ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 717-3 มาถึงเมืองจักรพรรดิ (3)
ตอนที่ 717 มาถึงเมืองจักรพรรดิ (3)
หน้าประตูเมืองเดิมทีก็มีคนเข้าแถวอยู่ก่อนแล้วพวกเฟิงเมี่ยเชิงไม่ได้สนใจพวกเขาเดินตรงดิ่งไปยังประตูหลัก
คนที่เข้าแถวพวกนั้นกลับเรียงแถวอยู่ที่ประตูเล็กสองข้าง
ตอนนี้เฟิงอวี่มารวมตัวกับพวกฟางผิงกดเสียงว่าเมืองจักรพรรดิมีแคประตูเมืองสี่แห่งประตูหลักมีแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหรือผู้ฝึกยุทธ์ฐานะสูงศักดิ์เท่านั้นที่เข้าได้คนอื่นๆไม่อนุญาตให้เข้า!
จำไว้ให้ดีหากพวกเจ้าไม่ได้มากับองค์ชายหรือไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงพามาห้ามเข้าประตูหลักเด็ดขาด!
มิเช่นนั้นทหารเทียนจื่อจะฆ่าพวกเจาทันที!
ทหารองครักษ์เทียนจื่อเมืองจักรพรรดิมียอดฝีมือมากมายทั้งยังมีทหารเทียนจื่อหลายคนเวลานั้นก็เคยทำสงครามกับดินแดนแห่งการเกิดใหม่!
คนพวกนี้ไม่ได้เคยต่อสู้แค่ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ส่วนหนึ่งยังเคยทำสงครามกับราชสำนักเทียนหมิงรวมถึงทำลายรังเผ่าปีศาจบางส่วนกวาดล้างสำนักบางแห่งสังหาร
ยอดฝีมือตามประกาศจับ…ล้วนเป็นสิ่งที่ทหารเทียนจื่อเคยทำมาก่อน!
ระหว่างที่เขาพูดเฟิงเมี่ยเชิงที่อยู่ข้างหน้าก็เอ่ยว่าทหารเทียนจื่อนั้นแข็งแกร่งแต่นั่นเป็นเมื่อสิบห้าปีก่อนแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาสองคนตายหนึ่งบาดเจ็บหนึ่งทหารเทียนจื่อในตอนนี้…ฮาๆๆ!
เฟิงเมี่ยเชิงดูแคลนอย่างเห็นได้ชัดเวลานั้นทหารเทียนจื่อนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทอดกวาดล้างทั่วเขตหวงหาม!
กองทหารเทียนจื่อสามแสนคนหนึ่งหมื่นคนต่อหนึ่งกองหนึ่งกองต่อหนึ่งแม่ทัพสวรรค์!
แม่ทัพสวรรค์สามสิบคนแต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือในเส้นทางตนกำเนิด!
กองทหารหนึ่งแสนคนยอดฝีมือสามคนเป็นผู้นำกองทัพแม่ทัพสวรรค์ซ้ายขวาแบ่งเป็นหนึ่งกองทัพเจ้าราชสำนักเทียนจื่อปกครองเองอีกหนึ่งกองทัพ!
ยอดฝีมือในเส้นทางตนกำเนิดสามสิบสามคนสามคนกำลังจะเป็นเหนือราชา!
เวลานั้นนอกจากตำหนักเหนือราชาที่ไม่สามารถโค่นล้มได้ยังมีอะไรที่โค่นล้มไม่ได้อีก?
แม้จะเป็นสำนักเทพราชวงศ์ขอแค่เหนือราชาไม่ออกหน้าทหารเทียนจื่อก็ทำลายล้างอีกฝ่ายได้แล้ว!
ทั้งยังสามารถได้อย่างง่ายดาย!
แต่หลังจากที่เจ้าสำนักพ่ายแพ้ในเวลานั้นทหารเทียนจื่อก็ล่มสลายไปเกือบหมดยอดฝีมือเส้นทางตนกำเนิดสามสิบคนตอนนี้ครึ่งหนึ่งหันไปสวามิภักดิ์เหนือราชาคนอื่นๆแม้ว่าแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายขวาจะไม่ตายแต่ตอนนี้ก็ทำได้แค่ฝืนประคับประคองกองทหารองครักษ์เทียนจื่อของเมืองจักรพรรดิเท่านั้น
เฟิงเมี่ยเชิงเพิ่งจะพูดจบบบนกำแพงจู่ๆก็มีคนเอ่ยอย่างเรียบนิ่งองค์ชายเฟิงในเมื่อดูถูกทหารเทียนจื่อไม่สู้ให้ทหารเทียนจื่อประลองกับทหารราชาเฟิงเป็นอย่างไร?
เฟิงเมี่ยเชิงไม่คิดจะเงยหน้ามองแค่นหัวเราะว่าได้สิเสด็จปู่เป็นผู้นำทหารราชาเฟิงด้วยตัวเองพวกเจาไปลองดูก็ได้ข้าไม่ขัดขวางอยู่แล้ว!
เมื่อคำพูดนี้ออกมายอดฝีมือในชุดเกราะสีทองข้างบนก็เงียบเสียงลงทันทีใต้หน้ากากแม้จะมองไม่เห็นสีหน้าฟางผิงก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายคงจะโมโหอย่างถึงที่สุดไม่ใช่อะไรไอสังหารเข้มข้นเกินไป!
เฟิงอวี่กลับถ่ายทอดเสียงไปทางพวกฟางผิงลูกชายของแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายตอนนี้ดูแลทหารเทียนจื่อฝ่ายซ้ายอยู่ทหารเทียนจื่อมีสามกองทัพใหญ่กองทัพกลางตอนนี้มีเจ้าราชสำนักดูแลอยู่ทัพฝ่ายขวาเป็นแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายขวาฝ่ายซ้ายเป็นเพราะแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายตายในสงครามตอนนี้ลูกชายเขาเลยรับอำนาจต่อเพิ่งจะเข้าสู่เส้นทางเทพได้ไม่นานหลายคนไม่ได้ยอมรับเขาคนู้นี้มองเผาราชาเฟิงเป็นศัตรูทุกคนจำไว้ให้ดี!
ทำไมถึงมองเป็นศัตรู
เฟิงอวี่ไม่ได้พูด
ไม่ใช่อะไรเวลานั้นแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายตายในสนามรบพวกราชาเฟิงสกัดเหนือราชากลุ่มนั้นของมนุษย์ผลปรากฏว่าภายหลังบอกว่าไม่มีแรงสนับสนุนปลีกตัวออกมาไม่ได้…
หากพวกเจ้าราชสำนักไม่เป็นอะไรยังพอว่าแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายตายในสงครามลูกชายของเขายอมมองเผาราชาเฟิงเป็นศัตรู
สิ่งที่เรียกว่าเส้นทางเทพก็คือเส้นทางตนกำเนิดจากปากของมนุษย์ผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางตนกำเนิดอยากปกครองกองทัพหนึ่งฝ่ายย่อมเป็นเรื่องยาก
ข้างหน้าเฟิงเมี่ยเชิงเดินข้ามประตูเมืองไปแล้วไม่ได้สนใจแม่ทัพสวรรค์ที่อยู่บนกำแพงคนนั้นแม้แต่น้อย
เฟิงอวี่กลับเอ่ยต่อว่าแต่ไหนแต่ไรพวกเราก็ไม่ลงรอยกับทหารเทียนจื่อทุกคนจำไว้ให้ได้! นอกจากนี้ถ้าทุกคนสามารถถึงขั้นแม่ทัพสวรรค์ได้ก็จะได้ความสำคัญในอาณาจักรราชาเฟิง!
ตอนนี้อาณาจักรราชาเฟิงไม่ได้ขาดแคลนแม่ทัพทั้งไม่ได้ขาดแคลนอารยะแต่ขาดแคลนพลังต่อสู้ของขั้นแม่ทัพสวรรค์
ทหารราชาเฟิงเป็นกองทัพใต้อำนาจของท่านราชาเฟิงมีสามแสนคนเหมือนกันยอดฝีมือนับไม่ถ้วนตอนแรกควบคุมโดยแม่ทัพสวรรค์เฟิงจิวเฉิงแม่ทัพสวรรค์อีกสองคนแบ่งคนละฝ่าย…
เฟิงอวี่ชะงักไปเล็กน้อยเหมือนจะรู้สึกว่าตัวเองพูดมากไปหน่อยไม่นานก็กลับเข้าประเด็นหลัก
สรุปแล้วหลังจากเป็นแม่ทัพสวรรค์ทุกคนก็มีหวังดูแลกองทัพหนึ่งฝ่ายตำแหน่งสูงกว่าเจ้าเมืองราชาซะอีก!
ในอาณาจักรราชาเฟิงแม้จะเป็นเมืองราชาก็ถูกจำกัดด้วยทหารราชาเฟิงเหมือนกันกล้าไม่เชื่อฟังทหารราชาเฟิงไปเยือนที่ไหนหัวคนก็หลุดออกจากบ่าแล้ว!
ตอนที่เฟิงอวี่พูดประโยคนี้ยังแฝงด้วยความรู้สึกโหยหาตอนแรกทัพราชาเฟิงมียอดฝีมือขั้นแม่ทัพสวรรค์สามคนไม่สิเมื่อก่อนมากกว่านี้แต่หลายปีมานี้นับวันก็น้อยลงเรื่อยๆจวบจนไม่นานมานี้…แทบไม่เหลือแล้ว!
ทหารราชาเฟิงที่แข็งแกร่งทหารราชาเฟิงที่เมื่อก่อนสามารถกำราบการคงอยู่ของเมืองราชาได้ตอนนี้แทบจะล่มสลายไปแล้ว
เฟิงเมี่ยเชิงเหน็บแนมทหารเทียนจื่อกลับไม่รู้ว่าทหารราชาเฟิงก็ถูกหลายคนมองเป็นตัวตลกเช่นกันน่าขำเกินไปแล้ว!
ทหารใต้อำนาจราชาเฟิงไม่มีการคงอยู่ของแม่ทัพสวรรค์สักคนเดียวแม่ทัพสวรรค์สามคนสุดท้ายชั่วพริบตาเดียวกลับตายเกลี้ยง
ราชาเฟิงยังเหลือแม่ทัพสวรรค์อีกสามคนตอนนี้สองคนรับตำแหน่งเจ้าเมืองราชาอีกหนึ่งคนคือรับใช้ในตำหนักเหนือราชาช่างน่ากระอักกระอ่วนไม่ใช่แค่ราชาเฟิงยังมีราชาไห่อีกคนเหนือราชาสองคนนี้แทบจะเป็นที่น่าอนาถ
ยังมีคนหนึ่งที่ดีกว่าหน่อยราชาซงเจ้านายของตนขนาดเล็กที่ฟางผิงเห็นในถ้ำใต้ดินเทียนหนาน
ยอดฝีมือใต้บังคับบัญชาของเขาบาดเจ็บล้มตายไปมากเช่นกันการเดินทางในถ้ำสวรรค์ชวีหลิงแม่ทัพสวรรค์ตายไปหลายคน
เหนือราชาสามคนนี้ตอนนี้เป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่งทั้งเหนือราชาสามคนที่น่าเวทนานี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับฟางผิงทั้งนั้น
ระหว่างที่พูดทุกคนก็เข้ามาในเมืองจักรพรรดิ
พอเข้าเมืองฟางผิงก็รับรู้ได้ถึงความครื้นเครงและวุ่นวายบนถนนคริสตัลคราคร่ำไปด้วยผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าหรูหรามีสง่าราศีกันทั้งสิ้น
ที่นี่ฟางผิงแทบมองไม่เห็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างคนทั่วไปยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นระดับกลางยังมียอดฝีมือระดับสูงบางส่วนปะปนอยู่ภายใน
เฟิงเมี่ยเชิงไม่ได้นั่งรถม้าอะไร…ฟางผิงเห็นพาหนะเหมือนพวกรถมาด้วยเช่นกัน
เขาเดินไปยังเขตใจกลางเมืองจักรพรรดิโดยตรงบนถนนแทบจะเดินชนซ้ายชนขวาไม่สนใจว่าข้างหน้ามีคนหรือเปล่าเหิมเกริมและวางอำนาจอย่างยิ่ง!
พวกฟางผิงกลับเหมือนพวกบ้านนอกมองสอดส่องไปทั่วสองฝั่งของถนนคริสตัลมีร้านค้าหลายแห่งคนไม่รู้หนังสืออย่างฟางผิงจนใจอยู่บ้างหลายสถานที่เขาแทบไม่รู้ว่ามีไว้ทำอะไรอย่างเช่นหอคริสตัลหลังนั้นชั้นสองมีผู้ฝึกยุทธ์หญิงหลายคนแย้มยิ้มให้กับคนสัญจรไปมาข้างล่างนี่คือทำอะไรกัน?
ฟางผิงจ้องมองอยู่พักใหญ่ด้านข้างนั้นจิ่นอวี๊ไหวเผยรอยยิ้มกดเสียงว่านึกไม่ถึงว่าน้องขุยจะชอบแนวนี้รอพวกเราปักหลักในเมืองราชาแล้วข้าจะพาน้องขุยมาอีกที…
…แต่หอหญิงงามนี้เป็นแค่สถานที่ซอมซ่อใต้กำแพงเมืองเท่านั้นรอพวกเราพี่น้องจัดการที่อยู่อาศัยเรียบร้อยแล้วค่อยถามคนอื่นๆพอจะมีสถานที่ที่ดีกว่านี้…
ฟางผิงมองเขาแวบหนึ่งหัวเราะไม่ได้พูดอะไรนี่นายจะชวนฉันทำเรื่องตำทรามแล้ว?
ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย!
นายคิดว่าฉันกำลังมองผู้หญิง?
น่าขำ!
ฉันกำลังมองตัวหนังสือต่างหากฉันเดาได้ตั้งนานแล้วว่าเป็นสถานที่แบบไหนแค่ไม่รู้จักตัวหนังสือตอนนี้นี้ดิหน่อยฉันรู้จักสามตัวอักษรแล้ว
ฟางผิงลอบภูมิใจกับตัวเอง