ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 667-2 ฉันมาถึงจะนับว่าเริ่มต้นสงคราม (2)
เวลานี้ราชาไหวใช้พลังจิตใจสำรวจในตำแหน่งที่พวกหนานอวิ่นเยวี่ยอยู่ ลังเลอยู่บ้าง
คนพวกนี้ล้วนเป็นแม่ทัพสวรรค์แนวหน้าของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ โดยเฉพาะหนานอวิ่นเยวี่ย ก่อนหน้านี้เขาถึงกระทั่งสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง น่าเสียดายที่ถูกจางเทาขัดจังหวะ
ตอนนี้สู้สิบต่อหก แทบจะถูกกดหัวอย่างสิ้นเชิง นี่หากออกไปอีกคนสองคน… คงจะอันตรายแล้ว
แต่แม่ทัพสวรรค์ของเขาหลายคนเวลานี้กำลังย้อนกลับมา ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก…
หรือรอก่อนดี?
รอพวกแม่ทัพสวรรค์ย้อนกลับมาแล้วค่อยว่ากัน?
เขาไม่อยากโยกย้ายกำลังคนเท่าไหร่ แม้ว่าฟางผิงจะท้าทายไม่หยุดหย่อนก็ตาม
ต้องการเวลาไม่นานเท่านั้น แม่ทัพสวรรค์สามคนของเขาก็จะไล่ตามกลับมาทันแล้ว!
ราชาไหวยังไม่ทันเอ่ยปาก ฟางผิงก็ระเบิดเสียงคำรามขึ้นมา ทะลวงอากาศออกไป ปรากฏดาบยาวเล่มหนึ่งในมือ ไม่ใช่ดาบยาวขั้นเจ็ดแล้ว แต่เป็นดาบยาวขั้นแปด!
“คนอย่างเธอก็กล้าท้าทายฉันงั้นเหรอ!”
“โค่นหมื่นปรมาจารย์!”
ฟางผิงตะโกนเสียงดัง แสงสีทองเจิดจ้าในอากาศ ทำให้ทุกคนตกตะลึงอยู่บ้าง นี่ระเบิดสสารไม่แตกดับเท่าไหร่กัน?
จีเหยาที่เพิ่งขี่เฟิ่งหวงสีทองเข้ามา ตอนนี้ก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างหนักเช่นกัน
เฟิ่งหวงที่เธอขี่เป็นตัวที่อยู่ในแดนรบราชาวันนั้น แม้จะมีกระดูกทองกลับไม่ใช่ขั้นแปดอย่างแท้จริง แต่พอๆ กับฟางผิงเท่านั้น
เวลานี้ฟางผิงฟันออกมาหนึ่งดาบ เกิดระเบิดในอากาศด้วยซ้ำไป พลังดาบที่แข็งแกร่งสายนั้นแทบไม่อ่อนด้อยไปกว่ายอดฝีมือขั้นแปดเท่าไหร่ แน่นอนว่าเป็นประเภทที่เพิ่งกำลังเข้าสู่ขั้นแปด
“เหลาเหยา!”
ในเวลานี้จู่ๆ ฟางผิงก็ตะโกนเสียงดัง!
ไม่ไกลนั้นเหยาเฉิงจวินคำรามอย่างบ้าคลั่ง วงแหวนคริสตัลทะลวงอากาศออกมา พุ่งไปยังเฟิ่งหวงตัวนั้น
เคร้งๆๆ…
เสียงหวีดร้องดังขึ้นทันที เฟิ่งหวงสีทองตัวนั้นแม้จะไม่รู้ว่าวงแหวนคริสตัลคืออะไร แต่ชั่วพริบตานี้กลับรับรู้ถึงภัยคุกคามอย่างร้ายแรง รีบแผดร้องขึ้นมา
“เฟิ่งเชวี่ย!”
จีเหยาเห็นแบบนั้นก็ตะโกนเสียงดัง ตื่นตระหนกอยู่บ้าง เฟิ่งเชวี่ยเป็นอะไร?
แม้เฟิ่งเชวี่ยจะยังไม่ถึงขั้นแปด แต่ในแดนรบราชาก็อยู่ขั้นเจ็ดแล้ว ตอนนี้ทะลวงขั้นเจ็ดตอนปลาย หลอมกระดูกไม่แตกดับแล้ว
เดิมทีสัตว์ปีศาจก็แข็งแกร่ง แม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นแปดก็อาจไม่สามารถจัดการเฟิ่งเชวี่ยได้ง่ายๆ เสมอไป แต่ตอนนี้เฟิ่งเชวี่ยกลับแผดร้องออกมา คิดจะถอยออกไป!
เฟิ่งหวงที่เป็นสัตว์ปีศาจเกิดอาการรนราน ฟางผิงกลับรู้สึกโล่งใจ มีประโยชน์จริงด้วย
ก่อนหน้านี้รอบนอกของพื้นที่ระหว่างเขตแดน เขาก็รับรู้ได้แล้วว่าเจ้านี่เหมือนจะใช้กับพวกสัตว์ปีศาจจริงๆ นี่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงมือของเขา
ในเวลานี้ฟางผิงฟันดาบยาวลงมา พลังดาบสะท้านฟ้า
เดิมทีจีเหยาไม่ได้กลัว เธอและเฟิ่งเชวี่ยร่วมมือกัน ทั้งเธอก็มีท่าไม้ตายเหมือนกัน ฟางผิงจะระเบิดพลังอย่างแข็งแกร่งเธอก็ไม่กลัว
แต่ตอนนี้เฟิ่งเชวี่ยกลับมองวงแหวนนั้นอย่างหวาดกลัว นึกไม่ถึงว่าจะเกิดความคิดอยากหนีได้ ทั้งฟางผิงฟันดาบลงมาแล้ว!
“สารเลว!”
จีเหยามีโทสะอย่างยิ่ง โมโหจนอยากกระอักเลือด เธออยากฆ่าฟางผิงมาโดยตลอด แต่ใครจะรู้ว่าเพิ่งเจอฟางผิงก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขนาดนี้แล้ว
“ตายซะ!”
ฟางผิงระเบิดเสียงอีกครั้ง พลังดาบแข็งแกร่งขึ้นมาอีกสามส่วน
จีเหยาประกายแววตาดุดัน เพิ่งคิดจะถอยหนี ฟางผิงกลับตะโกนอย่างรวดเร็วว่า
“คนไร้ประโยชน์ยังคงเป็นองค์หญิงจีเหยา ไม่มีพ่อและปู่ กระทั่งเฟิงเมี่ยเชิงและไหวมูชิงพวกไร้ประโยชน์สองคนนั้นยังสู้ไม่ได้!”
“ไปตายซะ!”
จีเหยาที่กำลังจะถอยหนี จู่ๆ บนร่างก็เปล่งประกายแสงสีทอง กระบี่ยาวปรากฏขึ้นข้างหน้าเธอในชั่วพริบตา ก่อนจะฟันไปทางประกายดาบของฟางผิง
เปรี้ยง!
เกิดเสียงระเบิดกึกก้องไปทั่ว บนพื้นดินปรากฏหลุมขนาดใหญ่ขึ้นทันที
จีเหยาใบหน้าซีดเผือด ฟางผิงก็ถอยไปหนึ่งก้าวเช่นกัน แต่เวลานี้ฟางผิงกลับแววตาเป็นประกาย ตะโกนว่า
“ฉันวันนี้ต้องฆ่าเธอให้ได้! กล้าเก็บอาวุธวิเศษไว้ในประตูซานเจียว พ่อกับปู่ของเธอ ก็จะฆ่าไปด้วย!”
ขั้นเก้า!
ผู้หญิงคนนี้นึกไม่ถึงว่าจะเปลี่ยนอาวุธวิเศษ อาวุธวิเศษขั้นเก้า!
นอกจากเป็นอาวุธวิเศษขั้นเก้าแล้ว ภายในร่างกายยังสะสมสสารไม่แตกดับและน้ำแร่ชีวิตไว้จำนวนมาก นี่ก็คือคลังสมบัติ!
ต้องจัดการเธอ!
ฟางผิงไม่พูดพร่ำทำเพลง บุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้วงแหวนคริสตัลก็พุ่งไปหาเฟิ่งหวงสีทองเช่นกัน
เคร้งๆๆ…
เฟิ่งหวงแผดร้องขึ้นมาอีกครั้ง เวลานี้นึกไม่ถึงว่าจะไม่ฟังคำสั่งของจีเหยาอีกแล้ว หมุนตัวลอยไปข้างหลังทันที
“เฟิ่งเชวี่ย!”
จีเหยาจนใจ แต่เวลานี้เฟิ่งเชวี่ยต้องการหนี เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้เหมือนกัน
ข้างหลังนั้นในมือฟางผิงปรากฏดาบยาว ระเบิดแสงสีทองอร่าม ตะโกนว่า
“สารเลวอย่าหนีสิ! คนไร้ประโยชน์อย่างเธอยังกล้าโวยวายจะฆ่าฉันในแดนรบราชาไม่ใช่หรือไง?
นับว่าเป็นตัวอะไรกัน! วันนั้นในแดนรบราชาหากไม่ใช่ว่าเธอคุกเข่าร้องขอชีวิต เปลื้องผ้าพลีกาย ฉันคงไม่ปล่อยไปหรอก!
ปล่อยเธอไปหนึ่งครั้ง ยังกล้ามารนหาที่ตายอีก!”
“ฟางผิง!”
จีเหยาหวีดร้องเสียงดังจนแสบแก้วหู ครูต่อมาก็ระเบิดโทสะว่า
“ขุยเป้า หลงเชิง แม่ทัพสวรรค์สองคนฆ่าเขาซะ!”
“องค์หญิง!”
ยอดฝีมือขั้นเก้าสองคนที่กำลังประมือกับหนานอวิ่นเยวี่ยต่างลังเลไปอยู่บ้าง
“สารเลว! ข้าบอกให้พวกเจ้าฆ่าเขา!”
จีเหยาโทสะสุมหัว!
เธอเป็นองค์หญิงของราชสำนักเทียนมิ่ง ปู่ของเธอเป็นเหนือราชาที่แข็งแกร่งที่สุดของราชสำนักเทียนมิ่ง นอกจากพ่อของเธอจะเป็นเจ้าแห่งราชสำนักแล้ว ยังใกล้จะเข้าสู่ขั้นเหนือราชาแล้วเช่นกัน
เจ้าเมืองเขตแดนข้างนอกเผาสัตว์ปีศาจล้วนอยู่ภายใต้อำนาจของราชสำนัก เธออยู่ที่นี่นั่นก็เป็นนายใหญ่ของเผ่าสัตว์ปีศาจ แม้จะเป็นราชาไหวก็ไม่ได้มีตำแหน่งสูงในเผ่าสัตว์ปีศาจเท่าเธอ
แต่ในเวลานี้นึกไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะเกิดความลังเลขึ้นมา!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! น่าขำเกินไปแล้ว จีเหยา อำนาจเธอใหญ่คับฟ้าจริงๆ! เธอคิดว่าเธอเป็นนายใหญ่ กลับเป็นแค่กองขยะ!
เธอคิดว่าขั้นเก้าเป็นสุนัขที่เธอเลี้ยง เธออยากให้พวกเขามาก็มา อยากให้พวกเขาไปก็ไปงั้นเหรอ?
เธอดูสิปู่เธอ พ่อเธอไม่อยู่ที่นี่ เธอจะเป็นอะไรได้? ครั้งก่อนเธอเสนอตัวเปลื้องผ้าพลีกายเอง ฉันเห็นแก่ฐานะของเธอเท่านั้น ยังคิดว่าตัวเองมีอะไรดีจริงๆ งั้นเหรอ? ฮ่าๆๆ…”
“ฆ่าเขาซะ!”
น้ำเสียงของจีเหยาเย็นเยียบอย่างมาก ตะโกนอย่างโมโห
“ราชาไหวหรือเผ่าเทียนมิ่งไม่ได้เป็นของราชสำนักเทียนมิ่งของข้าแล้ว?”
“พวกแม่ทัพสวรรค์หลงเชิง พวกเจ้าจะทรยศราชสำนักงั้นหรือ?”
เวลานี้จีเหยาโมโหจริงๆ แล้ว!
ถูกฟางผิงยั่วโทสะอย่างบ้าคลั่ง ยังมาถูกเจ้าเมืองสองคนลังเลอีก เจ้าเมืองเขตแดนข้างนอกนึกไม่ถึงว่าจะไม่ฟังคำสั่งจากราชสำนัก!
อยู่ด้วยตัวเองมาหลายปี ทำให้คนพวกนี้ลืมไปแล้วว่าอำนาจทั้งหมดของเขาล้วนมาจากการสนับสนุนของราชสำนัก
ไม่มีการสนับสนุนจากราชสำนัก แม่ทัพเขตหวงห้ามมีไม่น้อย ตำแหน่งเจ้าเมืองยังจะตกมาถึงเมืองพวกเขาหรือไง?
คล้อยหลังจากเสียงตะโกนอย่างโมโหของจีเหยา ราชาไหวเห็นว่าสุดท้ายเจ้าเมืองเผ่าสัตว์ปีศาจทั้งสองยังเผยท่าทีสั่นคลอน ลอบถอนหายใจ
ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่เหมาะที่จะแตกหักกับจีเหยา เขตแดนสิบแปดทางใต้ยังต้องการแรงสนับสนุนจากราชสำนักเทียนมิ่ง
“ไปเถอะ!”
คล้อยจากเสียงของราชาไหว เจ้าเมืองทั้งสองก็ไม่ลังเลอีก ปลีกตัวออกมาจากสนามรบ บุกเข้าไปหาฟางผิง
พวกหนานอวิ่นเยวี่ยต่างตกตะลึงไปแล้ว!
ช่วงเวลาสั้นๆ ลดไปถึงหกคนแล้ว?
เมื่อกี้ยังมีสิบสี่คน ชั่วพริบตาเหลือแค่แปดคน!
พวกเขาหกคนแข็งแกร่งยิ่งกว่าอะไร!
เวลานี้ทั้งหกคนแทบจะสู้กดหัวขั้นเก้าแปดคนของอีกฝ่ายได้!
“ผู้อำนวยการหนาน!”
ในฝูงชนนั้นอูชวนตะโกนเบาๆ ขมวดคิ้วขึ้นมา รอไม่ได้แล้ว!
ขั้นเก้าสองคนไปฆ่าฟางผิง ตอนนี้ฟางผิงไม่เหลือไพ่ตายแล้ว
เฉินเย่าจื่อ เฉินซี เซี่ยอีฟาน การปรากฏตัวของทั้งสามคนล้วนคาดไม่ถึง แต่สามคนนี้สกัดขั้นเก้าสี่คนก็ถึงขีดจำกัดแล้ว หากไม่ลงมืออีกฟางผิงมีอันตรายแล้วจริงๆ
ฟางผิงเข้ามาก็ล่อขั้นเก้าไปได้หกคน แม้จะพูดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเฉินเย่าจื่อ แต่หากฟางผิงไม่ท้าทายซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายขั้นเก้าสองคนคงไม่ไปแน่
ไม่ใช่แค่ทางนี้ ไกลออกไปนั้นยังมีขั้นเก้าสามคนไล่ตามเขามาอย่างดุเดือด
ขั้นเก้าเก้าคนล้วนมาเพื่อฆ่าฟางผิง!
ตอนนี้ฟางผิงกำลังไล่ฆ่าจีเหยา หัวเราะเสียงดังว่า
“แค้ขั้นเก้าสองคน? น้อยเกินไปแล้ว ไม่พอ ยังไม่พอ! คนแค่นี้ก็คิดจะฆ่าฉัน? ฝันหวานเกินไปแล้ว!”
“รนหาที่ตาย!”