ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 690 ทยอยปรากฏตัว (1)
คลื่นยักษ์โหมสาดซัด
เสียงแผดร้องดังขึ้นไม่ขาดสาย
ชั่วพริบตาที่วัตถุระเบิดรุ่นใหม่ล่าสุดนับร้อยกิโลกรัมระเบิดออกก็เทียบได้กับอานุภาพของระเบิดนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีขนาดเล็ก
ทั้งระเบิดในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ แทบไม่มีคนหลบพ้น
ความเร็วระเบิดแตะถึงหนึ่งหมื่นเมตรต่อวินาที ยอดฝีมือขั้นแปดยังมีการป้องกันของร่างทอง เนื้อหนังของขั้นเจ็ดไม่ได้แข็งแกร่ง อย่างน้อยเทียบกันแล้วก็ไม่แข็งแกร่งพอ
เสี้ยวนาทีที่เสียงระเบิดดังลั่น เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมาจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดพวกนี้
“ฟางผิง!”
ชั่วพริบตานี้ ผู้อาวุโสเก้าที่ลอยออกมาจากใจกลางระเบิดก็ตะโกนอย่างโมโห มีโทสะจนถึงขีดสุด!
ไม่ใช่แค่ฟางผิง ยังมีฉินเฟิ่งชิงเดรัจฉานนั่นอีก!
ไอ้เดรัจฉานนั่นจงใจชัดๆ!
จงใจพาคนพวกนี้กลับมา!
หากไม่ใช่ว่าทำให้ทุกคนเห็นโอกาส ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดคงไม่อาจไปล้อมฆ่าฟางผิงได้หรอก น่าชัง!
ตะโกนแล้ว ผู้อาวุโสเก้าก็ซัดหมัดโจมตีผิวน้ำ
ในทะเลแทบไม่มีร่องรอยของกลิ่นอายชีวิตอยู่
ผู้อาวุโสเก้าหน้าเปลี่ยนสี ไม่ไกลนั้น ผู้อาวุโสแปดที่กำลังประมือกับพวกหนานอวิ๋นผิงตะโกนว่า “อย่าลงไปในทะเล!”
ฟางผิงสามารถเก็บงำกลิ่นอายได้ จุดนี้ทุกคนรู้ดี
หากลงทะเลก็มีอันตรายแล้ว!
ผู้อาวุโสแปดเพิ่งจะตะโกน ไกลออกไปนั้น ผู้อาวุโสใหญ่ฟันดาบโจมตีข่งหลิงหยวนถอยร่นไป “ฟางผิง! ออกมา! นายมีร่างแยกพลังจิตใจที่หลี่เจิ้นมอบให้ไม่ใช่หรือไง? นายคิดว่าพวกเราไม่รู้ จะลงทะเลให้ตกหลุมพรางนายหรือไง? ถ้าไม่ออกมาอีก ฉันจะฆ่าเพื่อนสนิทนายให้หมด!”
สิ้นเสียงของเขา อีกฝั่งหนึ่งของผิวน้ำ ฟางผิงอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ห้องสีทองถูกเก็บกลับไปแล้ว กระโดดออกมาจากทะเล เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันกลัวจะตายอยู่แล้ว! ไปเถอะ ไปฆ่าครอบครัวของฉัน มีความสามารถก็ไป ดูสิว่าฉันกังวลหรือเปล่า! ประมุขใหญ่ นายแก่แล้ว แก่แล้วจริงๆ!”
ฟางผิงหัวเราะเสียงดัง “ยุคสมัยใหม่ คนในครอบครัวของใครไม่เคยตายบ้าง? ครอบครัวตายแล้วยังไง ตายแล้วฉันถึงจะมีแรงกระตุ้นมากกว่า ไปเถอะ! วันนี้ฆ่าครอบครัวฉันหมดแล้ว พรุ่งนี้ฉันก็จะสังหารหมู่ครอบครัวนายบ้าง! ลูกชายของนาย หลานชายของนาย…ลูกศิษย์ในสำนักของนาย นายคิดว่าฉันทำไม่ได้หรือไง?”
ฟางผิงพูดหนึ่งประโยคแล้วก็ตำหนิว่า “ตอนที่นายลงมือที่ถ้ำใต้ดินหนานเจียง นับว่าช่วยชีวิตพวกเราไว้หนึ่งครั้ง ฉันคนนี้ไม่ใช่คนลืมบุญคุณใคร แค่ตอนนี้ยังไม่อยู่ในเงื่อนไขเท่านั้น นึกไม่ถึงว่านายจะยังแค้นเคืองฉัน! เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าคนอย่างนายจ้าวซิ่งอู่ปกครองโลกแห่งสำนัก ปกครองใต้หล้านี้ นอกจากสามหน่วยสี่กอง เป็นยอดฝีมือแนวหน้าของขั้นเก้าเพียงคนเดียวที่อยู่ในสิบอันดับแรกคงลำบากอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องง่าย! คนที่ฉันยอมรับในแวดวงสำนักเพียงคนเดียวก็คือนายจ้าวซิ่งอู่ วันนี้ในเมื่อพูดออกมาแล้ว พวกเราทั้งสองคนหากไม่ตายก็ไม่เลิกรา!”
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ฉันไม่ต้องการความนับถือจากนาย! ไม่ต้องการให้นายมาซาบซึ้งว่าฉันลำบากแค่ไหน! ในเมื่อพวกนายคิดว่าสำนักเสื่อมโทรมไปแล้ว กลายเป็นอดีตไปแล้ว งั้นก็ให้ยุคสมัยของสำนักสิ้นสุดในมือฉันแล้วกัน!”
ฟางผิงด่ากราดว่า “นายมีคุณสมบัติอะไรเป็นตัวแทนของโลกสำนัก? ในอดีตนายเป็นเสาหลักของโลกสำนัก วันนี้นายเป็นความอัปยศอดสูของโลกสำนัก! พวกเหล่าจางทุกครั้งที่เอ่ยถึงโลกสำนัก คนที่พวกเขายอมรับมากที่สุดก็คือนาย แต่ทุกคนล้วนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก! ก่อนหน้านี้รุ่นพี่อู๋ชวนมีอาวุธวิเศษขั้นเก้าหรือไง? เขาเป็นตั้งหนึ่งในสี่กองตั้งมั่นเฝ้าระวังยังไม่มีด้วยซ้ำ! เคล็ดวิชาขั้นสุดยอด จากที่ฉันรู้ก็มีแค่ผู้บัญชาการหลี่เต๋อหย่งและคณบดีหลี่ที่มี ล้วนถ่ายทอดมาจากผู้บัญชาการหลี่ นั่นเป็นเพราะผู้บัญชาการหลี่ต้องการหาผู้สืบทอด นายอยู่เส้นทางเดียวกับเขาหรือไง? นึกไม่ถึงว่านายจะเข้าร่วมกับลัทธินอกรีตตั้งนานแล้ว สำนักในแวดวงสำนักบางส่วนมองนายเป็นเหมือนเทพ แต่วันนี้นายกลับเป็นความอัปยศของพวกเขา!”
“พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ก่อนหน้านี้สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้าม หากนายมอบอาวุธวิเศษของจีเหยาชิ้นนั้นให้ฉัน วันนี้ฉันคงไม่ลงมือกับนายหรอก! ขั้นเก้าในสิบอันดับแรกมีแค่ฉันที่ไม่มีอาวุธวิเศษขั้นเก้า น่าขำอะไรอย่างนี้! ตอนแรกคิดว่าจีเหยาละทิ้งอาวุธวิเศษ สุดท้ายต้องตกอยู่ในมือฉัน สิ่งที่น่าขำก็คือคนที่จางเทานึกถึงกลับเป็นเซี่ยอีฟ่าน หนานอวิ๋นเยวี่ยนึกถึงจงชิงฮวน หลี่เจิ้นก็นึกถึงกัวเซวียน...”
จ้าวซิ่งอู่แค่นยิ้ม “หัวหน้าของสามหน่วยสี่กอง มีใครเคยนึกถึงฉันบ้างหรือเปล่า? น่าขำจริงๆ! หากฉันมีอาวุธวิเศษในมือ พลังต่อสู้แทบจะห่างไกลจากพวกอู๋ชวนซะอีก สุดท้าย…นายกลับยอมที่จะมอบให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดตอนต้นคนหนึ่ง แทนที่จะเป็นฉัน!! นี่ก็คือสิ่งที่พวกนายพูดว่าพยายามทำทุกอย่างเพื่อยกระดับความสามารถของมนุษยชาติงั้นเหรอ น่าขำจริงๆ!”
จ้าวซิ่งอู่เย้ยยันตัวเอง ไม่นานก็ฟื้นฟูเป็นปกติ ระหว่างที่ประมือกับข่งหลิงหยวนก็เอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่จำเป็นต้องถ่วงเวลาแล้ว ฉันจะไม่ให้เวลานายแล้วเหมือนกัน ร่างแยกพลังจิตใจของขั้นสุดยอดก็ไม่ใช่ว่าทำได้ทุกอย่าง! ข่งหลิงหยวนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน นายคงไม่อยากให้ฉันไปโจมตีฆ่าพวกหลู่เฟิ่งโหรวหรอกสินะ? อุทิศตัวเองซะ ฉันจะปล่อยพวกเขาไป!”
“อาศัยคนอย่างนาย?”
ฟางผิงแค่นหัวเราะ มองไปทางผู้อาวุโสเก้าและยอดฝีมือขั้นแปดบางส่วนที่ไล่ตามเข้ามา เห็นยอดฝีมือขั้นแปดพวกนั้นร่างทองเกือบจะพังทลายแล้ว ก็ฉีกยิ้มว่า “พวกนายกล้าเข้าใกล้ฉันงั้นเหรอ? มาสิ ฉันจะส่งร่างแยกพลังจิตใจขั้นสุดยอดให้พวกนาย ดูสิว่าพวกนายจะกล้าหรือเปล่า!”
สิ้นเสียง ในมือฟางผิงก็ปรากฏกระบี่หยกขึ้นมา
มองไปรอบทิศทาง เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “มาสิ ขั้นเก้าอ่อนแอหนึ่งคน รวมกับขั้นแปดพวกนั้น ฉันจะดูสิว่าพวกนายกล้ามาหรือเปล่า!”
ผู้อาวุโสเก้าไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ตอนนี้เงียบสงบอย่างยิ่ง เอ่ยเนิบช้าว่า “ของพวกนี้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก! ฆ่านาย…ต้องมีคนลงมืออยู่แล้ว!”
สิ้นเสียง ผู้อาวุโสเก้าก็โบกมือ ขั้นแปดห้าคนถอนตัวออกไปต่อสู้กับพวกหลู่เฟิ่งโหรวที่ไล่ตามมาทันที
ในเวลาเดียวกัน ฟางผิงก็ตะโกนเสียงดัง ระเบิดเต็มกำลังอีกครั้ง รองเท้าบูทขั้นเก้าเปล่งแสงเจิดจ้า ออกห่างจากตำแหน่งเดิม
เปรี้ยง!
ในอากาศปรากฏรอยแยกเล็กๆ ขึ้น ชั่วพริบตาเดียว เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ถอนหายใจเบาๆ ว่า “ความรู้สึกไวจริงๆ แต่นายยังคงต้องตาย ฟางผิง เพื่อฆ่านาย ครั้งนี้ลัทธิเทพทุ่มออกมาสุดกำลังแล้ว”
ไม่ไกลนั้น ฟางผิงกระอักเลือดสดออกมา เอ่ยด้วยแววตาวับวาว “นายเป็นใคร?”
เวลานี้ตำแหน่งที่เขายืนเมื่อครู่ อยู่มีเงาสูงใหญ่ปรากฏขึ้น
คนๆ นี้สวมหน้ากากเช่นเดียวกัน ส่วนรูปร่างสูงใหญ่ นี่ไม่ใช่มาตรฐานทั่วไป
“เจ้าลัทธิสร้างโลก!”
“ผู้อาวุโสสอง!”
ผู้ฝึกยุทธ์ร่างใหญ่นั้นขานรับ ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ! เพื่อฆ่าฉันแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะเคลื่อนไหวผู้อาวุโสถึงหกคน ผู้อาวุโสใหญ่ที่อยู่ในสามอันดับแรกก็ยังมาด้วย ฉันควรจะภูมิใจใช่หรือเปล่า? เจ้าลัทธิสร้างโลก…ฉันรู้จักนาย! หลายครั้งที่ล้อมฆ่าฉัน ส่วนมากเป็นคนของลัทธิสร้างโลกทั้งหมด โจมตีฆ่าคนทั่วไปก็เป็นคนของลัทธิสร้างโลก ขนกันมาขนาดนี้ ยอดฝีมือขั้นเก้ากลุ่มหนึ่ง จะปกปิดตัวตนไปทำไมอีก คิดว่าสามารถซ่อนได้จริงๆ…”
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังขึ้นในตำแหน่งที่ฟางผิงยืนอยู่อีกครั้ง ใต้เท้าของฟางผิงประกายแสงสว่างไสว ปากกระอักเลือดออกมา กระเด็นลอยไปหลายร้อยเมตร กัดฟันว่า “รอฉันพูดจบก่อนสิ! จะรีบอะไร!”
ผู้อาวุโสสองที่เพิ่งมากลับไม่สนใจเขา บุกไปทางฟางผิงอีกครั้ง ไม้เท้าด้ามหนึ่งปรากฏขึ้นด้านข้างฟางผิง
ฟางผิงหัวเราะว่า “ที่แท้ก็เป็นนาย! นึกไม่ถึง นึกไม่ถึงจริงๆ วันนี้เรื่องไม่คาดฝันจะเยอะเกินไปแล้ว!”
ผู้อาวุโสสองเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ในเมื่อมาแล้วก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอีก!”
สิ้นเสียง หน้ากากก็แตกร้าว เผยโฉมหน้าที่แท้จริง
“วัลนา! นายนี่เอง!”
————–