ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 670 ออกจากถ้ำใต้ดิน (2)
ทุกคนต่างไร้คำจะพูด ของนี้ไปอยู่ในมือเจ้าพวกนี้แล้ว
หนานอวิ๋นเยวี่ยจะเอากลับไปได้จริงๆ หรือไง?
เก็บกวาดอยู่พักใหญ่ จางเว่ยอวี่ก็ไม่สนใจเรื่องพวกนี้
เช่นกัน เอ่ยว่า “ไปเถอะ ต้องออกไปแล้ว!”
“ทางนี้รอผู้อำนวยการหนานกลับมาแล้ว พวกเราค่อย
หารือว่าจะเก็บยังไงอีกที”
“…”
พวกเขาผลัดกันพูดไปมา เตรียมที่จะถอนตัวออกไปแล้ว
เวลานี้จู่ๆ เจี่ยงหยวนหวาก็เอ่ยว่า “เหมือนจะลืมใคร
ไปคนหนึ่ง”
ทุกคนทยอยมองไปทางเขา เจี่ยงหยวนหวาเอ่ยเนิบช้าว่า
“ฉินเฟิ่งชิงก่อนหน้านี้ก็เข้ามาเหมือนกัน ล่วงหน้าไปก่อน
ตอนนี้เหมือนยังไม่กลับมา”
เพราะเจี่ยงเชามอบของให้ฉินเฟิ่งชิง เขาจึงเห็นว่าฉินเฟิ่ง
ชิงเข้ามาแต่สงครามระดับสูงยังไม่ทันเริ่ม เจ้าหมอนั่นก็เผ่น
ไปแล้ว
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว!
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ฟางผิงก็เอ่ยอย่างแปลกใจอยู่บ้าง
“ฉินเฟิ่งชิงมาที่นี่?”
“ใช่”
ฟางผิงไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ เอ่ยอย่างหมดคำพูดว่า
“สงครามใหญ่สิ้นสุดแล้ว เจ้าหมอนั่นยังไม่กลับมา…คงไม่ใช่
จบเห่ไปแล้วหรอกนะ?”
ระหว่างที่พูด นอกเมืองก็มีร่างหนึ่งทะยานมาอย่าง
ว่องไว หัวเราะว่า “ยินดีกับชัยชนะของมนุษยชาติ ยินดีกับ
ชัยชนะประเทศจีน! ยินดีกับอธิการฟางที่สั่นสะท้านไปทั่ว
ถ้ำ ใต้ดิน สร้างชื่อแพร่กระจายใต้หล้า! อวยพรให้กับ
มนุษยชาติ อวยพรให้กับอธิการฟาง!”
คนที่มาคือฉินเฟิ่งชิง เจ้าหมอนี้ประจบมาแต่ไกล
ทุกคนกลับได้สนใจเรื่องนี้ พากันทยอยมองเขา
ไม่สิ มองหัวของเขา!ฟางผิงพึมพำว่า “เขาเป็นอะไร?”
“ไม่รู้”
หลี่หานซงก็ตกตะลึงเช่นกัน ไม่นานก็เอ่ยว่า “ฟางผิง
เขาคงไม่ได้ทรมานตัวเองจนตายแล้วหรอกนะ?”
เวลานี้สถานการณ์ของฉินเฟิ่งชิงแปลกเกินไปจริงๆ
เหนือหัวของเขาปรากฏยาจินตันขนาดใหญ่เม็ดหนึ่ง
มีต้นไม้ขึ้นอยู่บนยาจินตา แขวนไว้บนหัวของเขาแบบนั้น ดู
พิลึกพิลั่นอย่างยิ่ง
ไม่ใช่แค่พวกฟางผิงที่ตกตะลึงไป พวกอู๋ชวนก็นิ่งอึ้ง
ไปเหมือนกัน
ผ่านไปสักพัก จางเว่ยอวี่คล้ายจะมองบางอย่างออก เผย
สีหน้าแข็งทื่อว่า “ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องทรมานตัวเองตายแน่ๆ!
เจ้าหมอนี้…คนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นแบบนี้กันหมด
แล้วหรือไง?”
ตาเฒ่าหลี่ขมวดคิ้วว่า “พวกเราไม่ได้เป็นแบบนี้!”
จางเว่ยอวี่แค่นเสียงขึ้นจมูก อู๋ชวนกลับขมวดคิ้วว่า “เจ้า
เด็กนี้…เจ้าเด็กนี้อย่าทรมานตัวเองตายจริงๆ แล้วกันมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะสร้างแรงกดดันให้เขาเยอะเกินไปแล้ว
…”
ฟางผิงยังคงมองไม่ออกอยู่บ้าง ขมวดคิ้วว่า “เขาทำ
อะไรเหรอครับ?”
อู๋ชวนเอ่ยอย่างจนใจ “สะพานฟ้าดินกลายพันธุ์
กลายพันธุ์มั่วซั่ว! ตอนที่พลังจิตใจปรากฏ เพราะพลังจิตใจ
ไม่เพียงพอ สะพานฟ้าดินจึงขยายออกมาไม่ได้ ติดอยู่ตรงนั้น
!”
“ติดอยู่ตรงนั้น?”
ฟางผิงอึ้งไปแล้ว!
ยังติดอยู่ได้ด้วย?
เวลานั้นฉันก็กลายพันธุ์เหมือนกัน ไม่เห็นจะติดอยู่
แบบนี้!
ด้านข้างนั้น จางเว่ยอวี่กล่าวเสริมว่า “เจ้าเด็กนี้ไม่รู้ว่า
ก่อเรื่องอะไร กินของมั่วซั่ว เหมือนจะเป็น…แกนปีศาจของต้น
จันทร์หม่นระดับกลาง?”“ใช่ เขาคงไม่ได้ฟังคำล่อลวงจากใครหรอกนะ? แกน
ปีศาจต้นจันทน์หม่นระดับสูงกลืนเข้าไปแล้ว บางทีอาจจะ
ทำให้คนทะลวงถึงขั้นเจ็ด แต่ระดับกลาง กลืนเข้าไปจะกลาย
พันธ์ได้ง่าย…เขากลับแล้วใหญ่ เดิมทีสะพานฟ้าดินก็
กลายพันธุ์อยู่แล้ว ตอนนี้ยังมากลืนแกนปีศาจต้นจันทร์หม่น
อีก แกนปีศาจกับสะพานฟ้าดินจึงผสมปนเปกันไปหมด ตอนนี้
งานยากแล้ว สะพานฟ้าดินจะเก็บเข้าไปยังเก็บไม่ได้”
ฟางผิงกลืนน้ำลายว่า “กลับเข้าไปไม่ได้?”
“ไม่ใช่ถึงกับเก็บเข้าไปไม่ได้ ประเด็นอยู่ที่พลังจิตใจของ
เขาไม่แข็งแกร่งพอ ตอนนี้ยังผสมวุ่นวายกันไปหมดอีก เขา
เลยไม่มีวิธีเก็บกลับไป รอพลังจิตใจแข็งแกร่งขึ้นหน่อย บางที
อาจจะทำได้แล้ว
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกัน ฉินเฟิ่งชิงก็ทะยานมาถึง
แล้ว ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง
เห็นทุกคนจ้องที่หัวของเขาก็หัวเราะว่า “เป็นยังไง? เท่
ใช่หรือเปล่า? ฉันถึงขั้นเจ็ดแล้ว…”
ทุกคนไร้คำจะโต้ตอบ เธอมั่นใจ!ตอนนี้เจ้าหมอนี้อยู่ขั้นเจ็ดที่ไหนกัน!
ผู้ฝึกยุทธ์ที่การปรากฏของพลังจิตใจติดอยู่ครึ่งๆ กลางๆ
…แทบจะไม่เคยได้ยินมาก่อน มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คิดอะไร
แผลงๆ เกินไปแล้ว
หลี่ฉางเซิงหนึ่งคน ฟางผิงก็เหมือนกัน ตอนนี้เพิ่มฉินเฟิ่ง
ชิงขึ้นมาอีกคนแล้ว
ฉินเฟิ่งชิงไม่สนใจเรื่องนี้ เอ่ยอย่างเบิกบานว่า “ฉันยังคิด
ว่าต้องฆ่าต้นจันทน์หม่นขั้นเจ็ดซะอีก นึกไม่ถึงว่าฆ่าต้นจันทร์
หม่นขั้นหกก็สามารถทะลวงด่านได้เหมือนกัน…”
ทุกคนหมดคำจะพูดอีกครั้ง ฟางผิงลังเลอยู่นาน สุดท้าย
ยังคงไม่พูดออกไป
เอาเถอะ ในเมื่อนายคิดแบบนั้นก็ให้เป็นแบบนั้นเถอะ
กลับเป็นอู๋ชวนที่ส่งเสียงว่า “เขายังสามารถเลื่อนขั้นได้
อีกหรือไง?”
“ต้องวัดดวงแล้ว พูดยากเกินไป แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง
เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ ทิศทางหลักถูกก็เพียงพอแล้ว ส่วน
ทางลัดทางอ้อมขึ้นอยู่กับแต่ละคน ถ้าเขามีความมุ่งมั่นมากพอ กลับไปหาวิธีสักหน่อย น่าจะทำได้เหมือนกัน แต่เหนือหัว
ของเขาที่ปลูกต้นไม้บนลูกบอลทองนี้ น่าจะอยู่สภาพนี้จนกว่า
เขาจะทะลวงขั้นเจ็ดอย่างแท้จริง ถึงจะเก็บคืนสู่ร่างได้”
ฟางผิงหมดคำจะพูด กวาดตามองฉินเฟิ่งชิงแวบหนึ่ง
เจ้าหมอนี้ยังทำท่าดีอกดีใจ ฝีมือน่าจะก้าวหน้าขึ้นจริงๆ
ส่วนลูกบอลบนหัวนั้น เขาอาจจะไม่สนใจเสมอไป
ประเด็นอยู่ที่นายแม่งอย่าเอาแต่กินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าได้
หรือเปล่า จะกลายพันธุ์มั่วซั่วไปหมด!
ฉินเฟิ่งชิงก็ไม่สนใจพวกเขาเช่นกัน เข้าไปรวมตัวกับ
ฟางผิงด้วยใบหน้าเบิกบาน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฟางผิง ครั้งนี้
หาเงินได้เท่าไหร่? ฉันได้ยินว่าขั้นสุดยอดหลายคนต้องการ
ฆ่านาย ได้เยอะหรือเปล่า?”
“ไม่เท่าไหร่”
“ไม่เท่าไหร่?”
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยหยั่งเชิง “อย่างต่ำคงห้าแสนล้านสินะ?”
ฟางผิงเข้าถ้ำ ใต้ดินได้ไม่นาน เขาคิดว่าตัวเองประเมิน
ฟางผิงสูงพอแล้วแต่ครุ่นคิดอีกทีก็เอ่ยว่า “ล้านล้าน? คงไม่ใช่หนึ่งล้าน
ล้านจริงๆ หรอกนะ?”
ฟางผิงเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ไม่เท่าไหร่จริงๆ อีกอย่าง
สิ้นเปลืองไปเกือบหมดแล้ว เหลือแค่หินพลังงานขั้นเก้าไม่กี่
หมื่นจินเท่านั้น ยังได้สัญญาหนี้มาอีกหลายล้านล้าน…”
ฉินเฟิ่งชิงชะงักน้ำเสียงไป ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ร้ายกาจ ร้ายกาจจริงๆ! ฟางผิง ตอนนี้ฉันถึงขั้นเจ็ดแล้ว อยู่
ในขั้นปรมาจารย์แล้วเหมือนกัน ครั้งหน้าจะทำการใหญ่ เรียก
ฉันไปด้วยสิ อย่ามองว่าพวกหัวเหล็กทะลวงด่านก่อนฉัน
อาจจะไม่ได้แข็งแกร่งกว่าฉันเสมอไป…”
พวกหลี่หานซงลองจับสัมผัสอยู่พักหนึ่ง พากันส่ายหน้า
อย่างจนใจ
นายแม่งขั้นเจ็ดจริงๆ หรือไง?
นี่น่าจะนับว่าขั้นเจ็ดครึ่งก้าวเถอะ?
นึกไม่ถึงว่ายังจะมีคนติดอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ตอนปรากฏ
พลังจิตใจได้ด้วย ยอมจริงๆ!ฉินเฟิ่งชิงทรมานตัวเองจนมีสภาพแบบนี้ ฟางผิงจนใจ
เหมือนกัน ไม่พูดโจมตีเขาอีก เจ้าหมอนี้มีความมุ่งมั่นแรงกล้า
หน้าหนากล้าได้กล้าเสีย ลูกบอลสีทองบนหัวยังไม่สนใจเลย
รอเขาถึงขั้นเจ็ดแล้วก็คงไม่มีอีก
แต่ครุ่นคิดอยู่ค่อนวัน ยังคงเอ่ยออกไป “อย่าเพิ่งไป
ฆ่าขั้นเจ็ดเลย”
“หา?”
“ไม่มีอะไร นายระวังตัวหน่อยเถอะ ในใจน่าจะรู้ดี เป็น
ขั้น
เจ็ดจริงๆ หรือเปล่า…นายคิดเอาเองเถอะ”
ฟางผิงไม่พูดมากเหมือนกัน เจ้าหมอนี้ก็ไม่ใช่คนโง่
น่าจะรู้ว่าตัวเองเกิดปัญหาแล้ว
ตอนนี้เริ่มเข้ามาประจบ น่าจะอยากให้ตัวเองช่วยเขา
แก้ไขปัญหา
ประเด็นอยู่ที่ฟางผิงไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไง
กลับไปค่อยถามเหล่าจางเถอะ
—ทุกคนไม่สนใจฉินเฟิ่งชิงอีก แม้หลายคนจะมองหัวของ
เขาอย่างสงสัย แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร
เก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่ได้อพยพไปทั้งหมด
เหลือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดบางส่วนเฝ้าระวังอยู่ที่เมืองอู่อัน คนอื่นๆ
ก็ออกจากถ้ำ ใต้ดินไป
—
เมืองต้องห้าม
หลี่เจิ้นรออยู่ที่นอกทางเดินอยู่ตลอด
รอจนเห็นทุกคนออกมา คนแรกที่เห็นคือฟางผิง ผ่าน
ไปสักพักจึงเอ่ยว่า “เธอทำให้ฉันคาดไม่ถึงอีกครั้งแล้ว”
ก่อนหน้านี้ฟางผิงต้องการเข้าไป เขาไม่คิดว่าฟางผิง
จะเปลี่ยนอะไรได้จริงๆ
แต่ตอนนี้เรื่องจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้ว เจ้าหมอนี้ความสา
มารถอย่างอื่นไม่พูดถึง แต่ความสามารถเรื่องสร้างศัตรู
ถือเป็นอันดับหนึ่ง!
เรื่องของถ้ำ ใต้ดินต้องห้าม เขารู้มาบางส่วนเหมือนกัน
คนที่อพยพเป็นกลุ่มแรกๆ บอกกับเขาแล้วฟางผิงและหลี่ฉางเซิงเจ้าสองคนนี้ล่อขั้นเก้าออก
ไปจำ นวนมาก
นี่ถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สงครามครั้งนี้จบลงได้อย่าง
รวดเร็ว ได้รับชัยชนะ
รวมกับฟางผิงควักสสารไม่แตกดับออกมาจำ นวนมาก
นี่ก็เป็นจุดสำ คัญที่ทำให้ราชาไหวไม่มีใจทุ่มเทไปกับสงคราม
ทั้ง
หมด
ไม่พูดมากอีก หลี่เจิ้นมองไปทางทุกคนว่า “ทุกคนพักอยู่
ที่นี่สักระยะหนึ่งเถอะ รอพวกรัฐมนตรีออกมาแล้ว พวกเขา
ค่อยหารือเรื่องหลังจากนี้อีกที”
พูดจบก็มองไปทางฟางผิง “เธอกับหลี่หานซงอย่าเพิ่ง
ไป…”
“ครับ!”
ฟางผิงพยักหน้า ไม่นานก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ผู้บัญชาการ คืนหนังสือให้ผมได้แล้วครับ”
หลี่เจิ้นถลึงตาใส่เขา!
ไอ้สารเลวนี้จะตรงเกินไปแล้ว!ไม่ได้พูดอะไร หลี่เจิ้นปรากฏคัมภีร์หนังปีศาจและ
หนังสือคริสตัลขึ้นมาข้างหน้าตัวเอง ก่อนจะลอยไปหาฟางผิง
ฟางผิงดูคล้ายเก็บกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่พลังจิตใจ
กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอด หลี่เจิ้นใบหน้าเขียวคล้ำแล้ว เจ้า
เด็กนี้กำลังนับจำ นวนหนังสืออยู่!
แม่งเหอะ!
ฉันให้เธอไปหมดแล้ว ยังจะฮุบหนังสือเธอไว้ได้หรือไง?
แค่นเสียงในลำคอแล้ว หลี่เจิ้นก็หายไปจากที่เดิมใน
ชั่วพริบตา
จางเทาไม่กลับมา เขาไม่อยากจะสนทนากับเจ้าหมอนี้
หลี่เจิ้นไปแล้ว ฟางผิงกลับวูบไหวในใจ หลักฐานที่เขียน
ก่อนหน้านี้ หลี่เจิ้นไม่ได้เก็บไป!
พูดแบบนี้…ตัวเองอาจจะมาเก็บได้อีกครั้งน่ะสิ?
ไม่ เขาทำไม่ไหว ฝีมืออ่อนแอเกินไป
หรือว่า…จะขายให้เหล่าจางดี?
จากนิสัยของเหล่าจาง ได้หลักฐานนี้ไป อาจจะเอาไปหา
ผลประโยชน์กับหลี่เจิ้น หลอกเอาเงินมาก้อนหนึ่งก็ได้ถึงเวลานั้นแบ่งให้ตัวเองนิดหน่อย ก็ไม่รู้ว่าจะได้
หรือเปล่า
หลี่เจิ้นที่จากไปแล้วย่อมไม่รู้ว่าฟางผิงเกิดความคิด
แบบนี้ในใจ ไม่งั้นเวลานี้ต้องซัดฝ่ามือใส่เขาให้ตายอย่าง
แน่นอน!
นึกไม่ถึงว่ามีคนคิดจะรีดไถเขา!
เขาไม่ได้ลืมเรื่องหลักฐาน แต่คนเยอะขนาดนี้ เขาคร้าน
จะเอ่ยถึง ยิ่งไปกว่านั้นยังนึกไม่ถึงว่าฟางผิงจะมีความคิด
แอบแฝงแบบนี้ได้
—————–