ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 695 ตรวจสอบ (1)
วันที่ 10 ตุลาคม ฟางผิงทะลวงถึงขั้นแปด
แน่นอนว่านี่เป็นการทะลวงด่านอย่างเปิดเผย แม้ว่าความเป็นจริงจะสำเร็จก่อนหน้านั้นหลายวันแล้ว แต่การทะลวงด่านของฟางผิงยังคงก่อความเคลื่อนไหวเป็นวงกว้างอยู่ดี
วันนั้นที่ฟางผิงทะลวงด่าน มียอดฝีมือลัทธินอกรีตมาสร้างความวุ่นวาย ถูกพวกฟางผิงสังหาร…
นี่เป็นข้อมูลบางส่วนที่เปิดเผยต่อโลกภายนอก
ตอนที่เกิดสงคราม ยอดฝีมือของประเทศจีนมีคนรับรู้ได้ไม่น้อยเหมือนกัน แต่เรื่องราวภายในหลักๆ กลับไม่เปิดเผยออกมา
ไม่ได้พูดว่าลัทธินอกรีตส่งคนมาเท่าไหร่ ไม่ได้พูดว่าฆ่าไปกี่คน ทั้งไม่ได้พูดว่ายอดฝีมือนอกรีตเป็นใครบ้าง ตัวตนของบางคนเปิดเผยออกมา บางทีอาจจะโหมคลื่นกระหน่ำเป็นวงกว้างได้
เวลานั้น จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้า จ้าวซิ่งอู่ประมุขของโลกสำนักประเทศจีน หมัวเออร์ถาจากเทือกเขาแอนดีส ยังไม่นับรวมกับหลินหลงและจาลี่ขาหลัวจากแดนเทพปกรณัม ตัวตนของคนพวกนี้พิเศษเกินไป หากเปิดเผยออกไปอาจจะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง
เรื่องการจู่โจมของลัทธินอกรีตราวกับไม่ได้สลักสำคัญอะไร ถูกเอ่ยถึงแวบเดียวเท่านั้น
สิ่งที่ทุกคนเห็นมีแค่งานทะลวงด่านที่ยิ่งใหญ่ของฟางผิง ไม่ได้สนใจเรื่องของลัทธินอกรีต นี่เป็นความคิดของคนทั่วไป
วันที่ 11 ตุลาคม การจัดอันดับปรมาจารย์มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ช่วงนี้การจัดอันดับมีการแก้ไขบ่อยครั้ง ปลายเดือนกันยายนตอนที่ฟางผิงกลับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ การจัดอันดับก็เคยเปลี่ยนใหม่ครั้งหนึ่งแล้ว
ตามหลักแล้ว การจัดอันดับของปรมาจารย์มักไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ แต่เดือนตุลาคมกลับมีการเปลี่ยนใหม่อีกแล้ว
การจัดอันดับขั้นแปดเดิมทีมีหนึ่งร้อยหกคน หลี่เยวี่ยจากหน่วยซิงลัวที่ตายในสนามรบไม่ได้อยู่ในการจัดอันดับตอนนี้ หลิวพั่วหลูและฟางผิงทยอยทะลวงด่านเข้าขั้นแปด การจัดอันดับจึงกลายเป็นหนึ่งร้อยแปดคน
ก่อนหน้านี้ลัทธินอกรีตมีขั้นแปดตายในสนามรบห้าคน ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ของประเทศจีน ล้วนมาจากประเทศอื่นๆ หนึ่งร้อยแปดคนครั้งนี้ ฟางผิงได้สัมผัสถึงความรู้สึกของหลี่ฉางเชิงในตอนแรกแล้ว
การจัดอันดับของขั้นแปด ฟางผิงอันดับที่หนึ่งร้อยแปด!
อันดับสุดท้าย!
หลิวพั่วหลูอันดับหนึ่งร้อยเจ็ด ดีกว่าฟางผิงแค่เล็กน้อย
มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ ฟางผิงที่เพิ่งจะพักผ่อนได้หนึ่งวัน เห็นการจัดอันดับก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาหลายครั้ง สุดท้ายก็ยังคงวางลง
ช่างเถอะ ประธานสองคนของสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์นั้น เขาคร้านจะข่มขู่แล้วเหมือนกัน
ขั้นแปดที่เพิ่งจะหลอมสองขั้นเสร็จสิ้น เข้าสู่การหลอมสามขั้นอย่างเขา ทั้งยังมีอาวุธวิเศษขั้นเก้าอยู่ในมือ รวมถึงอาวุธวิเศษจู่โจมขั้นแปด นึกไม่ถึงว่าสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์จะจัดเขาไว้อันดับสุดท้ายได้?
ฟางผิงแทบไม่อยากพูดอะไรแล้ว!
ตาเฒ่าสองคนนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องซ้อมสักชุด!
ฟางผิงอยู่อันดับท้ายของรายการ การจัดอันดับขั้นเจ็ดก็มีคนห้อยท้ายเช่นกัน
ฉินเฟิ่งชิงที่เพิ่งทะลวงขั้นเจ็ด ถูกจัดอันดับที่สี่ร้อยสามของขั้นเจ็ด อันดับสุดท้ายสุด!
ตอนแรกการจัดอันดับของขั้นเจ็ดมีสี่ร้อยสองคน ฟางผิงและหลิวพั่วหลูทะลวงด่านแล้ว หลัวอี้ชวนและจางเจี้ยนหงเข้าแทนที่ รวมกับฉินเฟิ่งชิงจึงเป็นสี่ร้อยสามคนพอดี ฉินเฟิ่งชิงอยู่ท้ายสุด!
ฟางผิงเพิ่งจะมองการจัดอันดับ ข้างหูก็มีเสียงดังว่า
“มาห้องโถงใหญ่!”
ฟางผิงพอได้ยินเสียงก็รู้ว่าอู่ขุยซานกลับมาแล้ว โล่งใจขึ้นมาบ้าง ไม่นานก็ลอยไปยังโถงประชุมทันที
ก่อนหน้านี้อู่ขุยซานและหลี่ฉางเชิงไปถ้ำใต้ดินจงโจวและเป่ยหู ฟางผิงยังกังวลว่าทั้งสองคนจะเกิดเรื่อง ตอนนี้ทั้งสองคนกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว กลับทำให้เขาโล่งใจไม่น้อย
โถงประชุม ฟางผิงเพิ่งเข้าประตูมา ฉินเฟิ่งชิงก็แค่นเสียงว่า
“อันดับหนึ่งของขั้นเจ็ดแบบนับถอยหลัง ช่างให้เกียรติฉันจริงๆ!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า
“เอาเถอะ ฉันอยู่ที่โหล่ของขั้นแปดยังไม่บ่นอะไรเลย นายจะบ่นเพื่ออะไร!”
ฉินเฟิ่งชิงยักไหล่ ช่างเถอะ ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์แล้ว แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าอันดับสุดท้ายน่าขายหน้าเท่านั้น
ในห้องโถง ตาเฒ่าหลี่เผยท่าทีอ่อนเพลียอยู่บ้าง รอทั้งสองคนพูดจบก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“สุดท้ายก็สุดท้ายสิ ดีเหมือนกัน ไม่เด่นเกินไปจะได้ไม่ถูกหักโค่น ก่อนหน้านี้ฟางผิงก็เกินหน้าเกินตาไปมากแล้ว ตอนนี้เพิ่งทะลวงถึงขั้นแปด เดิมทีพลังต่อสู้ก็ไม่เท่าไหร่ อยู่อันดับสุดท้ายยังสามารถถ่อมตัวได้หน่อย”
ด้านข้างนั้นอู่ขุยซานเอ่ยหยอกว่า
“ถ่อมตัว? ยังถ่อมตัวยังไงได้อีก? สร้างความเคลื่อนไหวตอนทะลวงด่านคงไม่พูดถึงแล้ว ปลายเดือนกรกฎาคมทะลวงถึงขั้นเจ็ด กลางเดือนตุลาคมทะลวงขั้นแปด ไม่ถึงสามเดือนคงจะมีการทำลายสถิติโลกเกิดขึ้นแล้ว! ตอนนี้ทั่วโลกใครยังไม่รู้จักฟางผิงบ้าง? ขั้นแปดในอายุยี่สิบปียังถ่อมตัวอะไรอีก ถ้ำใต้ดินแทบจะประกาศจับทั่วหนึ่งร้อยแปดเขตแดนแล้ว…”
ฟางผิงเผยท่าทีกระอักกระอ่วน เอาแต่พูดเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อยเลย ผมไม่ได้อยากถูกจับตัวสักหน่อย
อู่ขุยซานไม่พูดประเด็นนี้ต่อเช่นกัน ทักทายทุกคนแล้วก็นั่งลง รอหลูเฟิ่งโหรวไล่ตามมาถึงคนสุดท้ายแล้ว อู่ขุยซานมองเธออยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจว่า
“ครั้งหน้าระวังตัวด้วย!”
เมื่อวานหลูเฟิ่งโหรวเกือบจะตายอยู่ที่นั่นแล้ว อู่ขุยซานยังหวั่นใจไม่หาย หลูเฟิ่งโหรวไม่ได้พูดอะไร หาที่นั่งของตัวเองไป
รอคนนั่งครบแล้ว อู่ขุยซานก็เอ่ยว่า
“เมื่อวานถ้ำใต้ดินไห่ตี้ถูกล่วงล้ำ ยอดฝีมือถ้ำใต้ดินรับมือกันประสานนอกและใน รับตัวพวกจ้าวซิ่งอู่ทั้งสองคนไว้ ทั้งสองคนบุกเข้าไปในถ้ำใต้ดิน มุ่งหน้าไปเขาสกัดสมุทร ทางนั้นไม่มีขั้นสุดยอดเฝ้าระวังทางเดินอยู่ ขั้นเก้าที่คุ้มกันทางเดินถูกทั้งสองคนโจมตี เข้าไปในเขตหวงห้ามแล้ว! ครั้งนี้ลัทธินอกรีตและถ้ำใต้ดินวางแผนทั้งหมดมาอย่างดี จ้าวซิ่งอู่คนทรยศนี้ไม่สามารถสังหารได้…”
อู่ขุยซานส่ายหัวเบาๆ พูดถึงจ้าวซิ่งอู่ก็ยังคงเสียดายอยู่ ไม่ได้พูดเรื่องของเขาต่ออีก
อู่ขุยซานเอ่ยว่า “ถ้ำใต้ดินจงโจวจ้าวซิ่งอู่ออกไปแล้ว ไม่ได้เกิดความวุ่นวายอะไร ยอดฝีมือเมืองฝั่งตรงข้ามไม่ได้ออกมาจู่โจม ดูท่าจ้าวซิ่งอู่จะสมรู้ร่วมคิดกับถ้ำใต้ดินตั้งนานแล้ว อีกฝ่ายช่วยปิดบังร่องรอยของเขาให้! บางทีในอนาคตพวกเราอาจได้เจอกันในสนามรบอีก!”
ตาเฒ่าหลี่เอ่ยอย่างมืดมนว่า
“ครั้งหน้าเจอแล้วฉันจะฆ่าเขาให้ได้! เวลานั้นในถ้ำใต้ดินหนานเจียง จ้าวซิ่งอู่สกัดเจ้าเมืองจั๋วหลิวเอาไว้ ถึงได้เปิดโอกาสให้ฟางผิง เปิดโอกาสให้ฉัน นึกไม่ถึงว่าเขาจะทรยศได้!”
ข้างล่างนั้นฟางผิงไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน บางเรื่องการคาดเดาก็คือการคาดเดา เหล่าจางให้เขาหุบปากเขาก็ไม่อยากพูดมากอะไร
ตาเฒ่าหลี่ก็เอ่ยว่า
“ทางถ้ำใต้ดินเป่ยหูมีเหนือราชาถ้ำใต้ดินล่วงล้ำอาณาเขต แต่แวบเดียวก็หายไป ไม่ได้ประมือกับผู้บัญชาการหลี่ ตอนเมื่อวานหลายถ้ำใต้ดินระเบิดสงคราม ไม่ได้บาดเจ็บล้มตายกันมาก… แต่ครั้งนี้เผ่าพืชปีศาจและเผ่าสัตว์ปีศาจร่วมมือกันจริงๆ คนของเผ่าสัตว์ปีศาจแทบจะลงมืออยู่ทุกที่ หลังจากนี้แต่ละพื้นที่จะมีแรงกดดันมากขึ้นแล้ว!”
ทั้งสองคนแบ่งการอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้
ตาเฒ่าหลี่มองฟางผิง จู่ๆ ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“เมื่อวานในถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ เฟิงเมี่ยเชิงคิดถึงเธอยิ่งกว่าจีเหยาคนนั้นซะอีก ตะโกนแล้วตะโกนเล่าบอกว่าต้องฆ่าเธอให้ได้ หลังจากนี้ยังเตรียมจะมาประจำการในถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้… น่าเสียดายที่เจ้านั่นไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ ฉันยังไม่ทันฟันออกไปสักกระบี่ก็ตกใจหนีแทบขี้ราดแล้ว ฟางผิงไปเขตหวงห้ามครั้งเดียว ทั้งชายทั้งหญิงติดตรึม เอาแต่พร่ำเพ้อหาเธอ…”
ฟางผิงไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง มาถึงขั้นนี้แล้วตาเฒ่าหลี่ยังมีอารมณ์มาหยอกเล่นอีก คร้านจะพูดอะไรแล้ว ฟางผิงถามว่า
“ได้ยินว่าเมื่อวานรัฐมนตรีจางอยู่ในถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ โจมตีเหนือราชาสองคนซะยับเยิน เหนือราชาทั้งสองแทบจะขี้ราดกางเกง เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
ตาเฒ่าหลี่หัวเราะว่า
“ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ยังไงก็อยู่ไกลเกินไป แต่คำพูดของเหล่าจางจริงสองส่วนปลอมแปดส่วน สู้จนอีกฝ่ายขี้ราดกางเกงหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่ทางเขาสกัดสมุทรราชาชิงหลางเหมือนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง อาจจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ด้านข้างนั้นฉินเฟิ่งชิงหาวหวอดว่า
“เรื่องนี้ผมรู้ ราชาสงครามไม่ใช่กลับไปรักษาอาการบาดเจ็บหรือไง? ตอนที่นายอ้วนเจี่ยงไปเยี่ยมราชาสงคราม บอกว่าจางเทาไร้ประโยชน์ขนานแท้ ถูกทั้งสองคนอัดจนสภาพดูไม่ได้ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังวิ่งไปหาราชาสยบฟ้า ขายหน้าสิ้นดี เขาไม่อยากมีชื่อเสียงอยู่คู่กับเหล่าจางแล้ว”
ฟางผิงเผยสีหน้าตกตะลึง!
นี่ก็ได้งั้นเหรอ?
เมื่อวานทำไมเหล่าจางพูดแบบนั้น?
เขาไม่ใช่บอกว่าซ้อมเหนือราชาจนร้องหาพ่อหรือไง?
ผลปรากฏว่าตัวเองกลับถูกคนซ้อมซะเอง?
นึกไม่ถึงว่ายังจะวิ่งไปหาทางราชาสยบฟ้า… ฟางผิงครุ่นคิดอยู่ค่อนวัน นี่สู้คนอื่นไม่ได้ก็หายอดฝีมือช่วยหนุนหลังสินะ วิธีการคุ้นๆ ชะมัด
ตาเฒ่าหลี่และพวกอู่ขุยซานต่างหัวเราะ แต่อู่ขุยซานยังคงเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง
“ยังไงพลังต่อสู้ของเหล่าจางก็นับว่าแข็งแกร่ง ครั้งนี้สู้เหนือราชาทั้งสองไม่ได้ ฟางผิงเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอเหมือนกัน ในหมู่ของขั้นสุดยอด รัฐมนตรีจางนับว่าเป็นประเภทที่พลังต่อสู้แข็งแกร่ง หากไม่ใช่ว่าแบ่งร่างแยกพลังจิตใจติดต่อกัน คงไม่ถึงขนาดนี้ได้”