ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 699 ช่วงจุดสูงสุด (1)
หลายวันต่อจากนั้น ฟางผิงยังคงแยกปราณอยู่ตลอด
คงต้องพูดว่าแยกปราณให้ผลเรื่องควบคุมพลังค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ที่ก่อนหน้านี้แทบไม่เคยสนใจรายละเอียดยิบย่อยอย่างฟางผิง ลองวิธีนี้ครั้งแรกช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ก็ค้นพบว่าสามารถควบคุมพลังได้มากขึ้นแล้ว
การเข้าด่านครั้งนี้ ฟางผิงไม่ได้ยึดการทะลวงขั้นเป็นหลัก สองปีที่ผ่านมานี้น่าจะนับเป็นครั้งแรกที่ฟางผิงตั้งใจลองฝึกควบคุมพลังของตัวเองอย่างจริงจัง
เมื่อก่อนฟางผิงเอาแต่คิดว่าการเลื่อนขั้นสำคัญที่สุด ใช้ลำดับขั้นกดขี่เพียงพอให้ชดเชยเรื่องควบคุมพลังของผู้ฝึกยุทธ์แล้ว แต่ตอนนี้ฟางผิงกลับได้เปิดโลกใหม่
การเลื่อนขั้นนั้นหมายถึงต้องระยะห่างมากจริงๆ ไม่งั้นขั้นเก้าทั่วไปจะเป็นคู่ต่อสู้ของหลี่ฉางเซิงหรือไง?
หลี่ฉางเซิงที่อยู่ขั้นแปด เทียบได้กับยอดฝีมือในเส้นทางต้นกำเนิด นี่ก็เป็นข้อยืนยันแล้ว แม้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่ง แต่ถึงจะเป็นหมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่ง หากควบคุมพลังได้ไม่ดีพอก็ไม่อาจแข็งแกร่งเหมือนตาเฒ่าหลี่ได้
ในระดับเดียวกันไม่แข็งแกร่ง แม้จะถึงขั้นสุดยอดแล้วจะยังไงต่อได้?
เหล่าจางแข็งแกร่งมาก หลี่เจิ้นก็แข็งแกร่งมาก ดังนั้นขั้นสุดยอดพวกนี้จึงสามารถแสดงประสิทธิภาพในสนามรบได้มากกว่าขั้นสุดยอดทั่วไป สู้หนึ่งต่อสอง สู้หนึ่งต่อสาม ถึงกระทั่งมีพลังโจมตีฆ่าเหนือราชาได้!
ยอดฝีมือแบบนี้ถึงจะสามารถข่มขวัญถ้ำใต้ดินได้ ราชาสงคราม ราชานักรบ ราชาพิภพ ขั้นสุดยอดสามคนนี้ ถึงกระทั่งเพียงพอให้ฆ่าเหนือราชาหกเจ็ดคนด้วยซ้ำ รวมกับยอดฝีมือที่อยู่จุดสูงสุดอย่างราชาสยบฟ้า สี่คนสามารถต้านขั้นสุดยอดได้สิบคน นี่ก็คือข้อได้เปรียบของพลังต่อสู้ในระดับเดียวกัน
ในเมื่อไม่สามารถเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิได้ ก็ไม่มีการกดขี่ของระดับขั้นแล้ว การกลายเป็นยอดฝีมือไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นมาแล้ว
เข้าด่านตั้งแต่วันที่สิบเอ็ดจนถึงวันที่ยี่สิบห้า ฟางผิงเพิ่งจะออกมาจากใต้ดิน เวลาครึ่งเดือน
ครึ่งเดือนที่ผ่านไปนี้ เขาสามารถทำถึงขั้นแบ่งปราณได้ถึงประมาณห้าแคลแล้ว ใช้เวลาอย่างรวดเร็วเพราะลองจนแทบไม่พัก ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปเวลาครึ่งเดือนคิดจะควบคุมพลังละเอียดอ่อนแบบนี้ พลังจิตใจคงสิ้นเปลืองจนเกลี้ยงไปนานแล้ว
“การควบคุมพลังตอนนี้น่าจะถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ถือว่าไม่เลว”
สิบแคลถึงห้าแคลพัฒนาขึ้นได้แค่นี้ ยิ่งแบ่งละเอียดลงเท่าไหร่ พลังควบคุมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น รอจนแบ่งได้สี่แคลแล้วสามารถประคองในระยะเวลานานขึ้น งั้นอย่างน้อยฟางผิงก็ควบคุมพลังได้ประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
ทั้งสี่แคลก็เป็นขั้นของหลี่ฉางเซิงก่อนหน้านี้ หลี่ฉางเซิงถึงขั้นแปดแล้วพัฒนาอย่างรวดเร็ว ไม่มีช่วงเวลาปรับตัวเท่าไหร่ อันที่จริงควบคุมพลังไม่ได้เยอะเท่าเมื่อก่อน แต่เขามีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว ตอนนี้ค่อยๆ ควบคุมอย่างใจเย็น ไม่นานก็น่าจะสามารถก้าวไปอีกขั้นได้ จุดนี้ช่วงเวลาสั้นๆ ฟางผิงยังคงเทียบไม่ได้ แยกพลังแล้วนอกจากจะเพิ่มพลังการควบคุม ยังทำให้ฟางผิงใช้เคล็ดวิชาต่อสู้ได้ราบรื่นขึ้น
เคล็ดวิชาหมื่นปรมาจารย์ ฟางผิงก่อนหน้านี้พวกจางเทาเป็นคนคิดค้นให้ฟางผิง ตอนแรกในความคิดฟางผิงพวกจางเทาแค่เสนอแนวคิดหนึ่งให้ตัวเองเท่านั้น ใช้ห้องสีทองกักขังศัตรูอยู่ในพื้นที่ตารางนิ้ว ตัวเองใช้พลังร่างกายและพลังปราณที่แข็งแกร่งโจมตีฆ่าศัตรู แทนที่จะพูดว่าเป็นเคล็ดวิชาต่อสู้ ไม่สู้พูดว่าเป็นวิธีการรับมือกับศัตรูอย่างหนึ่ง
ตอนนี้ฟางผิงกลับค้นพบว่าตัวเองเข้าใจผิดพลาดไป เคล็ดวิชาต่อสู้ที่พวกจางเทาคิดค้น อันที่จริงไม่ใช่สิ่งที่เขาเข้าใจพวกนี้ เคล็ดวิชาต่อสู้ที่แท้จริงอยู่ที่กระบวนท่าบางอย่างที่ก่อนหน้านี้เขาละเลยไป วิธีการระเบิดพลังบางอย่างอันที่จริงก็เป็นกระบวนท่าเล็กๆ ในการต่อสู้ประชิดตัว อันที่จริงนี่เป็นการประกอบพลังใหม่อย่างหนึ่ง ทำให้ฟางผิงสามารถระเบิดพลังได้แข็งแกร่งมากขึ้น ก่อนหน้านี้ฟางผิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้จริงๆ
“อันที่จริงพวกเหล่าจางแนะนำวิธีประกอบพลังหลายรูปแบบให้ฉัน ความหมายก็คือให้ฉันลองจัดเรียงประกอบขึ้นใหม่ดูว่า ประกอบแบบไหนถึงจะทำให้ตัวเองระเบิดพลังได้แข็งแกร่งขึ้น ก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่สนใจห้องสีทองกลับมองข้ามเรื่องนี้ไป”
ประกอบพลังไม่ใช่ทำแบบมั่วซั่ว หากประกอบมั่วซั่วจะทำให้พลังเสียการควบคุม ถึงกระทั่งเกิดการปะทะกับร่างกาย ปราณหนึ่งหมื่นแคลประกอบไม่ถูก ร่างกายย่อยสลายไปครึ่งหนึ่ง บางทีอาจจะระเบิดพลังทำลายล้างออกมาได้ห้าพันแคลเท่านั้น ประกอบถูกต้องเหมาะสมกับฟางผิง งั้นหนึ่งหมื่นแคลบางทีอาจจะระเบิดความเสียหายออกมาได้หนึ่งหมื่นสองพันแคล ฟางผิงที่แตะถึงขั้นแปด นับเป็นครั้งแรกที่เข้าใจความหมายของพลังที่แท้จริงอย่างแจ่มแจ้ง
เดินออกมาจากใต้ดิน ฟางผิงก็สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ก่อนจะตรวจสอบตัวเลขของตัวเอง
ทรัพย์สิน : 41,000,000 จุด (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ : 62,000 แคล (64,000 แคล)
จิตใจ : 3,210 เฮิรตซ์ (3,355 เฮิรตซ์)
พลังทำลายล้าง : 24 หยวน (24 หยวน)
หลอมกระดูก : 206 ชิ้น (100%)
ช่องเก็บของ : 1000 ตารางลูกบาศก์เมตร (+)
ม่านพลังงาน : หนึ่งจุดต่อนาที (+)
เลียนแบบกลิ่นอาย : สิบจุดต่อนาที (+)
ครึ่งเดือนนี้ปราณของเขาเพิ่มขึ้นไม่เยอะ พลังจิตใจก็เหมือนกัน แต่พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นมาช่วงใหญ่ การควบคุมพลังปราณอันที่จริงก็เป็นการควบคุมพลังโดยรวมอย่างหนึ่ง
ฟางผิงในเมื่อก่อนถ้านับว่าระเบิดพลังจากร่างกายออกมาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ งั้นคำนวณจากพลังทำลายล้าง ขอแค่ระเบิดพลังทำลายล้างสิบสองหยวน พลังหนึ่งหยวนเทียบได้กับพลังปราณห้าพันแคล สามารถระเบิดความเสียหายได้หกหมื่นแคล แต่ตอนนี้ฟางผิงสามารถระเบิดพลังทำลายล้างเกือบสิบห้าหยวน นั้นก็เป็นความเสียหายเจ็ดหมื่นห้าพันแคลแล้ว นี่เป็นขีดจำกัดที่ฟางผิงสามารถทำได้ในตอนนี้ ถ้าควบคุมเคล็ดวิชาต่อสู้ได้ดี สุดท้ายอาจจะสามารถระเบิดพลังแข็งแกร่งถึงแปดหมื่นแคลได้
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงทั่วไปใช้พลังฟ้าดินต่อสู้ พลังฟ้าดินหนึ่งหลุนเทียบได้กับปราณห้าร้อยแคล นั้นก็ต้องระเบิดพลังฟ้าดินกว่าหนึ่งร้อยหกสิบหลุนขึ้นไปถึงจะเทียบกับฟางผิงได้ ทั้งพลังฟ้าดินยังเกี่ยวข้องกับพลังจิตใจ พลังจิตใจหนึ่งร้อยหกสิบหลุนนั่นก็เป็นการสิ้นเปลืองพลังจิตใจหนึ่งพันหกร้อยเฮิรตซ์ พลังจิตใจหลอมรวมสู่พลังปราณเปลี่ยนเป็นพลังฟ้าดินต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง ทั้งต้องใช้พลังในการควบคุมสูงด้วย พลังฟ้าดินสามารถแตะถึงหนึ่งร้อยหกสิบหลุน ปกติล้วนเป็นเรื่องที่ยอดฝีมือขั้นแปดตอนกลางและตอนปลายถึงจะทำได้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตอนนี้ฟางผิงมีพลังต่อสู้ของขั้นแปดตอนกลางและตอนปลายแล้ว พลังต่อสู้อยู่ระหว่างขั้นแปดหลอมสามขั้นถึงหลอมห้าขั้น ขึ้นอยู่กับยอดฝีมือพวกนี้จะควบคุมพลังได้ถึงระดับไหน
“พลังทำลายล้างสามารถหลบเลี่ยงจุดบกพร่องของพลังจิตใจไม่เพียงพอ… ตอนนี้ฉันกลับเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว ทำไมผู้ฝึกยุทธ์โบราณต้องแบ่งเส้นทางฝึกวิชาด้วย”
ฟางผิงเข้าใจกับเส้นทางฝึกวิชาของผู้ฝึกยุทธ์โบราณไปอีกขั้นแล้ว เมื่อก่อนแทบจะทำแบบหยาบๆ เข้าใจคร่าวๆ เท่านั้น ตอนนี้ฟางผิงกระจ่างแจ้งแล้ว
ยอดฝีมือที่ฝึกร่างกายอันที่จริงใช้สสารไม่แตกดับในการต่อสู้ หลบเลี่ยงจุดอ่อนที่พลังจิตใจไม่เพียงพอ ทั้งยอดฝีมือที่ฝึกพลังจิตใจ อาจจะเพราะความแข็งแกร่งของร่างกายไม่เพียงพอ จึงเปลี่ยนไปใช้พลังฟ้าดินในการต่อสู้
“พูดแบบนี้พลังฟ้าดินอาจจะเป็นพลังที่ใช้ต่อสู้แบบหนึ่งของผู้ฝึกยุทธ์ที่เดินในเส้นทางร่างกาย ผู้ฝึกยุทธ์ที่พลังจิตใจแข็งแกร่งใช้พลังฟ้าดินต่อสู้จะคุ้มค่ากว่า”
ส่วนตาเฒ่าหลี่นั้นเป็นการต่อสู้ด้วยพลังปราณอย่างแท้จริง ดังนั้นเขาจึงระเบิดอานุภาพแข็งแกร่งกว่า แต่เพราะระเบิดอย่างแข็งแกร่งปราณของเขาจึงไม่เพียงพอ เมื่อเป็นแบบนี้เขาจึงเหมาะแค่ต่อสู้ที่จบอย่างรวดเร็วเท่านั้น!
ระเบิดปราณที่หนึ่งแสนแคลเหมือนกัน ผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้พลังฟ้าดินระเบิดพลังจิตใจออกมาได้สองพันเฮิรตซ์ ระเบิดพลังปราณได้สองหมื่นแคลก็เพียงพอแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้พลังทำลายล้างระเบิดพลังทำลายล้างออกมายี่สิบหยวนก็เพียงพอเหมือนกัน แต่ตาเฒ่าหลี่ปราณแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหนึ่งเท่า งั้นเขาก็ต้องระเบิดพลังปราณออกมาห้าหมื่นแคล สถานการณ์แบบนี้ถ้าตาเฒ่าหลี่ต่อสู้กับคนอื่นนาน นั้นจะสิ้นเปลืองมากกว่าคนอื่น ดังนั้นเขาทำได้แค่จบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ใช้พลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งบดขยี้คู่ต่อสู้