่
สิ่งก่อสร้างรกร้างว่างเปล่า เข้าไปก็ขนออกมาไม่ได้ ข้างบน
ตำหนักสวรรค์…มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งคงอยู่จริงๆ ขั้นสุดยอด
มายังอันตรายเช่นกัน แต่หากขั้นสุดยอดมาจริงๆ พวกเราก็
ต้านไม่ไหวเหมือนกัน ดังนั้นที่นี่ไม่จำ เป็นต้องสนใจ เผ่า
ปีศาจพวกนั้น…เรื่องที่ฟางผิงรับปาก นั่นต้องทำได้อยู่แล้ว ผม
จะเปิดปราการ ส่งพวกมันเข้าไป…”
“เผ่าปีศาจพวกนี้เข้าไปฝึกวิชา จะไม่กระตุ้นให้ยอดฝีมือ
ในนั้นไม่พอใจหรือไง?”
เฉินเย่าจู่กังวลอยู่บ้าง ส่วนภายในพื้นที่ระหว่างเขตแดน
มียอดฝีมืออยู่ แม้เรื่องนี้เขาจะไม่รู้ แต่ก่อนหน้านี้พื้นที่ระหว่าง
เขตแดนมีการระเบิดแรงกดดัน อันที่จริงเขาไม่แปลกใจ
เหมือนกัน
ใช้ชีวิตมาเกือบสามร้อยปีแล้ว เขายังนับว่ารู้เรื่องราว
ไม่น้อยจริงๆสิ่งที่เหนือความคาดหมายเพียงอย่างเดียวคือนึกไม่ถึง
ว่าพวกฟางผิงเจอกับคนๆ นั้นแล้วยังอยู่รอดปลอดภัย!
หรือผู้อาวุโสภายในพื้นที่ระหว่างเขตแดนจะถูกใจ รับ
เป็นผู้สืบทอดแล้วจริงๆ?
เวลานี้เฉินเย่าจู่สงสัยในตัวฟางผิงขึ้นไปอีก
คนพวกนี้ทำลายภาพจำ ของผู้ฝึกยุทธ์ในความคิดเขาอยู่
บ้าง
ทำเอาเขาแทบจะสงสัยตัวเองขึ้นมา ผู้ฝึกยุทธ์สมัยใหม่
พัฒนาเร็วถึงขนาดนี้ ตัวเองล้าหลังไปแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?
ฟางผิงไม่สนใจว่าเขาจะคิดยังไง เอ่ยปากว่า “ไม่รู้
วัดดวงเถอะ”
ทุกคนไร้คำจะเอ่ย วัดดวง?
เธอไม่รู้ แต่บอกกับเผ่าปีศาจพวกนั้นว่าจะส่งพวกมัน
ไปตำหนักสวรรค์ ไปแม่น้ำไม่แตกดับเนี่ยนะ?
—
หลังจากนั้นสักพัก พวกฟางผิงก็ย้อนกลับมาที่แท่นนั้น
ตอนนี้เหนือแท่นมีเผ่าปีศาจมารวมตัวกันไม่น้อยไม่ใช่แค่เผ่าปีศาจขั้นแปดแปดตัวนั้น ยังมีเพิ่มอีก
บางส่วน
ฟางผิงเผยความน่าเกรงขาม เอ่ยเสียงดังว่า “มีแค่
ปีศาจแปดตัวที่เข้าร่วมสงครามก่อนหน้านี้ถึงจะสามารถ
เข้าไปได้! ไม่งั้นเผ่าปีศาจเข้าไปเยอะ รบกวนการฝึกวิชาของ
ผู้อาวุโส นั่นก็เป็นการล่วงเกินแล้ว! ผู้อาวุโสบันดาลโทสะ
ก่อนหน้านี้พวกนายน่าจะรับรู้ถึงแรงกดดันของผู้อาวุโสแล้ว
ฉันก็รับไม่ไหวเหมือนกัน เกิดเรื่องขึ้น ฉันไม่รับผิดชอบ!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา เผ่าปีศาจขั้นแปดทั้งแปดตัวก็แผด
เสียงคำรามทันที
ขับไล่เผ่าปีศาจที่ตามเข้ามาพวกนั้น!
——————