ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 675-2 บรรยากาศไม่ดี (2)
ฟางผิงยังคงนิ่งอึ้งอยู่แบบนั้น จางเทาเอ่ยเสียงเบาว่า “ความตั้งใจ ความเชื่อมั่นและกล้าหาญอย่างไม่มีอะไรหยุดยั้ง ความคิดที่บริสุทธิ์ ฟางผิงเธอไม่ต้องคิดหรอก ความคิดเธอซับซ้อนเกินไป นอกเสียจาก… เธอสามารถวางความกังวลและภาระทั้งหมดลงได้ นับแต่นี้เป็นต้นไปเธอมีชีวิตเพื่อเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น!
ทำถึงจุดนี้ได้เธอก็เป็นยอดฝีมือ ยอดฝีมือในระดับเดียวกัน แน่นอนว่าอันดับแรกเธอต้องมีพื้นฐานความสามารถนั้นก่อน ไม่มีความสามารถนั้น ขั้นเจ็ดคนหนึ่งจะฆ่าขั้นเก้านั่นก็เป็นการรนหาที่ตาย
หลี่ฉางเซิงแข็งแกร่งนั้นเพราะว่าเขามีพื้นฐานอยู่ กระบี่ที่ขัดเกลามาสิบปี จิตใจที่ขัดเกลาอย่างแข็งแกร่ง บางทีเขาในสิบปีก่อนอาจจะเป็นอัจฉริยะ แต่ไม่อาจจะอัจฉริยะไปกว่าตอนนี้แน่นอน”
ตาเฒ่าหลี่เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ฉันเป็นแบบนี้มาโดยตลอด!”
“ฮะๆ!” เหล่าจางแค่นหัวเราะ เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง
“นั่งลง! เรื่องยังพูดไม่จบ ยืนทำอะไร? จะแสดงตัวว่านายเจ๋งมาก? ใครใช้ให้นายไปฆ่าศัตรูโดยไม่บอกไม่กล่าว? เพิ่งจะสิ้นสุดสงครามต้องห้าม นายอยากจะระเบิดสงครามเมืองหลวงอีกแล้ว? เวลานี้ทุกคนต่างอยู่ในช่วงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เวลานี้ต้องเยือกเย็นมั่นคง ถ่วงเวลาไว้! นายกลับแล้วใหญ่! ไม่มีความคิดต่อส่วนรวมแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ในถ้ำใต้ดินต้องห้าม นายยังถูกคนไล่ฆ่าแทบทุกหนทุกแห่ง จู่ๆ ตอนนี้แข็งแกร่งขึ้น คิดว่าเหนือราชาถ้ำใต้ดินพวกนั้นเป็นคนโง่หรือไง? ดีที่ก่อนหน้านี้นายออกกระบี่ร่วมกับสสารไม่แตกดับจำนวนมากของฟางผิง ไม่งั้นนายคงทำให้อีกฝ่ายคาดเดาได้แล้ว คาดว่าได้รับเคล็ดวิชาอะไรมาหรือเปล่า
หลี่ฉางเซิงใช้สมองหน่อย คิดว่าแบบนี้น่าเกรงขามมากหรือไง? ดูยิ่งใหญ่? ฉันซัดขั้นเก้าอ่อนแอหลายสิบคนตายด้วยฝ่ามือเดียวได้ด้วยซ้ำ ฉันทำหรือเปล่าล่ะ?”
ตาเฒ่าหลี่ไม่พูดอะไรเหลวไหล นายเป็นขั้นสุดยอด อันฉันขั้นแปดจะเปรียบเทียบกันแบบนี้ได้ยังไง? ฉันซัดขั้นหนึ่งตายเป็นกองด้วยฝ่ามือเดียวได้เหมือนกัน ฉันพูดออกไปหรือเปล่าล่ะ?
พวกหลี่เจิ้นต่างเงียบไม่ปริปาก เหล่าจางนี่คืออิจฉาตาร้อนแล้ว ให้เขาได้ระบายหน่อยเถอะ ใครใช้ให้ตอนที่เขาทะลวงขั้นสุดยอดไม่ฆ่าขั้นเก้าสักคนเลยล่ะ เรื่องราวคุยมาถึงตรงนี้แล้ว นอกจากตาเฒ่าหลี่ที่ก่อเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ก็นับเป็นอันจบทุกอย่างแล้ว มีความสุขกันถ้วนหน้า!
หลังจากอิ่มเอมใจกันแล้ว ฟางผิงเพิ่งคิดจะพูดอะไรสักอย่าง จางเทาไม่ปริปากสักคำก็ตั้งม่านพลังจิตใจขึ้นอย่างรวดเร็วทันที ไม่ใช่แค่พุ่งเป้าไปที่ฟางผิง ยังรวมถึงตาเฒ่าหลี่ด้วย!
แม่งเหอะ! เจ้าสองคนนี้ต้องขังไว้ด้วยกัน! ไปฝึกวิชากันอย่างสงบเสงี่ยมซะ! มีฝีมือหน่อยก็เหิมเกริมซะแล้ว! ฟางผิงเจ้าเด็กนี้เมื่อกี้จะพูดอะไรสักอย่าง อยากได้เงินสินะ? เห็นแก่เงินเกินไปแล้ว! ไม่ทันไรก็ให้ทรัพยากรหลี่ฉางเซิงไปหลายล้านล้าน ฉันง่ายนักหรือไง? ต้านเหนือราชาหลายคนแทนเธอ นึกไม่ถึงว่าจะไม่คิดส่งให้ฉันเลย!
จางเทาตั้งม่านพลังจิตใจขึ้นมา หลี่เจิ้นและหนานอวิ่นเยวี่ยก็ให้ความร่วมมืออย่างเงียบๆ เช่นกัน เจ้าสองคนนี้ขังไว้ด้วยกัน! ตอนมีเคล็ดวิชาแล้ว ฟางผิงก็มีทรัพยากร ขังเอาไว้สองคนนี้จะได้สงบจิตสงบใจฝึกวิชาระยะหนึ่ง พวกเขาจะได้ไม่ต้องฟังเรื่องขี้โม้จากเจ้าสองคนนี้ด้วย
ระหว่างที่จางเทาลงมือก็ปิดผนึกเสียงภายในม่านพลังงานด้วย “แบบนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงดังโวยวายของพวกเขาแล้ว! ถือโอกาสป้องกันปัญหาแทนสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์ไปด้วย เจ้าสองคนนี้รอว่างไม่มีอะไรทำแล้ว บางทีอาจจะไปข่มขู่ใครให้เปลี่ยนการจัดอันดับอีก ไร้คุณธรรมสิ้นดี!”
ตอนที่พูดประโยคพวกนี้ยังจงใจมองหลี่เจิ้นเป็นพิเศษ พูดถึงนาย!
หลี่เจิ้นไม่สนใจเขาเหมือนกัน ระหว่างที่ลงแรงก็เอ่ยว่า “ช่วงนี้ขัดเกลาให้น้อยลงหน่อย พยายามข่มกลั้นไว้ พวกเราต้องการเวลาที่ค่อนข้างสงบระยะหนึ่ง ให้ทุกคนได้หาตำแหน่งแกนสมองเสร็จสิ้นไป!”
พูดจบก็มองไปทางพวกหวังจินยางที่ยืนตาค้างอยู่ด้านข้าง เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “พวกเธอไม่อนุญาตให้ก่อเรื่องเหมือนกัน! ลงถ้ำใต้ดินบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดี เวลานี้พยายามพัฒนาความสามารถถึงจะสำคัญที่สุด ต่อให้ทรัพยากรเยอะขนาดไหน เธอไม่ใช้นั่นก็เป็นแค่ของตกแต่ง…”
หลี่หานซงเอ่ยอย่างอัดอั้นตันใจว่า “แต่… ทรัพยากรอยู่ที่ฟางผิงทั้งหมด ตอนนี้ขังเขาเอาไว้…”
“ไร้สาระ! เขามีแหล่งแร่แห่งหนึ่งไม่ใช่หรือไง? เขาติดพวกเธอเท่าไหร่ พวกเธอไปขุดมาทดแทนก็เพียงพอแล้ว!” หลี่เจิ้นไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
ด้านข้างนั้นจางเทากลับเอ่ยด้วยแววตาไม่เป็นมิตร “หลี่เจิ้น แย่งบทฉันพูด!”
หลี่เจิ้นเป็นอะไร? นึกไมถึงว่าเขาจะเริ่มกังวลกับแหล่งแร่ของฟางผิง? นี่คือวางแผนจะแย่งกับเขาอย่างลับๆ?
ทางนี้ยังไม่ทันพูดจบ หนานอวิ่นเยวี่ยก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าสองคนนี้ต่างก่อเรื่องเก่ง ไม่สู้มอบให้ฉันเอากลับไปดูแลที่หน่วยสืบสวนแทน ป้องกันเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น”
แววตาของจางเทาไม่เป็นมิตรยิ่งขึ้น ดีจริงๆ! จะแย่งกับฉันอย่างลับๆ สินะ! ฟางผิงเอาเคล็ดวิชากลับมา ควักทรัพยากรออกมาจำนวนมาก สสารไม่แตกดับอีกนับไม่ถ้วน… หลี่ฉางเซิงได้รับเคล็ดวิชา ตอนนี้เริ่มหลอมร่างทองห้าขั้นแล้ว ฟันขั้นเก้าตายในสามกระบี่… เจ้าสองคนนี้คนหนึ่งเป็นดาวแห่งความโชคดี อีกคนเป็นยอดฝีมือ ตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่อวดตัวเกินไปถูกจับตามองแล้ว
จางเทากวาดตามองทั้งสองคน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แล้วไปเถอะ ให้หลูเฟิ่งโหรวพาพวกเขากลับมหาวิทยาลัย魔武 (เชียงไฮ้) ดีกว่า พวกเรายังมีเรื่องอื่นต้องทำอีก งานล้นมือจะมีเวลาที่ไหนมาจัดการเรื่องพวกนี้”
พูดจบก็เอ่ยต่อว่า “ทางถ้ำใต้ดินต้องห้ามไม่มีคนเฝ้าระวัง หนานอวิ่นเยวี่ยเธอเพิ่งทะลวงด่านพอดี ไปนั่งรักษาการณ์สักระยะหนึ่ง
หลี่เจิ้นนายไปเมืองเจิ้นซิงสักหน่อย ปรึกษากับเมืองเจิ้นซิงจะให้คนถอนตัวออกมาจากแดนราชาดีหรือเปล่า ถอนตัวออกมาแล้วมอบเคล็ดวิชาให้แต่ละตระกูล ไม่ถอนตัวออกมางั้นอยู่ที่แดนรบราชาก็อันตรายเกินไปแล้ว ถูกเหนือราชาจับจ้องได้ง่ายแบบนั้นคงไม่ได้ อยู่เขตแดนข้างนอกยังไงพวกเราก็ยังมีแต้มต่อมากกว่า
เรื่องราวเยอะเกินไป ฉันต้องไปถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ระดับสูงบางส่วนเหมือนกัน ยังต้องไปจัดการควันหลงในถ้ำใต้ดินต้องห้ามอีก ทุกคนต่างกำลังยุ่ง เจ้าสองคนนี้ไว้ค่อยกลับมาจัดการเถอะ”
จางเทาแบ่งภารกิจให้สองคนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คนหนึ่งไปนั่งรักษาการณ์ที่เขาต้านสมุทร อีกคนไปดึงตัวคนของเมืองเจิ้นซิง ดูสิว่าพวกนายยังจะมีเวลาสนใจเรื่องของพวกฟางผิงอีกหรือเปล่า!
หนานอวิ่นเยวี่ยกลอกตา “นายไปเขาต้านสมุทร ฉันจะจัดการเรื่องพวกนี้เอง!”
จางเทาแค่นหัวเราะ “ได้ งั้นเธอมาจัดการผลที่ตามมาของถ้ำใต้ดินต้องห้าม เธอต้องจัดการอย่างเหมาะสม ปัญหาของเคล็ดวิชาเธอต้องรับผิดชอบเหมือนกัน หากถูกเผยแพร่ไปถึงถ้ำใต้ดิน นั่นก็เป็นความรับผิดชอบของเธอ…”
หนานอวิ่นเยวี่ยเหนื่อยใจ รังแกกันชัดๆ! รู้ทั้งรู้ว่าฉันเกลียดเรื่องพวกนี้มากที่สุด! มองฟางผิงที่ถูกขังไว้ข้างในกำลังแหกปากอย่างบ้าคลั่ง ไปอีกครั้ง
จู่ๆ หนานอวิ่นเยวี่ยก็เอ่ยว่า “ในตัวเจ้าเด็กนี้ยังมีอาวุธวิเศษขั้นเก้าหนึ่งชิ้น พืชปีศาจขั้นเก้าหนึ่งต้น ถูกขังไว้แบบนี้ ไม่หลอกให้เอาออกมาสักหน่อย?”
พวกหลี่หานซงและหวังจินยางแทบจะตกตะลึงอ้าปากค้าง! คนๆ นี้… พูดต่อหน้าพวกเขา นี่คือจะฆ่าคนปิดปากแล้ว?
จางเทาไม่สนใจเด็กพวกนี้ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “วางใจเถอะ เรื่องง่ายๆ แลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรม หากเขาถึงขั้นแปดจริงๆ ฉันจะให้เขาใช้อาวุธวิเศษหนึ่งชิ้นแลกกับตำแหน่งรองรัฐมนตรี แขวนตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วเขาคงไม่ใส่ใจ อีกส่วนพืชปีศาจ… เจ้าเด็กนี้อาจไม่ยอมควักออกมาเสมอไป”
จางเทาส่ายหัวว่า “เขาถึงขั้นแปดแล้วตัวเองก็ต้องสร้างอาวุธวิเศษขั้นเก้า แต่ดาบยาวขั้นเจ็ดเล่มนั้นน่าจะไม่ต้องการแล้ว ถึงเวลานั้นหลอกเอามาเถอะ”
เหล่าจางวางแผนเตรียมการณ์มาอย่างดีตั้งนานแล้ว! พืชปีศาจเหลือไว้ให้ฟางผิง ให้เขาใช้หลอมอาวุธวิเศษขั้นเก้า หลังจากทะลวงขั้นแปดแล้ว อาวุธวิเศษขั้นเก้าของจีเหยานั้นต้องหลอกออกมา ไม่งั้นจะเสียของเปล่าๆ
เมื่อคำพูดนี้ออกมา พวกหวังจินยางต่างก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สรุปคือคุณวางแผนมานานแล้ว? พวกเขามองไปยังฟางผิงที่ดิ้นรนอยู่ในม่านพลังงานอีกครั้ง พากันทำสีหน้าเห็นใจ ความสามารถนายสู้เหล่าจางไม่ได้ ทนถูกรังแกไปแต่โดยดีเถอะ แต่จากนิสัยของฟางผิง รอเขาถึงขั้นสุดยอดแล้ว…
ทั้งสามคนมองไปที่จางเทาอย่างเห็นใจอีกครั้ง คุณไม่ถูกเขาซ้อมตายนับว่าพลังต่อสู้แข็งแกร่งแล้ว จางเทากวาดสายตามองทั้งสามคนแวบหนึ่ง แค่นเสียงในลำคอ แววตาอะไรกัน!