ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 692-2 ก็แข็งแกร่งแบบนี้แหละ (2)
ฟางผิงอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดไป ไม่กักตัวอีกฝ่ายไว้หรือไง? นี่หากไม่ใช่เรื่องจริงหนีไปจะทำยังไง?
จางเทากลับไม่สนใจเขา ปลอมไม่ได้อยู่แล้ว หากจาลี่ขาหลัวไม่ได้รับอนุญาตจากเทพสงคราม ยังกล้าหลอกเขาที่นี่อีก งั้นจางเทาก็คงเป็นคนโง่จริงๆ แล้ว เทพสงครามต้องมีการจัดการอย่างลับ ๆ อยู่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นตอนนี้จางเทาไม่อยากถาม จาลี่ขาหลัวต้องถูกเขาตรวจสอบอย่างเข้มงวดแน่นอน
จาลี่ขาหลัวไม่รั้งตัวอยู่นาน ทั้งไม่กล้าโมโหเช่นกัน ไม่พูดพล่ามทำเพลงก็ทะยานอากาศออกไป จางเทาไม่ได้สนใจเขา สะบัดมือส่ง ๆ ก่อนขงหลิงหยวนที่อยู่ในทะเลจะถูกเขาดึงตัวขึ้นมา
เห็นขงหลิงหยวนบาดเจ็บไม่น้อย จางเทาก็เผยสีหน้ามืดครึ้ม “จ้าวซิ่งอู่แข็งแกร่งจริงๆ ฉันมองพลาดไปอยู่บ้าง!”
ขงหลิงหยวนแทบจะไร้เรี่ยวแรง ยิ้มอย่างขื่นขม “แข็งแกร่งมากจริงๆ น่าเสียดาย… น่าเสียดายเกินไปแล้ว! รัฐมนตรี ฉันคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเป็นเขา เขา… เขาก็เคย…” ช่วงเวลาสั้น ๆ ขงหลิงหยวนพูดไม่ออกอยู่บ้าง
ฟางผิงกลับรีบถามว่า “รัฐมนตรี ขั้นสุดยอดเมื่อกี้คือใคร?”
“ไม่รู้”
ฟางผิงไม่กล้าเชื่อ “เขาลงมือแล้ว! ยังมาถึงประเทศจีน คุณจะไม่รู้ได้ยังไง? ขั้นสุดยอดนั่งรักษาการณ์ในเขาต้านสมุทรไม่ใช่หรือไง? หายไปหนึ่งคนจะไม่รู้เลย?”
จางเทาแค่นเสียงว่า “ขั้นสุดยอดสี่สิบห้าสิบคนไม่ได้อยู่ที่เขาต้านสมุทรทั้งหมด เคลื่อนไหวบนโลกยังมีบางส่วนเหมือนกัน! พวกเราเข้าสู่ถ้ำใต้ดิน พวกนายสามารถสัมผัสร่องรอยของขั้นสุดยอดได้หรือไง? ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่ หลี่เจิ้นปรากฏตัวเขายังไม่กล้าปรากฏร่องรอยด้วยซ้ำ หลี่เจิ้นหายไปตอนที่ฉันออกมา เขาก็ถอนตัวไปอย่างรวดเร็วแล้ว จะให้ไปหาที่ไหน! อีกอย่างไม่ต้องพูดถึงคนที่เคลื่อนไหวบนพื้นโลก ทางเขาต้านสมุทรหากมียอดฝีมือถ้ำใต้ดินให้ความร่วมมือ… แม้จะออกไปแล้ว เธอคิดว่าจะมีคนระดับต่ำกว่าขั้นสุดยอดค้นพบงั้นเหรอ? พวกเธอรู้ว่าเขาต้านสมุทรมีขั้นสุดยอดรักษาการณ์อยู่? ขอแค่ไม่ระเบิดสงคราม ใครจะรู้ว่าคนอยู่หรือเปล่า! แต่ครั้งนี้กลับหดขอบเขตแคบลง ครั้งนี้ทางถ้ำใต้ดินมีสงครามไม่น้อย ขั้นสุดยอดหลายคนต่างระเบิดกลิ่นอาย แทบจะระบุตัวคนส่วนหนึ่งได้แล้ว!”
จางเทาสูดลมหายใจเข้าลึก มองไปรอบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจ “ยังดีไม่ได้สูญเสียมากจนเกินไป หลี่เยวี่ยตายในสงครามสินะ?”
ยอดฝีมือของหน่วยซิงลัวต่างได้รับบาดเจ็บหนัก มีคนกดเสียงต่ำว่า “ตายแล้ว”
จางเทาถอนหายใจว่า “ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ นึกไม่ถึงว่าจาลี่ขาหลัวจะแปรพักตร์ เหนือความคาดหมายของฉันอยู่บ้าง”
ฟางผิงได้ฟัง จู่ ๆ ก็เผยแววตาไม่พอใจขึ้นมา พึมพำว่า “พูดแบบนี้ การที่จาลี่ขาหลัวแปรพักตร์ไม่อยู่ในแผนของคุณ? งั้นถ้าเขาไม่แปรพักตร์ พวกเราไม่ใช่ว่าจะพังพินาศกันหมดแล้วหรือไง?”
“นั่นก็ไม่ถึงขนาดนั้น…” จางเทามองเขา ถอนหายใจว่า “ฉันไม่ใช่ให้เธอเก็บงำกลิ่นอายแล้วหนีหรือไง? เธอทำตัวเหมือนคนปัญญาอ่อนเอาแต่ยืนอยู่ตรงนั้นจะไม่เจ็บหนักได้ยังไง? ความผิดของเธอเอง ตอนนี้ยังจะโทษมาถึงฉัน! เธอเข้าไปในทะเล เก็บงำกลิ่นอายหนีไปไกลหน่อย จะต่อสู้มาถึงขั้นนี้ได้ยังไง! ตอนแรกฉันคิดจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อหลอกคนพวกนั้นเพื่อรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา เธอกลับแล้วใหญ่ นึกไม่ถึงว่าคิดจะรั้งตัวพวกเขาไว้ทั้งหมด! ฉันพูดไม่ชัดเจนพอหรือยังไง? ฟางผิง การตายของหลี่เยวี่ยเธอต้องรับผิดชอบ!”
ฟางผิงได้ฟังก็ไม่พูดอะไรอีก มองไปทางคนของหน่วยซิงลัว ก้มกายว่า “แม้พูดขอโทษตอนนี้จะสายไปแล้ว ทั้งไม่มีค่าอีกต่อไป แต่อดียังต้องพูดขอบคุณและขอโทษทุกคนด้วย ฉันควรจะออกไปตั้งนานแล้ว…”
ยอดฝีมือของหน่วยซิงลัวมีคนถอนหายใจว่า “ไม่ต้องหรอก เดิมทีก็เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว! สามารถฆ่าผู้อาวุโสทั้งเก้าของลัทธินอกรีตได้ห้าคน ขั้นแปดอีกห้าคน ก็เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว หากเธอออกไปคงไม่มีผลลัพธ์แบบนี้ได้หรอก” ระหว่างที่พูดยังถอนหายใจอีกครั้ง “แค่… แค่เสียดายเท่านั้น… เสียดายที่จ้าวซิ่งอู่… เขา… นึกไม่ถึงว่าเขาจะทรยศได้”
ชั่วพริบตานี้ทุกคนแทบจะรู้สึกรับไม่ไหว จ้าวซิ่งอู่ทรยศนี่สำหรับใครหลายคนแทบจะเป็นการโจมตีอย่างรุนแรง ยอดฝีมืออย่างจ้าวซิ่งอู่ยังหมดหวังต่อมนุษยชาติ จากนี้สงครามใหญ่เปิดฉากขึ้น ยังจะสู้ยังไงอีก? ในสถานการณ์ที่ผู้คนจิตใจหวาดหวั่น ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น!
ฟางผิงมองไปทางจางเทา “รัฐมนตรี พวกจ้าวซิ่งอู่หนีไปแล้ว หรือคุณไม่มีวิธีแม้แต่น้อย?”
จางเทาเผยแววตาเยียบเย็น “อย่าคิดเลย ต้องเข้าไปในถ้ำใต้ดินอย่างแน่นอน ในทะเลมีทางเข้าถ้ำใต้ดินอยู่… ไม่รู้ว่าจุดไหนถูกทะลวงแล้ว หากมีอยู่ก็คงหนีไปทางนั้น!” ระหว่างที่พูดก็เอ่ยเสียงดังว่า “เรื่องการทรยศของจ้าวซิ่งอู่ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ออกไป! อู๋ขุยซานรีบกลับไปรักษาการณ์ที่ถ้ำใต้ดินจงโจว จ้าวซิ่งอู่ออกไปแล้ว ถ้ำใต้ดินจงโจวไม่มีขั้นเก้าควบคุม ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง รีบไป! หลี่ฉางเชิงนายไปถ้ำใต้ดินเป่ยหู ถ้ำใต้ดินเป่ยหูเหมือนจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้น! เป่ยกงอวิ่น หลินหลง พวกนายไปถ้ำใต้ดินหนานเจียง รีบหน่อย ถ้ำใต้ดินหนานเจียงราชาสงครามบาดเจ็บหนัก ออกไปจากถ้ำใต้ดินแล้ว พวกนายไปก็ระวังตัวหน่อย!”
ข้อมูลที่ทยอยออกมาติดต่อกันทำให้คนหัวหมุนแล้ว ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสีไม่หยุด ราชาสงครามบาดเจ็บหนัก? นี่เพิ่งจะผ่านไปนานเท่าไหร่กัน? ทั้งหมดทั้งมวลแล้วพวกเขาประมือกันประมาณสิบนาทีเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าราชาสงครามจะบาดเจ็บหนักแล้ว?
ยอดฝีมือพวกนั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย หายวับไปในชั่วพริบตา
ฟางผิงมองไปทางจางเทา “คุณล่ะ?”
จางเทาไม่สนใจเขา มองขงหลิงหยวนไปแวบหนึ่ง เผยท่าทีจนใจอีกครั้ง ก่อนจะมองไปทางฟางผิงว่า “เอาสสารไม่แตกดับออกมาไม่กี่หมื่นหยวน ช่วยรักษาเขาหน่อย!”
ฟางผิงเผยสีหน้าดำคล้ำ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นึกไม่ถึงว่านายยังคิดจะถอนขนฉัน ยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า? แต่เห็นร่างทองของขงหลิงหยวนพังยับเยิน ใบหน้าซีดเผือด ฟางผิงก็เผยสีหน้าจนใจ ยังคงรวบรวมสสารไม่แตกดับออกมาหนึ่งก้อน
ขงหลิงหยวนมองเขาแวบหนึ่ง เหมือนจะรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง จางเทากลับเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ใช่สิ! เขาไม่ขาดแคลนเจ้านี้หรอก รีบรักษาอาการบาดเจ็บให้ไว จ้าวซิ่งอู่ออกไปแล้ว หลังจากนี้นายต้องนั่งรักษาการณ์ที่ถ้ำใต้ดินจงโจว จะปล่อยให้อาการบาดเจ็บรุมเร้าไม่ได้!”
เวลานี้ขงหลิงหยวนจึงไม่พูดอะไรอีก รับสสารไม่แตกดับพวกนั้นมา
ตอนนี้จู่ ๆ ฟางผิงก็เอ่ยว่า “รัฐมนตรี อาจารย์หลี่และอธิการทำไมถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ คุณลงมืองั้นเหรอ?”
จางเทาเผยแววตาซับซ้อน “เปล่า ขั้นสุดยอดไม่ลงมือในเขตแดนข้างนอกเป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว! มีเหตุไม่คาดฝันบางอย่าง กลับไปค่อยว่ากัน!” พูดจบจางเทาก็มองไปรอบทิศทาง “คนที่ต้องรักษาตัวไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ให้หมด รอรักษาตัวให้หายดี! ตอนนี้ทำไมค่อยดี ทุกคนพยายามฟื้นฟูพลังต่อสู้ให้เร็วที่สุด แต่ดีที่ครั้งนี้ฆ่าขั้นเก้าของลัทธินอกรีตได้ห้าคน เนื้อร้ายอย่างจ้าวซิ่งอู่ก็ถูกดึงออกไป หลังจากนี้ภัยคุกคามบนโลกไม่ได้มากอีกแล้ว! ในเมื่อเจ้าลัทธิใหญ่เป็นขั้นสุดยอดจริงๆ… นั่นกลับจะง่ายขึ้นไม่น้อย รอฉันหาได้ว่าเป็นใคร เราจะได้เห็นดีกัน!”
ฟางผิงไม่สนใจเรื่องนี้ มองไปทางจางเทาอีกครั้ง ยังคงรู้สึกอึดอัดในใจอยู่บ้าง รอคนอื่น ๆ ทยอยเคลื่อนตัวไปทางมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ฟางผิงก็เข้ามาหาจางเทาทันที เอ่ยเสียงเบา “รัฐมนตรี ถ้าจาลี่ขาหลัวไม่แปรพักตร์ งั้นครั้งนี้ร่างแยกพลังจิตใจแทบจะใช้สูญเปล่าแล้ว! คุณให้มาหนึ่ง ผู้บัญชาการหลี่ให้มาอีกหนึ่ง ผมคิดว่าความหมายของคุณก็คือเหลือคนพวกนี้เอาไว้! ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องมีความมั่นใจอยู่บ้าง…”
จางเทาเอ่ยอย่างไม่อสบอารมณ์ “ความมั่นใจมีน้อยหรือไง? เป่ยกงอวิ่น หลินหลง ขงหลิงหยวน รวมกับเธอ ขั้นเก้าทั้งหมดสามคน ขั้นแปดสิบหกคน! ยังมีร่างแยกพลังจิตใจอีกสามสาย ฉันรู้ว่าเธอไปหาเด็กอ้วนตระกูลเจียงของเมืองเจินซิง… ความสามารถแบบนี้เหลือขั้นเก้าไว้ห้าคนแทบจะเหลือเฟือแล้ว! ใครจะรู้ว่าลัทธินอกรีตจะยกโขยงออกมาหมดรัง!”
ฟางผิงเอ่ยด้วยใบหน้าดำคล้ำ “พูดแบบนี้ คุณก็กำลังเดิมพันเหมือนกัน?”
“งั้นจะทำยังไงได้? อะไรที่ควรเตรียมก็เตรียมไปหมดแล้ว!”
ฟางผิงมองเขาไปอีกครั้ง พึมพำว่า “อย่ามาหลอกผม ผมมักรู้สึกว่าคุณยังเตรียมคนไว้อีกแค่ไม่ได้ใช้เท่านั้น ใช่หรือเปล่า?” ฟางผิงพึมพำว่า “ผมสำคัญขนาดนี้ คุณจะไม่มีการเตรียมการณ์สักนิดเลย? คนเขาบอกว่ามาห้าคน คุณยังเชื่อจริงๆ? ก่อนหน้านี้ไม่มั่นใจว่าเจ้าลัทธิใหญ่เป็นขั้นสุดยอดหรือเปล่า หากเป็นยอดฝีมืออย่างระดับผู้บังคับการจาง คุณจะไม่มีวิธีรับมือสักนิดเลย? หากเป็นแบบนั้นจริงๆ คุณก็ไม่เห็นผมอยู่ในสายตาเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่จะหลอกผมมาตายหรือไง” ฟางผิงคิดว่าจางเทาต้องเตรียมกำลังคนไว้จัดการกับเจ้าลัทธิใหญ่อีกแน่ หรือจะเป็นจางเวยอวี่ที่ช่วงนี้ไม่ได้ปรากฏตัว?
จางเทาเอ่ยอย่างเรียบเนิ่งว่า “เธอประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว ฉันบอกไปนานแล้วให้เธอหนี เธอกลับต้องอยู่ต่อ ให้ได้ตายก็ไม่อาจโทษฉันได้! ในทะเลฉันยังเตรียมการณ์บางอย่างเอาไว้ เธอไม่ฟังฉันเอง ฉันก็อับจนหนทาง!” พูดจบจู่ ๆ จางเทาก็ยื่นมือออกไป ไกลออกไปนั้นหนังสือเล่มหนึ่งในทะเลลอยขึ้นมาในอากาศ พุ่งมาหาจางเทา
ฟางผิงตกตะลึงไปเล็กน้อย!
จางเทาเอ่ยว่า “เห็นหรือยัง? ถ้าเธอหนี คงไม่หนีอยู่ในทะเลใกล้ ๆ หรอก จะหนีออกไปไกลเท่านั้น ขอแค่เธอหนีไปถึงตำแหน่งที่ฉันเหลือร่างแยกพลังจิตใจเอาไว้ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว!”