ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 688 มาโจมตี (3)
นอกจากสิ้นเปลืองเรื่องนี้แล้ว ครั้งนี้ยังต้องเสียหลายสิบล้านจุดเพื่อสร้างสสารไม่แตกดับอีก เสียกว่าร้อยล้านแล้ว ยิ่งฟางผิงคิดลงลึกก็ยิ่งปวดใจ นี่ยังไม่ได้คำนวณรวมทั้งหมด
หลังจากนี้ยังต้องมอบอาวุธวิเศษขั้นแปดให้หนานอวิ๋นผิง รวมถึงกระบี่ยาวขั้นเก้าที่ให้หลิวพัวหลู่ไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าคนที่มาพวกนี้จะมีทรัพย์สินเงินทองหรือเปล่า ยอดฝีมือขั้นเก้าหากมีตัวตนในที่แจ้งยังไงก็ต้องมีทรัพย์สินอยู่บ้าง? มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ จะดีที่สุด ไม่มีทรัพย์สิน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องมีอยู่แล้ว คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาโจมตีฉัน เหล่าจางไม่ขูดรีดพวกเขาจนกระอักเลือด หลังจากนี้ฉันจะชกให้พวกเขากระอักเลือดออกมาจนหมดแทน!
ฟางผิงครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ กลับไม่คิดแปลกใจที่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อาจจะมีการคงอยู่ของขั้นเก้าเลยสักนิด ไม่ใชอะไร ยอดฝีมือขั้นเก้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ค่อนข้างเป็นอิสระ ยอดฝีมือพวกนี้กล้ามาประเทศจีนโจมตีเขา มีโอกาสที่จะเป็นขั้นเก้าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจจะมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าอิสระบางส่วนเช่นกัน
ประเทศจีนมีถ้ำใต้ดินเยอะ ยอดฝีมือขั้นเก้าต่างมีภารกิจ ยากที่จะถอนตัวออกมา แต่พื้นที่อื่น ๆ บางแห่งค่อนข้างยุ่งเหยิง ขั้นเก้าในการจัดอันดับขั้นเก้าทั่วโลกมีสองร้อยกว่าคน ก่อนหน้านี้ประเทศจีนอยู่ในการจัดอันดับแค่สามสิบสามคนเท่านั้น ยังมีอีกเกือบร้อยสองร้อยคนที่มาจากประเทศอื่น ๆ คนพวกนี้มีบางส่วนที่เป็นผู้ผจญภัยในถ้ำใต้ดิน ไม่ใช่ยอดฝีมือที่นั่งรักษาการณ์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ อาจจะมีขั้นเก้าร่วม… เมืองเจินซิงล่ะ?
ฟางผิงผุดความคิดแบบนี้ขึ้นมาในใจไม่ได้พูดออกมา พูดยาก ขั้นเก้าของเมืองเจินซิงมีจำนวนไม่มาก แต่คนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องรับหน้าที่นั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดิน ถึงกระทั่งไม่ไปแดนรบราชาก็ไม่เป็นไร หากออกไปจากเมืองเจินซิงอย่างเงียบ ๆ คนอื่นอาจจะไม่สนใจเสมอไป ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดฝีมือขั้นเก้านั้นต้องมีอิสระอยู่แล้ว
ฟางผิงครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ ในตอนนี้ฉินเฟิ่งชิงที่อยู่ข้างหน้าก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เอาละ เหมือนจะเชื่อมต่อได้แล้ว น่าจะสามารถถ่ายทอดสดได้แล้ว”
ฟางผิงได้ฟังก็คลี่ยิ้มว่า “เดี๋ยวถ่ายเกาะให้ทุกคนเห็นสักหน่อย หลังจากฉันทะลวงด่าน เกาะน่าจะไม่มียังมีอยู่ ให้ทุกคนได้ชื่นชมเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ”
ระหว่างที่พูดก็อยู่ห่างจากแนวชายฝั่งของเกาะประมาณห้าสิบลี่แล้ว ฟางผิงมาถึงจู่ ๆ ก็ระเบิดกลิ่นอายจนถึงขีดสุด พวกหนานอวิ๋นผิงก็ปะทูกลิ่นอายขึ้นมาเช่นกัน
ฟางผิงตะโกนว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบ ๆ รีบถอยออกไป เดี๋ยวทะลวงด่านฉันจะควบคุมพลังจิตใจไม่ไหว ภายใต้การระเบิดพลังจิตใจ ขั้นเจ็ดก็ถูกสั่นสะเทือนตายได้เหมือนกัน”
รู้ว่าฟางผิงจะทะลวงด่านที่นี่ รอบ ๆ จึงมีผู้ฝึกยุทธ์มาไม่น้อย เวลานี้ฟางผิงระเบิดพลังจิตใจกดดัน ระดับกลางบางส่วนที่เพิ่งมาถึง ผู้ฝึกยุทธ์ที่พอจะลอยในอากาศได้นั้นก็ร่วงตกทะเลทันที
ฟางผิงเอ่ยเสียงดังอีกครั้ง “รีบออกไป! ไม่มีความจำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อชมการทะลวงด่านครั้งหนึ่งของผู้ฝึกยุทธ์!”
คล้อยหลังจากฟางผิงระเบิดแรงกดดัน ผู้ฝึกยุทธ์ที่มารวมตัวกันรอบ ๆ ก็ทยอยออกไป ผู้ฝึกยุทธ์ล้วนไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อฟางผิงไม่ให้ดู ต่อให้รั้งอยู่บางทีอาจจะเอาชีวิตมาทิ้งจริงๆ ก็ได้
คนพวกนี้ออกไปแล้ว ฟางผิงก็ไม่ได้กระโดดลงบนเกาะ แตมองสำรวจรอบทิศทาง เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ดูท่ายังมาไม่ถึง ผู้ชมทุกคนอย่าเพิ่งร้อนใจไป เหล่าฉิน เอาเจ้านั้นออกห่างหน่อย ทุกคนไม่จำเป็นต้องฟังเสียง แค่ชื่นชมพลังก็เพียงพอแล้ว”
ฉินเฟิ่งชิงไม่พูดมากเช่นกัน รีบแบกกล่องออกไปไกลหน่อย
รอฉินเฟิ่งชิงออกไปไกลแล้ว ฟางผิงก็มองไปรอบ ๆ ยิ้มว่า “ในเมื่อมาแล้วยังจะซ่อนตัวอยู่ทำไม! หากฉันทะลวงถึงขั้นเก้าแล้ว ใต้หล้านี้คงเหิมเกริมได้ตามใจ จำจำเป็นต้องทำตัวเหมือนขโมยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่กล้าสู้หน้าคนด้วยหรือไง! หัวของฉันมีค่าจริงๆ ได้ยินว่าถ้ำใต้ดินให้ค่าหัวฉัน แทบอยากจะตัดหัวตัวเองส่งเข้าไปด้วยซ้ำ!”
ไม่มีใครพูดอะไร ตอนนี้ในมือพวกหนานอวิ๋นผิงปรากฏอาวุธวิเศษขึ้นมาแล้ว ล้อมฟางผิงไว้ทั่วทิศทาง
ไกลออกไปนั้น ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยเสียงดังว่า “ฉันแค่รับผิดชอบถ่ายคลิป อย่ามาหาฉัน! ฉันเพิ่งจะขั้นเจ็ด ระยะยังห่างไกลจากฟางผิง กำจัดฉันไม่คุ้มค่าเปิดเผยตัวออกมาหรอก อย่ามาหาฉัน… ถ้ามาก็จัดการฟางผิงก่อน ฉันฝึกวิชาถึงขั้นเจ็ดไม่ใช่เรื่องง่าย…”
หลี่หานซงอดด่าไม่ได้ “แม่งเหอะ ถ่ายทอดสดอยู่! รักษาภาพพจน์หน่อย! อย่าหลุดคำหยาบสิ!”
ฉินเฟิ่งชิงโต้กลับทันที “ฉันพูดไม่ถูกหรือไง? อันตรายจะตายไป พวกนายน้อยอยู่ด้วยกัน ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว… ช่างเถอะ ฉันไม่ถ่ายแล้ว ฟางผิงฉันจะไปหานาย…”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อยู่ให้ห่างจากฉันหน่อย นายฝีมืออ่อนแอ บอกว่าอย่ามา ดึงดันจะมา ตอนนี้กลัวตายแล้วสินะ?”
“ไร้สาระ ฉันไม่มา… นั่นไม่ใช่แสดงว่าฉันขี้ขลาดตาขาวหรือไง?” จู่ ๆ ฉินเฟิ่งชิงก็เอ่ยว่า “ลืมปิดเสียง ฉันปิดเสียงก็ไม่มีใครได้ยินแล้วไม่ใช่หรือไง!”
เพิ่งจะพูดจบ อุปกรณ์ในมือของเขาก็ระเบิดทันที!
ฉินเฟิ่งชิงร้องเสียงหลงออกมา ตะโกนว่า “แม่งเหอะ ยังจะจัดการฉันจริงๆ ปัญญาอ่อนหรือไง?”
“ไร้ประโยชน์!” ในอากาศมีเสียงแค่นในลำคอดังขึ้น ผู้ที่มาไม่ได้โจมตีเขา แค่ระเบิดอุปกรณ์ก่อนเท่านั้น
ฉินเฟิ่งชิงไม่พูดพล่ามทำเพลง รีบหนีออกไปไกลทันที ระหว่างนั้นยังด่าว่า “ฉันแค่มาชมความสนุกเท่านั้น ฆ่าฉันไม่คุ้มค่า อย่ามาหาฉัน!”
ไม่มีใครสนทนากับเขา ในชั่วพริบตาที่เขาเพิ่งจะหนี สงครามก็ระเบิดขึ้นทันที!
กลางอากาศ เงาสามร่างปรากฏขึ้น พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วถึงขีดสุด คนยังไม่ทันถึง พลังจิตใจที่แข็งแกร่งสามสายก็ระเบิดออกมาแล้ว!
หนานอวิ๋นผิงแค่นเสียงในลำคอ พลังฟ้าดินประสานขึ้นมา คนอื่น ๆ ทยอยกวัดแกว่งอาวุธวิเศษเช่นกัน โจมตีไปทางพลังจิตใจที่ไร้รูปทรง
เหยาเฉิงจวินแทงออกไปหนึ่งหอก กระเด็นลอยไปหลายก้าว ถูกฉีกทึ้งพลังจิตใจไปเล็กน้อยเช่นกัน
“แค่สามคน?” จู่ ๆ ฟางผิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “น้อยเกินไปแล้ว!”
คำพูดนี้เพิ่งออกมา ไกลออกไปนั้น พลังกดดันที่ทรงอานุภาพสองสายระเบิดขึ้น เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว น้ำทะเลแตกกระจาย อากาศถูกระเบิดเป็นสาย!
“จาลี่ขาหลัว นึกไม่ถึงว่านายจะยังไม่ตาย!”
“ฮ่าๆๆ! เป่ยกงอวิ๋น ความจำดีไม่ใช่เล่น ฉันตายไปตั้งสิบปีแล้ว นายยังจำกลิ่นอายของฉันได้อีก!”
เปรี้ยง… เสียงระเบิดดังขึ้นกลบบทสนทนา ห่างออกไปสิบลี่ มีพลังที่แข็งแกร่งสองสายผุดขึ้นมา ชั่วพริบตาก็ปะทะเข้าด้วยกัน
พวกหนานอวิ๋นผิงไม่มีเวลาสนใจทางนั้น หนานอวิ๋นผิงตะโกนว่า “พวกตัวตลก ต้านทานให้ฉันดูสิว่าพวกนายเป็นใคร!”
สิ้นเสียง หนานอวิ๋นผิง หวังชิงไห่ หลิวพัวหลู่ เฉินเย่าถิง สี่คนก็บุกเข้าไปหาผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำที่ไล่ตามเข้ามาทางซ้ายทันที
ผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “คู่ต่อสู้ของพวกนายไม่ใช่ฉัน!”
พูดจบผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำก็ลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พวกหนานอวิ๋นผิงเพิ่งคิดจะตามไป เสียงของผู้ฝึกยุทธ์สวมหน้ากากผมสั้นก็ดังขึ้น “ก่อนอื่นฉันจะเล่นเป็นเพื่อนพวกนาย ตู้ม!”
เสียงพลังงานระเบิดแทบจะแผ่กระจายออกมา ในชั่วพริบตา เกาะที่อยู่ข้างล่างของทุกคนเริ่มพังทลายแล้ว
ไม่ไกลนั้น ผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำกลับบุกเข้ามาหาพวกฟางผิงอย่างรวดเร็ว “ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น คิดว่าจะขวางเขาได้จริงๆ หรือไง”
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดพวกนี้ก็มีคนคอยรับมือเหมือนกัน ทางขวาผู้ฝึกยุทธ์สวมหน้ากากรูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของทุกคน กลับไม่ได้มองพวกหวงจิ่ง แต่กวาดสายตามองไปบนร่างผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางที่อยู่รอบนอกพวกนั้น ถอนหายใจว่า “แบบนี้นี่เอง!”
พูดไม่ทันขาดคำ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางที่ยืนอยู่รอบนอกพวกนั้นก็ระเบิดประกายแสงสีทองที่แข็งแกร่งออกมา เผยอาวุธวิเศษฝ่าเข้ามาหาผู้อาวุโสเก้าทันที “เจ้าหก ปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้ นายหาวิธีจัดการเอง”
ผู้อาวุโสเกาส่งเสียงหัวเราะ ตัวคนนั้นปะทะกับขั้นแปดทั้งห้าคนแล้ว ปะทะกันก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มทันที “ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดห้าคน… นี่ยังไม่พอ!”
ห้าคนนี้กลับไม่สนใจเขา ชั่วพริบตานี้ก็จัดขบวนรบ เปล่งประกายร่างทองล้อมผู้อาวุโสเกาไว้ทั้งสี่ทิศทาง
ผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำไล่ตามมาถึงแล้ว หัวเราะเสียงดังว่า “เหมือนกัน ยังไม่พอ!”
สิ้นเสียง ดาบยาวสีดำเล่มหนึ่งก็รวมตัวขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งเข้าไปหาฟางผิงที่ถูกพวกลู่เฟิ่งโหรวล้อมตัวไว้ตรงกลาง
พวกลู่เฟิ่งโหรวเพิ่งคิดจะโจมตี ฟางผิงกลับตะโกนว่า “ไปช่วยพวกนั้น! หมอนี่ส่งให้ผม!”
แม้พวกหลี่หานซงจะอยู่ในสถานการณ์ลำบากอยู่บ้าง แต่ยังคงไม่ได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทยอยถอนตัวออกไป บุกเข้าไปหาทางผู้อาวุโสเกา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดตอนต้นห้าคนเผชิญหน้ากับขั้นเก้าหนึ่งคนยังคงมีความเสี่ยงสูง พวกเขาล้อมฆ่าอีกฝ่ายพร้อมกัน นั่นก็ผ่อนคลายได้มากแล้ว
“เอ๊ะ?” ผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำร้องออกมาเบา ๆ ประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด “ไปแล้ว? เจ้าหมอนี่จะประเมินตัวเองต่ำไปแล้ว!”
ฟางผิงไม่สนใจเขา ครู่ต่อมาก็หนีไกลออกไปยังพื้นที่ทะเล!
ผู้ฝึกยุทธ์ชุดดำแปลกใจอีกครั้ง… “ล่อให้ฉันออกมา? ข้างหน้า… มีคนซุ่มโจมตีอยู่?”
=====================