ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 684 หลอมร่างทอง (3)
“ร่างทองล้างไขกระดูก! สิ่งเจือปนในร่างกายของเธอจะถูกขับออกมา ทุกครั้งที่หลอมร่างทองหนึ่งครั้ง จะทำให้ร่างทองแน่นหนายิ่งขึ้น แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทุกครั้งนี้ขับสิ่งเจือปนยิบย่อยในร่างกายออกมา!
ถึงขั้นแปดแล้ว ร่างกายเหมือนแก้วบริสุทธิ์ไร้ที่ติ หลังจากวันนี้ไปจะสามารถบอกลาอาหารอย่างแท้จริง ไม่มีความต้องการอะไรอีก ไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องทางโลก นี่ก็คือเทพอรหันต์!”
ฟางผิงไม่มีเวลาฟังเรื่องพวกนี้แล้ว ตอนนี้ทุกครั้งที่พลังงานพุ่งชนล้วนเป็นจากภายในสู่ภายนอก กำลังขับของเสียออกจากร่างกายเขา
ทุกครั้งที่ขับออก ฟางผิงก็ค้นพบว่าร่างทองของตัวเองปรากฏรอยแยกบางส่วน
เวลานี้คนอื่นอาจไม่สนใจ ร่างทองหลอมหลายครั้งก็ยังเป็นแบบนี้
แต่ฟางผิงกลับไม่คิดอย่างนั้น เริ่มใช้สสารไม่แตกดับจำนวนมากไปเติมเต็ม บีบอัด หลอมรวม ปิดช่องว่างพวกนี้
สสารไม่แตกดับหลอมรวมสู่ภายในร่างกาย ก็ถูกดูดกลืนและถูกย่อยสลายในชั่วพริบตา
เวลานี้ฟางผิงค้นพบความแตกต่างแล้ว ภายในร่างกายของเขาเหมือนจะเกิดสสารไม่แตกดับที่เป็นของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน
สสารไม่แตกดับภายในร่างกายเกิดขึ้นจากร่างทองจำนวนน้อยมากๆ น้อยจนฟางผิงรู้สึกว่าสามารถมองข้ามไปได้! นี่คือการเกิดสสารไม่แตกดับเมื่อเขาแตะถึงร่างทองขั้นแปด
ฟางผิงไม่ได้สนใจสสารไม่แตกดับที่เกิดจากร่างกายตัวเองอีก ยังคงสิ้นเปลืองสสารไม่แตกดับอย่างไม่สนใจราคาหลอมรวมร่างทอง
ร่างทองที่เพิ่งหลอมเสร็จ เหมือนจะขาดแคลนบางอย่าง ขาดแคลนสสารไม่แตกดับ ไม่ว่าฟางผิงจะเปลี่ยนแปลงเข้าไปเท่าไหร่ ก็ล้วนถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว
พลังสิบหยวน พลังร้อยหยวน พลังพันหยวน…
ฟางผิงตกตะลึงแล้ว! เยอะขนาดนี้ นึกไม่ถึงว่ายังดูดกลืนอีก พลังทำลายล้างหนึ่งพันหยวน มากกว่าขั้นเก้าซะอีก! ไม่ใช่แค่มาก ยังมหาศาลด้วยซ้ำ
แต่เวลานี้ยังคงถูกร่างทองดูดกลืน ยอดฝีมือขั้นแปดฝึกสสารไม่แตกดับออกมาได้ไม่ขาดสาย หลอมร่างทองไม่ขาดสาย ต้องใช้เวลายาวนานถึงจะสามารถทำให้ร่างทองถึงจุดอิ่มตัว เปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้นหนึ่งครั้ง
แต่ฟางผิงเพราะไม่ขาดแคลนสสารไม่แตกดับ ตอนที่ทะลวงด่านก็เริ่มดูดกลืนสสารไม่แตกดับจำนวนมาก ระหว่างที่ขับของเสียออกมา ก็ดูดกลืนสสารไม่แตกดับเข้าไปเติมเต็มช่องว่างหลังจากที่ของเสียพวกนี้ออกไป
เปรี้ยงๆๆ!
จู่ๆ ร่างทองของฟางผิงก็ส่งเสียงระเบิดออกมา แสงสีทองเจิดจ้าบาดตา
พวกตาเฒ่าหลี่คำรามอีกครั้ง ระเบิดปราณและพลังจิตใจที่แข็งแกร่ง ปกปิดแสงสีทองพวกนี้
“เสร็จสิ้นการหลอมสองขั้นแล้ว! เร็วมาก!”
ทุกคนเผยสีหน้าตกใจ จะเร็วเกินไปแล้ว!
ชั่วพริบตานี้ ฟางผิงนับว่าแตะถึงขั้นแปดตอนต้นอย่างแท้จริง
หลิวพั่วหลูเผยสีหน้าขื่นขม! นี่ก็ถูกล้าหน้าแล้ว? นี่เพิ่งจะกี่วันเอง!
เขาเพิ่งหลอมหนึ่งขั้นไป ในเวลาเดียวกับที่ร่างทองหลอมแล้วก็ปรากฏการหลอมหนึ่งขั้นเสร็จสิ้น
ตอนนี้เขากำลังเริ่มหลอมร่างทองสองขั้น ยังไม่ทันเสร็จ แค่เริ่มต้นเท่านั้น แต่ฟางผิงชั่วเวลาพริบตาเดียวก็เสร็จสิ้นการหลอมร่างทองสองขั้นแล้ว
เวลานี้เห็นฟางผิงยังกำลังหลอมร่างกายต่อ ตาเฒ่าหลี่ก็ตะโกนว่า “พอได้แล้ว! พลังจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ ร่างทองแข็งแกร่งเกินไป จะสูญเสียการควบคุมได้ง่าย!”
ฟางผิงได้สติทันที!
ใช่แล้ว เวลานี้ไม่อาจจะเสียการควบคุมได้ ไม่งั้นถึงวันที่สิบแล้วยังไม่ฟื้นฟู เขาก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว
ครูต่อมาเงาสะท้อนร่างทองก็หายวับไป จู่ๆ ฟางผิงก็ยืนขึ้น เท้าเหยียบพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมใหญ่ เผยให้เห็นหินพลังงานที่อยู่ใต้นั้น
ฟางผิงไม่อาจสนใจอย่างอื่นได้ รีบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงตัวเลข ใบหน้าเปลี่ยนสีไม่หยุด! ขั้นแปดมีการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปจริงๆ!
ค่าทรัพย์สิน : 164,600,000 จุด (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ : 40,000 แคล (62,100 แคล)
พลังจิตใจ : 2,000 เฮิรตซ์ (3,199 เฮิรตซ์)
พลังทำลายล้าง : 1 หยวน (22 หยวน)
หลอมกระดูก : 206 ชิ้น (100%)
ช่องเก็บของ : 1,000 ตารางเมตร (+)
ม่านพลังงาน : หนึ่งจุดต่อนาที (+)
เลียนแบบกลิ่นอาย : สิบจุดต่อนาที (+)
ปราณแทบจะเพิ่มขึ้นถึงสองหมื่นแคลในชั่วพริบตา!
เสร็จสิ้นหลอมร่างทองหนึ่งขั้นปราณจะเกินห้าหมื่นแคล เสร็จสิ้นหลอมร่างทองสองขั้นปราณจะเกินกว่าหกหมื่นแคล
ฟางผิงไม่ใช่แค่เพิ่งหลอมร่างทองสองขั้นเสร็จสิ้น ยังเลยไปอีกเล็กน้อย ระหว่างทางของสามขั้นเดินมาระยะหนึ่งแล้ว!
กระดูกหลอมเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์!
ทั้งพลังทำลายล้าง ในที่สุดก็ปรากฏออกมาแล้ว ขีดจำกัดนึกไม่ถึงว่าจะแค่ยี่สิบสองหยวน
ทั้งร่างกายฟางผิงกำเนิดพลังทำลายล้างได้แค่หนึ่งหยวนเท่านั้น เห็นอย่างนี้ฟางผิงก็หมดคำพูดอยู่บ้าง แต่พลังยี่สิบสองหยวนอันที่จริงถือว่ามากแล้ว
พลังหนึ่งหยวนเทียบเท่ากับพลังฟ้าดินสิบหลุน พลังฟ้าดินหนึ่งหลุนเทียบเท่ากับพลังปราณห้าร้อยแคล
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พลังทำลายล้างยี่สิบสองหยวนอันที่จริงเทียบเท่ากับพลังปราณหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นแคล นี่ก็คืออานุภาพของพลังทำลายล้าง! ยอดฝีมือใช้พลังทำลายล้างต่อสู้จะแข็งแกร่งกว่า!
แน่นอนว่ายอดฝีมือสามารถเปลี่ยนเป็นพลังฟ้าดินมาต่อสู้ พลังทำลายล้างก็จะแข็งแกร่งมากเหมือนกัน แต่พลังฟ้าดินเปรียบเทียบกับพลังทำลายล้างจากพื้นฐานอย่างเดียว ยังสู้พลังทำลายล้างไม่ได้
สำหรับยอดฝีมือ กลับไม่มีประโยชน์ในการตอบสนองอะไร กลับจะทำร้ายร่างกายอยู่บ้าง ส่งผลกับพลังจิตใจของยอดฝีมือ
“ฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว! ปราณไม่ถือว่าเพิ่มขึ้นมาก แค่เยอะกว่าก่อนหน้านี้หนึ่งจุดห้าเท่า…”
“แต่ว่า! ฉันรู้สึกว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าเท่า!”
ฟางผิงชกหมัดออกไป ไม่ได้พุ่งชนคนอื่น แต่เป็นหลี่หานซง เกิดเสียงระเบิดดังลั่น!
หลี่หานซงราวกับภาพแขวน ค่อยๆ ไถลลงมาจากม่านพลังงานที่พวกอู๋ขุยซานตั้งขึ้น เผยสีหน้าใสซื่อและน้อยใจ
แม่ง ซ้อมฉันอีกแล้ว! ฉันเพิ่งจะถูกมัดซ้อมไปยกใหญ่ เอาอีกแล้ว!
“ฮ่าๆๆ แข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ ก่อนหน้านี้ชกหัวเหล็ก ฉันยังเจ็บมืออยู่เลย ตอนนี้ชกขึ้นมาสบายมือเกินไปแล้ว!”
ฟางผิงหัวเราะเสียงดัง! หลอมร่างทองสองขั้นเสร็จสิ้น เริ่มต้นหลอมสามขั้น เขารู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก
ตอนนี้ฟางผิงร่างทองทั่วทั้งร่าง พึมพำว่า “ฉันคิดว่าสามารถขายตัวเองแทนทองคำได้แล้ว ทั้งยังเป็นประเภทที่มีความบริสุทธิ์สูง ทองคำหมื่นจิน… หนักหมื่นตัน ขายออกไปได้ตั้งราคาสูงลิ่ว!”
ทุกคนพากันกลอกตามองบน! เจ้าหมอนี้จะถ่อมตัวได้เมื่อไหร่กัน!
เธอจะพูดก็พูดกับตัวเองสิ พูดกับยอดฝีมือร่างทองคนอื่นแบบนี้ อยากจะซ้อมให้ตาย!
แต่สำหรับเรื่องที่ฟางผิงก้าวหน้าอย่างว่องไวในขั้นแปด ทั้งยังหลอมสองขั้นสำเร็จ ทุกคนยังคงสะท้อนใจไม่น้อย
ขั้นเจ็ดอายุยี่สิบปี ขั้นแปดอายุยี่สิบปี…
ปี 2008 ฟางผิงเข้าเรียนมหาวิทยาลัยยังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์! ปี 2010 เดือนตุลาคม ฟางผิงทะลวงขั้นแปด เพิ่งจะผ่านไปสองปีกว่าเท่านั้น
ทั้งฟางผิงก็สะท้อนใจเช่นกัน เขายังจำได้ว่าตอนที่ตัวเองอยู่ขั้นสี่ ในใจเคยนึกถึงเรื่องหนึ่ง หนึ่งปีขั้นสี่ สองปีขั้นแปด สามปีขั้นสิบสอง…
ตอนแรกเป็นแค่เรื่องขำขันพูดเล่นกับตัวเองเท่านั้น แต่ใครจะรู้… เป็นจริงแล้ว!
แม้จะผ่านไปสองปีแล้ว แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์เวลาไม่กี่เดือนนับเป็นอะไร สองปีกว่าของเขานึกไม่ถึงว่าจะแตะถึงขั้นแปด เป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อ เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าจะเร็วขนาดนี้
“ขั้นแปดแล้ว!”
“สำเร็จขั้นแปดแล้ว!”
ฟางผิงรู้สึกสะท้อนในใจอย่างมาก ช่วงเวลาสั้นๆ ใจลอยอยู่บ้าง มักจะรู้สึกว่า… ขาดอะไรไป!
จริงสิ ฉินเฟิงชิงล่ะ?
ลืมไปเลย ตอนนี้เจ้าหมอนั้นไปขจัดพลังงานรอการเผาแล้ว เหมือนจะไม่มา
จู่ๆ ฟางผิงก็มองไปยังผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเดียวกันคนเดียวภายในกลุ่ม… หลี่หานซง!
หลี่หานซงที่เพิ่งไถลตัวลงมาจากกำแพง เห็นฟางผิงมองเขาก็เผยใบหน้างุนงง พอจนเห็นฟางผิงหน้าดำคล้ำ หลี่หานซงครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตระหนักอะไรได้ เผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมา
ฉัน… ฉันต้องพูดหรือไง? แต่ว่า… น่าอายชะมัด!
ฉันไม่ได้ไร้ยางอายเหมือนฉินเฟิงชิงขนาดนั้น ไม่ได้หน้าหนาเหมือนนายอ้วนเจี่ยงด้วย คำพูดแบบนี้ฉันจะพูดออกมาได้ยังไง
แต่แววตาของฟางผิงคมกริบขึ้นมาแล้ว บีบไม่บีบมือ เหมือนว่าถ้าไม่พูดครูต่อมาก็จะอัดเขาให้ตาย
หลี่หานซงร้องไม่ออกอยู่บ้าง ผ่านไปสักพักก็กดเสียงว่า
“ฟางผิงเกรียงไกร หลอมร่างทองขั้นแปดสำเร็จ… ยิน… ยินดีกับฟางผิงด้วย…”
เสียงแผ่วเบาราวกับยุงบิน ฟางผิงเสียอารมณ์ในทันที แค่นเสียงในลำคอ ทำเสียอารมณ์คนอื่นชัดๆ!
ไม่มีพลังแม้แต่น้อย! ไม่รู้ยังจะคิดว่าฉันตายไปแล้ว
พวกตาเฒ่าหลี่มองหน้ากัน หลุดขำออกมา ครั้งนี้เจ้าเด็กนี้ทะลวงด่านอวดออกไปไม่ได้ เกรงว่าคงจะอัดอั้นตันใจน่าดู ผลปรากฏว่าหลี่หานซงที่เป็นตัวประกอบในเหตุการณ์กลับไม่เอาไหน ตอนนี้ฟางผิงน่าจะหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมแล้ว
หลี่หานซงจนใจ เหมือนกันฉันบอกแล้วว่าฉันทำไม่เป็น น่าอายเกินไป
แต่ครุ่นคิดแล้ว หลี่หานซงยังคงเอ่ยอย่างจริงจังว่า
“ยินดีกับการฟื้นตัวของราชาสวรรค์ก้าวหน้าไปอีกขั้น! ฟื้นฟูผู้ฝึกยุทธ์โบราณกลับมาการรุ่งเรืองอีกครั้ง!”
ฟางผิงจ้องเขาอยู่พักใหญ่ นายเชื่อจริงๆ หรือว่าสะกดจิตให้ตัวเองเชื่อแล้ว? คำพูดนี้กลับพูดได้คล่องแคล่วไม่น้อย