ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 666 ใต้หล้านี้มีใครฆ่าฉันได้ (1)
ทางเข้าถ้ำ ใต้ดินต้องห้าม
ฟางผิงยังไม่ทันลงไปก็มียอดฝีมือปรมาจารย์หลายคน
ระเบิดกลิ่นอายขึ้นมาแล้ว
แม้พวกเขาจะรับรู้ได้ว่าเป็นกลิ่นอายของพวกฟางผิง
ตอนนี้ยอดฝีมือขั้นเจ็ดคนหนึ่งก็ยังคงตะโกนเสียงดังว่า
“ปรมาจารย์ฟาง หยุดก่อน!”
ฟางผิงหยุดอยู่ข้างนอกห้องทางเข้า เอ่ยว่า “ประธาน
หลิว เวลากระชั้นชิดเกินไป ผมต้องเข้าไปข้างใน”
ปรมาจารย์หลายคนที่เฝ้าระวังทางเข้าถ้ำ ใต้ดิน ในนั้น
มีประธานหลิวของสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์อยู่
ประธานหลิวไม่มีท่าทีถ่อมตัวเหมือนเคยอีกแล้ว ตอนนี้
เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “สงครามเปิดฉากแล้ว เพื่อป้องกันศัตรู
จากแนวหลัง ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมสงคราม ไม่อนุญาตให้ใคร
เข้าไปข้างในทั้งนั้น! รวมถึงพวกผู้อาวุโสของตระกูลเฉินเหมือนกัน! ตอนนี้พวกเราแจ้งไปยังสามหน่วยงานแล้ว รอคำ
สั่งจากสามหน่วยงานก่อน!”
ฟางผิงจนใจอยู่บ้าง แต่รู้นี่เป็นขั้นตอนที่จำ เป็นเช่นกัน
ไม่งั้นจู่ๆ ขั้นเก้าคนหนึ่งฝ่าเข้าไปจากแนวหลังอย่าง
กะทันหัน ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกโจมตีทั้งหน้าและหลัง
อาจจะสร้างความบาดเจ็บและสูญเสียอย่างมหาศาลได้
แต่ตอนนี้ยังต้องรออีกนานเท่าไหร่?
ประธานหลิวรู้ว่าฟางผิงร้อนใจเหมือนกัน เอ่ยด้วย
ใบหน้าจริงจัง “ทุกคนรอก่อน พวกเราแจ้งข่าวให้กับ
สามหน่วยงานแล้ว ทั้งยังส่งคนเข้าไปรายงานในเมืองอู่อัน
ด้วย ไม่นานก็คงส่งข่าวกลับมาแล้ว!”
พวกฟางผิงไม่ใช่หนอนไส้ศึก จุดนี้ประธานหลิวกล้า
ใช้หัวเป็นประกัน
ไส้ศึกที่ฆ่ายอดฝีมือถ้ำ ใต้ดินตายนับไม่ถ้วน งั้นพวกถ้ำ ก็
ทุ่มเทยอมเข้าเนื้อเกินไปแล้ว ไส้ศึกแบบนี้จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ก็ยังได้ฟางผิงพยักหน้าเบาๆ ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ประธานหลิว
ก็เอ่ยอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง “อธิการฟาง ได้ยินว่าพวกเธอ…”
เขายังไม่ทันถามจบ ปนมาจารย์ที่เฝ้าระวังนอกถ้ำ ใต้ดิน
พวกนั้นก็เต็มไปด้วยความดีใจเช่นกัน “ได้ยินผู้อาวุโสเฉินบอ
กว่าพวกเธอกำจัดขั้นเก้าไปหลายคน?”
แม้ฟางผิงจะร้อนใจอยากเข้าไป แต่เวลานี้ไม่อาจ
บุกเข้าไปได้เหมือนกัน ไม่เห็นเหรอว่าพวกเฉินเย่าจู่ยังเข้าไป
ไม่ได้เลย?
ได้ยินคนพวกนี้ถาม ฟางผิงจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“โอกาสประจวบเหมาะเท่านั้น หลักๆ ยังเป็นผลงานของพวก
ผู้อาวุโสตระกูลเฉิน ผมแค่ผ่านทางไป เดิมทีพื้นที่ระหว่าง
เขตแดนก็มีอันตรายอยู่แล้ว ถือโอกาสกำจัดขั้นเก้าไปสองคน
ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดหรือยัง?”
“เรื่องจริงสินะ?”
พวกปรมาจารย์พากันดีอกดีใจ แม้คำพูดของฟางผิง
จะระคายหูอยู่บ้าง ‘ผ่านทางเอย’ ‘ถือโอกาสเอย’ พวกเขาล้วน
ทำเป็นไม่ได้ยินไปขั้น
เก้าถ้ำ ใต้ดินไม่ได้ตายง่ายๆ ขนาดนั้น ตอนนี้ตาย
ไปจำ นวนหนึ่ง คนพวกนี้จะไม่ดีใจได้ยังไง
ฟางผิงกลับมองไปทางประธานหลิว หัวเราะว่า “อันดับ
หนึ่งของขั้นเจ็ดอย่าเปลี่ยนเลย ยังไงผู้อาวุโสสองคนก็อายุ
มากแล้ว ต้องไว้หน้ากันบ้าง ผมยังอายุน้อย ไม่สนใจชื่อเสียง
จอมปลอมพวกนี้เหมือนกัน”
“…”
ประธานหลิวหัวโตขึ้นมา!
มาถึงขั้นนี้แล้ว นึกไม่ถึงว่าเธอยังมีใจมาพูดเรื่องไร้สาระ
กับฉัน?
ด้านข้าง หัวเหล็กเอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “ผมชนขั้นเก้าคน
หนึ่งตาย!”
ประธานหลิว “…”
ความหมายของเจ้าสองคนนี้ เขาแทบจะฟังเข้าใจเต็ม
ร้อย
ประธานหลิวเหนื่อยใจอย่างยิ่ง ก่นด่าในใจอย่างบ้าคลั่ง
เอาเถอะ คำพูดของพวกนาย ฉันเข้าใจแล้ว ไม่เปลี่ยนก็คือต้องเปลี่ยน!
กล้าไม่เปลี่ยนก็ฟังดู!
คนหนึ่งถือโอกาสกำจัดขั้นเก้าสองคน อีกคนชนขั้นเก้า
ตายหนึ่งคน ถามสิว่าใครไม่กลัวบ้าง?
กลัวหรือเปล่า?
กลัวสิ!
ประธานหลิวรู้สึกโศกเศร้าอย่างพูดไม่ถูกอยู่ในใจ ยอด
ฝีมือเป็นแบบนี้กันหมด?
ไม่แปลกใจที่เขาอายุหกสิบกว่าแล้วยังอยู่ขั้นเจ็ด ครั้งนี้
เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว
มองหวังจินหยางและเหยาเฉิงจวินอีกที สองคนนี้คง
ไม่ได้เป็นเหมือนกันหรอกสินะ?
ทั้ง
สองคนกลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แน่นอน ไม่ได้พูด
เรื่องจัดอันดับ ไม่ได้หมายความว่าไม่บ้าระห่ำ เหล่าหวังนั้น
แทบจะเมินเฉย เอ่ยเสียงเบาว่า “ขั้นเจ็ดอยู่แค่ไม่กี่เดือน
เท่านั้น เวลานี้สนใจการจัดอันดับมีประโยชน์หรือไง?”
คำพูดนี้พุ่งเป้าไปที่ฟางผิงประธานหลิวใบหน้าแข็งทื่อ แบบนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้ว!
ปรมาจารย์พวกนั้นต่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ด้าน
ข้าง พวกเฉินเย่าจู่สบสายตากัน พวกฉันก็เข้าใจแล้ว!
โลกข้างนอกยังคงเป็นโลกข้างนอก โลกของผู้ฝึกยุทธ์ยัง
เป็นเหมือนเดิม แค่เจ้าพวกนี้ที่ไม่ปกติเท่าไหร่
ระหว่างที่กำลังพูดกัน ครู่ต่อมาก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
“ผู้บัญชาการ!”
ทุกคนทยอยทักทาย พวกเฉินเย่าจู่ก็รีบค้อมกายว่า
“ราชาพิภพ!”
หลี่เจิ้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้อาวุโสเฉินอย่าเกรงใจกัน
เลย”
เขาเป็นคนของเมืองเจิ้นซิงเหมือนกัน ทั้งลำดับอาวุโสยัง
ต่ำกว่าผู้อาวุโสเฉินไม่น้อย
หากเรียงลำดับกันจริงๆ เขาและลูกชายขั้นเจ็ดของหญิง
ชราที่ชื่อหยวนหู่คนนั้นอยู่รุ่นเดียวกัน
เฉินเย่าจู่ถือว่าเป็นรุ่นปู่ทวดของเขาแล้วเฉินเย่าจู่หัวเราะ ไม่ได้พูดอะไรมาก โลกของผู้ฝึกยุทธ์
บางครั้งก็ให้ความสำ คัญกับความสามารถ บางครั้งก็ดูกันที่
ความอาวุโส แล้วแต่สถานการณ์
สถานการณ์ส่วนรวมแบบนี้ ไม่ใช่อยู่ในเมืองเจิ้นซิง
ในเมืองเจิ้นซิงเจอคนรุ่นหลังอย่างหลี่เจิ้น กลับไม่จำ
เป็นต้องเกรงใจขนาดนี้
หลี่เจิ้นพูดหนึ่งประโยคแล้วก็เอ่ยราวกับพึมพำว่า
“สิบห้าปีแล้ว แม้จะรู้ว่ายังมีคนรอดชีวิต แต่หลายปีมานี้
ประเทศจีนอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ไม่สามารถส่งคน
ไปช่วยสนับสนุนได้มาโดยตลอด ลำบากทุกท่านแล้ว”
“เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว!”
เฉินเย่าจู่ตอบกลับอย่างว่องไว นอกจากเขาจะเป็น
ลูกชายของขั้นสุดยอด ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกกองตั้งมั่น
เฝ้าระวังด้วยเช่นกัน เดิมทีถ้ำ สวรรค์เสวียนเต๋อก็เป็น
ถ้ำ สวรรค์ที่ตระกูลเฉินเฝ้าระวังอยู่
ดังนั้นรักษาการณ์อยู่ที่ถ้ำ สวรรค์เสวียนเต๋อยังคง
เป็นเรื่องที่สมควรแล้วหลี่เจิ้นพยักหน้าเบาๆ เวลานี้ค่อยมองไปทางฟางผิงที่
ดูเหมือนจะร้อนใจอยู่บ้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่จำ เป็นต้อง
ร้อนใจเกินไป ตอนนี้พวกเธอเข้าไปก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ รอ
อีกหน่อย รอผู้อำนวยการหนานทะลวงด่าน ระหว่างที่ทะลวง
เธอจะฆ่าศัตรูที่แข็งแกร่งบางส่วนอย่างรวดเร็ว ถึงเวลานั้น
พวกเธอค่อยเข้าไปจะปลอดภัยกว่า ยังสามารถโจมตีศัตรูให้
ตายในกระบวนท่าเดียวได้ด้วย! แต่พวกผู้อาวุโสเฉินออกมา
เกรงว่าจะถูกพบเห็นแล้ว คงต้องดูว่าเวลานี้ราชาเฟิงได้บอก
กับราชาไหวหรือเปล่า…”
เฉินเย่าจู่เอ่ยอึกอักอยู่บ้าง “อาจไม่รู้เสมอไป ตอนที่
พวกเราออกมา ราชาเฟิงเอาแต่จับตามองที่พื้นที่ระหว่าง
เขตแดน เกรงว่าอาจจะลืมพวกเราไปแล้วด้วยซ้ำ ”
ราชาเฟิงอาจไม่มีความคิดที่จะบอกราชาไหวว่าพวก
เฉินเย่าจู่ออกมาแล้วเสมอไป
ตอนนี้เขาจับตามองที่พื้นที่ระหว่างเขตแดนเป็นพิเศษ
รอฟางผิงออกมาลูกชายตัวเองตายในสงคราม แม่ทัพสวรรค์ทั้งสามก็
ตาย…บางทีราชาเฟิงอาจจะปรารถนาให้แม่ทัพสวรรค์
บางส่วนของราชาไหวตายไปด้วยซ้ำ
เหนือราชาถ้ำ ใต้ดิน นั่นมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น
เหมือนกัน
เหนือราชาไม่อาจลงมือโดยง่าย แม่ทัพสวรรค์ใต้อำนาจ
แข็งแกร่งหรือไม่ ก็คือความสามารถของพวกเขา
เดิมทีราชาเฟิงมีแม่ทัพสวรรค์แปดคน แม่ทัพสวรรค์รุ่น
สองสองคน ในหมู่เหนือราชา นับว่ามีฝีมือเหลือหลาย
นี่ยังเป็นต้นทุนในการแย่งชิงบัลลังก์รุ่นที่สามตระกูล
เฟิงของเฟิงเมี่ยเซิงพวกนี้
แต่ตอนนี้อำนาจของตระกูลเฟิงเสียหายอย่างหนัก
ทายาทสองคนตายในสนามรบแล้ว แม่ทัพสวรรค์ก็ตายไปห้า
คน ใต้อำนาจเหลืออยู่แค่สามคนเท่านั้น
ความสามารถแบบนี้ กระทั่งราชาไหวยังเทียบไม่ได้
อำนาจของราชาไหวไม่นับว่าแข็งแกร่งจนเกินไปตอนนี้ราชาไหวมีแม่ทัพสวรรค์ห้าคนที่เข้าร่วมใน
สงครามเขตแดนสิบแปดทางใต้ แม้ราชาเฟิงจะนึกถึงเรื่องคน
ตระกูลเฉินได้ อาจจะไม่แจ้งข่าวเสมอไป
ในความคิดของราชาเฟิง แม่ทัพสวรรค์สามสิบกว่าคน
เผชิญหน้ากับแม่ทัพสวรรค์ของดินแดนแห่งการเกิดใหม่หลาย
สิบคน ต้องชนะอยู่แล้ว
ส่วนบาดเจ็บล้มตายก็ต้องมีเหมือนกัน
เขตแดนสิบแปดทางใต้ ส่วนมากล้วนเป็นคนของราชา
ไหว ตายไปบางส่วนก็ดี ป้องกันไม่ให้ราชาไหวเห็นอำนาจเขา
คลอนแคลน เกิดความคิดไม่ดีอะไรขึ้นมา
หลี่เจิ้นได้ฟังก็หัวเราะ น่าจะเข้าใจความคิดของราชา
เฟิงเหมือนกัน
เมื่อกี้เรื่องราวที่พวกเฉินเย่าจู่พูดคุยกับพวกประธานหลิว
เขาก็ได้ยินเหมือนกัน
ฆ่าขั้นเก้าสี่คน รวมถึงเฟิงจิ่วเฉิง!
ความเสียหายเช่นนี้ ราชาเฟิงน่าจะโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ
แล้วไม่ได้รีบจะถามเรื่องพวกนี้ ครู่ต่อมาพวกเฉินเย่าจู่ก็แทบ
ไม่ได้ยินเสียงของหลี่เจิ้นแล้ว เห็นแค่ริมฝีปากขยับเบาๆ
เหมือนกำลังสื่อสารกับพวกฟางผิงอยู่